บทที่ 12 อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่สนใจอาการาเ็อีก เขาลุกขึ้นนั่งทันที
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยร้อนใจ จึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นและการคาดเดาของตนเองอย่างละเอียด
“ท่านคิดว่าใครจะเป็คนสั่งให้ป้าหลิววางยาพิษได้”
โม่จิ่วเยี่ยขมวดคิ้ว ดวงตาของเขาฉายแววโเี้วาววับ
แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่พูดอะไร แต่เฮ่อจือหร่านยังสามารถมองออกได้ว่าโม่จิ่วเยี่ยต้องมีคนที่เขาสงสัยอยู่ในใจแน่นอน
เฮ่อจือหร่านไม่ใช่คนประเภทชอบยุ่งเื่ของผู้อื่น ทั้งยังเข้าใจด้วยว่าในเวลานี้โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ไว้วางใจนางอย่างสมบูรณ์
เมื่อเป็เช่นนั้น นางย่อมไม่้าทำให้เขาไม่พอใจในตัวนาง
ตราบใดที่เขารู้ว่าเป็ผู้ใด ชายหนุ่มต้องวางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้าแน่นอน
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องไปชั่วครู่ เฮ่อจือหร่านชี้อาหารเช้าบนโต๊ะ กำชับว่า “กับข้าวจะเย็นหมดแล้ว รีบกินเสียก่อนคนขององค์จักรพรรดิจะมาเถอะ”
เมื่อพูดถึงคนขององค์จักรพรรดิ โม่จิ่วเยี่ยหันมองนอกหน้าต่าง
“ใกล้ถึงเวลาแล้ว”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกแปลกใจเช่นกัน หากในประวัติศาสตร์ไม่ผิดพลาด คนขององค์จักรพรรดิน่าจะปิดล้อมจวนฮู่กั๋วกงั้แ่เช้าแล้ว
“หรือว่าจะล่าช้าเพราะเื่ท้องพระคลังเสียหาย” นางกล่าวตามการคาดเดา
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้เอ่ยแย้ง
“สิ่งของในท้องพระคลังสูญหายและเกิดเพลิงไหม้ไม่ใช่เื่เล็กน้อย องค์จักรพรรดิคงปวดหัวมากจนไม่มีเวลาสนใจเื่ของข้า”
ทันใดนั้น บ่าวคนหนึ่งก็เข้ามารายงานว่ามีคนขอพบฮูหยินกั๋วกง
เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยสบตากัน ทั้งคู่ไม่รู้ว่าเป็ผู้ใดมาขอพบในวันหลังแต่งงานเช่นนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เ้าของร่างเดิมซึ่งแทบไม่สุงสิงกับคนอื่น เฮ่อจือหร่านจึงนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะเป็ใคร
โม่จิ่วเยี่ยไม่กล่าวอะไร เพียงก้มหน้าทานอาหารต่อไป
เห็นได้ชัดว่าเขามอบสิทธิ์ตัดสินใจเื่นี้ให้นาง
เฮ่อจือหร่านลุกขึ้น “ข้าจะออกไปดู”
ผู้มาเยือนไม่ได้ขอพบตรงประตูหน้าของจวน แต่กลับมายังประตูด้านหลังซึ่งเป็ทางเข้าออกของบ่าวรับใช้
เฮ่อจือหร่านถูกเชิญมาด้านหลัง คนที่มานั้นสวมชุดรับใช้ ใบหน้าช่างคุ้นเคย ทว่านางกลับจำไม่ได้ว่าเป็ใคร
บ่าวรับใช้เห็นนางมาแล้ว จึงรีบคำนับอย่างเคารพ “คุณหนูใหญ่ นายท่านส่งข้ามาหาท่าน”
เฮ่อจือหร่านมองใบหน้าของผู้นั้น พยายามนึกย้อนในความทรงจำ ก่อนจะจำได้ว่าเขาคือคนติดตามของนายท่านหรือก็คือบิดาของนาง
“เ้ามาทำไม”
“คุณหนูใหญ่ ข้ามีเื่สำคัญจะรายงาน” เขาเหลือบมองคนซึ่งนำทางเฮ่อจือหร่านมา
นางรีบสั่งคนออกไป
“เ้ามีเื่อะไรกันแน่” ความจริงแล้ว นางพอจะเดาได้คร่าว ๆ แต่ก็ยังอยากฟังจากปากคนผู้นี้เพื่อยืนยันเพียงเท่านั้น
คนติดตามกล่าวเสียงเบา “คุณหนู นายท่านให้ข้ามาบอกว่าอีกไม่นาน องค์จักรพรรดิจะส่งคนมาตรวจค้นบ้านสกุลโม่ ขอให้คุณหนูเตรียมรับมือด้วย”
เป็อย่างนั้นจริง ๆ ด้วย!
“แล้วท่านพ่อบอกหรือไม่ว่าคนขององค์จักรพรรดิจะมาเมื่อใด”
“ข้าไม่ทราบ นายท่านยังสั่งให้ข้าบอกว่า ในฐานะบุตรสาวตระกูลเฮ่อ ห้ามทำเื่ทรยศหักหลัง ไม่ว่าสกุลโม่จะประสบเื่อะไร คุณหนูก็ห้ามหนีจากไป”
คำสั่งนี้เฮ่อจือหร่านไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด นางไม่ได้คิดจะไปจากบ้านสกุลโม่อยู่แล้ว
เมื่อถามอะไรจากเขาไม่ได้อีก เฮ่อจือหร่านจึงโบกมือให้เขากลับไป
หลังได้ทราบข่าวนี้กับหูตัวเอง ช่างรู้สึกเกินจริงยิ่งกว่าการอ่านในประวัติศาสตร์เสียอีก
เฮ่อจือหร่านรีบไปยังเรือนหอ
ก่อนโม่จิ่วเยี่ยจะถาม นางก็เล่าเื่ที่บ่าวบอกมาอย่างไม่ตกหล่น
โม่จิ่วเยี่ยยังไม่เปลี่ยนสีหน้า ครู่ต่อมาเขาจึงเอ่ยเสียงเ็า “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่เฮ่อจือหร่านััได้จากน้ำเสียงของเขาว่าอีกฝ่ายรู้สึกสิ้นหวังอย่างไร
“ท่านอย่าคิดมาก ขอเพียงพวกเราพยายามมีชีวิตอยู่ เชื่อเถอะว่าสักวันพวกเราจะได้ลืมตาอ้าปากอีกครั้ง”
“หึ ชายชาตรีอย่างข้า กลับต้องทำให้สตรีในจวนเดือดร้อน แล้วจะลืมตาอ้าปากได้อย่างไรกัน” โม่จิ่วเยี่ยเย้ยหยันอย่างเ็า
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าจิตใจอีกฝ่ายกำลังย่ำแย่ จะพูดโน้มน้าวอย่างไรก็คงช่วยอะไรไม่ได้ อนาคตจึงต้องค่อย ๆ ปลอบโยนเขา
แต่แล้วเสียงร้องของพี่สะใภ้แปดก็ดังมาจากด้านนอก “นี่มัน! ... ข้าวของในห้องเก็บของพวกนี้ เหตุใดถึงอยู่ห้องด้านข้างน้องเก้าได้”
เฮ่อจือหร่านคิดไม่ถึงว่าด้วยเพราะความประมาทของตนเอง จะทำให้ผู้อื่นสังเกตเห็นความผิดปกติในห้องด้านข้าง
สถาพสิ่งของในห้องนั้นเลวร้ายแค่ไหน นางย่อมรู้ดีที่สุด
ไม่ว่าของอะไรก็ตามที่นางเก็บเข้าพื้นที่มิติ ล้วนอยู่ในห้องข้างทั้งสิ้น
กระทั่งแจกันและของประดับต่าง ๆ จากห้องเก็บของก็เช่นกัน...
เวลานี้ เกรงว่าต่อให้นางะโลงแม่น้ำเหลืองไปก็ชำระมลทินไม่ได้แล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มเห็นสีหน้าตื่นตระหนกไปมาของเฮ่อจือหร่าน
“หากพวกนางถามถึงที่มาก็โยนความผิดมาให้ข้า”
เฮ่อจือหร่านสติหลุดไปชั่วครู่ ก่อนจะรวบรวมสติได้อย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีโม่จิ่วเยี่ยผู้นี้คอยแบกรับความผิดแทนตนเอง นางจึงมั่นใจมากขึ้น
เมื่อมายังหน้าประตูห้องข้าง ก็เห็นพี่สะใภ้และฮูหยินผู้เฒ่ายืนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน
สีหน้าของพวกนางต่างอ้าปากค้างใสุดขีด
เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านมา พี่สะใภ้สามรีบคว้าแขนนางไว้
“น้องสะใภ้เก้า ข้าวของในห้องเก็บของกับห้องครัวที่หายไปทำไมถึงมาอยู่ที่นี่เสียหมดเล่า”
เฮ่อจือหร่านทำทีใเลียนแบบท่าทางพวกนาง
“เมื่อคืนข้ามาตรวจดูสินเดิมที่นี่ยังไม่มีของเหล่านี้เลย แล้วพวกมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน”
“เ้าหัวขโมยช่างชั่วช้าจริง ๆ ขโมยของในห้องเก็บของก็ร้ายกาจแล้ว ยังขโมยหม้อเหล็กใบใหญ่นั้นไปอีก” พี่สะใภ้หกนึกโกรธ
“ถูกต้อง มันคงลอบเข้ามาทิ้งไว้ที่นี่เพราะคิดว่าเป็ของไร้ค่า”
“ข้าอยากรู้นักว่าเ้าโจรเก่งกาจเพียงไหน ถึงสามารถขโมยของไปได้มากมายโดยที่ไม่มีใครรู้เช่นนี้”
เฮ่อจือหร่านขำขันเมื่อได้ยินพี่สะใภ้ทั้งหลายแข่งกันก่นด่าหัวขโมย
แต่ในตอนนี้ นางไม่กล้าเผยท่าทีออกมา
ขณะนางกำลังจะเอ่ยบางอย่าง โม่จิ่วเยี่ยก็เดินเข้ามาอย่างลำบาก
“อย่าคาดเดากันอยู่เลย ข้าเป็คนทำเอง ข้าไม่อยากปล่อยให้ของพวกนี้ตกไปอยู่ในมือคนนอก แต่เพราะคิดหาทางให้พวกเราขนสิ่งของมากมายขนาดนี้ไปไม่ได้ จึงนำมากองรวมไว้ที่ห้องด้านข้าง”
ถึงคำอธิบายของเขาจะฟังดูแปลก แต่ก็ไม่มีใครซักไซ้ไล่เลียง
เพราะน้องเก้าเป็คนมีความสามารถ หากอยากทำเื่แบบนี้ คงไม่ใช่เื่ยาก
พี่สะใภ้ทั้งแปดกำลังจะเอ่ยชมความเก่งกาจของโม่จิ่วเยี่ย ฮูหยินผู้เฒ่ากลับพูดขึ้น
“เอาเถอะ ในเมื่อพวกเขายังไม่ลืมเก็บข้าวของตัวเอง พวกเ้าก็อย่าใส่ใจกับเื่เล็กน้อยพวกนี้เลย”
เหล่าพี่สะใภ้เชื่อฟังคำพูดของแม่สามีเป็ที่สุด เมื่อนางเอ่ยเช่นนั้นจึงเงียบเสียงลง
โม่จิ่วเยี่ยเชิญทุกคนเข้าไปในห้อง นำข่าวคราวจากคนของตระกูลเฮ่อเล่าให้พวกนางรู้
สีหน้ายิ้มแย้มของพี่สะใภ้พลันเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดทันที