บทที่ 12 ตลาดมืด
หัวหน้าหวังได้ฟังสิ่งเหล่านี้ก็เข้าใจและหัวเราะออกมา “วางใจเถอะ ตราบใดที่คุณตกลงขาย หลังจากนี้ฉันจะเป็คนจัดการเื่เหล่านี้เอง”
ได้ยินอย่างนั้นลู่เซี่ยก็วางใจได้ในที่สุด นี่คือเหตุผลที่เธอมาหาหัวหน้าหวัง ว่ากันว่าเขามีเครือข่ายเยอะมาก คงจะสู้กับตระกูลลู่ได้
ท้ายที่สุด หัวหน้าหวังยังคง้าเพิ่มราคาเป็หนึ่งพันสองร้อยหยวน ขณะที่ลู่เซี่ยขอเพียงหนึ่งพันหยวน พร้อมกับคูปองอีกบางส่วน จากนั้นก็ตกลงที่จะไปโรงงานเพื่อดำเนินการโอนสิทธิ์ในวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นเธอก็จากไป
หลังออกจากบ้านพักของโรงงานผลิตหลอดไฟ ลู่เซี่ยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อมองดูเวลาแล้วยังเช้าอยู่ ลู่เซี่ยจึงคิดจะเดินไปรอบ ๆ เพื่อหาดูว่าจะสามารถหาตลาดมืดได้หรือไม่
ใช้เวลาเดินประมาณสองชั่วโมงกว่า ก็เห็นเงาลึกลับที่แบกของเข้าออกในตรอกใกล้ ๆ โรงพยาบาล
ลู่เซี่ยแน่ใจแล้วว่าที่นี่คือ ตลาดมืด
แต่สภาพของเธอในตอนนี้ไม่เหมาะที่จะไป
ยังไงซะก็ต้องปลอมตัวเล็กน้อย แต่ลู่เซี่ยก็ไม่มีอะไรอยู่ในมืออยู่ดี เธอจึงหยิบเอาถุงป่านที่ใช้ใส่ข้าวจากช่องว่างมิติขึ้นมา ก่อนจะใช้แทนผ้าโพกศรีษะ เพื่อปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง โดยเผยให้เห็นเพียงดวงตา จากนั้นก็แอบเดินเข้าไปตรอกใกล้ ๆ โรงพยาบาล
ก่อนที่จะได้เข้าไป ลู่เซี่ยก็ถูกคว้าแขนเอาไว้ ทำให้เธอสะดุ้งด้วยความกลัวและเตรียมจะวิ่งหนี แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขา ก็ได้ยินเสียงหนึ่งถามขึ้นอย่างแ่เบา “มาทำอะไรที่นี่?”
ลู่เซี่ยมองดูเขาอย่างละเอียด ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มาจับใคร เธอถึงจะโล่งใจขึ้นเล็กน้อย “ฉันมาซื้อของ”
“อืม… ห้าเฟิน”
“หา?” ลู่เซี่ยใอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นมือของเขาที่ยื่นออกมา เธอจึงเข้าใจและหยิบเงินให้เขาไปห้าเฟิน
หลังจากชายคนนั้นรับเงินไปแล้วก็หลีกทางให้ ลู่เซี่ยจึงเข้าใจได้ว่าชายคนนี้น่าจะเป็ยาม ดูเหมือนว่าตลาดมืดแห่งนี้น่าจะปลอดภัย
แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกเ็ป
ห้าเฟิน!
เงินเก็บทั้งหมดของเ้าของร่าเดิมมีเพียงหกเหมาสามเฟิน แค่ค่าเข้าก็ห้าเฟินแล้ว
แต่ที่นี่ก็มีกฎของเขา อย่างน้อยลู่เซี่ยก็รู้สึกปลอดภัย จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลังจากเข้าไปแล้ว ลู่เซี่ยพบว่าที่นี่มีขนาดใหญ่อยู่เหมือนกัน ของที่ขายก็ค่อนข้างครบครัน และไม่เหมือนอย่างที่เธอคิดมาก่อนว่าจะต้องระมัดระวังเหมือนการติดต่อใต้ดิน ของต่าง ๆ วางอยู่ตรงหน้าอย่างเปิดเผย แม้เสียงพูดคุยจะไม่ดังมากแต่ก็ดูคึกคักดี
นึกถึงยามที่อยู่ด้านนอก ลู่เซี่ยก็คาดเดาว่าที่นี่น่าจะมีองค์กรที่อยู่เื้ั เธอจึงสบายใจขึ้นเล็กน้อย
หลังจากนั้นลู่เซี่ยก็สอบถามราคาตามแผงต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับราคาตลาดของที่นี่
โดยทั่วไปแล้วมีราคาไม่สูงนัก แต่เมื่อเทียบกับศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้ว สิ่งของในตลาดมืดยุคนี้มีราคาสูงกว่าสหกรณ์มาก
ลู่เซี่ยมองไปรอบ ๆ ก็รู้สึกว่าพอใจแล้ว จึงไปซื้อตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่จากพ่อค้าที่กำลังเก็บร้าน แล้วเตรียมตัวออกไป
เมื่อกลับมาอีกครั้ง ตะกร้าก็เต็มไปด้วยข้าวสารแล้วครึ่งกระสอบ
คราวนี้ก็ยังเป็ยามคนเดิม “มาทำอะไร?”
“ขายของ” ลู่เซี่ยตอบ
“หนึ่งเหมา”
ลู่เซี่ยนิ่งเงียบ พลางคิดในใจ‘ขึ้นราคากันตรงนี้เลยเหรอ?’
แต่ลู่เซี่ยก็คาดเดาได้ว่าราคาซื้อกับราคาขายไม่เหมือนกัน
ดังนั้นจึงไม่คิดอะไรมาก ใช้เงินหนึ่งเหมาอย่างเ็ป แล้วก็เดินเข้าไปหาที่นั่งยอง ๆ ก่อนจะวางตะกร้าไว้ตรงหน้า
เพราะก่อนหน้านี้ลู่เซี่ยปิดฝาตะกร้าเอาไว้ ผู้คนจึงไม่รู้ว่าภายในมีอะไร
หลังจากวางและเปิดฝาเรียบร้อยแล้ว ลู่เซี่ยก็เปิดกระสอบข้าวสารที่อยู่ภายในออกเล็กน้อย เพื่อให้ผู้อื่นเห็นว่าภายในมีอะไร
ข้าวสารที่ลู่เซี่ยเอาออกมาไม่เหมือนกับคนอื่น ข้าวสารของคนอื่นแม้จะเป็ข้าวขัดสีแล้วก็ยังมีสีเหลืองเล็กน้อย แต่ของเธอกลับแตกต่างออกไป ข้าวของเธอเป็สีขาวบริสุทธิ์ และเมื่อเข้าไปใกล้ ๆ ก็ได้กลิ่นหอมของข้าวอีกดวย ซึ่งดูยังไงก็รู้ว่าเป็ข้าวคุณภาพดี