บทที่11
ท้องทะเลยามบ่ายแสงแดดร้อนจ้าก่อเกิดไอร้อนผ่าว นกนางนวลเคียงคู่ร่อนหาปลากลางน้ำ เรือสำเภาแล่นออกจากท่าเมืองชังฮา มุ่งสู่น่านน้ำสากลจากนี้ไปเรือลำนี้จะออกจากครูก้าเข้าสู่น่านน้ำเอ็มเบงกอล ประเทศที่รุ่งเรืองไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
ทุกคนบนเรือกำลังพักผ่อนกันด้วยความอ่อนเพลียวันนี้ทุกคนวิ่งหาซื้อของกันทั้งวัน เบียดกับคนมากมายยังกับหนอนไม่เพลียก็ไม่ใช่คนแล้ว
อลิสากำลังเพลิดเพลินกับเสื้อผ้าและเครื่องแป้งประทินโฉมภายในห้องส่วนตัวของเธอวันนี้เป็วันที่เธอชอปปิ้งอย่างมีความสุขที่สุดทรงกลดอนุญาตให้เธอพกเงินทองจำนวนมากออกไปจับจ่ายซื้อของที่จำเป็
ทุกคนใช้เวลาส่วนตัวกันจนใกล้ค่ำจึงมารวมตัวกันบนดาดฟ้าเรือ ซิตงทำหน้าที่ๆถนัดคืองานก่อไฟ โบอาเตรียมอาหารสดอรุณเบิกจัดการสถานที่ วันนี้เขาจะเนรมิตดาดฟ้าแห่งนี้ให้เป็ร้านอาหารที่เลิศหรู
เพราะวันนี้ทุกคนไม่ต้องยอมทนกินอาหารทะเลอันแสนจะจำเจปลา กุ้ง หมึก ปู หอย น่าเบื่อมาก กินกันได้ทุกวัน มื้อนี้มีเนื้อสดก้อนใหญ่จากบนฝั่ง ผักสดมากมาย แถมยังมีไวน์ชั้นดีที่นายน้อยเตรียมไว้ให้
ทรงกลดยังคงนั่งหลับตาสบายบนหอสังเกตการณ์สูงบนเสากระโดงเรือที่นี่กลายเป็ที่ประจำของชายหนุ่มไปเสียแล้วเขาเหลือบตามองสามหนุ่มเบื้องล่างเป็พักๆ
อลิสายังคงยึดกราบเรือเป็จุดชมวิวเธอจะนั่งโยกเก้าอี้สบายๆอยู่ตรงนั้นไม่พูดจากับใคร
สองหนุ่มสาวมีบางอย่างที่เหมือนกันคือมีพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆ ไม่้าให้ใครมารบกวน
นิสัยคล้ายกันซะขนาดนี้ช่างเป็ที่น่าเสียดาย ที่จะต้องแยกจากกันเมื่อชายหนุ่มไปถึงจุดหมาย
“นายน้อยคุณหนู อาหารพร้อมแล้วครับ” อรุณเบิกะโเรียกทั้งสองเมื่ออาหารทุกอย่างถูกจัดวางลงบนโต๊ะ
ทรงกลดกับอลิสามาถึงโต๊ะอาหารแทบจะพร้อมกันเหมือนกับทั้งสองนัดกันไว้ ต่างฝ่ายต่างไม่มองกัน ยึดที่นั่งประจำของตัวเองนั่งลงเงียบๆไม่สนใจอีกฝ่าย เหมือนเป็อากาศธาตุ
เป็ภาพที่สามองครักษ์เงาเห็นเสียจนชินตาเดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก คอยดูเถอะ สามหนุ่มลอบมองหน้ากัน ยิ้มๆ
“พี่โบเพิ่มจานช้อนอีกที่ พี่รุน ไปชวนพี่เค้ามาทานข้าวด้วยกัน”ทรงกลดกล่าวเสียงราบเรียบ
ใครอีกยังมีใครอีกเหรอบนเรือนี้ สามองครักษ์เงาสยิวกายมีคนอื่นอยู่ด้วยทำไมพวกเขาไม่รู้สึกระแคะระคายอะไรเลย
“พี่รุนลงไปห้องเก็บของชั้นล่างซ้ายมือข้างถังเบียร์ไปเชิญพี่เค้ามาทานข้าว”นายน้อยพูดเหมือนเป็เื่ธรรมดา บนเรือลำนี้ไม่มีอะไรจะเล็ดลอดสายตาชายหนุ่มไปได้
อรุณเบิกหายลงไปสักพักเมื่อเขาขึ้นมา ด้านหลังตามติดด้วยหญิงสาวคนหนึ่ง หน้าตามอมแมม ทรงผมยุ่งเหยิงเสื้อผ้าที่ใส่ขาดรุ่งริ่ง สภาพเหมือนขอทานสาว
หญิงสาวมองมาทางทรงกลดด้วยสายตาหวาดๆเธอลังเลที่จะก้าวมาที่โต๊ะอาหาร
“พี่มานั่งตรงนี้สิเร็วๆ ผมหิวแล้ว”ทรงกลดกล่าวชวน เขายิ้มให้อย่างเป็มิตร
อลิสาที่นั่งตะลึงเผลอหันมาค้อนให้ชายหนุ่มพูดเพราะเชียว ทีกับเธอเสียงยังกะจะกัดให้ตาย
อรุณเบิกสละที่นั่งประจำให้กับหญิงสาวคนใหม่เขาย้ายไปนั่งข้างซิตง
“กินเื่อื่นไว้ค่อยคุยทีหลัง” ทรงกลดเอ่ยปาก เหมือนทุกอย่างเป็เื่ปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สิ้นคำของชายหนุ่มหญิงสาวมอมแมมคว้าก้อนเนื้อย่างชิ้นใหญ่ยัดใส่ปากอย่างมูมมามมืออีกข้างที่ว่างคว้าน่องไก่น่องใหญ่ เธอคงจะหิว ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน
ทุกคนแอบยิ้มกับเหตุการณ์ตรงหน้านี่คงเป็สมาชิกคนใหม่ของเรือลำนี้ ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เหงา มีคนมาเพิ่ม คงครึกครื้นน่าดู
ไม่มีการพูดจาทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจจัดการกับอาหารตรงหน้า ไม่รู้ว่าเพราะไม่ได้กินเนื้อมานานหรือคำสั่งนายน้อย ทุกคนจึงตั้งหน้าตั้งตากินกันอย่างเดียว
ถึงเวลาไคลแมกซ์ของมื้อนี้สิ่งที่ทุกคนอยากจะรู้ ทรงกลดหันไปทางหญิงสาว เอ่ยปากถามประโยคแรก
“ทีนี้พี่สาวพูดมาได้หรือยังพี่เป็ใคร มาทำอะไรบนเรือผม”
“นายฉันขอโทษ ฉันแค่ขออาศัยเรือไปจากชังฮา ปล่อยฉันลงท่าหน้าก็ได้ หวังว่านายจะมีเมตตาอย่าขับไล่ฉันเลย”หญิงสาวกล่าววิงวอนสำเนียงเฟริสคลาสชัดถ้อยชัดคำ ทุกคนถึงกับฉงนสงสัย
“ฉันชื่อรรินทรา เรียก ริน เฉยๆก็ได้ ฉันถูกพวกมันจับตัวมาขายพวกมันบังคับฉัน ทารุณฉัน ฉันเลยหนีพวกมันมา ขอแค่อาศัยไปท่าหน้าแค่นั้นเองนะนาย”
ทรงกลดนั่งนิ่งเงียบเขาเองก็ประหลาดใจในหญิงสาวตรงหน้า แต่การตัดสินใจเขาอยากให้เป็สิทธิของทุกคน
อลิสาชักหมั่นใส้ชายหนุ่ม“ช่วยคนต้องช่วยให้ถึงที่สุด”
“งั้นมอบหน้าที่นี้ให้เธอถ้าเกิดอะไรขึ้น เธอจะต้องรับผิดชอบ”
“ฮึ!” อลิสาค้อนวงใหญ่ พร้อมกับจูงมือพี่สาวคนนั้นกลับไปห้องของเธอ
“พี่รุน คืนนี้ไม่เมามากนะ เดี๋ยวจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมา”ทรงกลดกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะแยกตัวปีนขึ้นหอสังเกตุการณ์ไป
ห่างออกไปไม่ใกลนักเรือยอร์ชลึกลับลำหนึ่งแล่นฝ่าคลื่นลมในความมืดมุ่งตรงมายังเรือสำเภาของทรงกลดอย่างเงียบๆ เป็เรือเร็วชั้นดีราคาหลายร้อยล้าน พวกเขาตามเรือสำเภาใหญ่มาั้แ่ท่าชังฮาแล้ว
“เรือลำนี้แหล่ะครับเถ้าแก่เธอน่าจะอยู่บนเรือนี้”เสียงอันธพาลหนุ่มรายงานพร้อมกับชี้มือไปยังเรือสำเภาใหญ่ที่มองเห็นตรงหน้า
“แกแน่ใจนะ”
“แน่ใจครับเถ้าแก่ ผมเห็นเธอหายไปตรงเรือลำนี้เลยครับเถ้าแก่”
“เร่งเครื่องเก็บเสียง เทียบข้างเรือ” เถ้าแก่สั่งพลขับ
เรือเร็วเข้าโหมดปิดเสียงแล่นอย่างรวดเร็ว แต่เครื่องยนต์เงียบมาก มีแต่เสียงท้องเรือรูปขวานใหญ่แล่นตัดยอดคลื่นดังซ่าซ่า
เรือยอร์ชลำหรูแล่นมาเทียบข้างเรือสำเภาใหญ่ปรากฏชายฉกรรจ์สี่คน ะโขึ้นบนเรือหนึ่งในสี่โยนบันไดเชือกลงมายังเรือยอร์ชเพื่อให้เถ้าแก่ของเขาปีนขึ้นเรือตามติดด้วยสามอันธพาลที่ไล่หญิงสาวที่ตลาดชังฮา พวกมันทำตัวยังกับขึ้นเรือของตนเอง
ในความมืดมิดทรงกลดที่นั่งอยู่บนหอสูงเหลือบตาลงมาเห็นพฤติกรรมพวกข้างล่างเขายิ้มเบือนหน้าไปทางอื่นและหลับตาลง คร้านที่จะใส่ใจ เื่แค่นี้ลูกน้องสามคนของเขาน่าจะจัดการเองได้
“เฮ้ย พวกแกเป็ใครขึ้นมาทำอะไรบนเรือข้า”อรุณเบิกตวาดเสียงแข็งกร้าว
“ขอโทษนะไอ้หนุ่มฉันมาตามคนของฉัน” เถ้าแก่ร่างท้วมตอบอย่างอารมณ์ดี “เรือสวยดีนะ จะขายมั๊ย”
“ตลกแล้ว นับสิบลงไปให้หมด”อรุณเบิกไม่เล่นด้วย ซิตงเดินมายืนข้างๆเตรียมพร้อมลุย
“แคร๊ก! แคร๊ก! แคร๊ก! แคร๊ก!”เสียงสับลำกล้องปืนดังชัดเจน อูซี่สี่กระบอกเล็งตรงมายังชายหนุ่มทั้งสอง
“ทีนี้จะคุยกันดีดีได้หรือยังไอหนุ่ม”เฒ่าแก่ร่างท้วมกล่าวอย่างเป็ต่อ
“เก็บมันซะดีมั๊ยเถ้าแก่หมดเื่กันไป”
“อื้อฉันไม่นิยมความรุนแรง” เถ้าแก่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย “ว่าไง ไอหนุ่มส่งคนของฉันมาได้หรือยัง”
ยังไม่ทันมีใครตอบ อลิสากับหญิงสาวลึกลับก็เดินกางแขนกันออกมาจากภายในเรือด้านหลังมีชายแปลกหน้าในมือกำอูซี่แน่นจ่อหลังตามมาติดๆ “เจอตัวแล้วครับ เถ้าแก่”
เถ้าแก่หันมาเห็นหญิงสาวอีกคนเขาถึงกับตะลึงในความงาม“อื๋อ ช่างงามแท้ คนนี้ขอเป็ดอกเบี้ยแล้วกันนะ”
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของทรงกลดมาตลอดแต่ชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉย เขาอยากรู้ว่าลูกน้องเขาจะแก้ปัญหานี้ยังไง
หนึ่งคนปืนจี้หลังสองสาว อีกสี่คนจี้ตรงมาสองหนุ่ม สถานการณ์นับว่าตึงมือพอสมควร
ในวินาทีนั้นเห็นเงาหนึ่งไหววูบ กลับเพิ่มชายคนหนึ่งยืนถือมีดพกแสงแวววาวคมกริบจ่อคอเถ้าแก่ซิตงนั่นเอง “ปล่อยพวกกู ถ้าไม่อยากตาย”
“ฮิ ฮิ ไม่เลวไม่เลว พวกนี้มีฝีมือใช้ได้” เถ้าแก่ยิ้มชมเชยเขาไม่ได้ใกับมีดที่จ่ออยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย
ฝั่งด้านสาวรินเธอแอบขยิบตาให้อลิสาเป็เชิงให้ก้มต่ำ แต่สาวน้อยกลับไม่เข้าใจในความหมาย
เหมือนมีพลังบางอย่างกดหัวอลิสาให้ก้มต่ำลงอย่างรวดเร็วรรินทราที่พร้อมอยู่แล้ว วาดเท้าข้ามลำตัวสาวน้อย เฉพาะเหมาะเหม็งปลายเท้ากลับฟาดใส่แก้มชายแปลกหน้าอย่างจังอูซี่ในมือหลุดกระแทกพื้น
พรืดดดส์! พรืดดดส์! พรืดดดส์! ไอ้ปืนบ้าจี้ตระกูลนี้ลั่นขึ้นทันทีที่ด้ามตกถึงพื้น ทุกคนพากันะโหลบกันจ้าละหวั่น
อรุณเบิกกับโบอาหลุดจากการควบคุมพวกเขาจับมือกันไขว้เฉียงออกแรงเหวี่ยง ร่างอรุณเบิกลอยละลิ่ว เท้าเตะกราดฟาดใส่หน้ามืออูซี่ทั้งสี่เสียงดังถนัดถนี่พั๊วะ!พั๊วะ!พั๊วะ!พั๊วะ!
มือปืนทั้งสี่ลอยละลิ่วไปในทิศทางเดียวกันเหมือนซ้อมกันไว้ตกลงไปในทะเลเสียงจ๋อมแจ๋มหายเงียบไป
ส่วนมือปืนคนที่ทำอูซี่หล่นกับสามอันธพาลเ้าถิ่นโคตรซวยสุดๆ ถูกะุปืนลั่นใส่ตายอนาถอยู่บนดาดฟ้าเรือข้างๆเถ้าแก่ที่ยืนขาสั่นอย่างหวาดกลัว
ั้แ่ต้นจนจบทรงกลดนั่งเฉยในความมืดบนหอสังเกตการณ์สูงเสียงปืนที่ดังขึ้นหลายชุดยังไม่สามารถทำให้เขาขยับตัวได้เลย
อลิสาแหงนมองทรงกลดฟันขบริมฝีปากล่างแน่นอย่างโกรธเคืองเธอรู้ว่า ชายหนุ่มเป็คนกดหัวเธอเมื่อกี้นี้ ผู้ชายคนนี้ มีแต่ความป่าเถื่อนไม่เคยอ่อนโยนกับเธอเลย
“กลับไปเถอะอย่าให้ชั้นต้องฆ่าแกเลย” รรินทรามองหน้าเถ้าแก่ด้วยสายตาอาฆาตในมือเพิ่มปืนอูซี่สองกระบอก เธอพยายามข่มความโกรธอย่างเต็มที่
ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาสามองครักษ์เงาแอบคิด พวกเขามองตากันอย่างรู้ใจ
ทุกอย่างจบลงเถ้าแก่ยอมรับความพ่ายแพ้ เขาลงเรือยอร์ช และจากไปอย่างเงียบๆไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
รรินทราเหม่อมองเรือยอร์ชลำงามแล่นจากไปจนลับสายตาสองมือกำอูซี่แน่นตกห้อยข้างลำตัว
สามองครักษ์เงายิ้มให้กันนี้เป็ชัยชนะแรกของพวกเขาโดยที่นายน้อยไม่ได้ยื่นมือช่วยเหลือ
อลิสาแอบเสียใจเล็กๆเธอคือตัวถ่วงของที่นี่ เธอคือภาระ เธอจะต้องเปลี่ยนตัวเองให้ได้
ส่วนทรงกลดเสียงกรนเบาๆในบรรยากาศที่สงบ กับลมพัดเย็นๆ ทำให้รู้ว่าเขากำลังหลับสนิทเหมือนคืนนี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น