ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดที่รับหน้าที่ดูแลเรือเหาะิญญา เดินเข้ามาหาฉู่หลินเฟิงเพื่อสอบถามทิศทางในการมุ่งหน้า และบังเอิญได้ยินคำพูดของสองศิษย์พี่เข้าพอดี หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ รีบเอ่ยถามทันทีว่า "วิธีการของสำนักเซียนนั้นไม่ธรรมดา ท่านทั้งสองเป็ศิษย์สำนักเซียน ไม่มีวิธีใดที่จะช่วยคนทั้งเรือได้เลยหรือ?"
พวกเขาเป็เพียงศิษย์สำนักเซียน มิใช่ตัวเซียนเอง สิ่งที่ทำไม่ได้จึงมีอยู่มากมาย
เมื่อเห็นทั้งสองหลุบตาลงและนิ่งเงียบ ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดก็ร้อนรนจนเดินวนไปมา "จะทำอย่างไรดี? บนเรือมีผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมปราณและสร้างรากฐานมากมาย ด้วยพลังบำเพ็ญเพียงเท่านี้ จะมีสักกี่คนที่สามารถรอดพ้นจากความตายได้?"
เจียงซินที่เดิมทีง่วงงุนจนแทบหลับ เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็พยายามลืมตาขึ้น มองสำรวจผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดผู้นั้น
[ว้าว! ในเวลาแบบนี้สิ่งแรกที่นึกถึงคือผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำเหล่านี้ ท่านนี่เป็คนดีที่แปลกคนนะเนี่ย อย่าร้องไห้นะ ซินซินสามารถสร้างถนนขึ้นมาเส้นหนึ่งได้นะ]
นางหาวหวอด พยายามฝืนไม่ให้ตัวเองหลับ มือเล็ก ๆ กำและแบในอากาศอย่างเป็จังหวะ ฉู่หลินเฟิงเคยเห็นนางใช้วิธีคล้ายกันนี้ชุบชีวิตซิวโก่ว จึงกลัวว่าจะมีคนสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาจึงเบี่ยงตัวบังสายตาของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิด แล้วชวนคุยเื่สัพเพเหระเพื่อดึงดูดความสนใจของอีกฝ่าย ส่วนหลินเยี่ยนอุ้มเจียงซินเดินไปยังมุมที่ไม่มีคน เพื่อให้ศิษย์น้องเล็กได้แสดงฝีมือได้อย่างสะดวก
เห็นเพียงในฝ่ามือที่ว่างเปล่าของเจียงซิน ค่อย ๆ มีกลุ่มหมอกเมฆที่เลือนลางควบแน่นขึ้นมา ภายในหมอกเมฆที่ไร้รูปทรงเหล่านี้ มีอสูรเมฆาที่เลือนลางเคลื่อนไหวอยู่ ตรงกลางที่ถูกฝูงอสูรเมฆาห้อมล้อมเป็ชั้น ๆ มีเรือเหาะิญญาลำหนึ่งลอยอยู่ อสูรเมฆานับไม่ถ้วนวนเวียนอยู่รอบ ๆ มองเรือเหาะิญญาลำนี้ด้วยความหิวกระหาย แต่กลับไม่กล้าเข้าใกล้ ส่วนจุดดำเล็ก ๆ บนเรือเหาะิญญากำลังเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ราวกับว่ามีชีวิต
หลินเยี่ยนเพ่งมองอย่างละเอียด และมองเห็นลาง ๆ ว่าจุดดำเล็ก ๆ จุดหนึ่งคือเด็กหนุ่มที่อุ้มเด็กอยู่ หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาขยับเดินไปทางซ้ายหนึ่งก้าว จุดดำเล็ก ๆ นั้นก็เคลื่อนไปทางซ้ายเล็กน้อยเช่นกัน
หลินเยี่ยนใอย่างยิ่งในใจ ศิษย์น้องเล็กถึงกับใช้มือเปล่าสร้างภาพจำลองของทะเลเมฆทั้งผืนขึ้นมาได้!
เขากัดฟันแน่น ไม่ยอมให้ความประหลาดใจเล็ดลอดออกมา จ้องมองทะเลเมฆในมือของเจียงซินที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่กะพริบตา ในภาพจำลองทะเลเมฆนี้ อสูรเมฆาและเรือเหาะิญญาปรากฏขึ้นและหายไปเป็ระยะ แสดงว่าพวกเขาทั้งหมดถูกทะเลเมฆห่อหุ้มไว้ และมีเส้นทางที่คดเคี้ยวเส้นหนึ่งตัดผ่านทะเลเมฆ บริเวณใกล้เส้นทางนั้นแทบไม่มีอสูรเมฆาปรากฏตัว
นี่คือถนนเมฆาที่แดนิญญาเทียนเฉิงรวบรวมพลังจากหลายฝ่ายเพื่อบุกเบิกขึ้นมา ก่อนที่ส้านหงเซียวจะโจมตีเรือเหาะิญญา พวกเขาเดินทางอย่างราบรื่นอยู่บนถนนเมฆาเส้นนี้ และในแบบจำลองทะเลเมฆของเจียงซิน ถึงขั้นรวมเอาเรือเหาะิญญาลำอื่น ๆ และผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงที่กำลังเดินทางอยู่บนถนนเมฆานี้ไว้ด้วย
เ้าตัวเล็กในขณะที่ยุ่งอยู่ ก็ร้องเพลงในใจเพื่อเป็กำลังใจให้ตัวเองไปด้วย
[ช่างหัวูเาที่อันตรายหรือสายน้ำที่ดุร้ายไปเถิด! ความยากก็เคยเจอ! ความลำบากก็เคยลิ้มรส! สร้างถนนใหญ่สู่สรวง์... ให้กว้างขวางโอ่อ่า!]
นิ้วอวบ ๆ ของเจียงซินจิ้มลงบนเรือเหาะิญญาในภาพจำลองทะเลเมฆ แล้วปัดขึ้น้า แบ่งทะเลเมฆในภาพจำลองออกเป็สองส่วน มุ่งตรงไปยังจุดสิ้นสุดของถนนเมฆาที่คดเคี้ยวเส้นนั้น
ในชั่วขณะหนึ่ง เสียงแตกละเอียดที่ใสกระจ่างดังขึ้น ราวกับว่ากฎเกณฑ์นับไม่ถ้วนในสถานที่แห่งนี้ถูกใครบางคนทำลายลง ในเวลาเดียวกัน ทะเลเมฆที่เดิมทีปกคลุมอยู่เหนือเรือเหาะิญญาของจริงก็หายวับไปทันที เผยให้เห็นถนนสู่์ที่กว้างขวางและสว่างไสว
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดตกตะลึง "นี่... ทำไมจู่ ๆ ถึงมีถนนเมฆาเพิ่มขึ้นมา?"
[ก็ซินซินเป็คนทำยังไงเล่า! โลกนี้เดิมทีไม่มีถนน ซินซินลงมือปั้นทีเดียวก็มีถนนแล้ว รีบชมข้าเร็ว รีบชมข้าเร็ว!]
เมื่อภาพจำลองทะเลเมฆในมือหายไป เจียงซินก็ส่งเสียงอ้อแอ้เรียก แต่เมื่อเห็นว่ามีเพียงฉู่หลินเฟิงและหลินเยี่ยนที่จ้องมองนางโดยไม่พูดอะไร นางจึงค่อย ๆ เงียบเสียงลง
เ้าตัวเล็กมีความผิดหวังเล็กน้อย
[เฮ้อ พวกท่านฟังข้าพูดไม่รู้เื่ ช่างเถิด นอนดีกว่า! ฮิ ฮิ... ข้าจะไปฟังพวกท่านชมข้าในฝัน]
เจียงซินหาวด้วยความง่วงเหงาหาวนอน หลับตาลง และเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาไม่นาน ในขณะที่กึ่งหลับกึ่งตื่น นางได้ยินเสียงชมเบา ๆ ของหลินเยี่ยนว่า "ศิษย์น้องเล็กเก่งมาก"
[แน่นอน ซินซินเก่งที่สุดเลย!]
เจียงซินมีความสุขมาก ในฝันมีทุกอย่างจริง ๆ ด้วย!
นางหลับลึกไป โดยไม่รู้เลยถึงความตกตะลึงในใจของหลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิง คำพูดไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของพวกเขาทั้งสองได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสวียนจิ่วเซียนจวินและส้านหงเซียวแบกเรือเหาะิญญา เดินตามถนนเมฆาที่เจียงซินขีดเส้นไว้จนถึงเมืองหลวงชิวเย่โดยตรง ทั้งสองยิ่งตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
วิธีการของเซียนก็คงมีเพียงเช่นนี้กระมัง?
ฉู่หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะถามว่า "ศิษย์พี่รอง ศิษย์น้องเล็กเป็เซียนโดยกำเนิดหรือขอรับ?"
หลังจากได้เห็นวิธีการต่าง ๆ ของเจียงซินแล้ว เมื่อมองไปยังค่ายกลกั้นเสียงหลายขอบเขตรอบตัวเจียงซินในตอนนี้ หลินเยี่ยนสงสัยมากว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถส่งผลต่อศิษย์น้องเล็กได้เลย แต่เขาไม่มีวิธีอื่น เพราะค่ายกลเหล่านี้เป็ค่ายกลกั้นเสียงที่ดีที่สุดที่เขากับฉู่หลินเฟิงมีอยู่แล้ว
หลินเยี่ยนได้แต่ฝืนพูดว่า "ข้าไม่รู้ แต่ศิษย์น้องเล็กมีจิตใจบริสุทธิ์ เวลาใช้อาคมไม่รู้จักหลบเลี่ยงผู้คนเลย พวกเราต้องระวังเื่นี้ในภายหลัง"
การมีพลังที่แข็งแกร่ง ต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งควบคู่ไปด้วย เจียงซินยังเด็กเกินไป หากมีผู้ที่มีเจตนาไม่ดีจ้องจะเอาพลังของนาง อาจจะกลายเป็ผลร้ายต่อนางแทน
ฉู่หลินเฟิงพยักหน้าหงึก ๆ "ข้ารู้แล้ว ข้าจะรีบสั่งของวิเศษจากท่านพ่อที่สามารถซ่อนความผิดปกติในตัวศิษย์น้องเล็กเวลาใช้อาคมขอรับ"
"เ้าหนีออกจากบ้านมาแล้ว ท่านลุงยังจะให้ของวิเศษแก่เ้าอีกหรือ?" หลินเยี่ยนถาม
ฉู่หลินเฟิงยุ่งกับการเขียนจดหมายถึงบิดา ตอบโดยไม่เงยหน้าว่า "ข้าสามารถกลับบ้านไปเป็ลูกชายให้ท่านชั่วคราวได้"
หลินเยี่ยนนิ่งเงียบไป แม้จะเข้าใจความคิดของศิษย์น้องห้า แต่ก็รู้สึกว่าคำพูดนี้มันแปลก ๆ
...
บริเวณใกล้เมืองหลวงขนาดใหญ่จะมีค่ายกลขับไล่ทะเลเมฆ เพื่อความสะดวกในการเดินทางและการสื่อสารของผู้บำเพ็ญเพียร หลังจากเรือเหาะิญญาออกจากถนนเมฆา ลูกจ้างของหอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลก็รีบติดต่อสำนักงานใหญ่ในเมืองหลวงชิวเย่ และรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด หอการค้าจึงส่งคนมารับในเวลาอันรวดเร็ว
เรือเหาะิญญาที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ ยากที่จะใส่เข้าไปในแหวนมิติได้ หากจะไปรับคน โดยปกติแล้วจะต้องเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางโดยตรง เมื่อมองไปยังผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแปลงเทพสองท่านที่เดินทางมาเพียงลำพัง ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดที่ดูแลเรือก็รู้สึกสับสน "ผู้าุโทั้งสองไม่ได้นำเรือเหาะิญญาลำใหม่มาด้วยหรือขอรับ?"
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแปลงเทพทั้งสองเผยยิ้มแบบกัดฟันกรอด "พวกเรานี่แหละคือเรือเหาะิญญาลำใหม่"
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดชะงักไป แล้วเขาก็เข้าใจ
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิดมองส่งผู้าุโทั้งสองที่ลงไปใต้เรือเหาะิญญา เพื่อเปลี่ยนหน้าที่กับเสวียนจิ่วเซียนจวินและส้านหงเซียวที่ยังคงแบกเรือเหาะิญญาบินอยู่ ส่วนหลังจากเจียงซินหลับลึก ตบะของซิวโก่วก็หวนคืนสู่ขอบเขติญญาก่อกำเนิดอย่างรวดเร็ว
ส้านหงเซียวกลับมาบนดาดฟ้าเรือ เมื่อเห็นภาพนี้ ความคิดเ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นมา เขาถอยหลังอย่างเงียบเชียบ ตั้งใจจะแอบหนีไปในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น และเพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เขาจึงคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของซิวโก่วตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสุนัขทับอีก
ทุกคนต่างยุ่ง ไม่มีใครมองเขา ส้านหงเซียวดีใจในใจ ก้าวเท้าที่สอง ก้าวที่สามอย่างมีความสุข รวบรวมพลังเตรียมทะยานขึ้น มืออวบขาวนุ่มนิ่มข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่หูของซิวโก่ว หัวใจของส้านหงเซียวสั่นสะท้าน มองไปยังเ้าของมือน้อย ๆ นั้น ซึ่งเป็ทารกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของเด็กหนุ่ม
ไม่เป็ไร ต้องเป็แค่เื่บังเอิญแน่นอน
ส้านหงเซียวบอกตัวเองเช่นนั้น พยายามกดความไม่สบายใจในใจลง แล้วทะยานตัวขึ้น วินาทีต่อมา เขาเห็นกับตาว่าทารกน้อยที่ยังหลับสนิท กระชากหูของซิวโก่วอย่างแรง แล้วเหวี่ยงท่านสุนัขผู้โอหังใส่หน้าเขาเต็ม ๆ ส่วนซิวโก่วที่ถอยกลับมาอยู่ขอบเขติญญาก่อกำเนิด ตบะพุ่งทะยานขึ้นสู่ขอบเขตหลอมความว่างเปล่าอีกครั้ง มันกดหน้าของเขาไว้ แล้วะเิเสียงใส่ไม่ยั้ง
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!"
ทุกคนบนเรือมองภาพนี้อย่างเงียบ ๆ จากคำด่าทอของซิวโก่ว พวกเขาไม่เพียงแต่ได้ยินว่ามันด่าได้หยาบคายเพียงใด แต่ยังได้ยินเสียงตัดพ้อด้วยเืและน้ำตาของซิวโก่วอีกด้วย
ภายในวันเดียว ถูกเ้าของสุนัขโยนออกไปเหมือนลูกหนังถึงสามครั้ง พญาสุนัขอย่างข้า ต้องเป็หมาที่น่าสงสารที่สุดในโลกแน่ ๆ !