ญาตาวีเข้ามาในห้องนอนที่ลูสได้ให้คนจัดไว้สำหรับเธอแล้ว ก็เผลอตลึงตะลานไปกับความสวยคลาสสิคของห้อง ที่สถาปนิกได้ออกแบบเหมาะเจาะลงตัวกันไปหมดทุกอย่าง จนหญิงสาวลืมความโมโหผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เ้าของคฤหาสน์นี้ไปชั่วขณะ
“สวยจัง!!”
ญาตาวีวางกระเป๋าสะพายลงไว้ที่โต๊ะ กวาดสายตามองดูไปรอบๆ ห้องที่ดูกว้างมาก เผลอๆ กว้างมากกว่าห้องนอนของเธอ ที่อยู่ประเทศไทยเป็สองเท่าเลยก็ว่าได้ ญาตาวีเดินดูมุมโน้นออกมุมนี้ เดินเข้าไปดูในห้องแต่งตัว แล้วย้อนเดินออกมา แวะเข้าไปดูภายในห้องน้ำ และสุดท้ายก็เดินไปจบที่ระเบียบห้อง
ซึ่งญาตาวีเปิดประตูระเบียงออก เลื่อนประตูออกช้าๆ ด้วยมือเรียวเล็ก สายตาคู่สวยราวกับตากวางก็เบิกกว้าง ตื่นตาตื่นใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“โอ้!! แม่เ้า.... สวยอะไรอย่างนี้”
จนคนตัวเล็กต้องอุทานออกมา อย่างแสดงความชื่นชอบชื่นชม
เมื่อเธอได้เห็นว่าภายนอกระเบียงห้องนอน ที่เธอมองเห็นอยู่ในขณะนี้คือ ท้องทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังเบ่งบานสะพรั่ง ท้าทายแสงแดดยามบ่ายแก่ๆ หมู่ภมร ไม่ว่าจะเป็แมลงปอ ผีเสื้อแสนสวยบินว่อน ดอมดมเกสรดอกไม้อย่างสำเริงสำราญใจ ญาตาวีมองไปไกลๆ ก็เห็นมีแม่น้ำขวางกั้นระหว่างูเากับทุ่งดอกไม้
ทำให้ญาตาวีมองเพลิดเพลินเจริญใจ จนเปิดยิ้มกว้าง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รับอากาศบริสุทธิ์สดชื่นที่เห็นเข้าปอดจนเต็ม แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ทำอยู่อย่างนั้นสองสามที แล้วต้องสะดุ้งใ เมื่อได้ยินเสียงคุ้นๆ หู ของผู้เป็เ้าของบ้านดังเข้ามาในโน๊ตประสาท ที่มีระยะห่างกันไม่ถึงคืบ
“ชอบไหม!!??”
ลูสเดินเข้ามายืนซ้อนหลังคนตัวเล็ก เขาสังเกตเห็นสีหน้า ที่แสดงถึงความชื่นชอบออกมาอย่างเผลอไผล จึงได้ร้องถามไปอย่างนั้นแหละ เพื่อให้คนตัวเล็กรู้ตัว
“ลูส!!.... เข้าไปทำไมคะ แล้วทำไมไม่เคาะประตูก่อน”
ญาตาวีหันมาต่อมาคนตัวโตอย่างไม่ใคร่จะพอใจนัก ที่เขาเข้ามาภายในห้องนี้ โดยถือวิสาสะเข้ามา ไม่ขออนุญาตก่อนอย่างนี้
“เคาะแล้ว ถึงเดินเข้ามา คุณไม่ได้ยินเอง”
ลูสพูดขึ้นหน้าตาย ซึ่งเขาก็เคาะแล้วจริงๆ ตามที่เขาว่ามานั่นแหละ แต่ญาตาวีมัวแต่เพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติอันสวยงาม จึงไม่ทันได้ยินเสียง
“เหรอคะ!!.... แต่เอ๊ะ! แล้วทำไมลูสเข้ามาในห้องนี้ได้ล่ะ กุ้งจำได้ว่า!!??....”
ญาตาวียิ้มเจือลุแก่โทษ คิดว่าตัวเองมัวแต่เพลินกับสิ่งที่เห็น จึงทำให้ไม่ได้ยินเสียง ตามที่เขาว่ามา แต่ชั่วขณะก็ต้องขมวดคิ้วถามไปอีกอย่างสงสัย และไม่แน่ใจว่าตอนเธอเข้ามา เธอได้ล็อกประตูห้องนอนหรือเปล่าน่ะ จำไม่ได้!!
“คุณไม่ได้ล็อกประตู”
ลูสตอบด้วยใบหน้าที่คงความเรียบเฉยตามเดิม ตามแบบฉบับของเขานั่นแหละ นั้นก็ทำให้ญาตาวีพูดไม่ออก และเผลอย่นจมูกส่งให้คนตัวโต ซึ่งปฏิกิริยานี้ ญาตาวีจะทำใส่เฉพาะพี่ชายสุดที่รักของเธอเท่านั้น หากเป็คนอื่นที่ไม่สนิทเธอจะไม่ทำ จะเว้นระยะห่างเสียด้วยซ้ำไป
ซึ่งการกระทำอันเผลอไผลนั้น ทำให้คนตัวโตที่ได้เห็นรู้สึกชอบใจมิใช่น้อย และอยากจะให้คนตัวเล็กทำท่าทาง สนิทสนมกับเขาอย่างนี้บ่อยๆ และใบหน้ามึนตึงเ็าของคนตัวโต ก็ลดความมึนตึงเ็านั้นลง หากญาตาวีสังเกตเห็นก็จะพบแววตาอบอุ่นได้เลยทีเดียว แต่เสียดายที่เธอไม่ทันสังเกต
‘ไม่ได้นะ นี่คือน้องสาวเพื่อน เราต้องไม่คิดอะไรเกินเลยอย่างเด็ดขาด’
จิตใต้สำนึกหนึ่งของลูสพูดย้ำเตือนดังกึกก้องขึ้นมาในโสตประสาท ทำให้เขากลับมาทำท่าทางเ็า ตามแบบฉบับเดิมอีกครั้ง
“พอดีจะแนะนำคนที่นี่ให้รู้จัก หากเหนื่อย้าพักผ่อนก็ไม่เป็ไร” ลูสพูดพร้อมกับมองสำรวจสีหน้าคนตัวเล็กไปด้วย
“ถ้าไปแป๊บเดียวก็คงไม่เป็ไรหรอกค่ะ กุ้งไปได้”
ญาตาวีตอบรับไป เพราะเธอรู้สึกหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง เมื่อตอนที่ได้เดินเข้ามา ภายในห้องนอนแห่งนี้แล้วนั้นเอง
“อืม!! งั้นก็ไปกัน”
ลูสพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไปกับคำพูดของคนตัวเล็ก ก่อนจะผายมือใหญ่เชื้อเชิญคนตัวเล็กให้เดินไปพร้อมๆ กับตัวเขา ญาตาวีจึงเดินเคียงคู่คนตัวโตเข้าไปภายในห้องนอน และออกไปจากห้องนอน ลงไปชั้นล่าง
๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙