บทที่ 3 แทนคุณ
เมื่อทุกอย่างพลันสงบลงด้วยฝ่ามือของฮูหยินใหญ่ที่ลงทุนตบหน้าบุตรสาวของตนเป็การขอโทษต่ออีกฝ่าย ทั้งนี้ก็เพื่อแลกกับบุตรสาวที่ไม่ต้องแต่งให้กับคนสกุลลู่ แต่ใช่ว่าในอนาคตฮูหยินใหญ่ยู่อี้จะไม่คิดเอาคืนคนเรือนเล็ก
ฮูหยินใหญ่สูดลมหายใจเข้าปอด แล้วกล่าวกับลูกเลี้ยงอย่างใจเย็น
“เื่นี้คงปิดเ้าไม่ได้แล้วในอดีตเ้าเองก็น่าจะรู้ว่าสกุลเสิ่นของเราได้พึ่งพาคนสกุลลู่อยู่ไม่น้อยเป็ไปได้ว่าพวกเขาจะมาทวงสัญญาที่เคยได้หมั้นหมายกับอ้ายฉีเอาไว้ข้าเองก็ยอมรับกับเ้าตรงๆ ว่าข้าไม่ปรารถนาให้อ้ายฉีแต่งออกไปอยู่ที่เมืองเจียงจูคงมีแต่เ้าที่สามารถกู้หน้าให้ตระกูลเสิ่นได้”
“ฮูหยิน นางคือบุตรสาวของข้าและการหมั้นหมายนี้เดิมทีเป็ของคุณหนูอ้ายฉีมิใช่หรือ เหตุใดถึงได้..”
อนุมู่เหรินแย้งขึ้นทว่าน้ำเสียงนั้นแ่ลง เมื่อฉุกคิดเื่บุญคุณในอดีต สำหรับมู่เหรินที่มักถูกทวงบุญอยู่บ่อยครั้ง ตัวอ่อนราวกับใบหลิว มีหรือจะกล้าต่อต้านนายหญิงของจวน
ฮูหยินเอกเชิดหน้าขึ้น รู้ดีว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไรถึงอย่างไรนางก็เป็นายหญิงปกครองเรือนหลังแห่งสกุลเสิ่นนี้ต่อให้มู่เหรินขัดขวางเพียงใดก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี
เป็ที่รู้กันดีตระกูลลู่นั้นตกยากรวมถึงย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่เจียงจูนับพันลี้นางเองก็ไม่อาจหักใจให้บุตรสาวแต่งออกไปไกลเพียงนั้น
“นายท่าน ฮูหยินข้าขอร้องอย่าให้อ้ายเหรินต้องแต่งออกไปไกลถึงเพียงนั้นเลย”
“มู่เหริน ข้ากับสามีช่วยเ้ามาก็มากเ้าเองก็ไม่คงไม่ลืมบุญคุณที่ข้ากับท่านพี่ช่วยเหลือเ้ายามลำบากหรอกกระมัง”
ในเมื่อฮูหยินใหญ่อ้างถึงบุญคุณในอดีต นางคงหนีไม่พ้นที่จะต้องแต่งออกไปแน่ หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในร่างเ้าของเดิมได้แต่คิด
เกิดมาในครอบครัวขุนนางมีมารดาเป็อนุที่ไร้ปากเสียงแต่ถึงกระนั้นก็ยังหลีกหนีภัยไม่พ้นตระกูลเสิ่นแห่งนี้ไม่มีที่ให้นางได้อยู่แล้วจริงหรือ
อ้ายเหรินมองไปทางบิดาที่เม้มปากแน่นเขาไม่เพียงแต่จะไม่พูดแก้ต่างให้กับนางและมารดาทว่ากลับปล่อยให้ฮูหยินใหญ่ออกหน้าเองทุกอย่าง โดยไม่คิดขวาง ขณะที่อนุมู่เหรินมือสั่นเทานึกโทษตนเองที่ไม่อาจช่วยบุตรสาวได้
บุตรสาวของนางเพิ่งพ้นวัยปกปิ่นมาเพียงหนึ่งปีฮูหยินใหญ่กลับ้าให้นางแต่งงานออกไปแทนบุตรสาวของตน
“ฮูหยิน..”
หากบีบคั้นอ้ายเหรินจนเกินไป ไม่แน่ว่านางอาจจะคิดแตกหักกับนายท่านเสิ่นถึงขั้นต้องพามารดาและน้องสาวออกไปจากจวนเป็แน่ หากเป็เช่นนั้นบุตรสาวของนางคงไม่แคล้วต้องแต่งไปที่เจียงจูดังนั้นการยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่ายน่าจะเป็ทางออกดีที่สุดในนี้
ยู่อี้มองมู่เหรินสลับกับมองมาทางอ้ายซีก่อนที่จะนางจะกล่าวเสนอ
“อ้ายเหริน หากเ้าแต่งกับสกุลลู่ข้าจะให้อ้ายซีได้เรียนที่สำนักศึกษากระทั่งนางอายุครบสิบห้าปี ส่วนมารดาของเ้าข้าเองก็จะหาหมอมาตรวจดูอาการของนางทุกเดือนหากไม่แล้วก็ออกไปจากจวนสกุลเสิ่นั้แ่ตอนนี้เสีย”
อ้ายเหรินมองมารดานั่งเช็ดคราบน้ำตานางรู้ดีว่ามารดาไม่พร้อมที่จะแตกหักกับอีกฝ่าย นางมองไปยังน้องสาวตัวน้อยที่อายุเพียงหกขวบปีนางยังไร้เดียงสานักแต่ก็รู้ความไม่น้อย เื่อนาคตไม่ใช่เื่ที่แน่นอนทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หญิงสาวช่างใจคิดอยู่ชั่วครู่
“ในเมื่อแม่ใหญ่ทวงถามบุญคุณเช่นนี้ข้าเองก็คงยากที่จะปฏิเสธ ดังนั้นข้าขอให้ท่านเขียนคำสัญญาขึ้นเป็ลายลักษณ์อักษรได้หรือไม่เพื่อที่ข้าจะได้มั่นใจ รวมถึงให้คนนอกมาเป็พยานว่าข้าใช้หนี้บุญคุณนี้ให้แก่ท่านแล้ว รวมถึงข้อตกลงที่ท่านเสนอมา”
“เ้า!..ได้ย่อมได้!” ฮูหยินบดฟันกรอด
“หากท่านคิดว่าข้าเอาเปรียบละก็..เชิญท่านโต้แย้งมาได้เลยเ้าค่ะ”
ระหว่างอ้ายเหรินกับฮูหยินเสิ่นมักเป็ปรปักษ์กันเสมอมาน้อยนักที่อ้ายเหรินจะยอมลงให้อีกฝ่าย ส่วนฮูหยินเสิ่นมองไปยังลูกเลี้ยงที่มีสีหน้าเ้าเล่ห์ร้ายกาจ หากนางมีข้อโต้แย้งมีหรือว่าอ้ายเหรินจะยินยอมแต่งงานแทนบุตรสาวของนางรวมถึงเื่เก่าที่นางกลั่นแกล้งอนุมู่เหรินอยู่เป็ประจำ
“ขอเพียงเ้ายินดีแต่งให้กับสกุลลู่ ข้าย่อมทำตามสิ่งที่เ้าร้องขอ”
เมื่อทุกอย่างตกลงกันได้ ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกลับเรือนของตนแต่ทว่าเสิ่นนั่วกลับนั่งอยู่ที่เดิม จวบจนเวลาผ่านถึงสองชั่วยาม
เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป ทำให้เขาได้เห็นสายตาของคนทั้งสามที่มองมายังเขาคล้ายจะขอร้อง แต่เขาเองกลับไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว สิ่งนี้ทำให้เขาละอายใจอยู่ลึกๆว่าตนเองไม่ได้มีความยุติธรรมให้กับพวกนางเลย
ยู่อี้ที่เห็นสามีเอาแต่นั่งเงียบ จึงเข้าไปนั่งข้างๆ
“ท่านพี่ ไม่สบายหรือเ้าคะ?”
“บางทีข้าก็คิดว่า ข้าละเลยพวกเขามากเกินไปหรือไม่สิ่งที่ข้าทำยุติธรรมกับเรือนเล็กหรือเปล่า พอเกิดเื่ขึ้นกับอ้ายฉี ข้ากลับให้อ้ายเหรินรับผิดชอบแทน”
อยู่ๆความรู้สึกก็วิ่งกระทบเข้ามาในจิตใจของเสิ่นนั่วรวมถึงไม่รู้ว่าการมาของสกุลลู่จะมาแก้แค้นหรือว่าจะมาดี
ฮูหยินใหญ่เม้มปากนึกถึงวันที่นางเ็ปที่สุดนั้นคือสามีได้พามู่เหรินเข้าจวนมามาวันนี้นางส่งบุตรสาวของอนุนั้นให้แต่งออกไปกับสกุลลู่ที่ตกอับนับว่าสมควรแล้วมู่เหรินจะได้รู้ว่า การถูกพรากของรักเป็เช่นไร
ฮูหยินใหญ่วางสัญญาที่ทำขึ้นส่งให้สามีได้ดูทั้งนี้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจแน่นางจึงเร่งทำสัญญาขึ้น
“อ้ายเหรินนางเป็คนแข็งแกร่ง คิดว่านางคงสามารถเอาตัวรอดได้ท่านพี่วางใจเถิด”
“เป็จริงอย่างที่เ้าว่า อ้ายเหรินร้ายกาจหากสกุลลู่คิดรังแกคิดว่าคงเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ”
ขณะที่กำลังกล่าว เสิ่นนั่วเหลือบมองดูสัญญาลายมือที่เขียนอีกทั้งรายชื่อของนายอำเภอรวมถึงนายทะเบียนที่ลงตราประทับชวนให้ลมหายใจของเขาติดขัดกระทั่งลมตีขึ้นหน้า เมื่อเห็นรายชื่อพยานที่รู้เห็นนี่อ้ายเหรินคิดจะป่าวประกาศไปทั่วทั้งสี่ทิศเลยหรืออย่างไร
เมื่อเห็นสามีมีอาการไม่ได้ ฮูหยินเสิ่นจึงรีบเข้ามาประคองร่างเอาไว้
“ท่านพี่ ข้าใช้เงินปิดปากพวกเขาแล้ว ไม่ต้องกังวล”
เื่นี้นางก็ไร้ทางเลือกเช่นกันแต่เมื่ออ้ายเหรินลากนางไปทำสัญญาถึงที่ว่าการนางได้แต่หลับหูหลับตาทำตามคำสั่งของลูกเลี้ยง
“ช่างเถิดเื่สำคัญที่สุดคือสกุลลู่ที่กำลังจะเดินทางมาถึง ในเร็วนี้”
ณ เรือนอนุมู่เหริน
ภายในเรือนที่เงียบสงบ มู่เหรินนำสมบัติที่เก็บออมมานานหลายปีเพื่อนำมาเป็สินเดิมให้กับบุตรสาวไม่รู้ว่าการแต่งให้กับสกุลลู่จะประสบความลำบากสักเพียงใดอ้ายเหรินมองหีบใบเล็กพร้อมกับส่ายหน้า
“ท่านแม่ ของพวกนี้ท่านเก็บไว้ใช้เถิด”
“การแต่งงานจะต้องมีสินเดิม เ้ารู้หรือไม่”
“ข้ารู้ดีเ้าค่ะ แต่ว่าอาซีจะต้องเข้าเรียนที่สำนักศึกษาจะต้องใช้เงินมาก อีกอย่างข้าเองก็มีเงินจากการขายสุราอยู่บ้างและคิดว่านายท่านเสิ่นเองก็คงจัดหาสินเดิมให้ข้าอยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินพี่สาวกล่าวเช่นนั้น อ้ายซีถึงกับเค้นเสียงหัวเราะทั้งน้ำตาออกมา ‘คนอย่างท่านพ่อนะหรือ ที่จะแบ่งสินเดิมให้กับพี่ใหญ่ แม้แต่ท่านแม่ป่วยไข้ เขายังไม่ใส่ใจที่จะตามหมอเลย’เด็กหญิงกุมมือพี่สาวเอาไว้
“พี่ใหญ่ท่านไปคราวนี้ไม่รู้ว่าพวกเราจะได้พบหน้ากันอีกเมื่อไหร่ท่านเองก็ต้องมีสินเดิมติดตัวไปบ้าง ไม่ใช่ไปตัวเปล่าเดี๋ยวสกุลลู่จะค่อนแคะพวกเราเอาได้”
“อาเหริน เป็แม่เองที่ไม่ดี ไม่สามารถปกป้องเ้าได้”
หญิงสาวกุมมือมารดาเอาไว้พร้อมกับเช็ดคราบน้ำตาให้นางรู้ดีว่าบิดาและฮูหยินใหญ่ยากที่จะทำตามคำสัญญาดังนั้นนางจึงคิดที่จะทำสัญญาขึ้นมาเพื่อต่อรอง อย่างน้อยนางก็มั่นใจได้ว่าน้องสาวจะต้องได้เรียนที่สำนักศึกษารวมถึงท่านแม่จะต้องมีหมอมาตรวจอาการ ในระหว่างที่นางกำลังตั้งตัว
“ท่านแม่ อ้ายซี ฟังข้าให้ดีไปครั้งนี้ถือเสียว่าข้าไปตั้งตัวแล้วจะกลับมารับพวกท่านไปอยู่ด้วยกัน ท่านแม่..ท่านเองต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรงส่วนเ้าก็ต้องดูแลท่านแม่เข้าใจหรือไม่อ้ายซี”
“พี่ใหญ่ท่านพูดจริงหรือ”
“อืม”
หญิงสาวรับคำอย่างหนักแน่น ในเมื่อได้ตกปากรับคำไปแล้วย่อมต้องทำให้ได้หญิงสาวนึกย้อนไปในความทรงจำในวัยเด็ก จำได้ว่ารางๆว่าลู่หลงอี้ผู้นั้นปักใจรักอ้ายฉีรวมถึงเป็เพื่อนเล่นกันเรื่อยมา หากเขารู้ว่าเป็นางที่ต้องแต่งให้เขาแทนอ้ายฉีจะรู้สึกเช่นไร