ชายหนุ่มกล่าวอาสาเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกินแรงหล่อนมากไปทั้งๆที่เป็ผู้ชายเป็เพศที่ได้ชื่อว่าแข็งแรงกว่า พร้อมกับยื่นมือไปขอรับไม้พาย
หญิงสาวหุบยิ้มเงยหน้ามองเขาอย่างไม่แน่ใจ ต่อเมื่อเขาพยักหน้ายืนยันนั้นแหละ จึงได้ส่งไม้พายให้กับเขา
ชายหนุ่มรับมาแล้วก็จ้วงพายอย่างที่เคยเห็นๆเขาทำกัน แต่เรือเ้ากรรมกลับไม่ได้ลอยลิ่วไปข้างหน้าอย่างที่ควรจะเป็ แต่กลับหมุนวนอยู่กับที่ ยิ่งพายก็ยิ่งหมุน วนรอบตัวเองไปหลายรอบ จนคนพายเริ่มหัวเสีย สุดท้ายเขาก็เอาไม้พายตีน้ำโครมๆอย่างโมโห
เรือนขวัญซึ่งนั่งมองและกลั้นยิ้มอยู่ั้แ่แรกเห็นเช่นนั้นก็ปล่อยคิกทันที ทำให้ชายหนุ่มมองมาเหมือนจะค้อนที่หล่อนหัวเราะเขา
“ขำอะไรไม่ทราบ”
เกริกเกียรติถามอย่างพาลๆความโมโหของเขาทำให้มองไม่เห็นแววตาหวานซึ้งที่ฉ่ำเป็ประกาย ผิวแก้มแดงปลั่งและรอยบุ๋มที่แก้มยามที่ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มเต็มที่
“คุณพายเรือเป็หรือเปล่า”
หญิงสาวถามทั้งที่ยังยิ้ม
“เขาก็ทำกันอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ แต่เรือของคุณมันเป็บ้าอะไร”
เขาพาลอย่างเด็กจอมเกเรทีเดียว
หญิงสาวยังไม่หยุดยิ้มขณะย้อมถาม
“แล้วคุณเคยพายเรือมาก่อนหรือเปล่า”
ชายหนุ่มไม่ตอบได้แต่หลบตาแล้วส่ายหน้าช้าๆ หญิงสาวจึงพลอยส่ายหน้าตามไปด้วย ดูเขาช่างเหมือนเด็กที่ชอบเอาแต่ใจตัวเองเหลือเกิน อะไรไม่ได้อย่างใจก็โมโห คงถูกตามใจมาจนเคยตัว หล่อนเอื้อมมือไปขอรับไม้พายคืนมาจากเขา ซึ่งชายหนุ่มก็ยอมส่งให้แต่โดยดี
เมื่อรับมาแล้วหญิงสาวก็จัดการคัดท้ายเรือให้เบนหัวไปยังทิศทางที่้า ก่อนจะเริ่มพายออกไป สรุปแล้วเย็นนั้นผู้ที่พายเรือก็คือเธอและคนที่คอยเก็บสายบัวคือเขา
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
กลับจากเก็บสายบัว เกริกเกียรติ ตอบรับคำเชิญทานอาหารเย็นของนายนรินทร์ ระหว่างที่เรือนขวัญและผู้เป็มารดาเข้าไปประกอบอาหารในครัว ชายหนุ่มก็นั่งคุยอยู่กับนายนรินทร์ และคุณยายบุญเรือนบนตั่งตัวใหญ่ที่วางอยู่ใต้ถุนบ้าน
“สองแม่ลูกนั้นทำอะไรอยู่ ไม่รู้ว่าคุณหิวหรือยัง”
เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรคุณยายก็เอ่ยขึ้นกับชายหนุ่มพลางหันมองไปทางครัว
“ไม่เป็ไรครับ ผมรอได้ อยากทานของอร่อยนี่นา” ชายหนุ่มยิ้มประจบ
“ยังไม่ทันได้ทานก็ว่าอร่อยแล้วเหรอ”
คุณยายกล่าวกลั้วหัวเราะรู้สึกถูกชะตากับชายหนุ่มผู้นี้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ก็ผมเป็คนเก็บสายบัวเองกับมือเลยนี่ครับ”
ชายหนุ่มตอบหน้าเป็
“อ๋ออร่อยตรงนั้นเองเหรอ”
คุณยายว่าด้วยความรู้สึกเอื้อเอ็นดู
“หากคนที่ทำอยู่ในครัวได้ยินคงถอดใจจนแทบอยากจะวางมือไปเลย เพราะปรุงแทบตาย แต่แพ้คนเก็บสายบัว”
นายนรินทร์กล่าวยิ้มๆแล้วทุกคนก็พลอยหัวเราะไปพร้อมกัน
“ไม่นึกว่าคุณจะทานอาหารพื้นๆอย่างนี้ก็ได้”
คุณยายเอ่ยอย่างนั้นด้วยเห็นว่าเขาเป็ลูกของผู้มีฐานะอยู่ในระดับมหาเศรษฐีแถมยังเคยไปร่ำเรียนอยู่ต่างประเทศอีกหลายปี
“ทานได้สิครับ ผมทานง่าย เพียงแต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทานเท่านั้นเอง”
“ก็คงจะเหมือนกับคนจน ที่มักไม่ค่อยมีโอกาสได้ทานอาหารดีๆตามภัตคารหรูๆเหมือนกัน”
นายนรินทร์เปรยออกมาขรึมๆ