-BADFRIEND-
10
ฉันวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นแล้วมานั่งปล่อยโฮอยู่บริเวณชายหาดตอนแรกนักรบก็จะตามมาแต่โดนไอ้พีทห้ามไว้ก่อนเพราะมันรู้ดีว่าในเวลาแบบนี้ฉันอยากอยู่คนเดียว
“ฮึก” ฉันนั่งชันเข่าแล้วเอามือปิดหน้าเพราะไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาถึงแม้ว่าเวลานี้จะไม่มีใครแล้วก็ตาม
อยู่ๆก็เกิดความรู้สึกสับสนอยู่ในหัวเต็มไปหมดไม่แน่ใจว่าที่ต้องมานั่งร้องไห้แบบนี้มันเพราะอะไรกันแน่ แค่น้อยใจมันเหรอมันแค่นั้นจริงๆน่ะเหรอ มันหน่วงๆอยู่ในใจแต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรรู้แค่ว่ามันมีความรู้สึกที่มากกว่าน้อยใจอยู่ในความเสียใจนี้มันไหลออกมาเป็หยาดน้ำตาที่ไม่รู้จะเหือดหายไปตอนไหน สุดท้ายก็ทะเลาะกับมันอีกจนได้
“บัว” ฉันรีบปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆเมื่อได้ยินเสียงคนเรียกจากด้านหลังซึ่งฉันจำได้ว่ามันเป็เสียงไอ้พีทมันเดินมานั่งลงข้างๆฉันก่อนจะมองออกไปยังท้องทะเลโดยที่ไม่ได้หันมามองฉันเรานั่งเงียบกันอยู่สักพักก่อนที่มันจะเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน
“โอเคยัง” มันถามพร้อมกับหันมามองฉันจึงหันหน้าหนีเพราะน้ำตามันยังคงไหลออกมาอยู่แม้ไม่มีเสียงสะอื้นดังออกมา
“อืม”ฉันตอบได้แค่นี้เพราะไม่รู้จะพูดอะไร มันก็ไม่ได้โอเคร้อยเปอร์เซ็นต์อ่ะยังหน่วงๆอยู่
“ขี้แยว่ะมึงอ่ะ” มันบอกแล้วเอามามาผลักหัวฉันทีนึงแต่ก็ไม่ได้แรงอะไร ฉันไม่ได้ตอบแต่แค่เบะปากใส่มันเฉยๆจริงอย่างที่มันพูด ขี้แยชิบหายเลยกูเนี่ย
“มันรู้สึกผิดนะที่เห็นมึงเป็แบบนี้” เมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไรมันก็พูดต่อ “กูอยากให้มึงสองคนคุยกันดีๆ ไม่อยากให้พวกมึงเป็แบบนี้เลยว่ะ”
มันถอนหายใจออกมาเพื่อระบายความหนักใจซึ่งฉันก็เข้าใจมันนะ เห็นเพื่อนทะเลาะกันแบบนี้เป็ใครก็ไม่สบายใจหรอกฉันยังไม่ชอบที่มันเป็แบบนี้เลย
“กูเข้าใจความรู้สึกมึงนะบัวมึงสองคนสนิทกันมากนะเว้ย ทำไมต้องมาทะเลาะกันแบบนี้ด้วยวะ” มันบอกอย่างหัวเสีย แต่ฉันก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเป็ไปได้ฉันก็ไม่อยากให้มันเป็แบบนี้เลยสักนิด
“....”
“อย่าทะเลาะกันนานนะมึง” มันตบบ่าฉันเบาๆ ฉันจึงพยักหน้ารับเพราะรู้ว่าตัวเองก็ผิดที่งี่เง่าเกินไป
“ขอโทษนะที่ทำให้งานมึงกร่อยหมด” ฉันบอกมันอย่างรู้สึกผิดวันนี้เป็วันเกิดมันด้วยทั้งที่ควรจะมีแต่เื่ดีๆแท้ๆ
“เออๆ ไม่เป็ไรหรอก” มันบอกอย่างไม่ได้คิดอะไรและเมื่อไม่มีใครพูดอะไรเราก็นั่งเงียบกันอีกครั้งฉันได้แต่คิดทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ซ้ำไปซ้ำมา
“มึงโอเคใช่ไหมถ้ามันจะกลับไปคบกับแพรว” เนิ่นนานกว่ามันจะพูดออกมาประโยคของมันไม่ได้ทำให้ฉันแปลกใจว่าทำไมถึงได้ถามแบบนี้ทั้งที่ฉันกับนักรบเราก็เป็แค่เพื่อนกันแต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกหน่วงๆขึ้นมาอีกรอบ
“ทำไมกูต้องไม่โอเคล่ะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกูสักหน่อย” ไม่ได้เกี่ยวเลยสักนิด
“มึงไม่ได้ชอบมันใช่ไหม” ไอ้พีทถามคำถามที่ฉันเฝ้าถามตัวเองทุกวันคำถามที่ฉันก็ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้ อยากจะพูดออกไปว่าไม่ได้ชอบแต่ปากมันกลับไม่ขยับ หัวใจที่เต้นแรงราวกับลุ้นคำตอบของตัวเองอาการหน่วงๆที่เกิดขึ้นนั้นเป็เพราะเื่นี้หรือเปล่าที่ต้องทะเลาะกับหมอกและมานั่งร้องไห้เสียใจแบบนี้มันไม่ใช่แค่น้อยใจหรอกแต่เป็เพราะลึกๆแล้วฉันเสียใจที่มันกลับไปหาแพรวสินะเป็เพราะฉันชอบมันไปแล้วใช่ไหม
“บัว” มันคงจะเห็นว่าฉันเงียบไปนานจึงช่วยเรียกสติฉันกลับมาอีกครั้ง
“เอ่อ...” ฉันไม่รู้ว่าควรจะบอกมันดีมั้ยไม่รู้ว่าที่มันชอบจับคู่ให้เราสองคนมันแค่อยากจะแกล้งหรือว่ามันมองออกจริงๆ
“กูไม่ได้ชอบมัน” สุดท้ายแล้วฉันก็เลือกที่จะโกหกออกไป
ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าจะรู้สึกแบบนั้นกับนักรบจริงๆไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดตอนไหน แต่รู้อีกทีสายตาของฉันก็เฝ้ามองหาแต่มันคนแรกที่ฉันนึกถึงก็คือมันจากตอนแรกที่ปฏิเสธความรู้สึกตัวเองมาตลอดแต่เมื่อมาถึงขนาดนี้ฉันก็ควรจะต้องยอมรับความรู้สึกจริงๆของตัวเองเสียที
“ไม่ได้ชอบก็ดีแล้ว” มันส่งยิ้มบางๆให้ฉัน
“อืม” ถึงจะรู้ใจตัวเองแล้วแต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะบอกใครเพราะมันคงจะดูไม่ดีนักที่จะให้ใครรู้ว่าฉันชอบเพื่อนตัวเองถึงจะยังไม่ค่อยแน่ใจแต่ความรู้สึกนี้มันก็มีมากขึ้นทุกวันๆอีกไม่นานมันก็คงจะชัดเจน แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ฉันคงต้องหาทางตัดใจจากมันก่อนเพราะตอนนี้มันก็คงจะกลับไปคบกับแฟนเก่าแล้ว
“ไปนอนเถอะนี่ก็ดึกมากละ” มันบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนจะยื่นมือมาให้จับเพื่อช่วยดึงฉันขึ้นฉันพยักหน้าแล้วเอื้อมมือจะไปจับมือมันแต่มันชักมือกลับก่อนจะยักคิ้วกวนๆมาให้
“นั่งเองก็ลุกเองนะครับ” พูดจบมันก็เดินหนีไปเลย ฉันส่ายหัวให้มันก่อนจะลุกขึ้นเองและเดินตามมันไปถึงมันจะดูกวนตีนและหาสาระไม่ค่อยเจอแต่ในเวลานี้มันก็ทำให้ฉันสบายใจได้ในระดับหนึ่ง
ฉันตื่นขึ้นมาในตอนสายของอีกวันเพราะกว่าจะได้นอนก็ดึกมากแล้วแถมยังเพลียจากการร้องไห้อีกตื่นมาไม่ต้องถามว่าสภาพฉันเป็แบบไหน ตาป่วมเป่งเลยแถมยังปวดหัวอีกต่างหาก
“ตื่นแล้วเหรอ” อีผิงที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำถามขึ้นก่อนมันจะมองสำรวจฉัน
“ตาบวมเลยนะมึงเมาแล้วร้องไห้อีกอ่ะดิ” มันถามแต่ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะมันมองว่าเป็เื่ปกติของฉันไปแล้ว
“อืม” ฉันตอบแค่นั้นเพราะไม่อยากให้มันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวมันจะทำตัวไม่ถูกกันเปล่าๆ
“ไปอาบน้ำไปจะได้ลงไปหาอะไรกิน”
“พวกมึงไปเหอะกูปวดหัวไม่ไหวจริงๆ” ฉันไม่ได้โกหกแต่มันหนักหัวจนลุกไม่ขึ้นถ้าได้นอนพักอีกหน่อยก็คงจะหาย และอีกอย่างฉันยังไม่อยากเจอนักรบด้วย ไม่รู้จะทำหน้ายังไง
“แย่นะมึงงั้นเดี๋ยวกูซื้อมาให้กินที่ห้อง” มันบอกพร้อมกับแต่งหน้าไปด้วย
“อืม ขอบใจมาก” พูดจบฉันก็หลับตาลงเพราะ้าจะนอนต่อ
ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบจะบ่ายสองแล้วอาการปวดหัวอะไรก็ไม่มีแล้ว บ้าจริง มาทะเลทั้งทีแต่กลับนอนอยู่ห้อง เฮ้ออ ฉันลุกไปเอาเสื้อผ้าแล้วเข้าไปอาบน้ำพอออกมาก็เห็นถุงข้าวต้มวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงสงสัยอีผิงจะซื้อมาให้ทำไมตอนแรกถึงไม่สังเกตนะฉันเดินมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อจะทาครีม
“เสร็จแล้วเหรอ” ฉันนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงมาจากทางระเบียง ฉันจำเสียงนี้ได้ดีไม่นานร่างสูงก็เดินมายืนอยู่ข้างหลังฉัน ทำให้ฉันเห็นมันได้ในกระจกเราสบตากันผ่านกระจกก่อนที่ฉันจะเป็ฝ่ายหลบตาเสียก่อนเมื่อหัวใจมันเริ่มทำงานผิดปกติมันยืนอยู่แบบนั้นแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมา
“กูเอาข้าวต้มมาให้” เนิ่นนานกว่ามันจะขยับปาก ฉันไม่รู้ว่ามันทำหน้าแบบไหนเพราะฉันไม่ได้มองหน้ามัน
ฉันพยักหน้ารับแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไปไม่รู้สิ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรไม่รู้จะต้องทำหน้ายังไงนี่เป็ครั้งแรกเลยที่อยู่กับมันแล้วรู้สึกอึดอัดมากขนาดนี้
“เอ่อ คือ” มันเองก็คงอึดอัดไม่ต่างกัน ถึงได้ไม่รู้จะพูดอะไร “กูขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”
ฉันชั่งใจอยู่สักพักนึงแล้วหันหน้าไปมองมันผ่านกระจกก่อนจะพยักหน้ารับอยากจะเคลียให้มันรู้เื่ไปเลยเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมองหน้ากันไม่ติดอยู่แบบนี้จากตอนแรกที่คิดว่าจะหลบหน้ามันแต่มันก็คงจะไม่ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นเพราะนั่นเท่ากับว่าฉันกำลังหนีปัญหาสู้เผชิญหน้ากับมันไปเลยดีกว่า
“กูขอโทษเื่เมื่อคืน ที่ทำรุนแรงกับมึงแล้วก็พูดจาไม่ดีใส่มึงด้วย กูไม่ได้ตั้งใจ” มันบอกด้วยสีหน้าที่สำนึกผิดจริงๆ
“...” ฉันนิ่งรอมันพูดต่อ
“ขอโทษที่ไม่ได้ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล”
“แล้วก็ไม่ได้ไปเซอร์ไพร์สวันเกิดไอ้พีทด้วย”
“มึงพูดอะไรบ้างสิวะกูทำตัวไม่ถูกเนี่ย” มันทำหน้าลำบากใจเมื่อเห็นว่ายังไม่ยอมพูดกับมันคือไม่ได้จะเล่นตัวหรือว่าอะไรนะ มันไม่รู้จะพูดอะไรอ่ะ อย่าว่าแต่มันทำตัวไม่ถูกเลย กูเองก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงเหมือนกันในตอนนี้
“กูไม่รู้จะพูดอะไร” ฉันบอกมันไปตามตรง
“หันหน้ามาคุยกันดีๆ” มันบอกพร้อมกับส่งสายตาบังคับมาให้ฉันเม้มปากแน่นเพราะไม่ชอบให้มันมาบังคับกันแบบนี้
“เร็วๆ” เมื่อเห็นว่าฉันยังไม่ยอมทำตามมันก็เร่งฉันจิ๊ปากอย่างไม่ชอบใจแต่ก็ยอมหมุนตัวกลับไปหามัน
“คุยกันให้รู้เื่ดิกูก็ขอโทษไปแล้ว กูรู้สึกผิดจริงๆนะ”
“ก็รู้แล้วไงมึงจะให้กูพูดอะไรล่ะ” ฉันพูดเสียงติดงอนๆตกลงนี่มันมาขอโทษกูจริงๆป่ะวะ
“พูดอะไรก็ได้กูไม่ชอบเห็นมึงเป็แบบนี้เลยว่ะ”
“เอ่อ กูก็ขอโทษมึงเหมือนกันที่งี่เง่า” ฉันบอกเสียงแ่และไม่กล้ามองหน้ามัน
“พื้นมีอะไรน่าสนใจกว่ากูเหรอ” มันพูดประชดเพราะฉันเอาแต่ก้มมองพื้น มันจะอะไรกับกูนักหนาวะเนี่ย
“บัว”
ฉันเงยหน้าขึ้นมามองมันอย่างไม่พอใจแม่งมาง้อหรือมาชวนทะเลาะอีกวะเนี่ย
“มีอะไรอีก” ฉันถามมันด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
“หายโกรธกูยังล่ะ”
“อือ” เอาจริงๆก็ไม่ได้โกรธอะไรอ่ะ ก็แค่น้อยใจแล้วก็เสียใจนิดๆแต่แค่เห็นหน้ามันใจฉันก็อ่อนยวบไปหมดแล้ว
“อะไรนะ” มันถามอีกครั้ง ฉันรู้ว่ามันได้ยินแต่มันแค่อยากจะแกล้งฉันก็เท่านั้น
“เออ!” ฉันกระแทกเสียงใส่มันแต่เ้าตัวกลับยืนยิ้มหน้าบานจนฉันอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้
“ดีๆ งั้นก็กินข้าวจะได้ไปเล่นน้ำ พวกมันเล่นกันอยู่” ฉันพยักหน้าแล้วเดินไปเอาข้าวต้มมาเทใส่ถ้วยก่อนจะตั้งใจกินแต่มันก็มองฉันไม่วางตา
“มึงไปก่อนก็ได้เดี๋ยวกูตามไป” มาจ้องกันแบบนี้ใครจะไปกินลงวะ
“ไม่อ่ะ เดี๋ยวรอ” มันบอกและไม่ยอมละสายตาไปจากฉันเลย หัวใจก็ทำงานดีเหลือเกินเต้นแรงจนมันจะทะลุออกมาอยู่แล้วเนี่ย
“มึงเลิกจ้องกูได้ป่ะกินไม่ลง” ฉันตัดสินใจบอกมันไปตรงๆเพราะขืนยังเป็แบบนี้คงไม่ต้องไปไหนกันพอดี นั่งกินทั้งวันจะหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ทำไม เขินอ่ะดิ” มันยิ้มเ้าเล่ห์แล้วทำหน้ากวนๆใส่
“เขิงพ่อง” อยู่ดีๆไม่ชอบ ชอบให้กูด่า
“แล้วหน้าแดงทำไม” ฉันรีบเอามือปิดหน้าทันทีที่มันพูดจบ พอได้ยินเสียงหัวเราะของมันตามมาก็รู้ในทันทีว่าโดนมันแกล้งอีกแล้ว
เคร้ง!
ฉันวางช้อนลงแรงเพราะตั้งใจให้มันเกิดเสียงดังเพื่อให้มันรู้ว่าฉันเริ่มไม่พอใจแล้ว
“กูไม่กินละจะไปก็รีบไป” คนบ้าอะไรกวนตีนชิบหาย
“กินไปๆกูไม่แกล้งละ” ปากบอกไม่แกล้งแต่ก็หัวเราะไม่หยุดไง
“ไม่กินแล้ว!” อารมณ์เสีย
“เออๆไม่กินก็ไม่กิน”
โว๊ยยยย!กูชอบคนแบบนี้ไปได้ยังไงวะเนี่ย!!
-TBC-