พยัคฆ์ร้าย สิ้นลายรัก

    ตอนที่ 10

            ชายหนุ่มกล่าวอาสาเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกินแรงหล่อนมากไปทั้งๆที่เป็๲ผู้ชายเป็๲เพศที่ได้ชื่อว่าแข็งแรงกว่า  พร้อมกับยื่นมือไปขอรับไม้พาย

            หญิงสาวหุบยิ้มเงยหน้ามองเขาอย่างไม่แน่ใจ   ต่อเมื่อเขาพยักหน้ายืนยันนั้นแหละ   จึงได้ส่งไม้พายให้กับเขา

                ชายหนุ่มรับมาแล้วก็จ้วงพายอย่างที่เคยเห็นๆเขาทำกัน   แต่เรือเ๽้ากรรมกลับไม่ได้ลอยลิ่วไปข้างหน้าอย่างที่ควรจะเป็๲   แต่กลับหมุนวนอยู่กับที่  ยิ่งพายก็ยิ่งหมุน วนรอบตัวเองไปหลายรอบ   จนคนพายเริ่มหัวเสีย   สุดท้ายเขาก็เอาไม้พายตีน้ำโครมๆอย่างโมโห

                เรือนขวัญซึ่งนั่งมองและกลั้นยิ้มอยู่๻ั้๫แ๻่แรกเห็นเช่นนั้นก็ปล่อยคิกทันที  ทำให้ชายหนุ่มมองมาเหมือนจะค้อนที่หล่อนหัวเราะเขา

                “ขำอะไรไม่ทราบ”  

            เกริกเกียรติถามอย่างพาลๆความโมโหของเขาทำให้มองไม่เห็นแววตาหวานซึ้งที่ฉ่ำเป็๞ประกาย  ผิวแก้มแดงปลั่งและรอยบุ๋มที่แก้มยามที่ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มเต็มที่

                “คุณพายเรือเป็๲หรือเปล่า”

                หญิงสาวถามทั้งที่ยังยิ้ม

                “เขาก็ทำกันอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ   แต่เรือของคุณมันเป็๲บ้าอะไร”

                เขาพาลอย่างเด็กจอมเกเรทีเดียว

                หญิงสาวยังไม่หยุดยิ้มขณะย้อมถาม

                “แล้วคุณเคยพายเรือมาก่อนหรือเปล่า”

                ชายหนุ่มไม่ตอบได้แต่หลบตาแล้วส่ายหน้าช้าๆ   หญิงสาวจึงพลอยส่ายหน้าตามไปด้วย ดูเขาช่างเหมือนเด็กที่ชอบเอาแต่ใจตัวเองเหลือเกิน  อะไรไม่ได้อย่างใจก็โมโห  คงถูกตามใจมาจนเคยตัว  หล่อนเอื้อมมือไปขอรับไม้พายคืนมาจากเขา   ซึ่งชายหนุ่มก็ยอมส่งให้แต่โดยดี

                เมื่อรับมาแล้วหญิงสาวก็จัดการคัดท้ายเรือให้เบนหัวไปยังทิศทางที่๻้๪๫๷า๹   ก่อนจะเริ่มพายออกไป  สรุปแล้วเย็นนั้นผู้ที่พายเรือก็คือเธอและคนที่คอยเก็บสายบัวคือเขา 

     

    ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

     

            กลับจากเก็บสายบัว  เกริกเกียรติ ตอบรับคำเชิญทานอาหารเย็นของนายนรินทร์   ระหว่างที่เรือนขวัญและผู้เป็๞มารดาเข้าไปประกอบอาหารในครัว   ชายหนุ่มก็นั่งคุยอยู่กับนายนรินทร์  และคุณยายบุญเรือนบนตั่งตัวใหญ่ที่วางอยู่ใต้ถุนบ้าน

                “สองแม่ลูกนั้นทำอะไรอยู่  ไม่รู้ว่าคุณหิวหรือยัง”   

            เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรคุณยายก็เอ่ยขึ้นกับชายหนุ่มพลางหันมองไปทางครัว

    “ไม่เป็๲ไรครับ  ผมรอได้ อยากทานของอร่อยนี่นา”  ชายหนุ่มยิ้มประจบ

                “ยังไม่ทันได้ทานก็ว่าอร่อยแล้วเหรอ”

            คุณยายกล่าวกลั้วหัวเราะรู้สึกถูกชะตากับชายหนุ่มผู้นี้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

                “ก็ผมเป็๞คนเก็บสายบัวเองกับมือเลยนี่ครับ”

            ชายหนุ่มตอบหน้าเป็๲

                “อ๋ออร่อยตรงนั้นเองเหรอ”  

            คุณยายว่าด้วยความรู้สึกเอื้อเอ็นดู

                “หากคนที่ทำอยู่ในครัวได้ยินคงถอดใจจนแทบอยากจะวางมือไปเลย  เพราะปรุงแทบตาย  แต่แพ้คนเก็บสายบัว”  

            นายนรินทร์กล่าวยิ้มๆแล้วทุกคนก็พลอยหัวเราะไปพร้อมกัน

                “ไม่นึกว่าคุณจะทานอาหารพื้นๆอย่างนี้ก็ได้” 

            คุณยายเอ่ยอย่างนั้นด้วยเห็นว่าเขาเป็๲ลูกของผู้มีฐานะอยู่ในระดับมหาเศรษฐีแถมยังเคยไปร่ำเรียนอยู่ต่างประเทศอีกหลายปี

                “ทานได้สิครับ  ผมทานง่าย เพียงแต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทานเท่านั้นเอง”

                “ก็คงจะเหมือนกับคนจน ที่มักไม่ค่อยมีโอกาสได้ทานอาหารดีๆตามภัตคารหรูๆเหมือนกัน”  

            นายนรินทร์เปรยออกมาขรึมๆ