กู้จิ่งฝานนอนอยู่บนเตียง เพราะมองไม่เห็น ขยับไม่ได้ดังนั้นประสาทรับเสียงจึงแหลมคม
เขานอนอยู่บนเตียงในตอนที่รู้ว่าบัวเืมรกตทำให้เขาฟื้นได้ เขาจึงรออย่างวางใจแต่กระนั้นเวลากลับล่วงเลยไป เขาค่อยๆ กลายเป็ร้อนรนขึ้นมา
หรือว่ากู้สุ่ยเย่ว์นางนั้นจะเล่นลูกไม้อะไรอีก
แน่นอนยังมีความเป็ไปได้อย่างหนึ่งที่เขายากจะยอมรับ มารดาเขาไม่เต็มใจให้ใช้บัวเืมรกตกับเขา
ไม่มีทาง ทั้งหมดต้องเป็อุบายของกู้สุ่ยเย่ว์ กู้สุ่ยเย่ว์้ายุแยงพวกเขาแม่ลูก
ไม่นานกู้จิ่งฝานก็ได้รู้คำตอบ
ประมาณช่วงกลางวันได้ หลินซื่อมาแล้วที่มากับหลินซื่อยังมีนายท่านกู้ ทั้งสองคนเข้าประตูตามหลังกันมา นายท่านกู้ดูร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าดูสิ เขากลายเป็นเช่นนี้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหวงแหนบัวเลือดมรกต” เสียงโมโหไม่สบอารมณ์ของนายท่านกู้ดังขึ้นเทียบกับความร้อนใจของนายท่านกู้แล้วหลินซื่อดูใจเย็นอย่างเห็นได้ชัด
“นายท่าน พิษเป็นกู้สุ่ยเย่ว์ที่ใช้ กู้สุ่ยเย่ว์จะยอมบอกยาถอนพิษออกมาง่ายๆ ได้อย่างไร นางบอกว่าเป็นบัวเลือดมรกต เห็นชัดว่ากำลังจงใจ”หลินซื่อเอ่ย “จงใจหรือไม่จงใจ ลองดูถึงจะรู้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจิ่งฝานไม่รอดแน่” นายท่านกู้เอ่ย “หากให้จิ่งฝานใช้จริงๆ จะเป็นการหลงกลกู้สุ่ยเย่ว์นั่นต่างหากที่เป็นการทำร้ายจิ่งฝานจริงๆ นายท่านข้าเองก็หวังดีต่อจิ่งฝานนะเจ้าคะ” หลินซื่อเอ่ยน้ำเสียงซื่อตรงจริงใจ“ไทเฮามีเมตตา ท่านพ่ออยู่ปรนนิบัติข้างกายไทเฮามาโดยตลอด วันนี้มีเวลาว่าง อีกไม่นานก็จะมาแล้ว ด้วยวิชาแพทย์ของท่านพ่อ ต้องรักษาจิ่งฝานได้แน่นายท่าน จิ่งฝานเป็นลูกข้า ข้าเองก็เป็นกังวลเช่นกัน”น้ำเสียงกู้เชียนอ่อนลงมาก“เช่นนั้นรอหมอหลวงหลินมาดูแล้วค่อยว่ากันแล้วกัน”
กู้เชียนและหลินซื่อตามกันออกไปในห้องพลันตกเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
อารมณ์ที่เดิมร้อนใจของกู้จิ่งฝานผ่อนคลายลง
พักหนึ่งหลังจากนั้น ประตูห้องถูกผลักเปิดอีกครั้งมีคนประมาณสามสี่คนเข้ามาในห้อง มีคนเดินมาที่ขอบเตียง คว้ามือกู้จิ่งฝานขึ้นจับชีพจรให้เขา
“จิ่งฝาน้าความสงบ พวกเ้าสองคนออกไปก่อนเถิด”เสียงหลินซื่อ
ทั้งสองคนถอยออกไปแล้ว ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง
“ท่านพ่อ จิ่งฝานเป็เช่นไรบ้าง” หลินซื่อเอ่ยถาม
เสียงค่อนข้างแก่ชราดังขึ้น “ถูกพิษแล้วพิษชนิดนี้หายากยิ่ง”
“กู้สุ่ยเย่ว์บอกว่าบัวเืมรกตถอนพิษนี้ได้” หลินซื่อเอ่ย
เสียงชราดังขึ้นอีกครั้ง “กู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้โกหกพิษชนิดนี้มีแค่บัวเลือดมรกตที่รักษาได้ เย่หรูเด็ดใบบัวเลือดมรกตมาสองใบ หลังล้างแล้ว ใส่เหลียนเฉียว[1]สองเฉียน[2]ว่านหางช้างแปดเฉียน เคี่ยวสองชั่วยาม เสร็จแล้วตักน้ำโอสถให้จิ่งฝานกินพิษนี้ก็จะหาย”หลินซื่อไม่ได้ตอบกลับนานครู่หนึ่ง
“ท่านพ่อ บัวเืมรกตแก้พิษจิ่งฝานไม่ได้แต่จะทำให้พิษจิ่งฝานรุนแรงขึ้น” หลินซื่อเอ่ย
หมอหลวงหลินนิ่งงันไป “เย่หรู คำพูดเ้าหมายความว่าอย่างไรเห็นชัดว่าบัวเืมรกตถอนพิษได้ เหตุใดถึงพูดว่าไม่ได้กัน”
“ท่านพ่อ ไม่อาจเก็บกู้สุ่ยเย่ว์ไว้ได้ที่นายท่านไม่ลงมือกับนางเพราะว่ายังลังเลชั่งน้ำหนักอยู่แต่หากจิ่งฝานเกิดเรื่องแล้ว นายท่านจะต้องมีโทสะ เวลานั้นก็จะเป็นวันตายของกู้สุ่ยเย่ว์”“แต่จิ่งฝานเป็เด็กดี กตัญญูต่อเ้า หากทำกับเขาเช่นนี้จะไม่อำมหิตเกินไปหน่อยรึ”
“ท่านพ่อ กู้สุ่ยเย่ว์หญิงนางนั้นน่ากลัวยิ่งเห็นตาคู่นั้นของนาง ข้ารู้เลยว่าหากมีโอกาสนางจะทำลายทั้งบ้านตระกูลกู้แน่ข้าอยากใช้โอกาสนี้ทำให้นายท่านเห็นชัดว่าการสูญเสียจิ่งฝานไป ตระกูลกู้ยังมีทางรอด แต่หากเก็บกู้สุ่ยเย่ว์ไว้ไม่ว่าช้าเร็วบ้านตระกูลกู้จะต้องจบสิ้น” เหมือนหมอหลวงหลินจะถูกกล่อมสำเร็จ นิ่งไปนานก่อนจะเอ่ยขึ้น“เอาเถิด เจ้าฉลาดมาแต่ไหนแต่ไร เจ้าเป็นสะใภ้จวนตระกูลกู้ คิดแทนจวนตระกูลกู้เจ้าเป็นลูกสาวพ่อ พ่อเองก็จะทำเพื่อเจ้า”ผ่านไปครู่หนึ่ง หมอหลวงหลินเอ่ย“ในเมื่อจิ่งฝานก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเ้า”
ทั้งสองพูดกันอีกพักหนึ่งก็ออกจากห้องไปในตอนที่พวกเขาออกไปจากห้อง คนที่นอนอยู่บนเตียงพลันหายใจหอบถี่ขึ้นมา
กู้จิ่งฝานรู้สึกเหมือนตนเองตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่ามารดาที่จิตใจดีอ่อนโยนและคอยปกป้องตนคนนั้นจะพูดวาจาเช่นนี้ออกมาได้นางถึงกับให้เขาตาย ใช้ความตายของเขาไปจบชีวิตกู้สุ่ยเย่ว์
กู้จิ่งฝานหวังว่านี่จะเป็นแค่ความฝันฉากหนึ่งเป็นอุบายของกู้สุ่ยเย่ว์ แต่เสียงนั้นคุ้นหูขนาดนั้น เขาไม่อาจโต้แย้งและไม่อาจหลีกหนีได้เลยสักนิดกู้จิ่งฝานรับความจริงนี้ไม่ไหว
“เป็อย่างไร”
เสียงเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น หากว่าเป็ไปได้กู้จิ่งฝานแทบอยากจะะโลงจากเตียง ระบายความเคียดแค้นและความเดือดดาลทั้งหมดไปที่ตัวคนผู้นี้
หากไม่ใช่เพราะนาง เขาไม่มีทางกลายเป็นเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องรู้ความจริงอันเลวร้ายนี้กู้สุ่ยเย่ว์ยืนอยู่ขอบเตียง จ้องคนที่นอนบนเตียงแม้เขาจะไม่ขยับแต่กู้สุ่ยเย่ว์ยังััได้ถึงความแค้นคละคลุ้งที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวเขา
นางนั่งลงข้างเตียง มองรอบด้านช้าๆ หนหนึ่งสุดท้ายถึงจะเอ่ยขึ้น “กู้จิ่งฝาน เ้าไม่ควรแค้นข้า แต่ควรขอบคุณข้า ไม่เช่นนั้นแม้แต่ตายอย่างไรเ้าก็คงไม่รู้”
กู้สุ่ยเย่ว์มองกู้จิ่งฝานในตอนนี้ อดนึกถึงกู้เทียนหลานในชาติที่แล้วไม่ได้ กู้เทียนหลานเป็นถึงฮองเฮา นึกว่าตนเข้าใจจิตใจคนอย่างถ่องแท้ทว่าตามจริงแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความโง่เขลาคนที่นางนึกว่าใกล้ชิดที่สุดกลับคิดอยากให้นางตายตลอดเวลาศัตรูนางยกดาบไว้รอนานแล้ว ทว่านางกลับพุ่งเข้าไปชนอย่างโง่งมนางมองกู้จิ่งฝาน เหมือนที่หลี่เย่จิ่นกับกู้เทียนชิงมองกู้เทียนหลานเช่นนั้นหรือไม่มองคนโง่ผู้หนึ่ง
เปรียบกันแล้ว กู้จิ่งฝานโชคดีกว่านางมาก
“หลินซื่ออยากให้เ้าตาย แต่ข้า้าช่วยเ้า กู้จิ่งฝานเ้ามีชีวิตมาสิบเก้าปี แม้แต่ดีชั่วยังแบ่งแยกได้ไม่ชัดรึ”
หลังกู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยวาจานี้จบ กู้จิ่งฝานสงบลงอย่างผิดปกติ
กู้จิ่งฝานไม่ได้โง่ แต่เขาเชื่อใจหลินซื่อมากเกินไปแต่ในตอนที่ความจริงปรากฏแจ่มแจ้งต่อหน้าเขา กู้จิ่งฝานก็ค่อยๆยอมรับได้อย่างเชื่องช้า
ตระกูลกู้จมดิ่งอยู่ในเมฆหมอกอึมครึม
กู้จิ่งฝานไม่ยอมฟื้นตื่นมาสักทีพร้อมกันกับเวลาเคลื่อนคล้อย ความเป็ไปได้ที่จะฟื้นยิ่งนานยิ่งน้อย
หลินซื่อขังตนเองอยู่ในห้อง ไม่กินไม่นอนน้ำตานองหน้าอยู่เช่นนั้น ร้องไห้จนตาแดงแล้ว เดิมทีนางก็ป่วยอยู่แล้ว เพราะเื่ของกู้จิ่งฝานตอนนี้จึงเหมือนถูกซ้ำเติมทั้งตัวโรยแรงลงไปมาก
“ฮูหยิน ฮูหยิน!”มามาชราวิ่งมาอย่างรีบร้อน
หลินซื่อมองไปตาแดง สีหน้าไม่น่าดูยิ่ง“จิ่งฝานฝั่งนั้นเกิดเื่อะไรแล้วหรือไม่”
“เดิมทีข้าควรเฝ้าอยู่ข้างกายกู้จิ่งฝาน แต่เวลาเห็นเขาในใจเจ็บปวดนัก ข้าแทบอยากให้เป็นข้าที่นอนอยู่ตรงนั้น ที่กู้สุ่ยเย่ว์แค้นคือข้า จิ่งฝานกลับต้องมาทรมานแทนข้า”หลินซื่อพูดแล้วก็สะอึกสะอื้นขึ้นมา “หากจิ่งฝานเป็นอะไรไป ข้าคงไม่อยู่ต่อแล้วลากกู้สุ่ยเย่ว์ไปฝังพร้อมกันกับเขา”“ฮูหยิน คุณชายใหญ่ฟื้นแล้วเ้าค่ะ”มามาชราเอ่ยสีหน้ายินดียิ่ง
หลินซื่อหยุดร้องไห้ เหมือนว่ากำลังใยิ่ง“เ้าว่าอะไรนะ”
ทว่าไม่ได้มีความยินดีแม้เพียงนิด
“ฮูหยิน คุณชายใหญ่ฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” มามาชราเอ่ยย้ำอีกรอบหลินซื่อพลันได้สติกลับมา “จิ่งฝานฟื้นแล้วเป็ไปได้อย่างไร”
“ไม่รู้ว่านายท่านไปได้เทียบโอสถมาจากที่ใดรักษาคุณชายใหญ่จนหาย” มามาชราเอ่ย
ั์ตาหลินซื่อหลุบลง กลบเกลื่อนความผิดหวังและแปลกใจตอนที่เงยขึ้นอีกครั้งกลับเป็ใบหน้าปลื้มปีติ ไม่แต่งตัวสักนิดสภาพสูงสง่าไม่หลงเหลืออีก รีบรุดไปที่เรือนกู้จิ่งฝาน
พอหลินซื่อเข้าไปในเรือนกู้จิ่งฝานก็เห็นว่าเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาฟื้นแล้ว
กู้จิ่งฝานนั่งพิงหัวเตียง ใบหน้ายังคงซีดขาวทว่าสีหน้าแววตาไม่เลว สภาพดีอย่างยิ่ง
หลินซื่อเดินๆ หยุดๆ เข้าไป เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายินดี “จิ่งฝาน เจ้าฟื้นเสียที ทำแม่ตกใจนัก”หลินซื่อกุมมือกู้จิ่งฝานแน่น
กู้จิ่งฝานชักมือออกจากมือหลินซื่อ
หลินซื่อนิ่งงันไปต้องรู้ก่อนว่ากู้จิ่งฝานเป็นนางที่เลี้ยงจนโต เขาเคารพเลื่อมใสนางลึกซึ้ง กตัญญูกับนางมากหลินซื่อความรู้สึกไวมาแต่ไหนแต่ไรตอนนี้สัมผัสได้แล้วว่ากู้จิ่งฝานกำลังต่อต้านนาง กู้จิ่งฝานไม่ควรห่างเหินกับนางเช่นนี้หรือว่าเขาค้นพบอะไรเข้า หลินซื่อนึกทวนทุกการกระทำของตนอย่างรวดเร็วไม่มีตรงไหนที่คิดว่าตนเองเผยพิรุธออกไป นางพยายามแสดงเป็นมารดาใจดีมาโดยตลอด“เ้ารู้หรือไม่ว่าแม่เป็ห่วงเ้าเพียงใด หลายวันนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับมาตลอด หวังแต่ให้เ้าฟื้นมา ตอนนี้เ้าฟื้นมาแล้วแม่ดีใจที่สุด” หลินซื่อเอ่ย
กู้จิ่งฝานหดมือเข้าไปในแขนเสื้อ เอ่ยขึ้นเสียงขรึม“ข้าเพิ่งฟื้น ไม่ค่อยสบายนัก อยากพักคนเดียวสักครู่”
หลินซื่อทำได้เพียงเอ่ย “เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนให้ดี แม่ไม่รบกวนเจ้าแล้ว”หลินซื่อเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าเป็กังวลทว่าหลังออกจากประตูแล้ว สีหน้านางแปรเปลี่ยนทันใด
ส่วนกู้จิ่งฝานที่นั่งพิงอยู่ในห้อง จ้องมองไปทางทิศที่หลินซื่อจากไป สีหน้ากลายเป็นเย็นเยียบลง ใบหน้าขมวดเกร็ง“ออกมาเถอะ” เขาเอ่ยกับอากาศธาตุเสียงหนึ่ง
กู้สุ่ยเย่ว์เดินออกมาจากเงามืด มุมปากยกยิ้มเย้นหยัน“หลินเย่หรูมารดาแสนดีผู้นี้ช่างแสดงเก่งนัก”
ริมฝีปากกู้จิ่งฝานเม้มแน่น ไม่เอ่ยวาจาสักคำเงาร่างสูงใหญ่ตั้งอยู่ตรงนั้น คล้ายกับท่อนไม้ก็ไม่ปาน
จุดประสงค์ของกู้สุ่ยเย่ว์นั้นง่ายดายยิ่ง นางอยากให้หลินซื่อตาย หลินซื่อคิดฆ่านางครั้งแล้วครั้งเล่า ล้ำเส้นนางนานแล้ว แน่นอนด้วยฝีมือของนางย่อมสามารถสังหารหลินซื่อได้ แต่นางไม่อยากเสียแผนเพราะคนไม่สลักสำคัญคนหนึ่งนางยังต้องแต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องเป็นพระชายาอวิ๋นอ๋องอยู่ กู้จิ่งฝานเป็นเสาค้ำยันชีวิตของหลินซื่อในจวนตระกูลกู้ขอเพียงพึ่งพากู้จิ่งฝานไม่ได้ หลินซื่อก็เป็นอันจบสิ้น มุมปากกู้สุ่ยเย่ว์ยกยิ้มเย็นเยียบ ยิ้มอันตราย สายตากู้จิ่งฝานร่วงตกบนตัวนางพอดีตอนที่เห็นรอยยิ้มนั้นของนาง แผ่นหลังอดหนาวเหน็บขึ้นมาไม่ได้ทว่ากลับมิอาจละสายตาออก หญิงตรงหน้าไม่ใช่น้องสาวขลาดเขลาสติไม่ดีคนนั้นของเขา แต่เหมือนต้นฝิ่นที่มีพิษร้ายทั้งต้น แฝงแรงดึงดูดยั่วเย้าถึงตาย“กู้จิ่งฝาน สตรีอำมหิตเช่นนี้เ้ายัง้าปกป้องนางอีกหรือไม่” กู้สุ่ยเย่ว์เค้นถามออกมาตรงๆ
กู้จิ่งฝานหลุบตาลง หลังครุ่นคิดครู่หนึ่งถึงจะเอ่ยขึ้น“ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดนางกลายเป็เช่นนี้ได้ แต่ถึงไม่มีบุญคุณในการให้กำเนิดแต่ก็ยังมีบุญคุณในการเลี้ยงดู หากไม่ใช่นาง ข้าคงตายไปนานแล้วเดิมทีชีวิตข้าก็เป็ของนาง”
กู้สุ่ยเย่ว์ “...”
รอยยิ้มบนใบหน้านางพลันแข็งค้าง นึกว่าหินทื่ออย่างกู้จิ่งฝานจะเกิดปัญญาแล้ว คิดไม่ถึงว่าแค่เป็นรูแตกเล็กๆไม่นานก็ปิดสนิท นางคิดไม่ถึงว่าบนโลกนี้จะมีคนที่หัวแข็งถึงขั้นโง่งมได้เพียงนี้[1] ยาขับร้อนบำรุงปอด ลดอาการบวม ขับปัสสาวะ สลายตุ่มก้อน
[2] หน่วยวัดน้ำหนักจีน10 เฉียนเท่ากับ 1ตำลึงหรือประมาณ 3.78กรัม