สารพันเมนูเด็ด กลเม็ดสาวทะลุมิติ [นิยายแปล]

    บทที่ 34 วางใจได้ (เปิดฟรี 24/08/2568)

    บทที่ 34 วางใจได้ (เปิดฟรี 24/08/2568)

     

    ขณะที่หนิงลั่วกำลังจะเดินจากไป หวังเฮ่าก็เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับมองนางแล้วถามว่า “น้องลั่ว เจ้ายังได้ไม่ตอบข้าเลยว่านี่คือเนื้ออะไร อร่อยแปลกๆ ดี”

            อาสะใภ้หวังได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที รีบกล่าวเสริม “จริงด้วย นางหนูลั่ว เจ้ายังไม่เฉลยปริศนานี้ให้พวกเราเลย”

            หนิงลั่วยิ้มพลางมองหวังเฮ่า ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “ดูท่าแล้ว พี่หวังเฮ่าคงพอมีคำตอบในใจแล้ว เช่นนั้นท่านลองบอกคำตอบท่านมาก่อน”

            “เจ้านี่...เจ้าเล่ห์ไม่ต่างจากตอนเด็กเลย ข้าว่าเนื้อนี้มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มราวกับสำลี แต่แน่นอนว่าไม่ใช่เนื้อสัตว์ทั่วไป ข้าว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นเครื่องในของสัตว์อะไรบางอย่าง” หวังเฮ่ากล่าวพลางคีบอีกชิ้นเข้าปาก เคี้ยวพลางขมวดคิ้ว ใช้ความคิดอย่างหนัก

            อาสะใภ้หวังรีบขัดขึ้น “เป็นเนื้อแน่นอน ไม่เช่นนั้นจะอร่อยได้อย่างไร”

            แต่หวังเฮ่ากลับส่ายหน้า จ้องหนิงลั่ว รอให้เจ้าตัวเฉลยคำตอบ “น้องลั่วช่วยเฉลยให้พวกเราฟังเถิด”

            หนิงลั่วลอบถอนหายใจ คนผู้นี้ช่างเฉียบแหลมนัก แม้จะยังไม่สามารถบอกชื่อได้แน่ชัด แต่เขาแค่ชิมไปเพียงสองคำ กลับเดาได้เกือบถูกต้อง หวังเฮ่าเป็นคนฉลาดตั้งแต่เด็ก ไม่คิดเลยว่าเมื่อเติบโตขึ้นจะยังคงเฉลียวฉลาดเช่นเดิม แม้ภายนอกจะดูเหมือนพวกคงแก่เรียน แต่เมื่อถึงเวลาจริง กลับเฉียบแหลมไม่ใช่น้อย

            เมื่อพบคนที่น่าสนใจเช่นนี้ หนิงลั่วก็อดไม่ได้ที่จะลองทดสอบเขาดูสักหน่อย “คำถามนี้ ข้าขอเก็บไว้ถามพี่หวังเฮ่าใหม่ในครั้งหน้า ข้าจะให้คำใบ้สักนิด ท่านพูดถูกแล้วว่าเป็นเครื่องในของสัตว์ แต่ข้าขอให้ท่านบอกข้าว่ามันเป็นเครื่องในของสัตว์ชนิดใด และเรียกว่าอะไร”

            “หากข้าตอบได้ เจ้าจะยอมทำตามคำขอของข้าสักข้อได้หรือไม่” หวังเฮ่าถาม

            “ท่านต้องการรางวัลด้วยหรือ ได้สิ ถ้าอยู่ในขอบเขตที่ข้าทำได้ ข้าจะรับปากท่าน” หนิงลั่วตอบ

            “ตกลง เช่นนั้นสัญญากันแล้วนะ” หวังเฮ่าเห็นนางตอบรับอย่างไม่ลังเล ก็รู้สึกยินดีไม่น้อย

            “แต่ถ้าตอบผิด ท่านก็ต้องรับปากข้าหนึ่งข้อเช่นกัน” หนิงลั่วกล่าวพลางมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย นางมีแผนบางอย่างอยู่ในใจแล้ว

            “ไม่มีปัญหา” หวังเฮ่ารับคำท้า

            “เช่นนั้น พบกันใหม่สัปดาห์หน้า” หนิงลั่วกล่าวลา

            อาสะใภ้หวังมองเด็กทั้งสองที่สามารถทำข้อตกลงกันได้ในเวลาเพียงไม่กี่ประโยค ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าสนใจนัก

            ในใจอดคิดไม่ได้ว่า หรือว่าบุตรชายตระกูลหวังกับบุตรสาวตระกูลหนิงจะมีวาสนาต่อกัน? หนิงเวยเข้ากับหวังเผาได้ดีเหลือเกิน ยามที่สองคนนั้นอยู่ด้วยกัน แววตาที่มองกันก็ดูแปลกไป

            ไม่คิดเลยว่าพอวันนี้หนิงลั่วมาเยือนบ้าน นางกลับเข้ากับหวังเฮ่าได้ดีมากเช่นกัน

            ปกติบุตรชายของนางคนนี้เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับตำรา ไม่สนใจสิ่งใดเลย ทว่าตอนนี้เขากลับดูสนุกกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการอ่านหนังสือ อาสะใภ้หวังจึงรู้สึกยินดีนัก นางรีบเสริมขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น “เช่นนั้นข้าจะเป็นพยานให้พวกเจ้าเอง! สัปดาห์หน้าวันหยุดของเฮ่าเอ๋อร์ หนิงลั่วก็มากินข้าวที่บ้านข้าเถอะ พวกเจ้าจะได้พูดคุยกันไปกินข้าวไปด้วย”

             

    หลังจากหนิงลั่วกลับถึงบ้าน หนิงเวยก็เข้ามาถาม “ข้าได้ยินจากเสี่ยงเสี่ยงว่าเจ้าไปส่งอาหารให้อาสะใภ้หวัง”

            “อืม ข้าทำอาหารไว้บ้าง จึงส่งไปให้พวกเขาชิมสักหน่อย พวกเขาก็ช่วยเหลือพวกเราไม่น้อยเลย อีกทั้งข้าก็เคยบอกไว้ว่าจะไปเยี่ยมพวกเขา การนำของไปให้บ้างก็เป็นการแสดงน้ำใจ” หนิงลั่วตอบพลางพยักหน้า จากนั้นก็ปิดประตูไว้ เพื่อกันลมหนาวไม่ให้พัดเข้ามา ทำให้ครัวเล็กๆ อบอุ่นขึ้นมาหน่อย

            หนิงเวยมองอาหารเต็มโต๊ะแล้วถอนหายใจ พลางกล่าวกับน้องสาวว่า “เจ้าทำเช่นนี้ ข้าดีใจที่เห็นเจ้ารู้จักกตัญญูและมีน้ำใจต่อผู้อื่น แต่บ้านเรายังขัดสน ต่อไปหากไม่จำเป็นก็อย่าซื้อของฟุ่มเฟือยมากนัก”

            แทนที่จะรู้สึกยินดีที่มีอาหารเต็มโต๊ะ หนิงเวยกลับรู้สึกกังวลใจ นางรู้ดีว่าหนิงลั่วยังไม่เคยดูแลบ้านมาก่อน จึงไม่เข้าใจความลำบากของการจัดการค่าใช้จ่าย ยิ่งในตอนนี้ที่พี่สาวคนโตไม่อยู่ หนิงเวยต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว นางต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในระยะยาว หากใช้เงินมากเช่นนี้ทุกวัน พวกนางจะดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไร

            เดิมทีหนิงเวยคิดว่าหนิงลั่วคงซื้อเพียงแค่เนื้อมาบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อเข้าไปดูในครัว กลับพบว่ามีทั้งหม้อต้มน้ำแกงกระดูกขนาดใหญ่ และยังมีเนื้ออีกกระทะหนึ่ง ซึ่งนางก็ยังไม่รู้ว่าคือเนื้ออะไร

            เรื่องเช่นนี้จะให้เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อบ้านพวกนางมีเงินอยู่เพียงห้าสิบเหวิน หนิงลั่วเอาไปใช้ถึงสามสิบเหวิน นางคงไม่ได้ใช้หมดไปแล้วกระมัง

            ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ อาหารยังมีเหลือพอไปแบ่งปันให้บ้านอาสะใภ้หวังอีก!

            “ท่านไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้ใช้จนหมด ยังเหลืออยู่บ้าง” หนิงลั่วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม นางเลือกซื้อหมูสามชั้นซึ่งราคาถูกกว่าหมูเนื้อแดง อีกทั้งยังใช้เงินเพียงห้าเหวินสำหรับซื้อกระดูกและเครื่องใน รวมทั้งหมดแล้ว ใช้เงินไปเพียงสิบเจ็ดเหวินเท่านั้น

            “เป็นไปได้อย่างไร เจ้าซื้อของมาตั้งมากมาย เนื้อหมูทั้งนั้น!” หนิงเวยมองน้องสาวด้วยความไม่เข้าใจ อดคิดไม่ได้ว่าที่น้องสาวพูดเช่นนี้เพื่อให้ตนเองสบายใจและไม่ดุนาง?

            หนิงลั่วไม่คาดคิดว่าพี่สาวจะกังวลเรื่องเงินมากถึงเพียงนี้ ก็จริงอยู่ที่เงินในบ้านมีเพียงเล็กน้อยจึงต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แต่เงินที่เหลืออยู่ นางยังมีแผนการที่จะใช้ จึงยังไม่คิดจะคืนให้ในตอนนี้ คิดได้ดังนั้นหนิงลั่วก็ยิ้มแล้วกล่าวกับหนิงเวยว่า “พี่รองคิดว่าข้าใช้หมดไปแล้วหรือ วางใจเถิด ข้ารู้ดีว่าฐานะของบ้านเราเป็นเช่นไร เงินที่เหลืออยู่นั้น อีกสองวันข้าจะคืนให้ท่าน และไม่ใช่คืนเท่าเดิม แต่เป็นสองเท่าเลยด้วย”

            หนิงเวยมองน้องสาวด้วยความอ่อนใจเล็กน้อย รู้สึกว่าน้องสาวคนนี้เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น ไม่ฟังคำของนางเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทว่าพอคิดถึงสิ่งที่หนิงลั่วทำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งการจัดการกับคนในบ้านเก่า และสามารถแยกบ้านออกมาได้สำเร็จ ก็ต้องยอมรับว่าทุกอย่างที่เด็กคนนี้ทำมักได้ผลดี “น้องสาม เจ้าอาจจะมีวิธีของเจ้าเอง ข้าไม่ขัด แต่เงินอีกยี่สิบเหวินที่เหลือ เจ้าอย่าเพิ่งใช้ ข้ายังต้องซื้อด้ายและเข็มไว้ทำงานเย็บปัก บ้านเรามีเงินอยู่เพียงเท่านี้ อาหารที่เหลือก็ต้องใช้ให้พอจนกว่าข้าจะได้เงินจากงานเย็บปัก”

            “อีกอย่างนะ ข้าไม่ได้หวังว่าเจ้าจะหาเงินได้มากมายอะไร แต่เจ้าต้องอย่าทำเรื่องไม่ดีเด็ดขาด แม้พวกเราจะยากจน แต่จิตใจต้องไม่ตกต่ำ” หนิงลั่วกล่าวต่อ

            “ฟู่ว! พี่รองคิดไกลขนาดนั้นเชียวหรือ” หนิงลั่วไม่คาดคิดว่าพี่สาวจะจินตนาการไปไกลถึงเพียงนี้

            “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ อาสะใภ้โจวพูดมาตลอดว่าอยากรับเจ้าไปเป็นลูกบุญธรรม ตอนนี้พวกเราแยกบ้านออกมาแล้ว ไม่มีท่านย่าคอยขัดขวางอีก วันนี้เจ้าไปซื้อเนื้อหมู นางก็เอาของให้มามากมายขนาดนี้ ใครจะรู้ว่านางอาจยังมีความหวังนั้นอยู่ก็ได้”

            อันที่จริงหนิงเวยเองก็ไม่ใช่คนโง่ นางยังคงจดจำเรื่องนี้ได้ดี

            “พี่รองไม่ต้องกังวล ข้าไม่มีวันทอดทิ้งท่านกับเสี่ยงเสี่ยงแน่นอน พวกเราพี่น้องต้องร่วมสุขร่วมทุกข์ไปด้วยกัน” หนิงลั่วกล่าวอย่างหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว

            เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของน้องสาว หนิงเวยก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง นางยื่นมือไปลูบศีรษะหนิงลั่วเบาๆ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความซาบซึ้ง “หนิงลั่ว เจ้าช่างเป็นน้องสาวที่ดีที่สุดของข้าจริงๆ”

            เมื่อต่างฝ่ายต่างได้รับอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของกันและกัน พวกนางก็ยิ้มให้กัน เรื่องราวที่ค้างคาในใจ บัดนี้คลี่คลายลงได้ด้วยดี

            “ว่าแต่ เจ้าเคี่ยวอะไรอยู่ในหม้อนั่นกัน กลิ่นหอมดีจริง” หนิงเวยถาม

            หนิงลั่วนึกถึงการเดิมพันระหว่างนางกับหวังเฮ่า เพื่อให้เป็นธรรม นางจึงตั้งใจไม่บอกใคร ปล่อยให้พวกเขาเดาเอาเอง “อย่างไรก็เป็นเนื้ออร่อยแน่นอน รอให้สุกแล้วท่านก็แค่กินก็พอ”

            “คงไม่ใช่เนื้อหนูอีกใช่หรือไม่ หรือว่าเป็นเนื้องูอะไรพวกนั้น?” ตั้งแต่เห็นน้องสาวนำตัวอ้นกลับมาทำอาหาร หนิงเวยก็มีปมฝังใจเล็กๆ เกี่ยวกับอาหารที่หนิงลั่วทำ

            ตอนนี้เห็นน้องสาวต้มเนื้อที่ดูไม่คุ้นเคยอีกครั้ง ก็อดรู้สึกหวั่นใจไม่ได้ หนิงเวยใจเต้นแรง

    คล้ายกับเรื่องสารพันเมนูเด็ด กลเม็ดสาวทะลุมิติ [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน