คำพูดของหลี่ิเยว่ทำให้ผู้คนที่มาชมเื่สนุกอยู่ในลานบ้านต่างหัวเราะขบขัน และประโยคเดียวกันนั้นเอง ทำให้นางเสี่ยวหลี่หวังและนางหลี่ลู่ไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่ต่อ พวกนางจึงปิดหน้าวิ่งหนีจากฝูงชนไป
“อย่าก่อเื่ หากก่อเื่อีกข้าจะหย่ากับเ้า แล้วไล่เ้ากลับไปที่หมู่บ้านตระกูลหวังเสีย!” หลี่ต้าชวนสบถเสียงใส่นางหลี่หวัง จากนั้นจึงหันไปถลึงตาใส่หลี่ิเยว่ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “อายุยังน้อยแต่กลับปากดีเช่นนี้ไม่ใช่เื่ดี ถึงอย่างไรเมื่อเ้าโตขึ้นก็ต้องแต่งงาน อย่าหาเื่ทำให้ผู้คนหัวเราะเยาะจะดีกว่า!”
หลี่ิเยว่ไม่โกรธที่ได้ยินเขาเอ่ยเช่นนั้น นางไหวไหล่และพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ท่านพ่อของพวกข้าไม่อยู่ ท่านแม่ก็ถูกคนผลักล้มจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ เหล่าพี่ ๆ น้อง ๆ ก็เกรงใจเกินไปไม่กล้าออกปาก หากข้าไม่ลุกขึ้นมาพูดอะไรออกไปบ้าง ไม่แน่ว่าคนในครอบครัวข้าคงจะถูกพวกเ้ารังแกจนตาย”
เมื่อพูดตรงถึงนี้นางก็หยุด และโค้งคำนับให้หลี่ชง “ปู่ผู้นำตระกูล วันนี้เป็ิเยว่ที่รุนแรงเกินไป แต่ แต่ถ้ามีอีกครั้ง ข้าเองก็จะทำเช่นนี้กลับไปเหมือนเดิม เมื่อเห็นท่านแม่ถูกคนรักแก พวกข้าที่เป็ลูกไม่เข้าไปช่วยนางได้หรือเ้าคะ และหากพวกข้านิ่งเฉยปล่อยให้ใครรังแกท่านแม่ เช่นนั้นต่างหาก ถึงจะเรียกว่าเนรคุณ!”
ในขณะนั้นหลี่อวิ๋นห้าวหลี่อวิ๋นซู่สองพี่น้องก็เอ่ยปากขึ้น “ปู่ผู้นำตระกูล ในเมื่อลุงป้าน้าอาอยู่ที่นี่กันในวันนี้แล้ว ข้าขอให้ทุกท่านโปรดเป็พยานว่าพวกข้ากับบ้านสามสกุลหลี่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว หากต่อไปพวกเขาแทนตัวว่าเป็ผู้าุโและใช้ความเป็าุโนั้นทำร้ายพวกข้าอีกก็อย่าได้โทษว่าพวกข้าพี่น้องเนรคุณ ข้าจะขอให้ท่านเ้าเมืองออกหน้าให้ หากพวกท่านคิดว่าตัวข้าคิดผิด ข้าก็จะไปถามอาจารย์ที่สำนักศึกษาอวี้ถงในเมืองว่า บนโลกนี้ต้องกตัญญูกับคนที่ตัดขาดกันไปแล้วหรือไม่ และจำเป็หรือที่ต้องเชื่อฟังยืนอยู่เฉย ๆ ให้คนอื่นรังแก? ซึ่งถ้านั่นเป็สิ่งถูกต้องจริง ข้าก็จะถามกับพวกเขาจนกว่าจะได้เหตุผลที่ดีที่สุดมา!”
“ตามกฎหมายของเสวียนเทียนแล้ว การทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนานับว่ามีความผิด จงใจทำร้ายผู้อื่นโดยไม่มีใคราเ็ล้มตาย ต้องจัดการตามาแน้อยใหญ่ ดังเช่นเื่ที่แม่เฒ่าทำกับแม่ข้าในวันนี้ อย่างน้อยต้องถูกโบยสามสิบไม้ จำคุกสามเดือน ไม่รู้ว่าแม่เฒ่าจะทนได้สักกี่ครั้ง” หลี่อวิ๋นซู่มองนางหลี่หวังพร้อมกับเอ่ยเพิ่มขึ้นสองสามประโยคอย่างเ็า
นางหลี่หวังที่ได้ยินว่าจะโดนจับโบยขังคุกก็ใยิ่งนัก รีบเข้าไปหลบหลังหลี่ต้าชวนด้วยตัวสั่นเทา จากนั้นจึงเอ่ยปากแก้ตัวเสียงค่อย “ข้าก็แค่ผลักนางไปเบา ๆ ใครจะรู้ว่านางจะยืนไม่มั่นคงเช่นนั้นเล่า นางซวนเซจะล้มของนางเอง จะมาโทษข้าไม่ได้นะ!”
หลี่ต้าชวนที่ยืนอยู่ข้างหน้าถลึงตามองภรรยาอย่างเหี้ยมโหด นางผู้หญิงน่าตายไม่รู้ความนี่ มาถึงขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักเจียมตัวอีก การที่นางถูกลากไปโบยและขังคุกนั้นเป็เพียงเื่เล็ก แต่หากมันส่งผลกระทบต่อการศึกษาและอนาคตของพวกซงเกอเอ๋อร์เข้าล่ะก็ แม้แต่ตัวเขาเองก็คงไม่อาจปล่อยนางไว้แน่นอน
ขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด หลี่ชงก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน “พี่สาม วันนี้ห้าวเกอเอ๋อร์ไม่ได้ไล่บี้เอาความกับพวกเ้า เพียงแต่อยากให้พวกเ้าจ่ายมาสามสิบตำลึงตามที่ควรจะเป็เท่านั้น หากเ้าไม่ตกลง เช่นนั้นก็ให้ห้าวเกอเอ๋อร์ไปที่ศาลาว่าการเสียเถอะ!”
ในเวลานั้น นางหลี่หวังที่เพิ่งรู้จักกลัวก็กระซิบขึ้นมาเสียงสั่น ๆ “ตาเฒ่า ข้าไม่อยากติดคุก ข้าไม่อยากถูกโบย ต่อไปข้าจะไม่มาหาเื่พวกมันอีกแล้ว”
หลี่ต้าชวนหยิบกระเป๋าเงินเก่า ๆ ออกมาด้วยใบหน้ามืดครึ้ม และหยิบกระดาษสองสามแผ่นออกมาจากข้างในก่อนจะส่งให้หลี่ชง “นี่คือตั๋วเงินสามสิบตำลึง ได้เงินนี้ไปแล้ว ก็ให้เื่นี้จบลงตรงนี้ก็แล้วกัน ข้าหวังว่าพวกเ้าจะรับประกันว่าเื่นี้จะไม่แพร่งพรายออกไป และไม่ให้ข้างนอกมีข่าวลืออะไรไม่ดีกับบ้านสามตระกูลหลี่ ข้าไม่้าให้เื่นี้ส่งผลกระทบต่ออนาคตของลูกข้า!” พูดไปก็สบตากับผู้นำตระกูลหลี่ไป
หลี่อวิ๋นห้าวกระแอมไอก่อนพูดเสียงเรียบ “ที่นี่มีคนอยู่มากมาย ข้างนอกนั่นก็ด้วย ดังนั้นข้าไม่สามารถรับประกันได้ว่าเื่จะไม่แพร่งพรายออกไป มากคนก็ยิ่งมากปาก เด็กอย่างข้าปิดปากคนเอาไว้ไม่ได้หรอก ข้ารับประกันได้เพียงว่า พวกข้าจะไม่ไปเล่าเื่นี้ให้อาจารย์ที่สำนักศึกษาฟังแน่นอน”
“ใช่แล้ว! พวกข้าไม่กล้ารับปากเื่เช่นนี้หรอก หากต่อไปพวกท่านทำเื่อะไรขึ้นมาอีกก็จะมาโทษพวกเราเอาทีหลังว่าไม่ทำตามที่พูด แต่ก็น่าแปลกนะขอรับ ตอนนี้พวกเรากำลังพูดถึงค่าชดเชยให้ท่านแม่ สามสิบตำลึงนั่นท่านให้พวกเราเพราะพวกท่านเป็เหตุให้ท่านแม่ของข้าเจ็บจนไม่อาจลงจากเตียงเตาได้ พวกเราก็แค่้าเงินชดเชยเพื่อเอามาซื้อยา เหตุใดท่านถึงพูดเหมือนนี่เป็ค่าปิดปากไม่ให้แพร่งพรายเื่นี้?” หลี่อวิ๋นซู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยเสริมขึ้นมา
ประโยคนั้นเอง หลี่ชงถึงตระหนักได้ว่าเมื่อครู่นี้พวกเขากำลังพูดถึงเื่ค่าชดเชยอาการาเ็ของนางซูอยู่ แล้วเหตุใดหลี่ต้าชวนถึงได้พูดถึงเื่รับปากรับประกันอะไรนั่นขึ้นมาเสียเล่า? หนำซ้ำยังพูดพลางสบตาเขา หรือที่พูดแบบนั้นหลี่ต้าชวนจงใจพูดกระทบเขา นี่จะคิดบัญชีกับเขาด้วยงั้นหรือ? หลี่ชงจึงชี้นิ้วใส่อีกฝ่าย
“หลี่ต้าชวน! หลี่ต้าชวนเ้าคนหน้าด้าน ถึงตอนนี้ยังไม่ลืมจะเล่นตุกติก ข้าจะบอกอะไรเ้าให้นะ ต่อไปข้าจะไม่ยุ่งเื่ครอบครัวของพวกเ้าแล้ว ต่อไปหากเกิดเื่อะไรขึ้นอีกก็ให้ห้าวเกอเอ๋อร์เป็คนไปรายงานที่ศาลาว่าการเลยก็แล้วกัน ข้าทนปวดหัวกับเื่ของพวกเ้าไม่ไหวแล้ว” หลี่ชงโกรธจนสะบัดแขนเสื้อและเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ
หลี่ต้าเจียงเห็นผู้นำตระกูลโมโหจึงรีบก้าวเข้ามาหยิบตั๋วเงินในมือบิดาตน ก่อนยัดเข้าไปในมือของผู้นำตระกูลหลี่ พร้อมกับออกปากขอโทษเขาด้วยรอยยิ้ม “ผู้นำตระกูล เมื่อครู่นี้พ่อข้าสับสนไปหน่อยน่ะ พ่อข้าแค่เป็ห่วงอนาคตพวกซงเกอเอ๋อร์จนเกินไป ถึงได้พูดเช่นนั้นออกมา พวกข้าเอาตามที่ห้าวเกอเอ๋อร์พูดนั่นแหละ ตราบใดที่พวกเขาไม่ไปพูดอะไรมั่วซั่วในสำนักศึกษาของพวกซงเกอเอ๋อร์ก็ให้เื่จบลงเท่านี้เถอะ!”
พูดจบเขาก็ยิ้มประจบสอพลอ ท่าทางราวกับสุนัขกำลังเลียแข้งเลียขานั่นทำให้คนที่เห็นต่างหางตากระตุก หลี่ชงชำเลืองตามาเห็นเขาพยักหน้าหงึกหงักอยู่ จึงเอ่ยกับคนพวกนั้นอย่างเฉยเมยว่า “พวกเ้าออกไปจากที่นี่เสียเถอะ! ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป อย่าได้มารบกวนชีวิตของนางซูกับลูก ๆ อีกเลย”
หลังจากครอบครัวของหลี่ต้าชวนจากไปแล้ว หลี่ชงก็ยื่นตั๋วเงินในมือให้กับหลี่อวิ๋นห้าว และพูดอย่างจริงจัง “ปู่ผู้นำตระกูลช่วยอะไรพวกเ้าไม่ได้มาก แต่ต่อไปมีเื่อะไรก็มาหาข้าได้ หากช่วยได้ข้าก็จะช่วย”
เมื่อหันไปมองหลี่ิเยว่ เขาก็ลูบผมของนางพลางเอ่ยปาก “เสี่ยวิเยว่ ลำบากเ้าแล้วล่ะ ปู่ผู้นำตระกูลรู้ว่าทำไมเ้าถึงทำเช่นนี้ แต่เสี่ยวิเยว่เอ๋ย ต่อไปต้องดีกับตัวเองเสียบ้าง หากเด็กผู้หญิงสูญเสียชื่อเสียงไปแล้ว ทางเดินต่อไปในอนาคตมันจะยากลำบาก”
คำพูดของหลี่ชงทำให้พี่น้องบ้านหลี่หงอดไม่ได้ที่จะตาแดงก่ำ ที่ิเยว่ทำเช่นนี้ พวกเขานั้นเคยคุยกันมาก่อนแล้ว ในตอนแรกพวกเขาเองก็ไม่เห็นด้วย แต่ก็ถูกหลี่ิเยว่พูดโน้มน้าวจนได้
หลี่อวิ๋นห้าวเอ่ยเสียงสะอื้นด้วยตาแดงก่ำ “ปู่ผู้นำตระกูลไม่ต้องห่วง พวกข้ารู้ดีว่าทำไมน้องสี่ถึงได้ทำเช่นนี้ เพราะนางคิดถึงอนาคตของพวกข้า ไม่อยากให้พวกข้าต้องมีชื่อเสียงไม่ดีเพราะเื่เหล่านี้ ต่อไปพวกข้าจะพยายามใช้ชีวิตอย่างดี ทำให้นางมีชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า และจะไม่มีวันลืมในสิ่งที่น้องทำเพื่อพวกเราขอรับ”
เด็ก ๆ ที่อยู่ข้างหลังต่างพากันพยักหน้า และเอ่ยเป็เสียงเดียวกัน “พวกข้าจะไม่มีวันลืม”
หลี่ชงและฟู่เหวินชิงสบตากัน และเห็นความชื่นชมในดวงตาของกันและกัน ทั้งสองพูดคุยกับเด็ก ๆ อีกสองสามคำ ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
“ผู้นำตระกูลหลี่ ิเยว่เป็ลูกศิษย์สายตรงของข้า พวกอวิ๋นห้าวเองก็มาเรียนวรยุทธ์กับข้า นับว่าเป็ศิษย์ภายใต้การดูแลของข้าเช่นกัน ข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเขาได้ง่าย ๆ ต่อแต่นี้ไปข้าจะปกป้องเด็ก ๆ พวกนี้เอง” ฟู่เหวินชิงเงยหน้าขึ้นมองไปทางูเาเสี่ยวชิงพร้อมเอ่ยออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง
“หมอฟู่ไม่ต้องห่วง พวกข้าเองก็เห็นเด็กพวกนี้มาั้แ่เล็ก ข้ารับรองเลยว่า ตราบใดที่ข้ายังเป็ผู้นำตระกูลของบ้านสกุลหลี่อยู่ ข้าจะพยายามปกป้องเด็ก ๆ เ่าั้อย่างเต็มที่ ไม่ให้ใครมารังแกพวกเขาได้” หลี่ชงที่ยืนอยู่ข้างหน้าฟู่เหวินชิงเอ่ยปากให้สัญญาอย่างหนักแน่น
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
