"ขอบคุณไม่ว่าพวกเจ้าต้องการเงินเท่าไร ตราบใดที่ข้าสามารถจ่ายให้ได้ ข้าก็จะจ่ายให้พวกเจ้า!"เจียงโหรวมองไปที่ฉือหางและหลินกู๋หยู่ด้วยความตื่นเต้นอย่างมากพูดแล้วนางก็กำลังจะคุกเข่าลง
“เจ้าอย่าทำเช่นนี้” หลินกู๋หยู่มองเจียงโหรวอย่างเป็นภาระในใจ ก่อนจะวางโต้ซาลงบนเตียง “เป็นเพราะพี่ฉือหางใจดีมาก ไม่เช่นนั้นก็ไม่รับปากเจ้าหรอก”
คิ้วของฉือหางขมวดแน่นเขาเอียงศีรษะมองไปที่หลินกู๋หยู่ "ข้าไปได้แต่เจ้าไปไม่ได้ เจ้าต้องอยู่บ้าน"
เจียงโหรวเดินออกไปข้างนอกอย่างแช่มชื่นบาน
ห้องเงียบลงหลินกู๋หยู่วางโต้ซาลงบนเตียงเล็กก่อนจะกล่อมให้เขาหลับ
เดิมทีพลังงานของเด็กนั้นมีจำกัดหลังจากเขาพลิกตัวไปมาสักพัก ตอนนี้เขาก็ง่วงมากจนเผลอหลับไป
หลังจากกล่อมโต้ซาผล็อยหลับไปแล้วฉือหางและหลินกู๋หยู่สองคนก็เดินออกไปข้างนอก
"พวกเจ้าคิดจะไปเมื่อไร?" ฉือหางขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปที่เจียงโหรวด้วยแววตาเย็นชา
ใบหน้าของเจียงโหรวเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตานางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า "หากไม่ใช่เพราะวันนี้ดึกเกินไปแล้วข้าอยากจะไปตอนนี้"
จากนั้นก็หันไปยิ้มและเจียงโหรวก็พูดต่อว่า "วันนี้ดึกเกินไปแล้วคืนนี้ข้าจะพักผ่อนในรถม้าหนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้เช้าพวกเราไปกันเถอะ"
ฉือหางพยักหน้ารับคำ
"เจ้าต้องการเงินเท่าไร?" เจียงโหรวก้าวไปข้างหน้า ยื่นตั๋วเงินหนึ่งใบให้ฉือหาง "นี่คือตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึง เจ้าเอาไปก่อน ถ้าต่อไปเจ้ายังต้องการเจ้าบอกข้าก็ได้แล้ว"
"พอแล้ว!"ฉือหางหยิบตั๋วเงินจากมือของเจียงโหรว สีหน้าของเขาเย็นชายิ่งกว่าเดิม
เมื่อเห็นว่าฉือหางรับตั๋วเงินในที่สุดเจียงโหรวก็ทอดถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็เดินออกไป
หลังจากปิดประตูใหญ่ทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในบ้าน
หลินกู๋หยู่ไม่กล้าที่จะมองไปที่ฉือหางหลายส่วนทั้งที่ก่อนหน้านี้นางกังวลว่าฉือหางจะได้รับบาดเจ็บด้วยเหตุนี้นางจึงไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้ฉือหางไปที่ภูเขาแต่ตอนนี้นางกลับริเริ่มที่จะให้เขาเข้าไปในภูเขาเสียอย่างนั้น
หลินกู๋หยู่นอนอยู่ข้างๆ ฉือหางพลิกตัวไปมา ขมวดคิ้วมุ่น
ได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอลอดดังเข้าใบหูฉือหางดูเหมือนจะผล็อยหลับไปแล้ว
จวบจนกระทั่งหลังเที่ยงคืนในที่สุดหลินกู๋หยู่ก็ผล็อยหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อหลินกู๋หยู่ตื่นขึ้น ฉือหางก็ก่อไฟแล้ว
"ลูก...พวกเราไปฝากกับท่านแม่ดีหรือไม่?"หลินกู๋หยู่ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย เดินไปที่ด้านข้างของฉือหาง แล้วนั่งยองๆ
ฉือหางที่กำลังใส่ฟืนหยุดชั่วคราว"ข้าไม่ไว้ใจท่านแม่!"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จู่ๆหลินกู๋หยู่ก็คิดอะไรได้แวบหนึ่ง นางพูดด้วยรอยยิ้มว่า"ทำไมเราไม่ให้น้องสี่คอยดูแลโต้ซา อย่างไรเสียพวกเราก็ไปไม่นานมาก"
ฉือหางพยักหน้าตอบ
หลังจากรับประทานอาหารในตอนเช้าฉือหางบอกกับฉือเย่เกี่ยวกับการจะเข้าไปในภูเขา
ฉือเย่มองไปที่ฉือหางด้วยความประหลาดใจเขาหันไปมองหลินกู๋หยู่ "พี่สะใภ้สามพวกพี่เป็นอะไรไป พวกพี่จะไปทั้งสองคนเลยหรือ?"
“น้องสี่รบกวนเจ้าแล้วจริงๆ” หลินกู๋หยู่ยิ้มๆ อย่างเกรงใจ
แท้ที่จริงแล้วฉือหางไม่ต้องการไปที่ภูเขาในตอนแรก แต่เมื่อได้ฟังหลินกู๋หยู่บอกว่าจะไปที่ภูเขาความรู้สึกไม่สบายในใจของเขาก็ค่อยๆ บรรเทาลง
เขาต้องการรู้ว่ากู๋หยู่ภรรยาของเขาคือหลินกู๋หยู่ตัวจริงหรือไม่
ฉือหางเคยเห็นหลินกู๋หยู่มาก่อนเด็กสาวคนนั้นมักจะซ่อนตัวอยู่ข้างหลังคนอื่นอย่างขี้อายเสมอไม่ใช่สตรีที่มีความคิดเป็นอิสระคนนี้
ที่บ้านมีเกี๊ยวจำนวนมากซึ่งทำไว้ก่อนหน้านี้ฉือหางสอนวิธีการก่อไฟให้ฉือเย่ จนกระทั่งฉือเย่บอกว่าเขาทำเป็นแล้ว ทั้งคู่ถึงได้เก็บข้าวของและเดินออกไปข้างนอก
หลินกู๋หยู่พกยารักษาอาการบาดเจ็บภายนอกที่มักจะใช้ไปด้วยและสวมเสื้อผ้าหนาๆ ทับเสื้อใหม่
เจียงโหรวลงจากรถม้าจากด้านนอกประตูพอเห็นหลินกู๋หยู่และฉือหางเดินออกมา รอยยิ้มบนใบหน้าของนางชัดเจนยิ่งขึ้น
เจียงโหรวเป็นบุตรีจากตระกูลใหญ่แต่คราวนี้นางทิ้งรถม้าไว้ที่บ้านสกุลฉือ ตามฉือหางและหลินกู๋หยู่ไปที่ภูเขา
"ระวังหน่อยระวังลื่นล้ม" ฉือหางเห็นว่าก้าวเท้าของหลินกู๋หยู่เบาหวิวเล็กน้อยเขาจึงเอื้อมมือไปพยุง
หลินกู๋หยู่มองไปที่ฉือหางด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองคนเดินนำไปก่อน
หลินกู๋หยู่เอียงศีรษะเพื่อมองไปที่ฉือหางที่อยู่ข้างๆเอ่ยถามอย่างลองเชิง "ถ้าข้าบอกว่าข้าไม่ใช่หลินกู๋หยู่ เจ้าจะทิ้งข้าหรือไม่?"
การแสดงออกบนใบหน้าของฉือหางชะงักชั่วคราวเขามองไปที่ถนนใต้เท้าของเขา "ไม่ทิ้ง"
ไม่รู้ด้วยสาเหตุใดเมื่อได้ยินคำพูดของฉือหาง หลินกู๋หยู่ก็รู้สึกผ่อนคลายในที่สุด
ตลอดเวลาที่ผ่านมานางกังวลว่าฉือหางจะหวาดกลัวและทิ้งนางไป เมื่อเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง
หลินกู๋หยู่ฉีกยิ้มอย่างจริงใจ จะมีสักกี่คนกันที่ยอมรับอย่างง่ายดายเมื่อรู้ว่าภรรยาของพวกเขาที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งกลางวันและกลางคืนมีปัญหา
หลินกู๋หยู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในเวลานี้นางยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่นางมีชีพจรเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่จริงๆ แล้วนางเป็นผีตนหนึ่งเป็นวิญญาณที่เข้าสิงร่างของหลินกู๋หยู่
“ถ้าวันหนึ่งข้าหายไปเจ้าจะคิดถึงข้าหรือไม่?” หลินกู๋หยู่หันศีรษะไปมองฉือหางเสียงของนางสั่นเล็กน้อย ขณะเอ่ยถามด้วยหัวใจที่เต้นแรง
บางครั้งนางยังสามารถฝันถึงชีวิตสมัยใหม่ได้และในภวังค์ นางรู้สึกว่าชีวิตที่นี่เป็นเพียงความฝัน
"เจ้าพูดอะไร?" ฉือหางหยุดชั่วคราว สูดลมหายใจ เขายังคงมองไปที่ทางข้างหน้า"อย่าคิดมาก"
ไม่กลับไปก็ไม่เป็นไรหลินกู๋หยู่รู้สึกโล่งใจไปนานแล้ว
เดินตามฉือหางขึ้นไปเมื่อเข้าไปข้างในป่า เจียงโหรวก็วิ่งไปที่ด้านหน้าก่อน
นางอยากไปที่นั่นเสมอ เพราะคนใช้ที่หนีรอดกลับมาบอกว่าสถานที่นั้นอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
เจียงโหรวเดินนำหน้านำกลุ่มคนบางส่วนเร่งเดินไป
ทุกคนเดินตามหลังเจียงโหรวและเดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
อาจเป็นเพราะสภาพอากาศหนาวเย็นทำให้มีสัตว์ไม่มากนัก และบนถนนก็เงียบสงบ
โชคดีที่ไม่มีหิมะบนพื้นดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมองไม่เห็นสิ่งต่างๆ บนพื้น
"ข้าจำได้ว่าคนรับใช้บอกว่าข้างแม่น้ำสายเล็กๆ มีถ้ำอยู่ทางโน้น"สีหน้าของเจียงโหรวลุกลี้ลุกลนมากขึ้น นางเดินไปข้างหน้าอย่างกระวนกระวาย"พวกเขาบอกว่าเจอสัตว์ป่า และท่านแม่ของข้าถูกกัดที่คอ”
หลินกู๋หยู่หันหน้าไปมองเจียงโหรวขมวดคิ้วเและงงงวยเล็กน้อย
หากเป็นฮูหยินของตระกูลใหญ่จริงๆคนรับใช้เหล่านั้นควรจะสาบานตนและปกป้องฮูหยินคนนั้นจนตายถึงจะถูก
แต่อย่างไรก็ตามหลินกู๋หยู่ไม่ได้พูดเช่นนั้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในบรรดาพวกเขาก็ไม่มีใครรู้สถานการณ์ที่แท้จริง
แม่น้ำสายเล็ก?
ฉือหางหันศีรษะไปมองเจียงโหรวขมวดคิ้วเล็กน้อย "มีแม่น้ำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ที่ข้าจำได้ทางมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือไม่มีแม่น้ำ!"
เจียงโหรวถือภาพร่างแผนที่ไว้ในมือชี้นิ้วไปที่ด้านบนภาพ "มันอยู่ที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและไม่ใช่ตะวันตกเฉียงเหนืออย่างที่เจ้าพูด"
หลินกู๋หยู่เดินไปหาเจียงโหรวเมื่อคิดถึงตำแหน่งปัจจุบันและเปรียบเทียบกับภาพวาด
"คนรับใช้ของข้าย่อมไม่โกหกพวกเขาหนีความตายมาได้อย่างหวุดหวิด พวกเขาออกมาตามถนนสายเดียวกัน"เจียงโหรวกล่าวอย่างเคร่งขรึมด้วยสีหน้าที่จริงจัง
ด้วยความงุนงงเด็กสาวหยิบภาพวาดจากมือของเจียงโหรว หลินกู๋หยู่ยิ่งขมวดคิ้วมากขึ้น “แผนที่นี้ดูเหมือนจะทำเครื่องหมายไม่ถูกต้อง!”
"มันจะผิดไปได้อย่างไร?" เจียงโหรวชี้นิ้วมือไปที่ด้านบนภาพมีบางอย่างติดอยู่ที่มุมด้านล่างซ้าย จากนั้นพูดว่า "เดิมทีอยู่นี่ เจ้าดูสิไม่ผิดหรอก!"
"ขึ้นเหนือ ลงใต้ซ้ายตะวันตก ขวาตะวันออก" หลินกู๋หยู่ชี้นิ้วไปที่แผนที่จากนั้นชี้นิ้วไปที่เนินเขาเล็กๆ ทางทิศเหนือ "เนินเขาเล็กๆนี้ไม่มีเครื่องหมาย"
เจียงโหรวหยิบแผนที่ขึ้นมาดูมองสิ่งที่อยู่บนนั้น พูดอย่างไม่เต็มใจ "มันต้องไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนบางทีพวกเขาอาจจะลืมสิ่งนี้ เมื่อตอนที่พวกเขาวิ่งหนีซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องปกติมาก"
เมื่อพูดถึงสิ่งนี้เจียงโหรวชี้ไปที่เนินเขาเล็กๆ ที่ผ่านมาที่นี่ ชี้ไปที่แผนที่"ตอนที่พวกเรามาที่นี่ ก็มีเนินเขาเหล่านั้นเต็มไปหมดดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวล พวกเราไม่ได้มาผิดทางอย่างแน่นอน"
"ไปที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือก่อนถ้าไม่มี พวกเราค่อยไปที่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ" เจียงโหรวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงโหรวหลินกู๋หยู่ก็ขมวดคิ้วแน่น
เมื่อมองกลับไปที่ฉือหางฉือหางไม่พูดไม่จา
หลินกู๋หยู่เดินไปที่ด้านข้างของฉือหางเงียบๆ
เดิมทีถนนบนภูเขานั้นไม่ง่ายเลยที่จะเดินกอปรกับอากาศเหน็บหนาว หลายคนตัวสั่นสะท้าน
ฉือหางมองไปที่ใบหน้าของหลินกู๋หยู่ที่ไม่น่าดูเล็กน้อยเอื้อมมือไปจับมือของนาง จากนั้นประสานนิ้วทั้งสิบของเขา แล้วพูดด้วยเสียงเบาๆ"หนาวไหม?"
ความอุ่นแผ่ซ่านมาจากฝ่ามือทั้งร่างกายก็อุ่นขึ้น
"ไม่หนาวเลย"หลินกู๋หยู่กล่าวพลาง มองไปที่ถนนข้างหน้าในเวลาเดียวกัน นางเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย"ข้าคิดว่า..."
นางรู้สึกว่าเจียงโหรวดูเหมือนจะถูกหลอกเข้าแล้ว
เพียงแต่ว่า มีแค่เพียงเจียงโหรวคนเดียวที่ไม่รู้
ฉือหางมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างสงสัย
หลินกู๋หยู่เพียงแค่ยิ้มๆและส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้
ในตอนเที่ยง ทุกคนหยุดเดินทางและก่อไฟเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น
บุรุษแต่ละคนถือดาบไว้ในมือคอยมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
เจียงโหรวนั่งริมแม่น้ำให้ซิ่งฮวาทำอาหารในขณะที่ตนเองยังคงศึกษาแผนที่
ในตอนบ่าย หลังจากเดินไปอีกสองชั่วยามใบหน้าของเจียงโหรวก็ดูก็เริ่มไม่น่ามอง
"แปลกนัก"เจียงโหรวถือแผนที่ในมือมองไปที่สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยรอบตัวด้วยสีหน้าที่น่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม
"เกิดอะไรขึ้น?" หลินกู๋หยู่ดึงสัมภาระบนตัวขึ้น เอ่ยถามขณะมองไปที่เจียงโหรวที่กำลังฉงนสนเท่ห์
เจียงโหรวดูแผนที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนั้นก็บอกให้ทุกคนหยุดพัก ก่อกองไฟหลินกู๋หยู่ยื่นหมั่นโถวย่างให้ฉือหางหนึ่งลูก จากนั้นก็ย่างหมั่นโถวให้ตัวเอง
"นี่"เจียงโหรวเดินไปที่ด้านข้างของหลินกู๋หยู่ พูดอย่างงงงวย"ข้ารู้สึกเหมือนพวกเราหลงทางแล้ว ข้าไม่รู้ว่าจะไปที่นั่นได้อย่างไร"
หลินกู๋หยู่หยิบแผนที่จากมือของเจียงโหรวมองดูแผนที่แล้วจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นส่งแผนที่คืนให้เจียงโหรว "ถ้าข้าดูไม่ผิดเดิมทีแผนที่ของเจ้ามีบางอย่างผิดปกติอยู่แล้วดังนั้นจึงพิสูจน์ให้เห็นว่าท่านป้าอาจจะไม่ได้อยู่ในถ้ำที่พวกเขาพูดถึงก็เป็นได้”
สีหน้าของเจียงโหรวย่ำแย่นางถือแผนที่ด้วยมือที่สั่นเทา สูดจมูกอย่างแรง น้ำเสียงของนางสั่นเครือ"เช่นนั้นควรจะทำอย่างไร ถ้าแผนที่นี้เป็นแผนที่ปลอมท่านแม่ของข้าอาจจะไม่ได้เข้าไปในสถานที่ที่พวกเขาพูดถึง"
พวกเขาเดินไปไม่ถึงครึ่งทางตอนนี้กลับพบว่าแผนที่นั้นเป็นของปลอม ใบหน้าของทุกคนล้วนย่ำแย่
เจียงโหรวนั่งลงที่ลำต้นของต้นไม้ข้างๆด้วยความหงุดหงิด
“คืนนี้เราจะต้องอยู่ข้างนอกกัน” ฉือหางพูดโดยปราศจากอารมณ์ความรู้สึก “ถ้าเจอสัตว์ป่าที่ออกมาหาอาหารพวกเราจะลำบาก แต่ถ้าพวกเราไม่จุดไฟ พวกมันก็จะไม่รู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่"
ต้องให้ทุกคนดับคบไฟ แต่พวกเขาต่างก็ไม่เต็มใจ