“ท่าน้าหย่ากับข้าอย่างนั้นหรือ จ้าวหลี่เถิง”
จูอวี้อวิ๋นกำมือของตัวเองไว้แน่นเมื่อนึกถึงคำพูดของจ้าวหลี่เถิง ที่ได้พูดเอาไว้เมื่อสามวันก่อน นางก้มมองหนังสือหย่าที่อยู่ในมือของตัวเองหนังสือหย่าที่รอการลงนามจากนาง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาส่องกระจกที่สะท้อนเงาใบหน้าของนาง และสะท้อนเงาถึงใบหน้าของสตรีผู้หนึ่ง ที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับนางราวกับว่าเป็คนเดียวกัน
“จูจินม่าย จ้าวหลี่เถิงจะไม่มีวันได้รับการลงนามหนังสือหย่าจากข้า”
จูอวี้อวิ๋นฉีกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ด้วยสีหน้าที่สะใจพลางมองเงาสะท้อนกระจกที่อยู่ตรงหน้าเงาสะท้อนที่เปรียบเสมือนสตรีผู้หนึ่งที่ไม่ใช่นางเงาสะท้อนที่คอยหลอกหลอนนางมาตลอดชีวิต นางวางหนังสือหย่าไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังเตียงนอนแล้วหยิบถุงผ้าที่ห่ออาภรณ์เอาไว้เตรียมเดินทาง ก่อนที่จะหันไปมองประตูห้องนอน
“ฟูเหรินท่านกำลังจะไปที่ใดหรือเ้าคะ”สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาหลังจากเปิดประตูและเดินเข้ามาด้านในห้องนอนของจูอวี้อวิ๋นพลางมองถุงผ้าที่ห่ออะไรบางอย่างเอาไว้
“เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเ้าอย่าได้คิดมาขวางทางข้า”เมื่อได้ยินสิ่งที่จูอวี้อวิ๋นกล่าว สาวใช้จึงเดินเข้าไปหานางทันที
“ฟูเหรินเ้าคะ หากท่านทำเช่นนี้ท่านแม่ทัพจะต้องเอาท่านถึงตายอย่างแน่นอน แผ่นดินแคว้นหนานหนิงไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากสายตาของท่านแม่ทัพได้”
“ข้านี่แหละ ที่จะหลุดพ้นจากสายตาของเขาเป็คนแรกเ้าอยู่ที่นี่ดูแลตัวเองให้ดี หรือไม่ เ้าก็ควรกลับไปอยู่ที่จวนสกุลจูเสีย”
“คุณหนูใหญ่เ้าคะให้ข้าตามไปรับใช้ท่านด้วยเถิดนะเ้าคะ”สาวใช้จับแขนของจูอวี้อวิ๋นเบาๆด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
“หญิงสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเช่นเ้าอยู่ร่วมกับหญิงคาวโลกีย์เช่นข้าไม่ได้หรอก หรงเฟย"จูอวี้อวิ๋นเอ่ยขึ้นมาพลางปลดมือของหรงเฟยที่จับแขนของนางเอาไว้
“ข้ามาแล้วขอรับฟูเหริน”เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังจูอวี้อวิ๋นหรงเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้เห็นชายหนุ่มนิรนามยืนอยู่ด้านหลังจูอวี้อวิ๋น
“เ้าเข้ามาในห้องนอนของฟูเหรินได้อย่างไร!”
“ข้าเป็คนให้เขาเข้ามาในห้องนอนของข้าเอง”
“หรือว่า”
“เ้าคิดไม่ผิดหรอก หรงเฟย”
“คุณหนูใหญ่เ้าคะ…”
“รีบไปกันเถิดขอรับ ฟูเหรินก่อนที่พวกเราทั้งสองคนจะถูกจับได้”
“อย่าไปเลยนะเ้าคะ ฟูแหริน”หรงเฟยร้องไห้คร่ำครวญพลางกอดเอวของจูอวี้อวิ๋นไว้แน่น จูอวี้อวิ๋นพยายามปลดมือของเฟยหรงที่กอดเอวของนางไว้ก่อนที่จะหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆนาง
“จัดการนาง”
“ขอรับ ฟูเหริน”ชายหนุ่มนิรนามขานรับ เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายมอบหมายก่อนที่จะเดินไปยังด้านหลังของหรงเฟย แล้วใช้สันมือสับลงบนต้นคอของหรงเฟยจนนางสลบนอนราบไปกับพื้น
“รีบไปกันเถอะขอรับฟูเหริน”เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มนิรนามกล่าว จูอวี้อวิ๋นจึงพยักหน้าตอบรับในทันทีก่อนที่จะหันไปมองร่างของหรงเฟย ที่นอนสลบอยู่ตรงหน้าของนาง
“ข้าขอโทษหรงเฟย”จูอวี้อวิ๋นกล่าวลาหรงเฟยเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเดินตามหลังชายหนุ่มนิรนามออกไป
“เ้าค่ะ คุณนายหลาน กลับถึงบ้านทันแน่นอนค่ะแค่นี้นะคะ”จูจินม่ายถอนหายใจขึ้นมาด้วยความเหนื่อยใจหลังจากวางสายผู้เป็แม่ของเธอ ก่อนที่จะนั่งหลับตาลงพลางขมวดคิ้วเมื่อััได้ถึงความผิดปกติ แล้วลืมตาขึ้นมา
‘ไฟแดงแล้ว ทำไมถึงไม่ชะลอรถ’จูจินม่ายเริ่มหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปมองผู้คนมากมายภายในรถ โดยเฉพาะด้านหน้าที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
รถเบรกไม่ได้!
เสียงของใครคนหนึ่งดังมาจากด้านหน้าจูจินม่ายเบิกกว้างขึ้นมาทันที ก่อนที่จะหันไปมองผู้คนมากมายที่กำลังตื่นตระหนกใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนในที่สุดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นตรงกลางสี่แยก
ตึง!
รถเมล์ประจำทางสายหนึ่งได้ชนเข้ากับรถเฟอร์รารี่คันสีดำสุดหรูด้านหน้าของรถเฟอร์รารี่คันสีดำพังยับเยินในขณะที่รถเมล์ประจำทางกลับพลิกตะแคงไปยังอีกด้านหนึ่งชายหนุ่มผู้เป็เ้าของรถเฟอร์รารี่คันสีดำสุดหรู ศีรษะของเขากระแทกกับพวงมาลัยของรถจนสลบคาที่ส่วนผู้โดยสารภายในรถเมล์ต่างกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง
‘เื่แบบนี้มันเกิดขึ้นกับฉันได้ยังไงเนี่ย’จูจินม่ายมองภาพอันเลือนรางภายในรถเมล์ในตอนนี้ผู้คนมากมายต่างกระจัดกระจาย และนอนทับกันไปทั่วรถ
ร่างกายของเธอในตอนนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและได้รับาแจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เล็กน้อยถึงแม้ว่าเธอจะพยายามตะเกียกตะกายออกจากรถเมล์ประจำทางแต่ทุกอย่างกลับไม่เป็ดั่งใจเธอเลยสักนิดก่อนที่จะเหลือบไปมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง
‘เนื้อคู่อย่างนั้นหรอ บ่ายสามโมง นี่มันเวลาตายชัดๆ’จูจินม่ายทำได้แค่เพียงคิดในใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ก่อนที่จะเหลือบไปมองสร้อยข้อมือลูกปัดหยกขาว
‘ช่วยฉันด้วย ฉันคิดถึงแม่’จูจินม่ายภาวนาอ้อนวอนก่อนที่ดวงตาของเธอจะค่อยๆเลือนรางลงอีกครั้ง และหมดสติลงในที่สุดท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังยืนเฝ้ามองอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นกลางสี่แยกในตอนนี้
“ตื่นแล้วหรือเ้าคะฟูเหริน”เสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้นมา ภายในโสตประสาทของสตรีผู้สูงศักดิ์นางค่อยๆลืมตาขึ้นมาพบกับภาพอันเลือนราง ก่อนที่จะขยี้ตาของตัวเอง เพื่อให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนพลางขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้เห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
‘ตอนนี้ฉันอยู่ที่สตูดิโออย่างนั้นหรอ’จูจินม่ายมองสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวเองก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นมานั่งบนเตียง โดยมีหญิงสาวผู้หนึ่งประคองตัวเธอเอาไว้
“ขอบคุณค่ะที่ช่วยประคองฉัน”
“เป็หน้าที่ของข้าน้อยอยู่แล้วเ้าค่ะ ฟูเหริน”
“ฟูเหริน?”สตรีผู้สูงศักดิ์เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แปลกใจพลางมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไล่ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
‘นักแสดงตัวประกอบอย่างนั้นหรอ แต่ว่าในบทละครของเสี่ยวเยว่ไม่มีการกล่าวถึงภรรยาของขุนนางเลยนะ’
“ไม่ทราบว่าคุณอันอยู่ที่ไหนหรือคะ”
“คุณหนูสกุลอัน ท่านรู้จักคนภายในสกุลอันด้วยหรือเ้าคะฟูเหริน”
“ฉันหมายถึงอันชิงเยว่ คนเขียนบทละครเื่นี้น่ะค่ะ”
“ฟูเหริน ท่านรอข้าอยู่ที่นี่ห้ามออกไปไหนนะเ้าคะ”หญิงสาวกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าที่กังวลใจก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องนอนของสตรีผู้สูงศักดิ์
“เดี๋ยวก่อนสิคะคุณ คุณคะ!”สตรีผู้สูงศักดิ์ะโไล่หลังหญิงสาวที่กำลังเดินออกไปจากห้องก่อนที่จะลุกขึ้นยืนพลางขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย”สตรีผู้สูงศักดิ์ยืนกอดอกด้วยสีหน้าที่แปลกใจพลางหันไปมองรอบๆห้องแห่งนี้