ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 บทที่ 30 แผนการร้าย

            สำหรับคำถามของซูชือฉานนั้นซูฉีฉีก็พยักหน้าตอบอย่างแรงเพราะนี่เป็นความจริง

            นางทำอย่างนี้ก็เพื่อต้องการจะรู้จุดประสงค์ของซูชือฉาง

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ฉีฉี เจ้าเคยคิดอยากจะไปจากที่นั่นหรือไม่?” ซูชือฉางมองตรงไปที่ซูฉีฉีมองตรงไปยังบุตรสาวที่เขาไม่ค่อยรู้จักดีนัก “ตอนแรกที่ให้เจ้าแต่งไปที่เมืองอ้าวพ่อเองก็ทำไปเพราะไม่มีทางเลือกอื่น”

            ดวงตาของซูฉีฉีฉายความเย็นชาออกมาแวบหนึ่งนางก้มหน้าลงพยายามปิดบังอารมณ์ของตนเองไว้ไม่ให้ซูชือฉางรู้

            “ลูกรู้”ต่อหน้าซูชือฉางนั้นซูฉีฉีมักจะก้มหน้าก้มตาเรียบร้อยมีมารยาทอยู่เสมอ น้ำเสียงของนางแฝงด้วยความอดสูอยู่ไม่น้อย

            การแสดงสมจริงถึงสามส่วน

            แต่ว่าซูชือฉางนั้นไม่ได้เอ่ยต่อโดยทันทีเขาใช้สายตามองซูฉีฉีขึ้นๆ ลงๆ เป็นการวิเคราะห์ “ฉีฉี ได้ยินมาว่าพิษของท่านอ๋องนั้นเจ้าเป็นคนแก้ด้วยตนเองหรือ?”

            ในใจของนางบีบแน่นขึ้นคิ้วของซูฉีฉีขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาขยับไปมาเบาๆ  “เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้นท่านพ่อก็รู้ ลูกอยู่ที่จวนอ๋องนั้นไม่มีฐานะใดๆ ทุกเรื่องล้วนแต่ต้องฟังคำสั่งจากม่อเวิ่นเฉิน”

            เรื่องนี้นอกจากคนในจวนอ๋องแล้วไม่มีผู้ใดรู้รายละเอียดที่แท้จริง ตอนนี้นางก็เพียงแค่ตอบไปอย่างคร่าวๆ เท่านั้น

            ซูชือฉางเงยหน้าขึ้นพลางลูบเคราใต้คางของตนเบาๆ เขาหรี่ตาทั้งสองลง ไม่ได้เอ่ยใดๆ ออกมาอีกเป็นเวลานาน

            ซูฉีฉียืนนิ่งไม่ขยับอยู่ตรงนั้นสีหน้าของนางมีความอ่อนน้อมท่าทีเรียบร้อยเฉกเช่นเดียวกับตอนที่นางยังไม่ได้แต่งงานออกไป

            “อยากกลับมาอยู่ข้างกายแม่เจ้าหรือไม่?”ซูชือฉางถามกลับอีกครั้ง

            “อยาก” ซูฉีฉีตอบกลับโดยทันที

            จุดนี้ซูชือฉางนั้นไม่มีทางสงสัยบุตรสาวคนนี้ตั้งแต่เล็กจนโตนั้นขอเพียงแค่เป็นเรื่องที่ปกป้องมารดาของตนนางก็ยอมทำทุกเรื่อง

            “ได้นั้นก็ฟังที่พ่อพูดนะ” แววตาของซูชือฉางปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายและยังแฝงไปด้วยความเย็นชาออกมาแวบหนึ่งทว่าไม่นานก็จางหายไป

             เขาไม่ได้คิดไปถึงชีวิตภายหลังของบุตรสาวตอนนี้เขาแค่ไม่อยากให้ฮ่องเต้ทรงพิโรธมากถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปจวนอัครมหาเสนาบดีของเขาจะต้องไม่รอดแน่

            ซูฉีฉีพยักหน้า

            ซูชือฉางหยิบเอาจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อของตนก่อนจะยื่นใส่มือของซูฉีฉีไปอย่างระมัดระวัง “ขอเพียงเจ้านำจดหมายนี้ไปซ่อนไว้ใต้หมอนม่อเวิ่นเฉินหรือว่าบนตัวเขาก็พอแล้ว”

            เมื่อรับจดหมายฉบับนี้มาซูฉีฉีก็ฉีกยิ้มที่มุมปาก คิดไม่ถึงว่าบุคคลที่เป็นถึงฮ่องเต้จะใช้วิธีที่ต่ำช้าถึงเพียงนี้แต่ว่าคิดอีกทีอาจจะเป็นความคิดของบิดานางก็เป็นได้

            นางรับมันมาเก็บไว้ในแขนเสื้อก่อนจะพยักหน้าเงียบๆ

            ยังไม่รอให้นางหมุนตัวออกไปซูชือฉางกลับพูดเบาๆ ออกมาอีกประโยคหนึ่ง “อยากให้แม่ของเจ้าปลอดภัยทางที่ดีอย่าคิดจะเล่นลูกไม้ตุกติกอะไรเป็นอันขาด” สำหรับบุตรสาวคนนี้เขากลับรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง

            เพราะว่าไม่รู้จักดีเขาจึงไม่รู้ว่านางเป็นคนเช่นไร

            ไหล่ของซูฉีฉีแข็งขึ้นก่อนที่นางจะค่อยๆ หันหน้ากลับไป “ท่านพ่อวางใจเถอะ”

            ท่าทางเช่นนั้นกลับทำให้คนรู้สึกวางใจจริงๆ

            ซูฉีฉีที่กำลังย่างก้าวออกไปนั้นถึงแม้ว่าทุกก้าวจะสม่ำเสมอและมั่นคงทว่าในใจของนางกลับว้าวุ่นไปหมด อยู่ๆ นางก็ไม่รู้ว่าตนเองควรทำเช่นไรดี ม่อเวิ่นเฉินนั้นรู้เรื่องพวกนี้ทั้งหมดนางเองก็ไม่มีทางถอยแล้วเช่นกัน

            ทว่าเมื่อคิดถึงประโยคนั้นของซูชือฉางซูฉีฉีก็อดเป็นห่วงมารดาของตนอีกไม่ได้

            เมื่อตอนที่นางออกจากจวนอัครมหาเสนาบดีนั้นพระอาทิตย์ก็ได้ตกดินแล้วเกี้ยวหยกของวังหลวงนั้นก็เฝ้ารออยู่ที่นอกจวนอย่างไม่รอช้า

            พบกันสั้นๆ เพียงวันเดียวซูฉีฉีก็อดไม่ได้ที่จะโอบกอดเสี่ยวเตี๋ยอย่างอาลัยอาวรณ์ จากกันครั้งนี้ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้พบกันโดยเฉพาะตอนนี้ที่จะเป็นจะตายก็ยากที่จะรู้ได้เช่นนี้

            “ลูกอย่าร้องไห้เลย” เสี่ยวเตี๋ยเองก็โอบกอดซูฉีฉีหลายครั้งที่นางเหมือนจะอยากพูดอะไรทว่าก็หยุดเอาเสียดื้อๆ มือที่โอบกอดซูฉีฉีบีบรัดมากขึ้น “จำไว้ ต้องมีชีวิตอยู่ต่อให้ดีๆ ”

             ซูฉีฉีพยักหน้าแรง ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ติดอยู่บนหางตาของเสี่ยวเตี๋ย

            ตอนนี้นางรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เรื่องเสียจริงนางไม่สามารถปกป้องมารดาของตนให้ดีได้

            “ฉีฉีจี้หยกเม็ดนั้นยังอยู่หรือไม่?” อยู่ๆ เสี่ยวเตี๋ยก็เอ่ยถามขึ้นมา “จำไว้ ห้ามทำหายโดยเด็ดขาด”

            ซูฉีฉียกมือขึ้นจับตรงอกก่อนจะเอ่ยปากรับคำ

            ในใจก็รู้สึกปั่นป่วนยากจะสงบได้แต่นางก็ไม่รู้จะปลอบใจเสี่ยวเตี๋ยได้เช่นไร

            ก่อนจากไปนางเพียงเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านระวังตัวให้ดีนะ”

            ในวังหลวง

            ม่อเวิ่นเฉินและม่อเวิ่นเสวียนกำลังดื่มสุรากันอยู่คนทั้งสองคนดูอารมณ์ดีไม่น้อย ล่าสัตว์มาทั้งวันผลลัพธ์ออกมาไม่เลวเลย

            โดยเฉพาะเมื่อม่อเวิ่นเฉินยอมต่อให้ม่อเวิ่นเสวียนอยู่หลายตัวทำให้ในใจของม่อเวิ่นเสวียนสงบลงไม่น้อย

            แต่ว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ในสายตาเขาก็ยังไม่อาจไว้ชีวิตน้องชายคนนี้ได้เขาผู้นี้เป็นดั่งเทพเซียนในใจของประชาชน ขอเพียงเขามีชีวิตอยู่แค่วันเดียวฮ่องเต้แคว้นต้าเยียนอย่างเขาก็ต้องถุกกดให้ต่ำลงอยู่สามส่วน

             ถ้าหากไม่มีม่อเวิ่นเฉินม่อเวิ่นเสวียนก็จะเป็นเหมือนตำนานที่มีชีวิตอยู่ก็มิปาน

            น่าเสียดายที่ม่อเวิ่นเฉินมักจะอยู่เสมอ

            เมื่อเห็นซูเมิ่งหรูและซูฉีฉีย่างก้าวเข้ามาพวกเหล่าขุนนางก็เริ่มซุบซิบนินทากันแต่ว่าพวกเขาล้วนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบามาก

            เมื่อม่อเวิ่นเฉินเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาของซูฉีฉีที่เห็นได้ชัดว่าร้องไห้มาก่อนนั้นเขาก็ส่ายหน้าเบาๆพลางลอบกำมือแน่น ในใจกลับมีความรู้สึกปวดใจปรากฏขึ้นจางๆ

            ทว่าไม่นานเขาก็ควบคุมอารมณ์ในใจของตนเองเอาไว้ได้ที่เขาต้องการนั้นไม่ใช่สตรีที่อ่อนแอไร้ทางสู้ แต่สตรีที่จะอยู่ข้างเขาได้นั้นจะต้องอดทนรับในสิ่งที่คนทั่วไปรับไม่ได้ต่างหาก

            หลังจากงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ได้จบไปซูฉีฉีก็เดินตามม่อเวิ่นเฉินกลับไปที่เรือนรับรอง คนทั้งสองล้วนเงียบสนิทไม่ได้พูดจาต่อกัน

            เปลวเพลิงของเทียนไขสั่นไหวไปมาแสงในห้องมืดบ้างสว่างบ้าง สีหน้าของซูฉีฉีมืดคล้ำขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่นางกลับมาจากจวนซู นางก็ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมาอีกนางมักจะรู้สึกว่าในใจนั้นมีความหนักอึ้งยิ่งนัก

            นางไม่อยากเป็นศัตรูกับม่อเวิ่นเฉิน แต่นางเองก็กลัวว่าจะดึงมารดาตนให้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย

            แต่ต่อให้นางช่วยม่อเวิ่นเสวียนแล้วจริงๆนางและมารดาของตนยังจะสามารถมีชีวิตได้อีกหรือ? ในใจของนางสับสนมากฝ่ามือปรากฏเม็ดเหงื่อออกมาจำนวนมาก

            แม้ว่านี่จะเป็นกลางฤดูหนาวแล้วแต่นางกลับรู้สึกร้อนรุ่มยิ่งนัก

            ม่อเวิ่นเฉินที่นั่งอยู่ด้านข้างนั้นมีสีหน้าราบเรียบโครงหน้าที่สมบูรณ์แบบนั้นแฝงด้วยความเย็นชาอยู่ไม่น้อยดูไม่ออกว่าเขาในตอนนี้มีอารมณ์เช่นใด ดวงตาดูลึกล้ำยากจะคาดเดาริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ทว่าเขากลับไม่เอ่ยคำใดๆ ออกมาแล้วก็ไม่แม้แต่จะมองไปที่ซูฉีฉีเขาเพียงแค่ยืนพิงอยู่หน้าเตียงเท่านั้น

            เมื่อซูฉีฉีเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาของม่อเวิ่นเฉิน ใบหน้าที่ผสานความคมเข้มและงดงามเข้าด้วยกัน

            ซูฉีฉีสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อช้าๆนางปิดตาลง ผ่านไปเนิ่นนานดวงตาคู่นั้นถึงลืมขึ้นนางรู้ว่าตนไม่มีความสามารถพอจะต้านทานม่อเวิ่นเฉินได้ยังไม่ต้องพูดถึงการกระทำของนางแค่ว่าม่อเวิ่นเสวียนคิดจะทำอะไรนั้นม่อเวิ่นเฉินคงต้องรู้ดีอยู่แล้วเป็นแน่

            บุรุษเช่นนี้ ใครจะกล้าเป็นศัตรูกับเขากัน!

            ยิ่งไปกว่านั้นในใจนางก็คิดแต่อยากจะช่วยเหลือเขา

            ในที่สุดนางก็หนีบเอาจดหมายนั้นออกมาจากแขนเสื้อซูฉีฉีลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆ เดินไปตรงหน้าม่อเวิ่นเฉินและยื่นจดหมายนั้นไปส่งให้ถึงมือของเขา

            ริมฝีปากของม่อเวิ่นเฉินในตอนนี้กระดกขึ้นเหมือนกับว่ากำลังยิ้ม ทว่ายิ้มนั้นกลับเย็นยะเยือกอยู่ไม่น้อย

            รอยยิ้มนั้นทำให้ในใจของซูฉีฉีรู้สึกหนักอึ้งขึ้นกว่าเดิม

            “วางใจเถอะข้าจะปกป้องความปลอดภัยของแม่เจ้าเอง” ม่อเวิ่นเฉินเปิดจดหมายนั้นออกก่อนจะเผามันให้เป็นธุลีจากนั้นเขาก็ค่อยๆ เอ่ยขึ้น นับว่าเป็นคำสัญญาที่ให้กับซูฉีฉี

            แสงจากเปลวไฟสาดส่องมาที่เสื้อคลุมยาวสีดำสนิทของเขาประกอบกับรูปร่างอันสูงโปร่งและแววตาอันเย็นชาไร้อารมณ์ม่อเวิ่นเฉินที่เป็นเช่นนี้นั้นดูน่ากลัวยิ่งซ้ำยังมีไออำมหิตและความอาฆาตกระจายออกมาด้วย

            บางทีเขาอาจจะคิดได้ถึงแผนการของม่อเวิ่นเสวียนทว่าเมื่อเห็นกับตาเข้าจริงๆ ในใจก็ยังคงเจ็บปวดกระมัง

            ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นพี่น้องร่วมบิดาของกันและกัน

            เผาถั่วด้วยก้านถั่ว เมล็ดถั่วร้องร่ำไห้เดิมเติบโตจากต้นเดียว ไยต้องหาญเข่นฆ่ากัน

            ในที่สุดความกังวลที่อยู่ในใจของซูฉีฉีก็คลายลงนางเชื่อว่าม่อเวิ่นเฉินพูดได้ทำได้อีกทั้งยังเชื่อว่าเขามีความสามารถพอจะทำเช่นนั้น

            ซูฉีฉีควบคุมอารมณ์ของตัวเองเสร็จแล้วนางก็ทำการจัดเตียงให้เรียบร้อย เดิมนางคิดจะไปนอนพักบนเก้าอี้แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับเห็นว่าม่อเวิ่นเฉินนอนลงบนเตียงยาวพร้อมทั้งเสื้อผ้าครบชุดดวงตาทั้งสองปิดสนิทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ในใจของนางก็ค่อยๆ เบิกบานขึ้นความรู้สึกตื่นเต้นดีใจพุ่งทะลวงออกมา คืนนี้จะต้องเป็นคืนที่นางหลับฝันดีแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498