ตอนที่ยี่สิบเก้า วายร้ายรับนักวิทยาศาสตร์เข้าแก๊ง
เราจะเห็นว่ากว่าเจมส์บอนด์จะไปถล่มทำลายฐานทัพบนเกาะของตัวร้ายได้
ตัวร้ายก็เรียกว่าเกือบจะยึดครองโลกสำเร็จแล้วมีนักวิทยาศาสตร วิศวกรและพนักงานต่างๆเดินไปเดินมาในฐานทัพ
ผมก็ได้รู้ความจริงวันนี้นั่นเองว่าจริงๆแล้วการจ้างคนมรร่วมแก๊งกับเรานั้นมีรายละเอียดมากกว่าที่เราคิด
ผมยังย่ำเท้าอยู่กลางอากาศอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยซ้ำยังรู้สึกคึกคักเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อย..จากประสบการณ์ของการอ่านนิยายแนวนี้แสดงว่ามันต้องเป็ข้อเสียที่หากใช้พลังมากไปจนร่างกายรับไม่ไหว เส้นเอ็น ชีพจรหัวใจต้องแตกแน่ๆตามแนวของการใช้พลังที่มากเกินไปจนกว่าร่างกายจะรับได้ไม่ได้ปรับพื้นฐานร่างกายอย่างหนักแน่นแบบคนที่กลับมาจากโลกเซียน
ผมพยายามจะย่ำฝึกใช้แรงให้น้อยที่สุดที่สามารถวิ่งบนอากาศได้แบบเดียวกับการก้าวย่างเหยาะๆของม้าบนทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่
ผมก็อปปี้แิโชวเน็นการต่อสู้ที่ยูจิโร่กล่าวว่าออกแรงให้มากที่สุดและน้อยที่สุดในเวลาเดียวกัน
ซึ่งมันได้ผลจริงๆ
การก้าวย่างของผมช้าลงจนแทบจะเรียกว่าเท่ากับการเดินธรรมดาแต่ยังสามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศได้
ไม่ใช่ความสามารถที่เท่อย่างเหาะได้ของคนที่กลับมาจากโลกเซียนแต่เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นตาให้กับเหล่านักวิทยาศาสตร์แล้ว
“โลกนี้เก่าแก่และกว้างใหญ่กว่าที่เรารู้จักการที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ไมได้แปลว่าสิ่งที่เราเรียนรู้มาสูญเปล่าจริงไหม?มันเท่ากับว่ามีเื่ราวและแง่มุมที่เราสามารถทดลองได้มากขึ้นเท่านั้นเอง”
ผมกล่าวกับโรเบิร์ตที่เอาถุงกระดาษมาเป่าสูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปเป็วิธีการแก้การช็อคของพวกเขา
ฟืด ฟาด
ฟืด ฟาด
“วิชาหรือความสามารถนี้สามารถเรียนรูได้ทุกคนหรือไม่ก็เกือบทุกคน”
คนบางคนก็อาจจะเรียนไม่ได้เพราะเส้นลมปราณตีบหรือคุณสมบัติอื่นๆแต่ว่าทางเทคนิค หากแม้แต่ต้นหอมหรือก้อนหินยังสะสมลมปราณเป็พันปีได้ก็ไม่มีสาเหตุอะไรที่มนุษย์ธรรมดาจะเรียนไม่ได้นั่นเอง
“พะพวกเราต้องขายวิญญาหรือเปล่า? “คนสองสามคนในกลุ่มถามเื่นี้มา
และมีอีกสองสามคนที่คิดว่าต่อให้ขายิญญาก็โอเคไม่เห็นต้องถาม
“ไม่หรอกแค่คิดว่าพวกเราอยู่ในสำนักเดียวกันแบบก็อดฟาเธอร์ก็พอแล้ว”อย่างที่ท่านโกวเล้งเอารุปแบบของแก๊งนักเลงมา ใช้ระบบเดียวกันก็โอเค
โรเบิร์ตยังกุมถุงกระดาษและกลังปรับลมหายใจ
“หากตามที่ผมวางแผนไว้ได้ผลการมีความสามารถพิเศษนี้ จะทำให้ร่างกายของพวกคุณแข็งแรงขึ้นมากแนวทางของพวกเราไม่ต่างจากแนวอภิมนุษย์ transhumanism เสียเท่าไรนัก แต่พวกคุณสามารถใช้ความสามารถได้เต็มที่อย่างแน่นอน”
ผมคิดถึงเื่การเปิดจุดชีพจรของผม
แปดชีพจรลับที่ปรากฏตามกาลเวลาสิบสามชีพจรพิสดารที่แตกต่างไปตามแต่ละบุคคล
ผมอาจจะไม่เจอชีพจรพิสดารเลยก็ได้แต่การหาชีพจรพิสดารน่าจะง่ายกว่าหากใช้การคำนวณความน่าจะเป็ตามคณิตศาสตร์
“ตกลงพวกเราต้องทำอะไรบ้าง?”
โรเบิร์ตกล่าวอย่างตื่นเต้นหลังจากรวบรวมลมหายใจได้แล้ว
ผมยิ้มและกล่าวว่า
“สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อสำนักแบบเดียวกับมาตรฐานสมาคมลับอย่างเมสันหรืออะไรก็พอแล้ว”
เราไม่ควรจะสร้างอะไรที่เกินความจำเป็นั่นเอง
“และเราจะก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่กัน”
หากผมนั่งสมาธินานสักยี่สิบปี โลกของเราอาจจะกลายเป็แม็ดแม็กไปจริงๆก็เป็ไปได้