ตอนที่21 คู่แข่งที่คาดไม่ถึง
ครูต้าซิ่วหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างเข้าใจอาการหลงลืมของครูหลิวพลางพูดหยอกอย่างมีความสุขว่า
“ไม่ได้แก่หรอกแค่ดีใจจนลืมเื่เล็กน้อยไปเท่านั้นแหละ นานทีมีนักเรียนเก่งจากห้องห้าไม่ธรรมดาเลยนี่”
ครูหลิวหัวเราะแก้เก้ออย่างไม่รู้จะตอบเพื่อนครูอย่างไรดีเขาคิดว่าควรเรียกเสิ่นลี่อิงมาสอบถามความสมัครใจก่อนที่จะไปเจรจากับผู้อำนวยการโรงเรียนหากเขาบังคับเด็กนักเรียนเกินไปอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี
ประการสำคัญคือการไปสอบแข่งขันทักษะคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์จะต้องมีการเดินทางไกลหลายครั้งซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าเสิ่นลี่อิงน่าจะผ่านการสอบเข้ารอบสุดท้ายได้แน่นอน
..........
รุ่งเช้าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองต้าเสิ้งเกิดความโกลาหลขึ้นทั่วโรงเรียน
สาเหตุเกิดขึ้นมาจากนักเรียนห้องห้าหลายคนมีคะแนนผลสอบประจำเดือนแซงหน้านักเรียนห้องสองและห้องสามทว่ามีนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่สามารถล้มแชมป์เก่าจากห้องหนึ่งไปได้ด้วยคะแนนทิ้งห่าง
นักเรียนชายหญิงในกลุ่มนักเรียนเก่งอันดับต้นของโรงเรียนทั้งแปดคนต่างนั่งรวมกลุ่มพูดคุยกันก่อนเข้าห้องเรียน พร้อมกับจ้องมองโทรศัพท์ในมือของแต่ละคนอย่างไม่เชื่อสายตา
“เป็ไปได้ยังไง?! นักเรียนห้องห้าได้คะแนนเต็มทั้งหกวิชานี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา?”
นักเรียนหญิงที่ชื่นชมจินฮุ่ยหมินและโจวลี่จินมาตลอดพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจและไม่เข้าใจในที
โจวลี่จินเกร็งมือกดโทรศัพท์ตัวเองแน่นเพื่อระบายความตึงเครียดเธอเม้มริมฝีปากเน้นอย่างไม่พอใจ ทว่ารีบปรับสีหน้าให้ดูดีก่อนพูดให้คนอื่นมองตนว่าเป็คนดีด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเหมือนเช่นเคยว่า
“พวกเราควรดีใจกับนักเรียนเสิ่นนะหากโรงเรียนเรามีนักเรียนเก่งเพิ่มขึ้น มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ?”
นักเรียนหญิงจากห้องสองในก๊วนเดียวกันเอ่ยขึ้นขัดจังหวะการพูดของโจวลี่จินอย่างไม่พอใจเสิ่นลี่อิงว่า
“ถึงจะเก่งขึ้นมากะทันหันแล้วยังไง?ฉันไม่เชื่อว่านักเรียนเสิ่นจะล้มแชมป์ตลอดกาลอย่างจินฮุ่ยหมินได้ไม่ใช่ว่าตำแหน่งแชมป์จะได้มาง่าย ๆ เสียเมื่อไหร่?ต้องได้คะแนนสูงสุดทุกเดือนสิ นี่ถึงจะเรียกว่าเก่งจริง”
จินฮุ่ยหมินกล่าวอย่างเป็กลางกับเพื่อนทุกคนเพื่อให้บรรยากาศเคร่งเครียดผ่อนคลายลงไปบ้างว่า
“อย่าคิดอะไรมากเลยแค่สอบประจำเดือนเอง ต้องวัดกันที่สอบเกาเข่าโน่น อันนั้นถึงจะเรียกว่าสอบจริงหากสอบเข้ามหาลัยดังอย่างชิงหวาหรือปักกิ่งได้ นั่นถึงจะเรียกว่าเก่งจริง”
“จริงด้วยผมไปเข้าห้องเรียน แล้วตั้งใจอ่านหนังสือดีกว่า อีกไม่กี่เดือนก็จะสอบเกาเข่าแล้ว”
นักเรียนชายคนหนึ่งพลันลุกขึ้นยืนอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้เขาคิดว่าควรเพิ่มความขยันให้มากขึ้น เมื่อนั้นความสำเร็จย่อมตามมาแน่นอน
นักเรียนในก๊วนทั้งแปดคนจึงพากันสลายกลุ่มเข้าห้องเรียนไปอย่างเข้าใจหน้าที่ของตนในทันที
อย่างไรก็ตามนักเรียนห้องห้าต่างแสดงความยินดีกับเสิ่นลี่อิงกันยกใหญ่เนื่องจากเป็ประวัติศาสตร์ของห้องห้าที่สามารถล้มแชมป์จากห้องหนึ่งไปได้อย่างราบคาบว่า
“เยี่ยมมากนักเรียนเสิ่น”
“เก่งมากนักเรียนเสิ่นเธอเป็ความหวังของห้องห้าแล้วนะ”
“เจ๋งจริงอิงเอ๋อร์สอบเดือนหน้าล้มแชมป์อีกนะ”
เสิ่นลี่อิงยิ้มรับคำชมจากเพื่อนนักเรียนทุกคนด้วยความรู้สึกที่ดีเพราะเธอตรวจสอบผลคะแนนจากเว็บไซต์โรงเรียนแล้วพบว่าเพื่อนนักเรียนหลายคนมีคะแนนสอบสูงขึ้นเช่นกันจึงกล่าวให้กำลังใจทุกคนไปพร้อมว่า
“ขอบใจมากแต่ฉันว่าพวกเราห้องห้าคะแนนสูงขึ้นนะ เดือนหน้าคงจะสูงมากกว่านี้ฉะนั้นพวกเราต้องตั้งใจเรียน ฉันเชื่อว่าหากเราพยายามอย่างเต็มที่แล้วคำว่าผิดหวังยิ่งจะน้อยลงเช่นกัน”
“ตกลง!”เพื่อนนักเรียนห้องห้าต่างขานรับคำแนะนำจากเสิ่นลี่อิงด้วยความเข้าใจ
พลันมีเสียงะโจากหัวหน้าห้องที่เพิ่งวิ่งกลับมาถึงหน้าประตูห้องห้าเขาร้องบอกเสิ่นลี่อิงว่า
“นักเรียนเสิ่นครูหลิว้าพบที่ห้องพักครู”
เสิ่นลี่อิงหันหน้าไปมองประตูเข้าห้องเรียนด้วยความแปลกใจเธอถามกลับคืนเพื่อความชัดเจนว่า
“ตอนนี้เลยหรือตอนพักกลางวัน?”
“เห็นว่าตอนนี้แหละก่อนถึงเวลาเรียนคาบแรก” หูเฉาเหว่ยตอบเสิ่นลี่อิงตามจริง
เสิ่นลี่อิงพยักหน้ารับอย่างขอบคุณแล้วรีบเดินไปพบครูหลิวตามคำบอกของหัวหน้าห้องในทันที
..........
เวลานี้เสิ่นลี่อิงยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของครูหลิวโดยมีครูต้ากำลังจัดเตรียมตำราสำหรับสอนคาบแรกอยู่พอดี
ครูหลิวเฟยฟาสอบถามความคิดเห็นของเสิ่นลี่อิงด้วยความคาดหวังพร้อมกับกล่าวเชิญชวนตามจริงว่า
“นักเรียนเสิ่นทางโรงเรียนจะส่งตัวแทนนักเรียนไปร่วมแข่งขันทักษะคณิตศาสตร์และทักษะวิชาวิทยาศาสตร์ใน่เดือนมีนาคมนี้ ครูอยากให้เธอเข้าร่วมด้วยหากเธอสามารถคว้ารางวัลระดับประเทศมาได้แน่นอนว่าย่อมเป็ใบเบิกทางในการเข้ามหาลัยดังได้ทันที”
เสิ่นลี่อิงขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวลใจเนื่องจากห้วงเวลาสอบแข่งขันทักษะที่ครูหลิวเอ่ยถึงนั้นเป็ห้วงเวลาเดียวกับการแข่งขันทักษะความรู้ของนักเรียนมัธยมปลายออนไลน์เช่นกัน
อย่างไรก็ดีการแข่งขันทักษะที่ครูหลิวเอ่ยขึ้นมาไม่ได้มีเงินรางวัลสูงมีเพียงการสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและโรงเรียนเท่านั้นในขณะที่เธอมั่นใจว่าตนเองสามารถสอบเกาเข่าในระบบปกติได้อย่างแน่นอน
ในที่สุดเด็กสาวตัดสินใจที่จะเลือกแข่งขันออนไลน์เพื่อหาเงินแทนการเข้าร่วมเป็ตัวแทนนักเรียนอีกทั้งเธอไม่อยากไปเบียดตำแหน่งนักเรียนเก่งของโรงเรียนที่เคยมีอยู่แต่เดิมจึงเลือกทำตามเป้าหมายของตนว่า
“หนูขอโทษด้วยนะคะครูหลิวพอดีหนูมีงานของที่บ้าน คงไม่สะดวกที่จะเข้าร่วมแข่งขันแต่หนูรับรองได้ว่าผลสอบเดือนหน้าไม่ต่ำกว่านี้แน่นอน และหนูจะสอบเข้ามหาลัยดังให้ได้ค่ะ”
ครูหลิวเฟยฟาได้ยินคำตอบจากเสิ่นลี่อิงเขาถอนหายใจด้วยความเสียดายทว่าเขาเข้าใจความจำเป็ของนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าร่วมและไม่สามารถบอกกล่าวเขาตามตรงได้จึงพยักหน้ายอมรับอย่างไม่เต็มใจว่า
“ตกลง.....ครูไม่รบกวนแล้วกลับไปเตรียมตัวเรียนเถอะ”
“ขอบคุณค่ะ”เสิ่นลี่อิงกล่าวขอบคุณครูหลิวอย่างมีมารยาทเธอรู้สึกโล่งใจที่ครูไม่บังคับตนให้ต้องเข้าร่วมแข่งขัน
เมื่อเสิ่นลี่อิงออกจากห้องพักครูไปแล้วครูต้าซิ่วหยิบหนังสือเรียนวิชาฟิสิกส์ขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยปลอบใจครูหลิวว่า
“ครูหลิวอย่าคิดอะไรมากเลยนักเรียนเสิ่นคงมีเหตุจำเป็จริง ๆ นั่นแหละ พวกเราไปสอนนักเรียนกันเถอะ”
ครูหลิวพยักหน้ารับอย่างผิดหวังเขาหยิบหนังสือเรียนคณิตศาสตร์แล้วเดินออกไปจากห้องพักครูอย่างหงอยเหงา
..........
กลุ่มนักเรียนเก่งทั้งแปดคนจับกลุ่มพูดคุยกันอีกครั้งหลังพักกินอาหารกลางวัน
โจวลี่จินเอ่ยเื่การเข้าร่วมแข่งขันทักษะนักเรียนมัธยมปลายของแฟนหนุ่มให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นอิจฉาว่า
“เดือนหน้าพวกเราคงต้องส่งกำลังใจให้ฮุ่ยหมินกันมากหน่อยนะเพราะเดือนหน้าฮุ่ยหมินจะต้องทุ่มเทพลังเป็อย่างมากไหนจะเข้าร่วมแข่งขันทักษะนักเรียนมัธยมปลาย ในรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์แล้วยังจะต้องเข้าร่วมแข่งขันเป็ตัวแทนนักเรียนในทักษะวิทยาศาสตร์อีก”
“ว้าว! สุดยอดไปเลยนักเรียนจินพวกเราจะเชียร์คุณแน่ ๆ” นักเรียนหญิงที่เคยชื่นชมจินฮุ่ยหมินเอ่ยชื่นชมทันที
“นี่มันรายการดังแถมยังมีเงินรางวัลสูงอีกด้วย แต่นักเรียนจินจะไม่เหนื่อยเกินไปหรือ?”
นักเรียนชายห้องหนึ่งถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใยเขาไม่อยากให้เพื่อนพลาดรายการหลักที่ทางโรงเรียนส่งไปเป็ตัวแทนในการแข่งขันกับนักเรียนจากโรงเรียนอื่น
“ไม่มีปัญหาหรอกฉันเตรียมตัวมาั้แ่ปีหนึ่งแล้ว” จินฮุ่ยหมินตอบกลับเพื่อนอย่างผ่อนคลาย
เพื่อนนักเรียนต่างพากันเอ่ยให้กำลังใจและกล่าวชื่นชมทั้งจินฮุ่ยหมินและโจวลี่จินเป็อย่างมาก
อย่างไรก็ตามจินฮุ่ยหมินไม่รู้เลยว่าเสิ่นลี่อิงสมัครเข้าร่วมแข่งขันทักษะเพื่อชิงเงินรางวัลในรายการเดียวกับเขาด้วย
หลังจากนั้นไม่นานนักข่าวการเข้าร่วมรายการแข่งขันทักษะนักเรียนมัธยมปลายระดับโลกของจินฮุ่ยหมิน ได้โด่งดังไปทั่วโรงเรียนภายในวันนี้ทันทีซึ่งข่าวของจินฮุ่ยหมินล่วงรู้ไปถึงหูของครูเกือบทุกคนเช่นกัน
หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วครูซ่งจวนเอ่ยกับเพื่อนครูในห้องพักผ่อนอย่างกังวลใจว่า
“นักเรียนจินจะเข้าร่วมแข่งขันทักษะนั่นฉันไม่ว่าหรอกบัต.....ฮีสอิงลิชสกิลยังสู้นักเรียนเสิ่นไม่ได้เลย”
“จริงหรือ?” เพื่อนครูที่นั่งข้างครูซ่งจวนถามขึ้นอย่างไม่เชื่อ
“ชัวร์.....คอยดูละกัน”ครูซ่งจวนไม่พูดมากความแต่ให้เพื่อนครูรอดูผลการแข่งขันแทน
ทั้งนี้ครูซ่งจวนเปรียบเทียบทักษะด้านภาษาอังกฤษในทุกมิติระหว่างเสิ่นลี่อิงกับจินฮุ่ยหมินแล้วเธอพบว่าจินฮุ่ยหมินยังคงอ่อนด้อยกว่าเสิ่นลี่อิงอยู่หลายส่วนโดยเฉพาะคำศัพท์เฉพาะด้าน หากแปลความหมายผิดเพี้ยนไปเพียงนิดเดียวย่อมทำให้เกิดข้อผิดพลาดจนอาจส่งผลให้จินฮุ่ยหมินไปไม่ถึงฝั่งฝันแน่นอน
บรรยากาศการเรียนของห้องห้าเต็มไปด้วยความสดชื่นของนักเรียนตลอดทั้งวันสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่นักเรียนมีผลสอบประจำเดือนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมส่งผลให้นักเรียนทั้งหลายต่างตั้งใจเรียนมากขึ้น
เสิ่นลี่อิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบวันเวลาการแข่งขันในรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์ซึ่งเป็รายการเดียวกับจินฮุ่ยหมินเข้าร่วมการแข่งขันเธอพบว่ามีนักเรียนทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันนับหมื่นคน
จำนวนนักเรียนร่วมแข่งขันมากมายเช่นนั้นกระตุ้นความท้าทายจากเธอให้เพิ่มขึ้นทำให้เธออยากอ่านหนังสือให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ประมาทคู่ต่อสู้
.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.
ไรต์จะเริ่มติดเหรียญบางตอนั้แ่ตอนที่ 23 เป็ต้นไป อัปวันละสามตอน(ยกเว้นวันศุกร์)
ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกคนซึ่งได้ให้กำลังใจและสนับสนุนไรต์คนนี้จ้า