หากลั่วชีเหนียงรู้ว่าในใจเขาคิดเช่นไรคงต้องหัวเราะเยาะเป็แน่
ไม่อ่านตำรา? เด็กน้อยของข้าตำราของเ้าถูกพลิกจนขุยขึ้นไม่ว่า กระทั่งพู่กันก็ทู่หมด บนโต๊ะนั้นมีร่องรอยของลายน้ำที่ซึมจนโต๊ะแทบพังแล้วยังบอกว่าไม่ได้อ่านตำรา?
ชีวิตของสกุลลั่วเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆกลิ่นหอมที่ลอยออกมาทุกวันทำให้คนในหมู่บ้านอิจฉาชั่วขณะนั้นถึงกับมีข่าวลือสะพัดไปทั่ว
สำหรับความอิจฉาตาร้อนของคนในหมู่บ้านลั่วชีเหนียงหาได้เก็บมาใส่ใจไม่
ตอนนี้นางตั้งใจทำชาดอกไม้ขนไปขายบนแผงลอยสกุลลั่วด้วยเพราะถึงอย่างไรเวลาทานเกาลัดคั่วน้ำตาลทรายกับลูกซานจามากไปมักจะกระหายน้ำ ยิ่งใกล้่ปีใหม่ของที่ตนตุนไว้ก็มีไม่มาก นอกจากนี้อากาศก็ค่อยๆ เย็นลงผู้ใดเล่าไม่อยากได้ชาร้อนหรือน้ำแกงร้อนสักถ้วย
ฤดูหนาวตนสามารถทำชานมชาร้อน ฤดูร้อนทำชาเย็นและชาดอกไม้
......
“พี่หลิว? พี่หลิว? ท่านอยู่บ้านหรือไม่?”
พี่หลิวคือภรรยาของผู้ใหญ่บ้านฝูอันนับั้แ่นางตั้งใจไปขายของกินในอำเภอ พี่หลิวก็คอยให้ความช่วยเหลือนางไม่น้อยไม่เพียงแค่ให้นางยืมเกวียน เวลานางไม่อยู่บ้านก็ช่วยดูแลเด็กๆ ให้
ตอนนี้ตนเองเตรียมทำชานี่คือขั้นตอนที่ใหญ่หลวง ทั้งการเด็ดและตาก กระทั่งนมที่ต้องใช้ไม่มีขั้นตอนไหนไม่้าลูกมือ อย่างที่เห็น คนแรกที่นางนึกถึงก็คือพี่หลิว
“อยู่จ้ะ เ้ากลับมาจากเก็บแผงแล้วหรือ?” พี่หลิวเดินออกจากบ้านมาต้อนรับ “เหตุใดวันนี้จึงกลับมาเร็วเพียงนี้?”
พี่หลิวมองดูดวงอาทิตย์เหนือศีรษะยังไม่ตกเย็นก็กลับมาแล้ว หรือว่าจะค้าขายไม่ดี? เมื่อเห็นว่าสกุลลั่วกำลังจะมีชีวิตที่ดีนางว่าแล้วเชียวว่าการค้าขายไม่ง่ายดาย เฮ้อ ต่อไปพวกเขาต้องช่วยสนับสนุนนางให้มาก
ลั่วชีเหนียงหารู้ไม่ว่านางคิดผิดไปถนัดจึงจูงนางเดินไปอีกทาง
“วันนี้เตรียมไปน้อยจึงขายหมดแต่เช้า่นี้ใกล้หมดฤดูเกาลัดแล้ว ข้ากำลังเตรียมจะทำชานมกับชาร้อนไปขาย” นางอธิบายด้วยรอยยิ้มการจะหาคนช่วยก็ต้องดูว่าอีกฝ่ายยินดีหรือไม่ ดังนั้น นางลั่วชีเหนียงจึงไม่ได้บอกวัตถุประสงค์ที่มาทันที
“ชานม? ชานมนี่คือชาอะไรหรือ? ฟังดูแปลกใหม่นัก” เมื่อได้ยินว่าการค้าขายของลั่วชีเหนียงเป็ไปได้ด้วยดีใบหน้าของพี่หลิวก็มีรอยยิ้มเพิ่มขึ้น นางดีใจแทนสกุลลั่วจริงๆ
พูดจบนางก็นึกขึ้นได้ว่าในบ้านของตนยังมีใบชาที่เคยใช้ต้อนรับแขกพอไตร่ตรองว่าชีเหนียง้าทำกิจการเกี่ยวกับชา จึงไปหยิบจากห้องมาหนึ่งไห
“เอาไปอย่าได้หาว่าพี่ไม่เอ็นดูเ้าล่ะ นี่คือของล้ำค่าในบ้านเราข้าแบ่งส่วนหนึ่งให้เ้า รอเ้ามีเงิน ค่อยซื้อชาชั้นดีคืนกลับมาก็ได้”
เมื่อเห็นไหในมือพี่หลิวหัวใจของลั่วชีเหนียงก็อบอุ่น ใบชาราคาสูงลิ่วแม้นว่าตนเองจะหาเงินได้ไม่น้อยใน่นี้ แต่ก็ทำใจซื้อใบชามากเกินไปไม่ได้พี่หลิวหยิบออกมาให้ทีเดียวหนึ่งไห เห็นได้ว่านางหวังดีกับตนเองจากใจจริง
นางกับพี่หลิวยื้อกันไปมาอยู่ไม่กี่ทีก่อนพูดกับพี่หลิวว่า “พี่หลิวแม้ว่าข้าทำชานมจะต้องใช้ใบชา แต่ก็ไม่ต้องใช้มากมายเช่นนี้ ข้าเตรียมไว้หมดแล้ว”
พี่หลิวเห็นว่านางพูดจริงจึงไม่ยืนกรานให้นางต่อ
“ทว่าพี่หลิวข้ามีเื่้าให้ท่านช่วยเหลือจริงๆ” ขณะพูดก็บอกเล่าแผนการของตนออกมา
พี่หลิวได้ยินว่านาง้าเก็บดอกไม้และหานมก็เริ่มรู้สึกสงสัย
“ชีเหนียงเ้าทำสิ่งเหล่านี้คนเดียวจะไหวหรือ?”
ชีเหนียงร่างกายผอมเล็กหากเกิดเหนื่อยเกินไปจนร่างกายย่ำแย่จะทำเยี่ยงไร
“ดังนั้นจึงต้องให้พี่สาวแสนดีช่วยเหลืออย่างไรเล่า” นางจับมือของพี่หลิวใบหน้าเ้าเล่ห์ “การรับซื้อนมแพะกับนมวัวคงต้องรบกวนท่านพี่ช่วยข้าข้าจะไม่ให้ท่านพี่ช่วยเฉยๆ ชานมที่ขายออกไปจะแบ่งปันผลให้ท่านพี่สองส่วนดีหรือไม่?”
ปันผลสองส่วนนับว่าไม่น้อยหากอิงจากที่นางกล่าวเมื่อครู่ ชานมหนึ่งแก้วราคาสามอีแปะต้นทุนประมาณไม่เกินหนึ่งอีแปะ หากขายได้วันละหนึ่งร้อยแก้วเช่นนั้นก็มีกำไรสุทธิสองร้อยอีแปะ ปันผลสองส่วนเท่ากับยี่สิบอีแปะหนึ่งเดือนเก็บได้ครึ่งตำลึง นับว่าไม่น้อยทีเดียว
“ไม่ได้นี่ไม่เหมาะสม ข้ารับไม่ได้!”
พี่หลิวยืนกรานไม่รับแต่ชีเหนียงหรือจะให้คนช่วยเปล่าๆ
“พี่สาวแสนดีหาได้มีแค่นี้ไม่ ต่อไปต้องใช้คนเด็ดดอกไม้และตากแห้งงานไม่น้อยที่ต้องให้ท่านพี่ช่วย ข้าจ่ายเงินแค่หน่อยเดียว สามารถหาคนทำงานสามงานจะว่าไปแล้วข้าได้เปรียบกว่าเสียอีก”
“พี่สาวแสนดีหากท่านยังบอกปัดเช่นนี้ ข้าคงไม่กล้าให้ท่านช่วยเหลือ”
เมื่อเห็นว่านางเคืองเล็กน้อยพี่หลิวจึงยอมตอบตกลง
ตกดึกนางบอกเล่าเื่นี้ให้สามีฟังฝูอันได้ฟังก็ตอบแค่ว่า “หากช่วยได้ก็ช่วยวันนี้เ้าทำถูกต้อง ส่วนเงินนั้นเ้ารับไว้อย่างสบายใจและช่วยงานนางให้ดีเป็พอ”
ฝูอันมองได้ลึกซึ้งลั่วชีเหนียงคือคนที่รู้จักตอบแทนบุญคุณ
......
ลั่วชีเหนียงมีนิสัยคิดและลงมือทำทันทีพี่หลิวเองก็เป็คนใจร้อน ในเมื่อทั้งสองตัดสินใจแล้วจึงเริ่มสืบถามว่าบ้านใดมีขายนมแพะบ้าง
ยุคสมัยนี้นมแพะค่อนข้างคาวไม่มีผู้ใดดื่ม ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงไม่ได้ให้ความสำคัญเมื่อได้ยินว่าสกุลลั่วจะรับซื้อนมแพะ หนึ่งถังใหญ่แลกเงินได้หนึ่งอีแปะแต่ละบ้านที่เลี้ยงแพะจึงนำนมแพะไปแลกเงินที่บ้านสกุลลั่ว
ลั่วจิ่งเฉินถูกนางจัดให้เป็ผู้จดบันทึกการรับซื้อนมลั่วจิ่งซีรับผิดชอบหิ้วนมแพะไปโรงครัว
พี่หลิวช่วยนางต้มนมแพะเพื่อขจัดกลิ่นคาว
เมื่อวานพวกนางทดสอบโดยการทำชานมถั่วแดงวันนี้ตั้งใจทำชานมไข่มุก ชานมเหล่านี้รสออกหวานและได้รับความชื่นชอบจากพี่หลิวกับไหลไหลน้อยส่วนลั่วจิ่งเฉินไม่ได้แสดงท่าทีกระตือรือร้นมากนัก กลับให้ความสนใจกับชาดอกไม้ที่ทำจากเมล็ดชุมเห็ดเทศมากกว่า
เหมือนโลกยุคปัจจุบันดั่งที่คาดเครื่องดื่มหวานอย่างชานมเป็ที่โปรดปรานที่สุดสำหรับสตรีและเด็ก
หลังจากเตรียมเครื่องดื่มเหล่านี้เสร็จครั้งนี้นางไม่คิดจะนำหม้อไปด้วยการนำหม้อไปด้วยหมายถึงการต้องเปิดเผยกระบวนการทำต่อหน้าผู้คนของสิ่งนี้ไม่ได้ต้องประณีตซับซ้อนอะไร ขอเพียงคนมีใจย่อมฝึกทำเป็แน่สิ่งยากเดียวนั่นก็คือการกำจัดกลิ่นคาวของนมแพะ
ส่วนชาดอกไม้นั้นจัดการง่ายยิ่งนักเพียงแค่ทำเป็ห่อชาพกพาสำเร็จรูปเป็พอ
ตอนนี้ทุกสิ่งเตรียมเสร็จเรียบร้อยรอเพียงสายลมแห่งบูรพาและข่าวจากพี่หลิวเท่านั้น
พี่หลิวเองก็เป็คนนิสัยใจร้อนรู้ว่าชานมใกล้สำเร็จ ก็รีบให้พี่น้องของตนเร่งผลิตแก้วที่จะใช้ใส่ชานมออกมา
วันนี้ฟ้ายังไม่ทันสางน้องชายของนางก็ขนแก้วมาให้ตอนนี้นางรอจนฟ้าสางไม่ไหว จึงทำได้เพียงรีบส่งข่าวไปให้ชีเหนียงก่อนการตั้งแผงเร็วขึ้นหนึ่งวันนั่นเท่ากับว่าจะหาเงินได้เร็วขึ้นอีกหนึ่งวันมิใช่หรือเมื่อเห็นว่าอากาศใกล้จะหนาว สถานการณ์ของสกุลลั่วก็ยังไม่ได้ดีมากนัก
พี่หลิวนางเร่งเดินทางมุ่งหน้าอย่างเคร่งเครียดก่อนจะสังเหตุเห็นเงาร่างใหญ่ดำทะมึนอย่างไม่ทันตั้งตัว นางถึงกับหยุดฝีเท้าทันใด
ใครกันมาเดินเตร็ดเตร่หน้าบ้านสกุลลั่วแต่เช้า?
นางเอามือกุมหน้าอกและขยี้ตาแต่แล้วเงาที่นางเห็นตอนแรกก็หายไป
“ชีเหนียงชีเหนียง…” นางตบประตูและะโเรียก จู่ๆก็ได้กลิ่นหอมของไก่ย่าง พอหันมองด้านข้างก็เห็นห่อผ้าน้ำมันหนึ่งใบวางอยู่
ลั่วชีเหนียงเปิดประตูเผอิญมองตามสายตาของพี่หลิว
นางมองดูห่อผ้าน้ำมันที่คุ้นเคยลั่วชีเหนียงแสร้งทำเป็มองไม่เห็นและเชิญพี่หลิวเข้าบ้านหลังจากเชิญเข้าบ้านก็เตะห่อผ้าน้ำมันออกไปข้างๆ
-----