"ผมชื่อกาย วัชรพล ดำรงค์สารสิน เรียกผมว่ากายก็ได้ คุณละ” ตอนนี้คนเจ็บแนะนำตัวเอง
“ผมชื่อชล ชนะชนม์ บูรณรักษ์ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณเรียกผมว่าชลก็ได้” ชนะชนม์มองสบตาใบหน้าคมตอนนี้หน้าเขาดูอิดโรยและซีดเซียวแต่กระนั้นก็ไม่สามารถบดบังความหล่อเหลาของเขาได้เขาเป็ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ เขาสูงกว่าชนะชนม์น่าจะประมาณ 187 ใบหน้าคมสัน จมูกโด่งรับกับปากรูปกระจับที่ตอนนี้ดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดผิวขาวเนียนละเอียดแบบผู้ดีเขาช่างเป็ผู้ชายที่หน้าตาดีมากจนทำให้ชนะชนม์เผลอมองอย่างลืมตัวเพราะเขาเหมือนเป็สิ่งประดิษฐ์ที่พระเ้าสรรสร้างมาด้วยความรักใคร่
“คุณช่วยรินน้ำให้หน่อยได้ไหม” อยู่ๆเขาก็หันมา ชนะชนม์รีบเบือนหน้าหนีด้วยความอายที่เผลอจ้องมองคนตรงหน้านานเกินไป เขารีบเดินไปรินน้ำและยกตัวเขาขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เขาดื่มน้ำได้ถนัดขึ้นก่อนจะปรับตัวเขาเอนลงนอนเหมือนเดิม
“พวกนั้นมาตามหาผมรึปล่าว”
“ผมคิดว่ามา แต่ผมจัดการไล่พวกมันไปแล้ว”ชนะชนม์เล่าวีรกรรมที่คิดว่าเท่ห์ให้วัชรพลฟัง
“ขอบคุณมาก คุณเก่งมาก ผมติดหนี้บุญคุณคุณหลายครั้ง หากไม่ได้คุณคืนนี้เห็นทีผมจะไม่รอด ผมรู้สึกง่วงขอพักสักหน่อยนะครับ คุณอย่าเพิ่งไปไหนได้ไหมอยู่กับผมก่อน ผมอุ่นใจหากมีคุณอยู่ข้างๆ” พูดเสร็จเขาก็ปิดตาลง จริงๆวัชรพลอยากจะคุยกับคนช่างพูดข้างๆ เตียงอีกสักนิดแต่ตอนนี้หนังตาเขาหนักเหลือเกินเกินจะต้านทาน เขาทั้งเจ็บแผล ทั้งอ่อนเพลียไปหมด จนไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดต่อหรืออาจเป็เพราะฤทธิ์ยาก็ไม่อาจรู้ได้ ไว้เขาตื่นมาจะคุยกับคนข้างเตียงให้หนำใจ หากเขายังอยู่ข้างๆ เขาพูดขอให้ชนะชนม์อย่าไปไหนอย่างคนเอาแต่ใจแต่ก็ไม่รู้ว่าคนข้างเตียงจะทำตามคำขอของเขาไหม
“อย่าเพิ่งสิ ผมจะกลับแล้วพรุ่งนี้ผมมีเรียนนะ คุณให้ผมช่วยโทรหาญาติคุณมาเฝ้าได้ไหม”ชนะชนม์รีบทักท้วงก่อนที่เขาจะหลับไปจริงๆแต่คิดว่าไม่ทันแล้วเนื่องจากเขาไม่ตอบโต้อีก ชนะชนม์ทำอะไรไม่ถูกนอกจากหาที่นอนเพื่อรอเขาตื่นและคุยกันให้รู้เื่อีกครั้งบอกตามตรงว่าชนะชนม์ตัดใจทิ้งเขาไม่ลงในตอนนี้เพราะในใจก็รู้สึกเป็ห่วงคนตรงหน้าเขาตัดสินใจนอนหลับที่ข้างเตียงผู้ป่วย
สองหนุ่มหลับไปนานและตื่นมาอีกครั้งตอนเก้าโมงเช้าตอนที่พยาบาลเอาอาหารเช้ามาให้ เป็ข้าวต้มกุ้ง ร่างสูงทานข้าวต้มไปเพียงเล็กน้อยและกินยาที่พยาบาลจัดไว้ให้ก่อนจะหันมามองหนุ่มหน้าหวานร่างบางข้างเตียงอย่างเต็มตาทั้งสองมองสบตากันสักครู่ก่อนจะที่ร่างบางจะเอ่ยแก้ความเขินอายที่ถูกอีกฝ่ายมองไม่วางตา
“อะ อื้ม คุณเป็อย่างไรบ้าง”ร่างบางชวนคุยเพื่อทำลายบรรยากาศแปลกๆ นี้ลง
“ผมรู้สึกดีขึ้นแล้วขอบคุณคุณมากที่ยังไม่ทิ้งผมไป ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างมากมีคุณอยู่ผมก็อุ่นใจขึ้น”วัชรพลพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจและขอบคุณร่างบางที่ยังไม่ทิ้งเขาไปไหนรอจนเขาตื่นขึ้นมาเพื่อพูดคุยกันอีกครั้งเขาจ้องหน้าคนตรงหน้าด้วยสายตาขอบคุณและเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างก่อเกิดขึ้นมาในหัวใจหนุ่มร่างบางตรงหน้าเป็คนที่หน้าตาน่ารัก ใบหน้ารูปไข่ถึงจะดูหล่อแต่ออกไปทางน่ารักมากกว่า ดวงตากลมั์ตาสีน้ำตาลเข้มขับให้ใบหน้าดูคมหวาน ผิวขาวแต่ไม่ขาวเท่ากับเขา ปากนิด จมูกหน่อยได้รูป เวลายิ้มเขาชอบฟันกระต่ายสองซี่ข้างหน้ามันทำให้รอยยิ้มเขายิ่งดูน่ารักไปอีก ‘เ้ากระต่ายน้อย’นั่นคือฉายาที่เขาคิดไว้ในใจ สีผมดกดำสนิทเป็เงา พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกซึ่งอาจจะเป็กลิ่นของยาสระผมทำให้เขาเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอดอย่างลืมตัว
“อยากกินอะไรเป็พิเศษไหม ผมจะไปซื้อให้เห็นคุณกินข้าวต้มโรงพยาบาลไปนิดเดียวเอง”เสียงเรียกของอีกฝ่ายทำให้เขาตื่นจากภวังค์
“ไม่ครับ แต่คุณบอกว่าวันนี้มีเรียนใช่ไหม”
“ใช่ ผมจะบอกลาคุณก่อนแล้วจะไปแล้วเื่ญาติที่จะมาเฝ้าต่อละ เอาไงดี แต่เดี๋ยวนะ ทำไมคุณรู้ว่าผมมีเรียนสรุปเมื่อคืนตอนที่ผมพูด คุณยังไม่หลับใช่ไหม”ร่างบางถามอย่างคาดคั้นพร้อมมองจ้องคนตรงหน้าเพื่อเค้นเอาความจริงว่าแกล้งหลับใช่ไหมถึงทำเป็ไม่ได้ยินที่เขาโวยวายให้ตื่นขึ้นมาเพื่อโทรหาญาติเขาก่อน
“คนที่ทำร้ายผมผมคิดว่าเป็ญาติคนเดียวของผมที่เหลืออยู่” ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าหน้าตาก็หม่นหมองลง ดวงตาหลุบต่ำเขาก้มหน้าลงเหมือนคำพูดต่างๆที่จะพูดจุกอยู่ตรงลำคอไม่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้เพราะรู้สึกเ็ปและรวดร้าวใจโดยเลี่ยงที่จะตอบคำถามที่อีกฝ่ายกำลังรบเร้าให้ตอบ
“งั้นวันนี้ผมไปเรียนก่อนตอนเย็นผมจะมาหานะ” ร่างบางบอกคนเจ็บ และรับรู้ได้ว่าคนเจ็บได้รับความเ็ปทั้งร่างกายและจิตใจหากญาติเขาเป็คนให้คนมาทำร้ายเขาจริงแล้วจะให้ญาติพวกนั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ไหนทำแบบนั้นก็เหมือนฝากปลาย่างไว้กับแมวร่างสูงพยักหน้ายิ้มรับเล็กน้อยด้วยสายตาขอบคุณที่หนุ่มน้อยหน้าหวานไม่ทอดทิ้งเขา
เขานอนพักในโรงพยาบาลอยู่ 2 วันแล้ว อาการเริ่มดีขึ้น ระหว่างนั้นชนะชนม์ก็ยังมาเยี่ยมมาดูแลเขาตลอด คอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวคอยหาอาหารการกินที่เขาอยากกินให้
“ไม่ต้องห่วงนะ คุณดูแลผมอย่างดีผมต้องตอบแทนคุณอย่างดีแน่นอน ผมพูดคำไหนคำนั้น” วัชรพลย้ำเตือนอีกครั้งว่าเขาจะไม่ลืมบุญคุณคนที่ช่วยชีวิตเขาแน่นอน
“ไม่ต้องตอบแทนหรอก ค่าผ่าตัด ค่ารักษาค่าห้องพิเศษ ผมใช้เงินคุณทั้งนั้นแหละ” ใช่ ชนะชนม์ไม่ได้ใช้เงินตัวเองก็จะให้เขาไปหาจากไหนล่ะ ค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลสูงขนาดนี้ โชคดีคนเจ็บมีเงินและมีบัตรมากมายสามารถใช้รูดจ่ายได้ทั้งหมดและต้องขอบคุณพวกผู้ร้ายพวกนั้นที่ไม่ขโมยกระเป๋าสตางค์ไปด้วย แต่บางทีหากเขาไม่ไปช่วยเสียก่อนก็อาจจะโดนทั้งชีวิตและทรัพย์สินก็เป็ได้
“หลายวันนี้ผมรบกวนให้คุณดูแลหลายเื่แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วผมขอรบกวนอีกเื่ได้ไหม หากคุณไม่ยุ่งอะไรอยากรบกวนคุณช่วยซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้หน่อยกว่าผมจะออกจากโรงพยาบาลได้ ผม้าใช้หาข้อมูลและติดต่อเพื่อน คุณเอาบัตรไปรูดได้เลย”
“เดี๋ยวนะ คุณมีเพื่อนนี่ให้ผมตามเพื่อนให้มาดูแลคุณได้ไหม” ชนะชนม์ร้องบอกอย่างดีใจที่ได้ยินคำว่า‘เพื่อน’ จากคนเจ็บ
“ใช่ ผมพอมีเพื่อนแต่ผมก็จำเบอร์ใครไม่ได้ คุณคงรำคาญและเหนื่อยกับผมมากสินะ คุณไปเลยก็ได้ผมขอบคุณกับสิ่งที่คุณทำให้ผมตลอดที่ผ่านมา ผมคงเป็ภาระที่หนักเกินไปสำหรับคุณ”คนเจ็บพูดออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจพร้อมแสดงสีหน้าเหมือนคนที่ถูกทิ้ง
“ไม่ใช่อย่างนั้น หากคุณมีเพื่อนจะได้ช่วยเหลือกันและอาจจะดูแลคุณดีกว่าผมก็ได้ คิดว่าผมไม่ได้พูดละกัน ผมไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้คุณก่อน”ชนะชนม์พูดพร้อมทำท่าออกจากห้องแต่ก็ถูกเรียกไว้
“เดี๋ยวคุณช่วยซื้อของกินอร่อยๆ ให้ผมด้วยนะ เอากระเพราหมูกรอบไข่ดาว ไม่เผ็ด ต้มเืหมูและโค้ก”
“หมอให้กินได้แล้วเหรอ”ชนะชนม์อดถามคนเอาแต่ใจไม่ได้
“อย่าบอกหมอสิ อาหารที่นี่มันไม่อร่อย นะช่วยซื้อให้ผมหน่อย ผมอยากกิน” เขาอ้อนวอนชนะชนม์ด้วยสายตาเว้าวอน ทำหน้าทำตาให้น่าสงสารอีกแล้ว คนคนนี้สะกดคำว่า ‘เกรงใจ’ เป็ไหมเนี่ยสรุปชนะชนม์เป็ผู้มีพระคุณที่เขา้าตอบแทนหรือเป็เบ๊เขากันแน่ชนะชนม์คิดแล้วก็พาลหงุดหงิดแต่ก็ทำตามที่เขา้าอยู่ดีและหากชนะชนม์หันหลังกลับไปมองคนเจ็บอีกครั้ง คงได้เห็นสีหน้าเ้าเล่ห์ของคนเจ็บที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ
ชนะชนม์กลับเข้ามาในโรงพยาบาลใน่ค่ำ ระหว่างทางที่เดินกลับมาเขาก็เหลือบไปเห็น ‘พระเ้า นั่นพวกมันนี่น่า!!!’ชนะชนม์รีบเดินตัดไปอีกทางและวิ่งไปหาเขาที่ห้องพิเศษให้เร็วที่สุด เห็นเขานอนหลับ สมองของชนะชนม์กำลังประมวลผลเพื่อหาทางรอดจะใช้แผนสร้างความแตกตื่นคงไม่ได้อีก ชนะชนม์ตัดสินใจเก็บชื่อผู้ป่วยหน้าห้องเก็บของใช้บางอย่างที่มาในวันเกิดเหตุเผื่อพวกมันจำได้ปลุกเขาและพาเขาเข้าไปในห้องน้ำทั้งสายน้ำเกลือ ยืนแอบอยู่หลังประตูเผื่อพวกมันเปิดประตูเข้ามาอย่างน้อยการอยู่หลังประตูก็ยังรอดสายตาพวกมันได้ เพราะตอนนี้ชนะชนม์รู้ว่าออกจากห้องไม่ทันแล้ว พวกมันกำลังมาห้องนี้เราสองคนยืนตัวติดกันจนรับรู้ถึงลมหายใจและเสียงหัวใจเต้นของอีกฝ่าย
“มีอะไรเหรอ” วัชรพลถามเขาเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางแปลกๆ ของอีกฝ่าย
“ชู่วร์”ชนะชนม์เอามือจุ๊ปากตัวเองเพื่อบอกให้เขาเงียบ
“ห้องนี้ไม่มีคนอยู่เลยลูกพี่”เสียงผู้ร้ายคนเดิมที่เคยกระชากคอเสื้อของชนะชนม์พวกมันมาถึงเร็วมาก
“ไปดูในห้องน้ำซิ ส่วนแกไปตู้เสื้อผ้าซิ”หัวหน้าใหญ่ชี้นิ้วสั่งการลูกน้องทั้งสอง ชนะชนม์หัวใจเต้นแรงเหงื่อเม็ดโป้งๆ ฝุดขึ้นเต็มใบหน้า พวกมันจะเจอเราสองคนไหม แย่แล้ว เขาเงยหน้ามองสบตาคนข้างๆ ด้วยสายตาหวาดหวั่น
‘หมับ’
วัชรพลเอื้อมมือมากอดเขาไว้เหมือนให้กำลังใจและถ่ายทอดความอบอุ่นให้สายตาของเขาบอกว่า ‘ไม่เป็ไร เขาจัดการได้ ไม่ต้องกลัว’ลำแขนแกร่งโอบกอดรวบรัดคนตัวเล็กแน่นอีกครั้งก่อนจะปล่อยและทำท่าจะออกไปจัดการพวกมันเอาจริงๆ แค่เขายืนให้รอดชนะชนม์ก็ดีใจมากแล้ว ไม่ต้องเป็ฮีโร่ตอนนี้ให้ลำบากอีกชนะชนม์ยื่นมือไปจับแขนเขา ห้ามไม่ยอมให้เขาออกไปจากหลังประตูห้องน้ำเด็ดขาดทั้งสองมองสบตากันนิ่ง ร่างสูงเม้มปากและตั้งท่าจะแกะมืออีกฝ่ายออกเพื่อไปเผชิญหน้ากับคนร้าย สีหน้าบ่งบอกความมั่นใจว่าสามารถปกป้องอีกฝ่ายได้แน่นอน ประตูเริ่มถูกแง้มออกอย่างช้า ๆ ชนะชนม์กลั้นลมหายใจลุ้นกับเหตุการณ์ระทึกตรงหน้า
วัชรพลตัดสินใจจะไปเผชิญหน้ากับพวกนั้นเขารู้แต่ว่าต้องปกป้องชนะชนม์ให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งหมดให้ได้การที่เขากอดกับชนะชนม์เมื่อสักครู่นอกจากให้กำลังใจว่าอย่ากลัวแล้วอีกอย่างคือเขาไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ เขาอยากกอดคนตรงหน้ากลิ่นน้ำยาสระผมที่หอมอ่อนๆ ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มยิ่งคนตัวเล็กเบียดกายเข้าหาร่างสูงของเขามากเท่าไหร่ใจเขาก็เต้นโครมครามอย่างไม่อาจฝืน เขาอยากเขกหัวตัวเองสักที ในสถานการณ์เลวร้ายขนาดนี้ก็ยังรู้สึกมีความสุขที่ได้กอดคนตัวเล็ก ‘เ้ากระต่ายน้อยของเขาช่างน่ารักการที่ชนะชนม์พยายามปกป้องเขาทุกอย่างมันทำให้หัวใจเขาพองโตและรู้สึกดี อบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แผลเขาเริ่มหายดีและไม่เจ็บแล้ว แต่ที่ผ่านมาเขาแค่สำออยเพื่อให้คนตัวเล็กประคองไปไหนมาไหนและดูแลเขาเพราะเขารู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่คนตัวเล็กเป็ห่วงและดูแลเขาอย่างดีเขาค่อนข้างแปลกใจตัวเองอย่างมากด้วยเพราะที่ผ่านมามีทั้งหญิงสาวชาวไทยหรือชาวอเมริกาต่างยอมทำทุกอย่างเพื่อเข้าหาเขาพยายามให้เขารักให้เขาใคร่ แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกอยากรักตอบหรือว่ามีความรู้สึกอยากเข้าใกล้ใครเท่านี้มาก่อนเขามองคนตรงหน้าที่ยังจับมือเขาไว้แน่นไม่ยอมให้เขาออกไปหาพวกมัน สายตาแสดงความห่วงใยเขาอย่างชัดเจนไม่ปิดบังและระหว่างที่เขาตัดสินใจจะสะบัดมือบางออกอีกครั้ง
“พวกคุณเป็ญาติคนไข้หรือค่ะ” เสียงใสๆของพยาบาล ทำให้ชนะชนม์รู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดนึง วัชรพลกลับไปยืนข้างๆชนะชนม์อีกครั้ง ทั้งสองต่างรอฟังสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น คนร้ายที่กำลังเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อสอดส่องสายตาหาคนไข้ในห้องนี้ก็รีบเบือนสายตาหันกลับไปมองพยาบาลสาวก่อนเดินกลับไปหาลูกพี่ของมันเพื่อรอดูสถานการณ์
“ครับ แต่ไม่ทราบญาติผมไปไหนคุณพยาบาลเห็นไหมครับ” เสียงหัวหน้าพวกมันคุยกับพยาบาล
“ออกไปเดินเล่นมั้งคะ นอนนานๆ คงเบื่อ”
“เขาถูกแทงอาการเป็ยังไงบ้างครับคุณพยาบาล” คนร้ายแอบถามเพื่อหยั่งเชิง คำพูดนั้นทำให้ชนะชนม์เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เบิกตากว้าง แย่แล้ว นี่คงเป็การแอบถามเพื่อยืนยันว่าคนไข้ถูกแทงอยู่ห้องนี้จริงไหมหัวใจชนะชนม์เต้นไม่เป็ส่ำ และเหงื่อที่ไหลหยดวัชรพลเห็นแบบนั้นก็โอบกระชับหนุ่มน้อยร่างบางให้อยู่ในอ้อมแขนอีกครั้งมือหนาซับเหงื่อที่กำลังไหลลงมาให้ มองอีกฝ่ายด้วยสายตาห่วงใยส่วนชนะชนม์ได้แต่ยืนงงว่าเขาจะกอดทำไมระหว่างงงกับกลัวตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าอะไรมากกว่ากัน แต่ก็ไม่กล้าดิ้นกลัวจะส่งเสียงดัง แต่สิ่งเดียวที่ชนะชนม์รับรู้ตอนนี้คือ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้าไปในหัวใจของเขาโดยมิอาจห้าม
“คนไข้ห้องนี้เป็โรคไตค่ะคุณเป็ญาติจริงๆ เหรอคะ ทำไมไม่ทราบ” พยาบาลสาวเสียงใสตอบกลับไปอย่างไม่มีพิรุธ
“อ๋อ สงสัยพวกผมมาผิดห้อง ขอโทษด้วยครับ”เสียงพูดคุยเงียบไปแล้ว ได้ยินเสียงพยาบาละโมาบอกว่า
“ออกมาได้แล้วค่ะ”สองหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำชนะชนม์รีบวิ่งไปจับมือพยาบาลกล่าวขอบคุณและทำท่าจะกอดพยาบาลเพราะดีใจและชื่นชมในความฉลาดของเธอ แต่ถูกคนเจ็บดึงคอเสื้อให้ออกมาซะก่อนและใช้อ้อมแขนดันให้ไปยืนข้างหลังเขา
“ทำไมรู้ละครับว่าพวกผมอยู่ในห้องน้ำ”ร่างสูงถามพยาบาลสาวด้วยน้ำเสียงปกติ ไร้ความตื่นเต้นใดๆ
“ก็น้องชายคนนี้เคยบอกไว้ว่าคนไข้ถูกทำร้ายและกลัวพวกมันย้อนกลับมาอีกฝากให้พี่ช่วยดูแลเป็พิเศษในวันที่น้องชายไปเรียนวันก่อนที่น้องคนนี้สร้างเื่ราวไว้ข้างนอก พี่รู้สึกคุ้นๆว่าสามคนนี้จะเป็คนที่โวยวายวันก่อนด้วย วันนั้นพี่อยู่เวรพอดี อีกอย่างอันนี้สำคัญสุดคือ คนไข้หน้าตาผิวพรรณดีขนาดนี้ สามคนนั้นบอกว่าเป็ญาติมันเหลือเชื่อมากไปหน่อย ก็เลยลองทดสอบดู หากเขายืนยันว่าคนไข้ถูกแทงแสดงว่าเขาอาจจะเป็ญาติห่างๆ แต่บังเอิญพอบอกว่าเป็โรคไตก็ขอตัวทันทีแสดงว่าต้องไม่ใช่ญาติแน่นอน” สองหนุ่มฟังพี่พยาบาลพูดอย่างอึ้งๆรู้สึกทึ่งในความฉลาดของเธอ
วัชรพลหันไปมองหน้าสบตากับชนะชนม์อีกครั้งสายตาบ่งบอกว่า ‘ขอบคุณมาก’เพราะแม้นเ้าตัวไม่อยู่ก็ยังฝากฝังเขาไว้กับพยาบาลให้คอยดูแล
“ผมขอบคุณมากครับผมรอดได้เพราะคุณพยาบาลจริงๆ” ทั้งสองกล่าวขอบคุณพยาบาลสาวที่แสนฉลาดอีกครั้งหลังจากนั้นร่างบางก็ประคองร่างสูงขึ้นไปนั่งบนเตียงอย่างเดิมคิดว่าเขาน่าจะยืนนานจนรู้สึกเจ็บแผลชนะชนม์จัดการเช็ดตัวและจัดอาหารที่เพิ่งซื้อมาให้เขาทานส่งมือถือเครื่องใหม่เอี่ยมให้เขา ทางร้านได้ลงโปรแกรมต่างๆ ไว้หมดแล้วเขาบอกให้ร่างบางเซฟเบอร์ให้ ชนะชนม์ก็จัดการให้อย่างไม่อิดออดไม่คิดว่าจะเป็การคิดผิดที่ให้เบอร์กับคนเจ็บไปจริงๆ
“ขอบคุณมากนะ สำหรับทุกเื่”หลังเขากินอาหารเสร็จก็นั่งเล่นมือถือ ชนะชนม์ถือโอกาสไปนอนเล่นบนโซฟาข้างๆเตียงผู้ป่วย วันนี้วันเสาร์เขาไม่มีเรียน แต่เ้าของร้านคาเฟ่โทรมาตามให้ไปทำงานเขาลางานไปหลายวัน อ้างว่าญาติเข้าโรงพยาบาลร่างบางตัดสินใจยอมทิ้งรายได้เนื่องจากคนตรงหน้าไม่ปล่อยเขาให้เป็อิสระด้วยเพราะโทรตามเขายิ่งกว่าเขาเป็ลูกหนี้หรือเบ๊ซะอีก
วัชรพลอยู่โรงพยาบาลมาห้าวันแล้วอาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้ชนะชนม์คิดว่าจะบอกลาเขาสักทีวุ่นวายกับเขามาหลายวันแล้ว จะทิ้งไปก็ยังห่วง แต่ตอนนี้เขาดีขึ้นแล้วและไม่เห็นวี่แววพวกนั้นอีก คงต้องถึงเวลาบอกลาสักที ปกติวันไหนมาช้าคนเจ็บก็จะให้พี่พยาบาลคนเดิมโทรตามบอกว่า‘คนไข้มีธุระด่วน’ แล้วธุระอะไรนะเหรอ รินน้ำให้ ซื้อขนมให้ ซื้อผลไม้ ซื้อข้าวซื้อโค้ก โอ้ย เขาอยากจะถีบคนเจ็บให้ตกเตียงจริงๆ !!! ความเกรงใจคุณหนูท่านช่างติดลบ อย่างที่บอก ไม่น่าให้เบอร์โทรเขาเลย!!!