กาญจนากดวางสายโทรศัพท์ที่โทรออกหาธาราพอสายถูกตัดไปธาราก็ยิ่งเป็กังวล เขารีบขับรถเพื่อเดินทางไปให้ถึงนครปฐมเร็วๆ แต่อยู่ๆเขาก็เกิดปวดท้องเลยชะลอรถแล้วจอดข้างทางเพื่อพักสักครู่
จนเวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีก็ไม่หายปวดเสียที เขาเลยนั่งอยู่บนรถต่อไปแล้วเอามือกุมท้องเอาไว้
“นั่นรถคุณธารนี่ครับ”คนขับรถของธาริณีชะลอรถแล้วบอกเ้านาย
“จอดรถแล้วให้คนลงไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น”ธาริณีบอก
ผู้ติดตามของเธอคนหนึ่งลงจากรถแล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามแล้วโทรมาบอกว่าธาราปวดท้องและขับรถต่อไปไม่ไหวธาริณีเลยให้ผู้ติดตามคนนั้นขับรถของธารากลับ แล้วพาเขาไปโรงพยาบาลทันที
ธาราเดินไปนั่งบนที่นั่งข้างหลังแล้วนั่งเอนหลับตาด้วยความเ็ปเหงื่อกาฬเต็มใบหน้าทั้งๆ ที่แอร์บนรถก็เย็นจัด
ธาริณีให้คนขับรถขับไปรอธาราที่โรงพยาบาลพอธารามาถึงก็ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินเพื่อวิเคราะห์อาการทันที
เธอนั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็กังวลก่อนที่แพทย์เวรประจำห้องฉุกเฉินจะส่งตัวธาราไปที่ห้องผ่าตัด
“ลูกชายฉันเป็อะไรคะหมอ”ธาริณีถามอย่างใ
“ไส้ติ่งอักเสบครับต้องรีบผ่าตัดก่อนที่ไส้ติ่งจะแตก” แพทย์หนุ่มบอกแล้วให้พยาบาลนำเอกสารยินยอมการผ่าตัดมาให้ธาริณีเซ็นยินยอมขณะที่พาตัวธาราไปที่ห้องผ่าตัด
“ฉันฝากลูกชายด้วยนะคะ”ธาริณีบอก นายแพทย์หนุ่มยิ้มรับแล้วทำหน้าที่ของตนเองต่อไปตามปกติ
ธาริณีทำเื่จองห้องพักคนไข้ที่ดีที่สุดแล้วขึ้นไปรอธาราที่ห้องพักรับรองที่อยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษนั้นแล้วนั่งคิดถึงเื่ชลธีที่เอาแต่หวาดกลัวเธอและเป็ห่วงธาราที่กำลังผ่าตัดอยู่จนเธอปวดหัวแล้วก็นั่งหลับตาคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี ก่อนจะโทรบอกสามีว่าธาราอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วนั่งคิดจนหลับไปที่โซฟารับแขกนั้นอย่างอ่อนเพลีย
*********************
ธาราตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้าเมื่อคืนตอนถูกส่งตัวขึ้นมาพักที่ห้องพักฟื้นเขาจำได้ลางๆ ว่าศรศักดิ์และธาริณีนั้นรออยู่ดูอาการเขาทั้งคืนด้วยความเป็ห่วง
“เป็ไงบ้างเจ็บไหมลูก” ศรศักดิ์ถามลูกชายขณะที่กำลังถือถ้วยกาแฟมานั่งลงข้างๆ ธาราพยักหน้านิดๆเป็เชิงตอบรับว่าเขาเจ็บ
“แม่ล่ะครับพ่อ”ธาราถามหามารดาทันที เพราะเขาอยากถามเื่ที่เธอนั้นไปหาแก้วกานดาและข่มขู่เื่ชลธี
“แม่เขากำลังอาบน้ำอยู่เมื่อคืนก็นอนเฝ้าแกที่นี่ทั้งคืน” ศรศักดิ์บอกลูกชายแล้วยิ้มให้เขา
“ถามหาแม่มีอะไรเหรอลูก”ธาริณีเดินออกมาด้วยใบหน้าที่ดูห่วงใยธาราเป็อย่างมาก
“ทำไมเมื่อวานแม่ไปข่มขู่แก้วกับแม่เขาอย่างนั้นครับ”ธาราถามมารดาออกมา ศรศักดิ์ไม่เข้าใจเลยได้แต่นั่งฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
“มันโทรมาฟ้องแกอย่างนั้นใช่ไหม”ธาริณีถามอย่างไม่พอใจ
“ห้าปีก่อนแม่ก็สร้างสถานการณ์ให้ผมเข้าใจผิดแก้วบังคับข่มขู่ให้แก้วต้องออกไปจากชีวิตผม เพียงเพราะคิดว่าผมไม่เอาการเอางานผมจะบอกให้นะครับว่าแก้วไล่ผมให้ไปทำงานทุกวัน แต่ผมเองที่ไม่อยากไปจนวันที่เธอบอกเลิกเพราะโดนแม่บังคับ ตอนนั้นเธอพูดดูถูกผมต่างๆ นานาเพื่อให้ผมเอาชนะคำพูดดูถูกที่เธอพูดออกมาเธอตั้งใจให้ผมใช้คำพูดเ่าั้มาเป็แรงผลักดันให้ผมทำงานต่างหากแม่ควรจะขอบคุณเธอด้วยซ้ำ” ธาราพูดออกมา
“มันคงใช้ลูกของมันล้างสมองแกสินะธาร”ธาริณีพูดขึ้น
“พอแม่รู้ว่าแก้วมีลูกกับผมก็ตามไปบังคับให้เขาไปตรวจดีเอ็นเอ ทั้งๆ ที่ผมก็เอาผลตรวจให้แม่แล้วแม่คิดจะทำอะไร ทำไมผมจะไม่รู้ แม่คิดจะใช้ผลตรวจที่ได้รับการยินยอมฟ้องเอาไอซ์มาอยู่ในการเลี้ยงดูของเราแม่จะพรากไอซ์ไปจากแก้ว ทำไมแม่ใจร้ายอย่างนี้” ธาราพูดขึ้นมา
“หมายความว่ายังไงคุณ”ศรศักดิ์ถามขึ้นมาเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวได้
“ฉันก็แค่ขู่ไม่ได้จะทำจริงๆ เสียหน่อย” ธาริณีพูด
“แต่แม่ทำให้แก้วกับแม่ให้เลิกยุ่งกับผมจนเขากลัวและต้องย้ายบ้านหนีไปแล้วครั้งนี้แม่ก็ไปข่มขู่เขาเพราะอยากได้หลานแต่ไม่อยากให้แก้วเป็สะใภ้ แม่ทำไม่ถูก”ธาราพูดขึ้น เขาเลือกที่จะปกป้องแก้วกานดาและชลธีและต้องเตือนสติธาริณีก่อนคิดจะทำอะไรที่ไม่ดีไปมากกว่านี้
“ทำไมคุณทำแบบนี้”ศรศักดิ์หันไปดุภรรยาเสียงเข้ม ั้แ่แต่งงานกันมาสามสิบกว่าปีเขายอมเธอมาโดยตลอด ไม่ใช่เพราะกลัว แต่ว่าเขาอยากให้เกียรติเธอ แต่ครั้งนี้ธาริณีทำเกินไปจริงๆ
ธาริณีมองหน้าสามีด้วยความน้อยใจศรศักดิ์ไม่เคยขึ้นเสียงกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“คุณอย่าลืมนะว่าที่เรามีทุกวันนี้ได้เพราะเราสองคนสร้างมันมา คุณจะให้ฉันรับคนชั้นต่ำแบบนั้นมาเป็ลูกสะใภ้ได้ยังไงอยู่ๆ ก็จะให้มาชุบมือเปิบสมบัติของฉัน ไม่มีทาง” ธาริณีพูดขึ้น
“แล้วว่าที่สะใภ้ไฮโซของคุณนั่นมันดีแล้วใช่ไหมอับอายจนต้องหนีไปต่างประเทศอย่างนั้น และอย่าลืมนะว่าเมื่อก่อนผมก็คนชั้นต่ำแล้วมาแต่งงานกับผมทำไม ถ้าคุณยังไม่รู้จักปรับปรุงทัศนคติและไม่เปลี่ยนนิสัยที่ชอบบงการชีวิตคนอื่น อย่าว่าแต่แก้วกานดาจะไม่ให้เจอหลานเลยชีวิตคุณเองก็อาจจะไม่เหลือใคร” ศรศักดิ์พูดแล้ววางถ้วยกาแฟลง ก่อนจะเดินไปหยิบของในห้องรับรองที่อยู่ภายในห้องแล้วกลับออกไปโดยไม่หันมามองภรรยาเลยสักนิด
ธาราใไม่คิดว่าจะเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้เขามองดูธาริณีทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ที่เก้าอี้แล้วรู้สึกผิดที่พูดอย่างนั้นจนศรศักดิ์ต้องทะเลาะกับเธอ
ธาริณีคิดทบทวนในทุกๆอย่างแล้วร้องไห้ออกมา เธอกลัวศรศักดิ์จะทิ้งเธอไป กลัวธาราจะเกลียดเธอกลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าชลธีอีกเธอลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งข้างเตียงของธาราแล้วมองใบหน้าของลูกชายที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่มีความสุข
“แม่ขอโทษนะธารแม่ขอโทษ” เธอบอก
“ผมไม่เคยโกรธแม่เลยนะครับแต่ผมไม่อยากให้แม่ทำผิดอย่างนั้นอีก ถ้าแม่อยากได้หลานแม่ก็ต้องให้โอกาสแก้วด้วย”
“แม่รู้ว่าแม่ทำผิดแม่ไม่รู้จะทำยังไงแล้วตอนนี้ พ่อไม่เคยโกรธแม่ขนาดนี้มาก่อน”ธาริณีบอกแล้วร้องไห้ออกมาไม่หยุด
“ใจเย็นๆนะครับแม่ เดี๋ยวพ่อก็หายโกรธ อย่าคิดมากเลยนะครับ” ธาราปลอบโยนเธอ
“แม่ต้องทำยังไงแก้วกับแม่เขาจะยกโทษให้แม่แม่อยากอุ้มหลานแล้วธาร ไอซ์น่ารักเหลือเกิน”
“ถ้าแม่ดีกับพวกเขาเขาก็จะให้อภัยและยอมให้แม่เจอไอซ์ ขนาดผมทำร้ายแก้วขนาดนั้น เธอยังให้โอกาสผมเลย”ธาราบอก
“ยอมลดศักดิ์ศรีตัวเองแล้วไปง้อลูกสะใภ้กลับมาส่วนผมไม่ได้โกรธคุณหรอก แค่อยากให้คุณรู้จักคิดให้มากกว่านี้”ศรศักดิ์ที่เดินกลับเข้ามาพูดขึ้น
ธาริณีเดินไปกอดสามีศรศักดิ์ตบหลังเธอเบาๆ เพื่อปลอบใจ แล้วหันไปขยิบตาให้ลูกชายเหมือนจะบอกว่าถ้าพ่อได้พูดแม่ก็เงียบได้เหมือนกัน
“ไปไปง้อลูกสะใภ้กัน” ธาริณีชวนสามี ศรศักดิ์พยักหน้า เขาเองก็อยากเห็นหน้าหลานชายเต็มทีแล้ว
“ง้อให้เธอมาเยี่ยมผมให้ได้นะครับแม่”ธาราบอกมารดา
*********************
ศรศักดิ์และธาริณีไปถึงบ้านของแก้วกานดาใน่สายทั้งสองซื้อข้าวของไปฝากแก้วกานดาและมารดาเต็มไปหมด
ตอนแรกกาญจนากำลังจะไล่ธาริณีกลับไปแต่พอเห็นท่าทางเป็มิตรของศรศักดิ์ก็เลยลดท่าทีลงส่วนแก้วกานดานั้นชะเง้อว่าทำไมธาราถึงไม่มาด้วยทั้งที่เขาบอกแล้วว่าวันหยุดจะมาหาชลธี
“ก่อนอื่นผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ภรรยาผมมาก่อความวุ่นวายที่นี่เมื่อวาน และสร้างความเดือดร้อนให้คุณเมื่อหลายปีก่อน”ศรศักดิ์บอก
กาญจนากับแก้วกานดามองหน้ากันไม่รู้ว่าทั้งคู่จะมาไม้ไหนธาริณีรู้ว่าทั้งสองยังไม่ไว้ใจเธอจึงเป็ฝ่ายพูดขอโทษออกมา
“ฉันต้องขอโทษเธอนะแก้วฉันผิดเองที่มองคนผิดไป ให้โอกาสฉันเถอะนะ ฉันยอมรับว่าฉันอยากอุ้มหลานเต็มทนแล้ว ฉันสัญญาจะไม่วุ่นวายหรือเรียกร้องอะไรเลยแค่ให้ฉันมาเยี่ยมไอซ์แบบนี้บ่อยๆ ได้โปรดเถอะนะ ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ”ธาริณีบอกแก้วกานดาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเศร้า
แก้วกานดาหันไปมองหน้ามารดาเธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับเื่นี้ กาญจนาสังเกตท่าทีของธาริณีที่ครั้งนี้มาดีและสำนึกผิดอย่างจริงใจก็แตะหลังมือแก้วกานดาแล้วหันไปยิ้มให้ธาริณีเพื่อให้รู้ว่าเธอไม่ติดใจเอาความแล้ว
“แก้วไปเรียกไอซ์มาสิปู่กับย่าอุตส่าห์มาเยี่ยม” กาญจนาบอกแก้วกานดาเธอยิ้มรับแล้วไปเรียกชลธีที่กำลังนอนดูรายการโทรทัศน์ให้ออกมาพบศรศักดิ์และธาริณี
“ขอบคุณมากนะคะที่ให้โอกาสพวกเรา” ธาริณีพูดขึ้นอย่างยินดี
“คนเราต้องรู้จักให้อภัยกันค่ะอย่างน้อยก็เข้าใจหัวอกคงเป็ยายเป็ย่า ที่อยากอุ้มหลาน” กาญจนาบอก
เมื่อชลธีออกมาเห็นหน้าธาริณีก็เริ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาแก้วกานดาเลยรีบดึงความสนใจของลูกชายให้สนใจอย่างอื่นแทน
“ไอซ์ครับสวัสดีครับคุณปู่คุณย่าด้วยนะครับ คุณปู่กับย่าซื้อของเล่นมาให้ไอซ์เยอะแยะเลย”แก้วกานดาบอกชลธี เขายกมือไหว้แล้วหลบอยู่หลังแก้วกานดาอย่างเกร็งๆ สายตาจ้องมองไปยังกล่องของเล่นที่ทั้งคู่เตรียมมาด้วยแววตาที่ดูสนใจและอยากได้แต่ไม่กล้า
“มาเอาของเล่นสิครับพ่อเขาฝากมา หุ่นยนต์สีน้ำเงิน หุ่นยนต์สีเหลือง แล้วก็หุ่นยนต์สีเทา” ธาริณีบอกแล้วเปิดกล่องของเล่นให้ชลธีดู ตามที่ธาราแนะนำมาว่าตอนนี้ชลธีอยากได้หุ่นยนต์อีกสามตัวเพื่อให้ครบทีม
ชลธีมองกล่องของเล่นตรงหน้าอย่างพอใจแก้วกานดาเลยพยักหน้าอนุญาตให้เขาไปหยิบมาได้ ชลธีเลยค่อยๆ เดินไปไหว้ธาริณีกับศรศักดิ์อีกครั้งพร้อมทั้งเอ่ยคำขอบคุณก่อนจะหอบกล่องของเล่นนั้นไปวางไว้ข้างหลังแก้วกานดาแล้วลงมือแกะด้วยความตื่นเต้น
“ปู่มีขนมมาฝากไอซ์ด้วยนะครับ”ศรศักดิ์บอกแล้วยื่นถุงขนมให้ คราวนี้ชลธีไม่ต้องถามมารดาเขาเดินไปไหว้รับของจากศรศักดิ์แล้วเลือกหยิบมาหนึ่งห่อ แล้วยื่นให้ศรศักดิ์
“ให้ปู่แกะให้ใช่ไหมครับ”ศรศักดิ์ถาม
“ไอซ์ให้ปู่ครับรู้จักแบ่งปัน ปู่แบ่งให้ย่าด้วยนะครับ” ชลธีบอกแล้ววิ่งไปนั่งแกะของเล่นต่อ
ศรศักดิ์และธาริณีมองหน้ากันอย่างสุขใจที่ชลธีเติบโตมาเป็เด็กที่น่ารักขนาดนี้ ทำเอาทั้งคู่นั้นอยากอยู่กับชลธีอย่างนี้ทั้งวัน
*********************