ตอนที่8
“พรุ่งนี้แล้วสินะที่ข้าจะต้องออกเดินทาง ว่าแต่ข้ายังไม่ได้ดูเลยว่าผลึกิญญาราชันย์หมาป่าทมิฬเขี้ยวเงินเป็ผลึกแบบไหน”
ผลึกิญญา ระดับราชันย์ ราชันย์หมาป่าทมิฬเขี้ยวเงิน ประเภท สัตว์เลี้ยง
“สัตว์เลี้ยงยังงั้นหรอ” นิลกาฬสงสัย
‘นนทก นนทก’
‘ว่าไงเ้าหนู มีอะไรถึงได้มากวนการพักผ่อนของข้ากัน’
‘พอดีข้าอยากรู้ว่า ผลึกิญญาประเภทสัตว์เลี้ยง มันเป็แบบไหน’
‘เ้าไม่รู้ยังงั้นหรือ ข้าจะบอกให้ก็ได้ ผลึกิญญาประเภทสัตว์เลี้ยง เ้าสามารถเรียกมันออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ และมันยังสามารถช่วยต่อสู้ได้อีกด้วย แถมพลังของสัตว์เลี้ยงจะเป็ระดับพลังดั้งเดิมที่มันเคยมี ยิ่งเ้าให้อาหารมันกินดีๆ สัตว์เลี้ยงของเ้าสามารถพัฒนาไปอีกระดับขั้นได้อีกด้วย’
‘ว๊าว~’ ตาของนิลกาฬเป็ประกาย หลังจากที่นนทกบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเขาสามารถช่วยต่อสู้ และสามารถพัฒนาได้
‘แต่การพัฒนาของสัตว์เลี้ยงนั้น จะต้องใช้เวลาเป็อย่างมาก ยิ่งจากระดับราชันย์ไปยังขั้นสุดยอดยิ่งยากเข้าไปใหญ่’
‘มอนสเตอร์มีระดับขั้นสุดยอดด้วยหรอ’
‘นี้เ้าไม่รู้ยังงั้นหรือ’
‘เท่าที่ข้ารู้มาจากลุงชาง ลุงชางบอกว่าในก็อตโทเปียจะมีมอนสเตอร์ทั้งหมด4ระดับ สามัญ ชั้นยอด กษัตริย์ และราชันย์ ข้าก็นึกว่าระดับราชันย์เป็ระดับสูงที่สุดเสียอีก’
‘ฮ่า~ โลกนี้มันกว้างใหญ่เ้าหนู ยังมีอะไรที่เ้ายังไม่รู้อีกเยอะ ต่อให้เป็ข้าเองก็ไม่สามารถรู้ทุกอย่างบนโลกนี้ได้’
‘เป็แบบนี้เองสินะ งั้นข้านอนพักผ่อนดีกว่าพรุ่งนี้ข้าจะต้องเดินทางแค่เช้า’
เช้าวันรุ่งขึ้น นิลกาฬและหลินก็ได้เตรียมของออกจากหมู่บ้าน ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้านนั้น มีพวกชาวบ้านเป็จำนวนมากออกมาส่งนิลกาฬและหลิน
“เ้าเตรียมของเรียบร้อยแล้วนะหลิน”
“ค่ะท่านพ่อข้าเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
“ว่าแต่นิล ทำไมเ้าถึงได้เตรียมของไปน้อยจังละ”
“ของใช้ที่จำเป็สำหรับข้า มันไม่ได้มีเยอะแยะอะไรขนาดนั้นลุงชาง”
“งั้นก็ดีแล้ว” ‘จำไว้นะดูแลลูกข้าให้ดีๆด้วยละอย่าลืมสิ่งพูดในวันนั้นสะละ’
ลุงชางก้มมากระซิบข้างหูนิลกาฬ
‘ครับลุงชางข้าจะปกป้องหลินให้ดีที่สุดเอง’
“ลุงชางข้ามีของอยากจะให้ท่าน เผื่อว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก”
นิลกาฬเรียกผลึกิญญาออกมาจากจิตของเขาและส่งมันให้กับลุงชาง
“นิมัน ผลึกิญญาระดับราชันย์ ราชันย์หมาป่าทมิฬนิ” ลุงชางพูดด้วยความใ
“ใช่ครับ มันเป็ประเภทสัตว์เลี้ยง ลุงจะได้เรียกมันออกมาช่วยปกป้องหมู่บ้านได้ยังไงละครับ”
“แต่ว่ามันไม่ใช่ของที่จะหากันได้ง่ายๆเลยนะ ผลึกิญญาระดับราชันย์ ถ้าเ้าเอามันไปขายเ้าสามารถสบายไปทั้งชีวิตเลยนะ”
“ไม่ละครับลุง ข้าว่าข้าให้ลุงเก็บไว้ดีกว่า พวกข้าสามารถหามันระหว่างออกเดินทางได้ แต่ลุงที่เป็หัวหน้าหมู่บ้านลุงเองก็ต้องปกป้องหมู่บ้านนี้เอาไว้ ถ้าวันใดวันหนึ่งข้าและหลินกลับมาไม่เจอหมู่บ้านนี้ พวกข้าคงจะโทษตัวเองเป็แน่”
“รับไว้เถอะนะท่านพ่อ ข้าเองก็ไม่อยากเสียท่านไปเหมือนกับท่านแม่อีก”
“ขอบใจเ้ามากๆนะนิล ข้าจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย” ลุงชางเข้ามาตบไหล่ของนิลกาฬ
“งั้นพวกผมออกเดินกันก่อนนะครับลุงชาง”
“ข้าไปก่อนนะท่านพ่อ”
“เดินทางดีๆละหลิน”
““โชคดีนะ เดินทางปลอดภัย”” พวกชาวบ้านเองก็ช่วยอวยพรให้กับนิลกาฬและหลิน
“พวกเราจะไปไหนกันดีหรอนิล” หลินถาม
“ข้าว่าข้าจะไปที่เมืองไม้คราม ข้า้าฝึกฝนและเพิ่มพลังของข้า ในตอนนี้ข้ายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะออกเดินทางไปสำรวจที่อื่น ลุงชางบอกว่าในอีก 2 เดือนข้างหน้าโรงเรียนกลางของเมืองไม้ครามจะเปิดรับสมัครนักเรียน เ้าสนใจจะไปสมัครไหม”
“ถ้านิลจะไปข้าก็จะไปกับเ้าทุกที่เลย” หลินยิ้มอย่างมาความสุข
“งั้นมุ่งตรงสู่เมืองไม้ครามกันเลย”
“โอ้ว~”
พวกนิลกาฬได้เดินทางผ่านป่าและูเามาหลายลูก จนกระทั่งมาถึงบริเวณป่าดงดิบหนาทึบแห่งนี้ ป่าบริเวณนี้มีต้นไม้ขนาดใหญ่เยอะแยะมากมายทำให้เหอะแก่การเฝ้าระวังด้วย
“ตอนนี้ก็ใกล้จะค่ำแล้ว พวกเรามาพักกันตรงนี้ดีกว่าหลิน”
“อืม ได้สิ ว่าแต่ทำไมเ้าถึงได้ขนของมาน้อยจังเลยละนิล”
“จริงๆแล้วของที่ผมขนมามีมากมายที่เ้าคิดอีกนะหลิน”
“ไหนละของที่เ้าว่าไม่เห็นจะมีสักกะอย่างเลย” หลินมองที่ตัวของนิลกาฬจนทั่วก็ไม่เห็นของเพิ่มมาสักชิ้น
“งั้นข้าจะบอกความลับของข้าให้ฟัง” นิลกาฬลยกมือซ้ายไปที่สัมภาระ ก็ได้มีแสงจากกำไลข้อมือ ดูดสัมภาระทั้งหมดไป
“เป็ยังไงบ้างละหลิน ใใช่ไหมละ”
หลินทำหน้าแบบเห่ยๆ
“ของแบบนั้น ข้าก็ทำได้” หลินจับไปที่แหวนมิติที่พ่อมอบให้กับเขา และก็มีน้ำดื่ม เนื้อแห้งออกมา
นิลกาฬเองก็ใเช่นกัน ว่าในก็อตโทเปีย มีกำไลมิติด้วยหรอ
“ล..หลินเ้าก็มีกำไลมิติเหมือนกันหรอ” นิลกาฬสงสัย
“ข้าไม่มีหรอกกำไลมิติ ข้ามีแต่แหวนมิติ แหวนมิติของข้ามีพื้นที่ในการเก็บของกว้าง 100 ตารางเมตรเอง แล้วกำไลมิติของเ้าละสามารถจุของได้เท่าไร”
“อ..เออ ได้แค่ 20 ตารางเมตรเอง”
“กำไลอันตั้งใหญ่ทำไมใส่ของได้น้อยจัง แสดงว่าแหวนมิติของข้าคงจะเป็
ของดีสินะ”
“อ..อืม ข้าก็ว่าแบบนั้น” จริงๆแล้วกำไลมิติของนิลกาฬนั้นมีเนื้อที่บรรจุของได้ถึง 1 ตารางกิโลเมตร ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่บวกกับอักขระโบราณที่ลงอักขระมิติไว้ในกำไลมิติเพื่อให้สามารถบรรจุของที่สำคัญสำหรับการรบได้มากขึ้น แถมยังมีฟั่งชัน AI บอกถึงสถานการณ์ต่าง นิลกาฬตอนอยู่ที่โลกเก่าเขาชื่นชอบดทดโลโลยีเป็อย่างมาก เขาได้สร้าง AI อัจฉริยะขึ้นมาและลงไว้ในกำไล ซึ่งกำไลมิติของนิลกาฬเป็กำไลมิติระดับสูงของกองทัพ ทำให้มีพื้นที่บรรจุที่มากถึงขนาดนี้ แต่นิลกาฬก็ไม่สามารถบอกหลินได้ทั้งหมด เลยทำให้เขาต้องโกหกไปแบบนั้น
“หลินเ้าไม่ทำอาหารหรอ อย่าบอกนะว่าเ้าจะกินแค่เนื้อตากแห้งเท่านั้นนะ”
“ก็ใช่นะสิ ข้าไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ทำครัวมาเลยแล้วจะให้ข้าทำอาหารได้ยังไงละ”
“เป็แบบนี้นั้นเอง งั้นเดียวข้าทำอะไรให้เ้ากินเองก็แล้วกัน แต่ข้าทำเป็แต่อาหารง่ายๆนะ อย่าหวังมากละ”
“เอ่! เ้าทำอาหารเป็ด้วยยังงั้นหรอ”
“ข้าทำอาหารเป็แล้วมันแปลกตรงไหน เ้าทำอาหารได้ทำไมข้าจะทำไม่ได้” นิลกาฬไม่รอช้าเขาเอาอุปกรณ์ตั้งแค้มป์สำหรับทหารออกมา เป็ชุดอุปกรณ์ทำอาหารแบบง่ายๆ จากนั้นเขาก็เอาเนื้อกวางเขาทองที่เขาไปล่ามาตอนเก็บของป่าออกมาแล่เป็แผ่นหนาๆ ให้มีขนาดพอเหมาะสำหรับการทำสเต็ก หลังจากนั้นนิลกาฬก็ได้นำเครื่องปรุงต่างๆออกมา และลงมีทำสเต็กแบบง่ายๆ
หลินเองก็สนใจการทำอาหารของนิลกาฬอยู่เหมือนกัน นางได้เฝ้าดูนิลกาฬทำอาหาร นางสนใจอุปกรณ์ทำอาหารของนิลกาฬมาก นางเองไม่เคยเห็นมาก่อน นางคิดว่าอุปกรณ์พวกนี้คงจะมาจากโลกเดิมของนิลกาฬ
หลังจากที่นิลกาฬย่างสต็กแบบง่ายๆแล้วนั้นก็จัดเตรียมอาหารมีสลัดผัก และน้ำซุบ สเต็กส่งกลิ่นหอมออกมา ทำให้หลินอย่างลองกินอาหารที่นิลกาฬทำเป็อย่างมาก
“ว๊าวนิล อาหารพวกนี้น่าอร่อยจัง ข้าไม่คิดเลยว่าเ้าจะทำอาหารได้น่าอร่อยขนาดนี้”
“อ..เออ จริงๆแล้วอาหารพวกนี้ก็ไม่ได้ทำยากอะไร ข้าถูกสอนมาตอนยังอยู่ที่โลกเดินนะ”
“นี้ๆ เล่าเื่เกี่ยวกับนิลที่โลกเดิมให้ข้าหน่อยสิข้าอยากรู้นะ”
“ได้สิยังไงก็ไม่ใช่ความลับอะไรอยู่แล้ว เ้านั่งกินไปก่อนเลยเดียวข้าจะเล่าให้หังระหร่างเ้ากอนเอง”
“อืม” หลินก็ลงมือกินทันที เมื่อนางกัดสเต็กคำแรก นางมีความสุชเป็อย่างมากนางไม่เคยกินอาหารเมนูเนื้อที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย
นิลกาฬเองก็นั้งกินแล้วเล่าเื่อดีตให้นางฟัง
“จริงๆแล้วข้าเป็เด็กกำพร้าไม่รู้ว่าพ่อและแม่ของข้าเป็ใคร พวกเขานำข้ามาทิ้งไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง และได้หลวงตาที่วัดแห่งนั้นเก็บมาเลี้ยง หลังจากข้าอายุได้ 6 ปี ข้าก็ทางกองทัพ เพราะโดนเรียกตัวให้ไปฝึกหลักสูตรทหารเพื่อเป็กำลังรบในแนวหน้า ข้าถูกฝึกอบรมภายในโรงเรียนทหารอยู่ 2 ปีก็ขึ้นมาเป็ระดับท็อปของกองทัพ ไปรบกับประเทศอื่นๆและทำภารกิจต่างๆแทบทุกวันทุกคืน จนอายุได้10ปี ข้าก็ได้บรรจุเข้ากองทัพ ได้ยศร้อยเอกมา ตอนนั้นาได้เกิดการปะทะรุนแรงขึ้นแต่ละประเทศต่างก็ไม่ยอมกัน จึงได้ยิงอาวุธนิวเคลียร์ใส่กัน และตอนนั้นเองได้มีแสงปริศนาส่องลงมาจากท้องฟ้า ส่องลงมายังพวกเราที่ยังเป็เด็กอยู่ เท่าที่ข้าสังเกตุแสงนั้นไม่ได้ส่องไปที่พวกผู้ใหญ่ มีแต่พวกเราเด็กๆเท่านั้นที่โดนแสงส่อง หลังจากนั้นข้าก็ถูกมายังโลกแห่งนี้ก็อตโทเปีย ข้าวของทุกอย่างของข้าจากโลกเดิมก็อยู่ครบทุกอย่าง แต่ข้าไม่สามารถเปิดเพยเทคโนโลยีสมัยใหม่พวกนี้ได้ จนกระทั่งข้ามาบอกเ้า จำไว้นะหลินความลับนี้มีเพียงเ้าเท่านั้นที่รู้”
“อืม~ ข้าขอโทษเ้าด้วยที่ต้องถามถึงเื่นี้”
“ไม่เป็ไรหรอกยังไงข้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว ข้าเพียงแค่คิดว่านี้คือกรรมของข้า และที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ก็เพื่อชดใช้กรรมที่ข้าก่อเอาไว้ก็เท่านั้น”
“แล้วเื่เทค..โน..โหลจี อะไรของเ้าละ”
“เทคโนโหลี ฮ่า~”
“เ้าขำอะไร”
“เปล่าๆ คือว่าเ้าเรียกผิดนะ มันเรียกว่าเทคโลโนยี ไม่ใช่เทคโนโหลจี
“หึ” หลินหันหน้าหนีด้วยความเขินอาย
“จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เป็ความลับอะไรอีกต่อไปแล้วเมื่อมาถึงที่โลกนี้ ข้าเองก็ไม่ต้องทำตามกฏของกองทัพ ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ตอนที่ข้าอยู่ที่โลกเดิม ข้ายังไม่คิดว่าชีวิตนี้ข้าจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระแบบนี้”
“งั้นตอนอยู่ที่โน้นนิลก็ลำบากมากๆเลยสินะ”
“ก็ไม่ลำบากหรอกมั้งนะ ความเป็อยู่ในตอนนั้นมันคงจะปกติสำหรับข้าไปแล้ว หรือเพราะว่าข้าชินกับชีวิตประจำวันแบบนั้นไปแล้วก็ไม่รู้ ตอนมาที่นีแรกๆข้าก็ยังปรับตัวไม่ถูกเลย ทุกๆคนดูแลเอาใจใส่ข้าเหมือนกันข้าเป็ครอบครัวเดียวกันกับพวกเขา นั้นเลยทำให้ข้ามีความสุขอย่างบอกไปถูกเลยละ”
หลินมองใบหน้าของนิลกาฬที่กำลังเล่าเื่ของตนในอดีตนั้นอย่างตั้งใจ
นางเริ่มรู้สึกแล้วว่านางนั้นเริ่มชอบเขาั้แ่เมื่อไหร่กัน เวลาที่อยู่ใกล้ๆกับนิลกาฬมันทำให้หัวใจของนางอบอุ่นอย่างบอกไปถูก นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกหมายความว่ายังไง
“เอาละนี้ก็ค่ำมากแล้วเ้านอนเขาไปนอนเลย เดียวข้าเฝ้ายามให้เอง ถึงแถวนี้จะมีมอนสเตอร์ไม่ค่อยเยอะมาก แต่ก็ระวังตัวไว้ก่อนจะดีที่สุด เดียวข้าจะเดินตรวจดูรอบๆนี้ก่อน เ้านอนพักได้เลยเดียวข้ามาแปบเดียว”