“ ข้ามาทำอะไร? ข้ามาทวงหนี้ที่จะติดค้างลูกข้าไง? ”
“ …เป็ท่านที่ร่วมมือกับศัตรูของตระกูลเพื่อตำแหน่งเ้าตระกูล แล่วท่านจะมาโทษข้าได้อย่างไร ”
“ เ้ารู้เื่นั้นจริงๆสินะ ข้าไม่รู้หรอกว่าเ้ารู้ได้อย่างไร แต่มันก็เปล่าประโยชน์ เพราะหลังจากข้าสังหารเ้า ตระกูลก็จะตกเป็ของข้าอยู่ดี ”
“ อย่าบอกนะ…ท่านร่วมมือกับคนศัตรูของตัวเอง ต่อให้ท่านชนะท่านก็จะไม่เหลืออะไรอยู่ดี ”
“ นั่นเป็เื่ที่เ้าไม่จำเป็ต้องกังวล สิ่งที่เ้าควรกังวลคือจะรอดจากเงื้อมมือข้ายังไงต่างหาก ”
สิ้นสุดคำพูดหวังเข่อซิงไม่รอจ้า เขาพุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลงด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายและสายตาที่เต็ฒไปด้วยการดูถูกราวกับกำลังจ้องมองเหยื่อที่ไม่มีทางหนีพ้น หวังเฟยหลงใช้สกิล ก้าวไร้เสียง เขารีบลุกและถอยหลังวิ่งหนีลึกเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว หวังเข่อซิงประหลาดใจเล็กน้อยที่หวังเฟยหลงสามารถไหวตัวและหลบหนีไปจากเขาได้แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้ความเร็วทั้งหมดก็ตาม แต่มันก็น่าาจะเป็ความเร็วที่ระดับขัดเกลาไม่สำควรตอบสนองได้ทัน ถึงจะประหลาดใจแต่ช่องว่างระหว่างผู้เยาว์กับผู้าุโมันก็ห่างกันเกินกว่าที่จะใช้กลโกงใดๆมากลบช่องว่างได้
“ เอาเถอะ!! ข้ามีเวลาให้เ้าดิ้นรนอีกเยอะ จงดิ้นรนต่อไป แล้วข้าจะมอบความสิ้นหวังให้เ้าเอง ”
เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้น เขาไม่ได้รีบไล่ตามหวังเฟยหลง ตอนนี้เขารู้สึกอยากสนุกกับการไล่ล่าเหยื่อที่ดิ้นรนสุดชีวิต เขาอยากจะเห็นสีหน้าสิ้นหวังของหวังเฟยหลงเมื่อพยายามหนีแทบตายแต่ก็ไม่อาจจะหนีจากเขาพ้น และจากนั้นเขาจะทรมานหวังเฟยหลงจนต้องร้องขอความตาย
เมื่อเห็นว่าหวังเฟยหลงลับสายตาไปเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว พุ่งตามไปยังเส้นทางที่หวังเฟยหลงไป โดยดูที่ร่องรอยที่หวังเฟยหลงทิ้งไว้ เขาตามร่องรอยไปพร้อมหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความชอบใจ มันเป็เวลาหลายวันแล้วที่เขาต้องอดทนเพื่อรอคอยวันนี้
หวังเฟยหลงวิ่งหนีลึกเข้าไปเรื่อยๆ พลางมองไปข้างหลังเป็ระยะๆ ก่อนจะรู้สึกแปลกๆ เพราะเขาไม่เห็นหวังเข่อซิงแต่ก็รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังตามมาไม่ห่าง แม้จะรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแต่ก็ไม่มีเวลาให้ไปคิดเื่อื่น ตอนนี้เขาต้องเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน
“ เริ่มลึกแล้ว!! ”
ยิ่งวิ่งเข้าไปในป่าลึกมากเท่าไหร่หวังเฟยหลงก็ยิ่งเห็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากขึ้นโดยที่ตอนนี้เขาเจอสัตว์อสูรระดับ 2 ระยะปลายเป็ส่วนมากแล้ว โชคดีที่ในระดับนี้หวังเฟยหลงยังสามารถหลบหนีจากสัตว์อสูรได้ด้วยความเร็วทั้งหมดที่เขามี
แต่หากยังหนีเข้าไปลึกขึ้นอีกจะต้องเจอสัตว์อสูรระดับ 3 แน่นอน ซึ่งมันเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งในระดับที่ผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับกลั่นปราณจะประมาทไม่ได้หากประมาทอาจจะได้รับาเ็แม้ว่าจะห่างกันหนึ่งระดับใหญ่ก็ตาม แต่เมื่อย้อนมองไปข้างหลัวเขาก็รู้สึกยังหวังเข่อซิงยังคอยตามเขาอยู่ นั่นหมายความว่าอีกไม่นานหวังเข่อซิงจะไล่ตามเขาและหยุดเล่นการล่าเหยื่อ
“ ไอแก่บัดซบ มันทำเหมือนกับว่าเราเป็เหยื่อที่ดิ้นรนอยู่บนฝ่ามือของมัน!!...แต่คงอีกไม่นาน แม้แต่มันก็คงไม่อยากเสี่ยงลุกล้ำเข้าไปในอาณาเขตของสัตว์อสูรระดับ 3 หรอก!! นั่นหมายความว่าหากอยากรอดจากเงื้อมมือของมันเราจำเป็ต้องเข้าไปในอาณาเขตของสัตว์อสูรระดับ 3 ”
หวังเฟยเหนื่อยมาสักพักแล้วจากการวิ่งเข้าไปในป่าลึกอย่างต่อเนื่องกว่าชั่วยาม ตอนนี้เขาแทบจะอยากล้มตัวลงนอนแต่ก็ไม่อาจทำได้ เขาจำเป็ต้องฝืนวิ่งต่อไป เพราะอีกเพียงนิดเดียวเขาจะเข้าอาณาเขตของสัตว์อสูรระดับ 3 แล้ว
จริงๆหวังเฟยหลงมีวิธีการเอาตัวรอดคือการเข้าไปอยู่ภายในแหวน เพราะมันคืออีกมิติหนึ่ง แต่ปัญหาคือมันเข้าทางไหนก็ออกทางนั้น เขาไม่รู้ว่าหวังเข่อซิงมีความรู้เื่นี้ไหม จึงไม่อยากลองเสี่ยง หากเขาเข้าไปอยู่ภายในโลกในแหวนแล้วหวังเข่อซิงเกิดดักรอเขา เขาจะเหมือนปลาที่อยู่บนเขียงรอโดดเชือดทันที และที่สำคัญ เขาอยากจะออกไปแจ้งข่าวเื่นี้กับพ่อเขา
ต้องไม่ลืมว่าหวังเฟยหลงให้เซี่ยถิงถิงคอยจับตาดูว่าหวังเข่อซิงมีแผนจะทำอะไร แต่หวังเฟยหลงไม่ได้รับรายงานจากเซี่ยถิงถิงก็หมายความว่าหวังเข่อซิงวางแผนและเก็บซ้อนไว้ได้อย่างดี ไม่รู้ว่าหวังเข่อซิงร่วมมือกับใครบ้าง แต่เกรงว่ากว่าหวังกังจะรู้ก็อาจจะสายเกิดไปแล้ว ดังนั้นเขาไม่สามารถรอความช่วยเหลือได้ เขาต้องลืมหาทางสลัดหวังเข่อซิงให้หลุดและเดินทางกลับไปยังตระกูล
“ เ้าคงคิดจะหนีเข้าไปในอาณาเขตของสัตว์อสูรระดับ 3 สินะ!? ”
“ หวังเข่อซิง!? มาจนได้สินะ!! ”
“ ถึงเวลาคิดบัญชีแล้ว!! ”
หวังเข่อซิงเร่งความเร็วไปเตะเข้าไปที่หน้าท้องของหวังเฟยหลง แต่เขาก็เตรียมตัวไว้แล้ว เขาเรียกโล่ออกมาป้องกันการโจมตีของหวังเข่อซิง แต่ด้วยความห่างของพลัง หวังเฟยหลงราวกับลูกศรที่พุ่งกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรจนไปหยุดที่ต้นไม้ต้นหนึ่งและกระอักเืออกมาคำโต
‘ หากไม่มีโล่คงตายไปแล้ว ไอแก่ทำตัวเป็ผู้ใหญ่รังแกเด็ก!! ’
แม้ว่าหวังเฟยหลงจะพยายามลุกขึ้นยืนแต่ก็ไม่อาจลุกได้ ร่างกายของเขาาเ็มากเกินไปจนแทบจะไม่มีแรงแล้ว หวังเข่อซิงมาหยุดอยู่ข้างหน้าเขาพร้อมกับรอยยิ้มชอบใจที่เห็นสภาพของหวังเฟยหลงตอนนี้ เขายื่นมือไปบีบคอของหวังเฟยหลงแล้วก็ยกตัวหวังเฟยหลงให้ลอยขึ้น หวังเฟยหลงพยายามดิ้นให้หลุดและได้พยาพยามพูดอะไรบางอย่างแต่เนื่องจากถูกบีบคออยู่จึงงไม่สามารถเปล่งเสียงได้
“ อะไรนะ?? เ้าอยากร้องขอชีวิต?...มันสายไปแล้ว ฮ่าๆ!! ”
ด้วยความต่างของพลังทำให้หวังเข่อซิงประมาทอย่างมากและมันก็เป็ไปตามที่หวังเฟยหลง้า เขาเรียกกริชออกมาพร้อมกับใช้สกิล ความบ้าคลั่วของทรราชและลมเฉือนพร้อมกันทำให้เพื่อทำให้การโจมตีด้วยกริชของเขาเร็วมากที่สุด หวังเฟยหลงเล็งการโจมตีไปที่ดวงตาของหวังเข่อซิง
ความประมาทนำมาซึ่งความเ็ป ไม่ทันได้ระวังตัวหวังเฟยหลง เขาต้องเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง เขาปล่อยมือจากหวังเฟยหลงและกรีดร้องด้วยความเ็ปพร้อมกับสบทด่าหวังเฟยหลง จริงๆเป้าหมายของหวังเฟยหลงคือดวงตาทั้งสองข้าง แต่ความเร็วของหวังเฟยหลงไม่มากพอ ทำให้หวังเข่อซิงตอบสนองได้ทันเอียวตัวหลบไปข้างเพื่อป้องกันดวงตาอีกข้างหนึ่ง
“ หวังเฟยหลง!!! เ้าสารเลว!!! ”
หวังเฟยหลงไม่ใช่คนโง่ที่จะอยู่ต่อล้อต่อเถี่ยง หลังจากหลุดจากหวังเข่อซิงเขาก็รีบพุ่งเข้าไปในป่าลึกเพื่อเข้าไปในอาณาเขตสัตว์อสูรระดับ 3 ภายใน 5 นาทีให้ได้ แม้ร่างกายเจ็บหนักจนแทบขยับตัวไม่ไหวเขาก็ต้องฝืนไป ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องใช้ตัวเลือกสุดท้ายคือการเข้าไปอยู่ภายในแหวนแล้วเสี่ยงดวงดู
ผ่านไปไม่นานหลังจากหวังเฟยหลงหนีไป หวังเข่อซิงก็พลันได้สติ ดวงตาปิดลงไปข้างหนึ่งไม่อาจมองเห็นได้อีก เขาสำรวจรอบๆไม่เห็นหวังเฟยหลงก็สบทออกมา ก่อนจะมองหาร่องรอยที่หวังเฟยหลงทิ้งไว้และตามไปด้วยความเร็วสูงสุด
“ เ้าสารเลวน้อย อย่าคิดว่าจะรอดไปได้เชียว ”
ห้านาทีผ่านไปในที่สุดหวังเฟยหลงก็สามารถเข้าสู้อาณาเขตของสัตว์อสูรระดับ 3 ได้สำเร็จ และข้างหน้าเขาก็มีสัตว์อสูรระดับ 3 ระยะกลาง หนึ่งตัวที่กำลังกินศพของสัตว์อสูรตัวอื่นอยู่ มันคือหมาป่าศิลาเขียวที่ตัวใหญ่กว่าหมาป่าทั้วไปมาก ร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยศิลาสีเขียวอ่อนทั่วทั้งตัว และมันสามารถกลืนคนได้โดยไม่ต้องเคี้ยว หวังเฟยหลงมองรอบๆ เพื่อที่จะเลี่ยงมันออกไป
ทันใดนั้นเองสัญชาตญาณของหวังเฟนหลงก็ทำงานอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนว่าหวังเข่อซิงใกล้จะตามมาทันเขาแล้ว ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีก เขาพยายามเค้นแรงเฮือกสุดท้ายเคลื่อนที่เข้าหาหมาป่าศิลาเขียว เมื่อไปถึงหวังเฟยหลงไม่รอช้าเก็บศพที่มันกำลังกินอยู่
หมาป่าศิลาเขียวคำรามด้วยความโกรธมันอ้าปากเตรียมที่จะกินหวังเฟยหลง เขายิ้มและหันไปมองข้างหลังเขาก็เห็นหวังเข่อซิงปรากฏตัว ตอนนี้เองเขาก็นำตัวเองเข้าไปภายในแหวนก่อนที่หมาป่าศิลาจะทันได้กินเขา เมื่อเข้ามาภายในแหวน หวังเฟยหลงก็ทิ้งศพสัตว์อสูรไว้ลานหน้าบ้าน เขาพยายามหอบสังขารอันเ็ปของตัวเองเข้าไปภายในบ้าน เนื่องจากครั้งก่อนที่เขาพักฟื้นภายในแหวน ตอนนี้ภายในบ้านพักตากอากาศของเขามีเฟอร์นิเจอร์ครบครันแล้ว หวังเฟยหลงล้มตัวลงนอนบนที่นอนของเขาโดยไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่หากเป็ไปตามแผนของเขา ตอนนี้หวังเข่อซิงน่าจะโกรธจนควันออกหูแล้ว
ภายนอกแหวน หลังจากที่หวังเฟยหลงเข้าไปในแหวน หมาป่าศิลาเขียวที่รู้สึกว่าตัวเองกัดไม่โดนอะไรก็กวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะพบหวังเข่อซิงที่กำลังมองมาทางมันด้วยความหงุดหงิด มันพุ่งเข้าใส่หวังเข่อซิงหมายจะขย้ำเขา
“ ไอสารเลวน้อย บางอาจตายโดยที่ข้ายังไม่ได้ทรมานมัน!! ข้าจะไประบายกับพ่อเ้าและส่งพ่อเ้าให้ตามไปอยู่กับเ้า ถึงเ้าจะโชคดีไม่ได้ตายด้วยน้ำมือข้า แต่ครอบครัวของเ้าไม่ใช่!! ”
หวังเข่อซิงไม่ได้ปะทะกับหมาป่าศิลาเขียว แค่สัตว์อสูรระดับ 3 ทั่วไปก็มีร่างกายแข็งแกร่งเกือบจะเทียบเท่าผู้ฝึกวรยุทธ์ระดับกลั่นปราณแล้ว แต่หมาป่าศิลาเขียวมีจุดเด่นที่แข็งแกร่งเป็พิเศษ การจะจัดการกับมันไม่ง่ายและต้องใช้เวลาอย่างมาก เขาต้องเก็บแรงเอาไว้เพราะยังเขามีเื่ต้องทำอีกดังนั้นเขาไม่สามารถเสียเวลาอยู่ที่นี้ได้นาน ไม่เช่นนั้นแผนที่เขาวางไว้จะพังลงไม่เป็ท่า เขาหันหลังกลับและพุ่งตัวออกไป เนื่องจากมันมีความแข็งแกร่งมาก ความเร็วของหมาป่าศิลาเขียวจึงลดลงไป มันไม่มีทางตามความเร็วของหวังเข่อซิงได้ทันแน่นอน
……….
ที่ตระกูลหวัง หลังจากที่หวังกังได้รับข่าวจากเซี่ยถิงถิงเขาก็รีบส่งคนไปยืนยันที่อยู่ของหวังเข่อซิงทันที และยังส่งคนไปตามหาหวังเฟยหลงที่ป่าหินโขดด้วย ใจจริงเขาอยากจะไปด้วยตัวเองแต่เขาจะต้องเตรียมรับมือกับ สองตระกูลอย่างตระกูลหลงกับตระกูลหวง นอกจากนี้เขายังได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปยังตระกูลฉู่อีกด้วย ถึงจะไม่รู้ว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะช่วยเหลือพวกเขาหรือไม่ก็ตาม
ตอนนี้กำลังจะมีาระหว่างตระกูลเกิดขึ้นแล้ว จากข้อมูลของเซี่ยถิงถิงจะพบว่าอีกสองตระกูลจะใช้ข้ออ้างในการทวงความยุติธรรมให้กับนายน้อยตระกูลพวกเขารวมถึงทวงความยุติธรรมให้กับหวังซุนที่ต้องกลายเป็คนพิการจากการกระทำของหวังเฟยหลงเพื่อประกาศา
โดยพวกเขาจะประกาศาหลังจากที่เตรียมพร้อมกองกำลังเสร็จ ซึ่งคาดว่าพวกเขาจะประกาศาพรุ่งนี้ หวังกังได้พยายามระดมกองกำลังภายในตระกูลเพื่อมาช่วยกันป้องป้องตระกูล ถึงแม้คนอื่นๆจะรู้ว่าที่พวกตระกูลหลงกับตระกูลหวงพูดเป็เพียงข้ออ้าง ทั้งยังเป็ฝ่ายเริ่มก่อน และหวังเข่อซิงก็ได้ทรยศตระกูลไปแล้วอีก แต่พวกเขาไม่คิดจะสอดมือเข้าไปยุ่งกับเื่ราวของคนอื่น
“ ข้าเป็ห่วงเฟยหลงเหลือเกิน!! ”
“ ข้าก็เช่นกัน ข้าได้ส่งคนไปแล้ว ข้าเชื่อว่าลูกของเราจะไม่เป็อะไร ”
“ แต่ข้าไม่คิดเลยว่าผู้าุโหนึ่งจะคิดทรยศต่อกูลเช่นนี้…พวกเราจะสามารถผ่านมันไปได้ใช่หรือไม่!! ”
“ พวกเราจะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน ”
………
หมู่บ้านตระกูลฉู่ ภายในห้องโถงเ้าตระกูล นอกจากเ้าตระกูลฉู่แล้วยังมีเหล่าผู้าวุโสของตระกูลอีก หลังจากที่พวกเขาได้รับข้อความจากหวังกังพวกเขาจึงรีบเรียกปะชุมทันที เจตนาเดิมของพวกเขาคือการเป็กลางและรักษาดุลอำนาจเอาไว้ แต่ตอนนี้อีกสองตระกูลคิดจะลบตระกูลหวัง หากตระกูลหวังล่มสลายต่อไปจะเป็ตระกูลพวกเขา แต่หากจะยื่นมือเข้าไปสอดก็ต้องเตรียมรับมือกับความสูญเสียแล้วไหนจะเวลาที่เหลือน้อยอีก
“ พวกท่านคิดอย่างไรกับเื่นี้!? ”
“ เ้าตระกูล ไม่จำเป็ต้องคิดเลย พวกเราควรจะไปช่วยตระกูลหวัง ไม่เช่นนั้นพวกเราจะเป็เป้าหมายตาไปของพวกมัน ”
“ แต่เกรงว่าการจะระดมกองกำลังตระกูลฉู่ของเราจะไม่ง่ายเช่นนั้นเนื่องจากเวลาที่จำกัด แล้วไหนเราต้องต้องพบกับความสูญเสียอีก!! ”
ระหว่างที่พวกเขากำลังหารือกันก็ได้มีคนนำจดหมายฉบับหนึ่งเข้ามาในห้องประชุม สายตาพวกเขาต่างก็วิตกกังวล เพราะตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียดอย่างมาก ไม่ว่าข่าวไหนก็ล้วนทำให้พวกเขาวิตกกังวลได้ทั้งหมด และเมื่อเ้าตระกูลเปิดจดหมายอ่านสีหน้าของเขาก็ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่