Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 87 ความเร็วเพิ่มขึ้น

    ตอนที่ 87            ฉับ !! เสียงไหมเย็บแผลถูกกรรไกรตัดเป็นครั้งสุดท้าย            “ฟู่ว...เอาล่ะการผ่าตัดเสร็จสิ้นผมขอตัวไปแจ้งญาติคนไข้ก่อนนะครับ” ดนัยถอนหายใจออกมาหลังจากผ่าตัดคนไข้เคสรอบสายของเขาเสร็จ            ดนัยเดินออกจากห้องผ่าตัดไปท่ามกลางพยาบาลและหมอจากแผนกฉุกเฉินที่เข้ามาเป็นผู้ช่วย            “หมอดนัยฝีมือเขาดีกว่าเดิมหรือเปล่านะหลังจากกลับมาจากต่างประเทศ” พยาบาลพูดด้วยความสงสัยเพราะนี่ยังไม่ถึงกำหนดเวลาเลยแต่ดนัยก็ผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว            “สองชั่วโมงสิบห้านาทีเร็วกว่ากำหนดตั้งสี่สิบห้านาทีแน่ะฝีมือของหมอดนัยพัฒนาขึ้นจริงๆ” หมอแผนกฉุกเฉินพูดหลังจากได้ดูเวลาซึ่งกำหนดระยะเวลาของการผ่าตัดนี้คือสามชั่วโมงแต่ดนัยนั้นดันใช้เวลาผ่าตัดไปเพียงแค่สองชั่วโมงสิบห้านาทีเท่านั้น            หลังจากดนัยเดินออกมาจากห้องผ่าตัดเหล่าญาติคนไข้ที่นั่งรอลุ้นการผ่าตัดอยู่ที่หน้าห้องนั้นก็กรูกันเข้ามาหาดนัยทันที            “หมอครับการผ่าตัดเป็นอย่างไรบ้างครับ” ญาติคนไข้ถามดนัย            “การผ่าตัดประสบความสำเร็จครับอีกเดี๋ยวพยาบาลจะพาคนไข้กลับไปที่ห้องพอคนไข้ฟื้นจากยาสลบแล้วพักรักษาตัวอีกสักสองสัปดาห์ก็กลับบ้านได้แล้วครับถ้ายังไงเดี๋ยวผมขอตัวไปเขียนเอกสารให้เรียบร้อยแล้วเดี๋ยวจะตามไปหาที่ห้องพักตอนที่คนไข้ฟื้นนะครับ” ดนัยแจ้งผลการผ่าตัดแก่ญาติคนไข้            “ขอบคุณมากครับคุณหมอ/ขอบคุณมากค่ะ !!” ญาติคนไข้ต่างขอบคุณดนัยกันใหญ่            “ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับเป็นหน้าที่ของหมออย่างผมอยู่แล้ว” ดนัยพูดก่อนจะขอตัวและเมื่อดนัยเดินไปแล้วเหล่าญาติคนไข้ก็คุยกันใหญ่            “เห็นมั้ยล่ะบอกแล้วโรงพยาบาลทาเคนากะยังเชื่อถือได้”            “จริงด้วยเนอะเกือบพาพี่ไปรักษาที่โรงพยาบาลรีเจ้นท์ที่เกาะโอกินาว่าแล้วมั้ยล่ะ”            “อืมโรงพยาบาลนั้นก็ดีหรอกนะมีหมอเก่งๆเต็มไปหมดแต่ค่ารักษาแพงมากต่างจากที่นี่ตั้งห้าเท่า”            ดนัยที่ยังเดินไปไม่ถึงไหนได้ยินที่ญาติคนไข้พูดคุยกันพอดี            โรงพยาบาลรีเจ้นท์ที่พ่อหมอนากิสะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนสินะค่ารักษาที่นั่นแพงขนาดนั้นเลยเหรอห้าเท่าถ้าเทียบกับการผ่าตัดที่นี่ที่ราคาอยู่ประมาณสามถึงสี่แสนเยนถ้าเป็นที่นั่นก็หลักล้านเยนเลยน่ะสิ !! ดนัยคิดในใจจากนั้นดนัยก็เดินไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนเอาชุดผ่าตัดออกและเดินกลับไปที่ห้องพักศัลยแพทย์เพื่อเขียนรายงานการผ่าตัดให้เรียบร้อย            แต่ทว่าเมื่อเขามาถึงก็พบกับหมอผู้ชายหลายคนยืนรออยู่หน้าห้อง            “หือหมอคนนั้นรองหัวหน้าแผนกจากอายุกรรมนี่แล้วนั่นก็แผนกรังสี แผนกวิสัญญี แผนกจักษุแทบจะทุกแผนกของโรงพยาบาลเลยนี่มาทำอะไรที่แผนกศัลยกรรมของเรากัน” ดนัยได้แต่สงสัยว่าหมอเหล่านี้มาทำไมที่แผนกศัลยกรรมของเขาแถมในมือของหมอพวกนั้นยังถืออะไรบางอย่างไว้ด้วยบ้างก็เป็นผลไม้บ้างก็เป็นกล่องอะไรสักอย่าง            “เอ่อขอโทษนะครับไม่ทราบว่า...” ดนัยเดินเข้าไปจะขอตัวเข้าไปในห้องพัก            “เฮ้...จะเข้าไปเยี่ยมคุณหมอทาเคนากะก็ต่อแถวสิ !!”            ดนัยถึงกับเหวอไปเลยยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคเขาก็โดนบอกให้ต่อแถวรอ            นี่หมอพวกนี้มาเยี่ยมยัยฮิคาริเหรอเนี่ย !! ดนัยคิดในใจจากนั้นประตูห้องพักศัลยแพทย์ของเขาก็ถูกเปิดออก            ครืด !! และเมื่อประตูถูกเปิดออกหมอที่เข้าไปเยี่ยมฮิคาริก็เดินออกมาและหมอคนต่อไปที่รออยู่ก็รีบเดินเข้าไปพร้อมกับของเยี่ยมในมือ            “หมอสุกิยาะมะ !!” ดนัยอุทานออกมาเมื่อหมอคนที่เดินออกมาจากห้องพักศัลยแพทย์ของเขาคือหมอที่เขารู้จักจากแผนกฉุกเฉินนั่นเอง (หมอจากตอนที่ 14)            “อ้าวหมอดนัยมาเยี่ยมหมอทาเคนากะเหมือนกันเหรอครับ” หมอสุกิยามะถามดนัย            “ใช่ที่ไหนล่ะครับผมอยู่แผนกศัลยกรรมแค่จะกลับมาเขียนรายงาน !!” ดนัยตอบ            “อ้อผมลืมไปเลยผมก็นึกว่าหมอดนัยมาจีบ...เอ้ยมาเยี่ยมหมอทาเคนากะเหมือนกัน” หมอสุกิยามะพูด            “จีบ...นี่พวกคุณมาจีบยัยฮิคาริเนี่ยนะ !!” ดนัยพูดออกมาแถมยังเรียกฮิคาริด้วยความสนิทสนมอีก            ควับ !! หมอทุกคนที่รออยู่หน้าห้องหันควับมามองดนัยกันทันที            ดนัยถึงกับสตันไปทันทีเมื่อโดนหมอเหล่านี้มองแรงตอนนั้นเองมือถือของหมอสุกิยามะก็มีสายเข้า            “อ๊ะหมอดนัยผมขอตัวนะครับที่แผนกเรียกแล้ว !!” หมอสุกิยามะหยิบมือถือออกมาดูและเมื่อเห็นว่าเป็นคนที่แผนกโทรตามก็รีบกลับไปที่แผนกทันที            “เอ่อ...ถ้ายังไงผมขอตัวเข้าไปเขียนรายงานหน่อยนะครับพวกคุณจะมารอจีบยัยฮิคา...เอ้ยมาเยี่ยมหมอทาเคนากะอะไรก็เรื่องของพวกคุณเลยแต่มายืนออแบบนี้มันก็ยังไงอยู่นะครับผมเข้าไปทำงานไม่ได้” ดนัยพูดจากนั้นพวกหมอที่ยืนออขวางอยู่หน้าประตูก็หลีกทางให้ดนัยได้เข้าไปในห้องพักศัลยแพทย์            ครืด !! ดนัยเปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไป            “ขอให้หายไวๆนะครับหมอทาเคนากะเอาไว้เดี๋ยวผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ” หมอที่พึ่งเข้ามาต่อจากหมอสุกิยามะพูดกับฮิคาริที่นั่งยิ้มอยู่ที่โต๊ะของเธอ            โหแสดงว่าตอนที่เราไปผ่าตัดก็มีคนเยี่ยมไม่สิมาจีบยัยฮิคาริด้วยสินะที่ผ่านมาคงหาข้ออ้างมาจีบแบบนี้ไม่ได้เพราะหมอแต่ละแผนกไม่ค่อยจะมีเรื่องที่ต้องติดต่อกันเท่าไหร่แต่พอยัยฮิคาริแกล้งขาหักก็เลยได้โอกาสมาทำคะแนนจีบกันสินะ !! ดนัยคิดในใจพลางมองไปที่โต๊ะของฮิคาริที่เห็นตะกร้าผลไม้และของเยี่ยมมากมายวางกองอยู่ที่พื้น            “ขอบคุณมากค่ะ” ฮิคาริพูดก่อนจะรับตะกร้าผลไม้มาจากนั้นหมอคนนั้นก็เดินออกไปก่อนหมอคนต่อไปจะเดินเข้ามาซึ่งเป็นหมอจากแผนกวิสัญญี            “ผมได้ข่าวว่าคุณหมอทาเคนากะล้มจนกระดูกหักนี่เป็นแคลเซี่ยมสกัดที่ผมซื้อมาจากอังกฤษครับชงกินพร้อมชาหรือก็แฟได้เลยมันจะช่วยให้กระดูกสมานตัวกันเร็วขึ้นครับ” หมอคนที่เข้ามาใหม่จากแผนกวิสัญญียื่นกล่องอาหารเสริมแคลเซียมสกัดให้ฮิคาริ            “ขอบคุณมากค่ะเอาไว้จะลองชงกินดูนะคะ” ฮิคาริรับของนั่นมา            “ครับต้องกินให้ได้นะครับถ้าหมดให้บอกผมเลยนะผมจะเอามาให้ใหม่ถ้ายังไงผมขอตัวกลับไปที่แผนกก่อนนะครับขอให้คุณหมอทาเคนากะหายไวๆล่ะ” หมอแผนกวิสัญญีพูดก่อนจะเดินออกไปจากหักพักศัลยแพทย์เมื่อเขาออกไปแล้วหมอคนต่อไปก็เข้ามาจนกระทั่งสิบนาทีต่อมาก็ไม่มีใครเข้ามาอีก            “เฮ้อ...เหนื่อยชะมัด” ฮิคาริถอนหายใจออกมาเมื่อไม่มีใครเข้าเอาของมาเยี่ยมเธออีกแล้ว            “หัวกระไดบ้านไม่แห้งเลยนะเธอนี่” ดนัยที่เขียนรายงานอยู่พูดแซว  (ไรท์ : สุภาษิตนี้สามารถพูดได้ทั้งสองแบบนะครับไม่ว่าจะเป็น หัวกระไดไม่แห้ง หรือ หัวบันไดไม่แห้ง สามารถใช้ได้ทั้งสองคำเลยไม่มีถูกหรือผิดเพราะว่าคำว่าหัวกระไดนั้นสมัยก่อนนิยมใช้คำนี้ส่วนหัวบันไดนั้นพึ่งจะมาใช้ในช่วงหลัง)            “หัวกระไดไม่แห้ง ??” ฮิคาริดูเหมือนจะไม่รู้สุภาษิตของไทยที่ดนัยพูดถึง            “มันคือสุภาษิตไทยน่ะความหมายก็ประมาณมีคนมาจีบมาสนใจเธอมากมายดูสิมีหมอจากแผนกอื่นมาจีบเธอเต็มไปหมดเลย” ดนัยอธิบาย            “อ๋อพวกนั้นเขาก็แค่อยากตกบ่อทองน่ะ” ฮิคาริพูด                    “บ่อทอง...หมายถึงบ่อของเสียหรือบ่อขี้น่ะเหรอ !!” ดนัยอุทานด้วยความตกใจ            “จะบ้าหรือไงยะมันเป็นสุภาษิตต่างหากหมายถึงอยากรวยทางลัดโดยการแต่งงานอะไรทำนองนั้น” ฮิคาริพูดอธิบาย            “อ๋อเหมือนหนูตกถังข้าวสารนี่เองว่าแต่สนใจใครมั่งมั้ยล่ะตัวเลือกเพียบเลยนะนั่น” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ            “หึ...ฉันไม่คิดเรื่องความรักหรอกนะชีวิตฉันน่ะทุ่มเทให้กับคนไข้ไปแล้ว” ฮิคาริบอก            “โหเธอนี่ใจร้ายชะมัดถ้าไม่สนใจก็ไม่ควรจะรับของพวกนั้นมาสิแบบนี้ดูเหมือนเธอให้ความหวังเลยนะ” ดนัยพูดพลางมองของเยี่ยมทั้งหลาย            “ก็ทำไงได้ล่ะถ้าไม่รับก็เท่ากับปฏิเสธน้ำใจน่ะสิว่าแต่ดนัยกินแอปเปิ้ลมั้ยดูสิได้มาตั้งเกือบสิบกิโล !!” ฮิคาริพูดพลางยกตะกร้าแอปเปิ้ลขึ้นมาให้ดนัยดู            “เหอะๆจะช่วยกินก็แล้วกันปล่อยไว้เธอคงกินไม่ทันจนมันเสียแน่ๆ” ดนัยพูดพลางลุกขึ้นไปหยิบแอปเปิ้ลมาหลายลูกไว้ที่โต๊ะตัวเอง            กรวบ !! ดนัยหยิบแอปเปิ้ลขึ้นมาใบหนึ่งก่อนจะกัดลงไป            อืมรสชาติดีแถมยังกรอบอร่อยมากด้วยคงเป็นแอปเปิ้ลราคาแพงสินะ !! ดนัยคิดในใจหลังจากกัดลงไป            “แล้วการผ่าตัดเป็นไงบ้างเสร็จก่อนเวลาเลยนี่ความเร็วเพิ่มขึ้นแล้วสินะ” ฮิคาริดูนาฬิกา            “อือการผ่าตัดก็ราบรื่นดีส่วนเรื่องความเร็วก็ไม่รู้สิแค่ทำไปตามเท่าที่ทำได้น่ะ” ดนัยไม่รู้ว่าความเร็วในการผ่าตัดของเขาเร็วขึ้นมั้ยแต่เคสผ่าตัดที่พึ่งจะผ่านมานั้นไม่เจออุปสรรค์ในการผ่าตัดก็เลยทำให้เขาผ่าตัดได้เร็วกว่ากำหนดมันก็เท่านั้น            “งั้นเหรอถ้าอย่างนั้นความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างนี้ฉันก็ควรกำหนดเคสของทีมแพทย์ฉุกเฉินเคสต่อไปได้แล้วสินะตอนแรกนึกว่าต้องรออีกสักเดือนสองเดือนเพื่อให้นายพัฒนาไปมากกว่านี้ก่อนเสียอีก” ฮิคาริพูด            “หือนี่จะมีเคสยากๆอีกแล้วเรอะคราวนี้ที่ไหนเนี่ย !!” ดนัยอุทานออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่ฮิคาริพูด            “นั่นสินะ...ที่ไหนกันเอ่ย” ฮิคาริยิ้มไม่ยอมบอก            “บอกมาเถอะน่า” ดนัยที่เห็นฮิคาริไม่ยอมบอกก็หงุดหงิด            “นายน่ะเคยกินเนื้อจิงโจ้หรือเปล่า ??” ฮิคาริถาม            “เนื้อจิงโจ้อย่าบอกนะว่าจะไปที่.........”  จบ...

    คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน