[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 135 ถึงเวลาตามคำพยากรณ์

    ตอนที่ 135 ถึงเวลาตามคำพยากรณ์

            ความโกลาหลภายในเขาโอลิมปัสปะทุดังภูเขาไฟที่กำลังจะก่อตัวสู่ภายนอกเหล่ามนุษย์กึ่งเทพจากค่ายฮาล์ฟบลัดต่างถูกพามายังเขาโอลิมปัสเพื่อเตรียมการต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไม่กี่นาทีภายในโคลอสเซียมเป็นที่ตั้งฐานทัพของเหล่ามนุษย์กึ่งเทพไปเรียบร้อยทุกอย่างที่แบ่งโซนตั้งแต่ที่ตั้งอาวุธ สถานพยาบาลและก็จุดประชุมของหัวหน้าโพรทาเลียมองสถานที่ตรงหน้าที่เปลี่ยนไปชั่ววินาที เธอมองไปเรื่อย ๆก็เห็นสายตาของเทพองค์หนึ่งที่จ้องมองมาทางเธอนั้นเธอหันไปเห็นแอรีสที่มองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แถมยังเขยิบตาให้เธออีกทำเอาเธอขนลุกขึ้นมาชอบกลจนฮาลอนโผล่ออกมาพร้อมกับชูนิ้วกลางใส่พี่ชายของตนที่เขารู้เลยว่าท่าทางแบบนั้นกำลังทำอะไร

             

            “ไอ้พี่เว้ย!! อย่ามาหว่านเสน่ห์ใส่ร่างจุติของข้านะ!!!”

            “อย่าไปโวยวายมากนะฮาลอน นายน่าจะรู้นะว่าทำแบบนั้นแอรีสก็ยิ่งชอบใจ”

            “ชิ!!”

             

            โพรทาเลียรีบเดินออกจากตรงนั้นเพื่อตามหาใครบางคนเพราะเธอไม่เห็นอีกฝ่ายเลย เธอเห็นแต่พวกพี่กับวัยรุ่นไม่กี่คนที่มาที่นี่คนคุ้นหน้าเยอะแต่เธอไม่เห็นคนผมทองเลยสักคนนอกจากชายที่เธอรู้จักแค่คนเดียวนั้นทำให้เธอต้องเดินไปหาเจ้าตัวเพื่อหาคำตอบอีกฝ่ายเห็นเธอก็ชอบใจก่อนที่เธอจะถามหาถึงลูกชายอีกฝ่ายทำให้รู้ว่าฟีนีอุสขออยู่ที่ค่ายแทนเพราะเป็นห่วงลูกทั้งสองคนโพรทาเลียก็สบายใจที่แฟนหนุ่มทำแบบนั้นแต่ว่าก็มีสายตาอันไม่พึ่งประสงค์จ้องเธออีกแล้วทำให้เธอหันไปมองก็พบกับสายตาของพี่ชายที่อยู่ห่างไม่ไกลโพรทาเลียรู้สึกว่าตัวเองซวยล่ะ ห่วงแต่แฟนลืมเข้าหาพวกพี่ ๆก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปหาพวกเขา

             

            “พี่ ๆ มาด้วยเหรอ~น้องไม่อยากให้พี่มาเลยนะ” โพรทาเลียทำหน้าออดอ้อนอย่างเป็นห่วงพี่ทั้งสามคน

            “เหรออออออ” ทั้งสามคนต่างลากเสียงยาวพร้อมกัน

            “ดูน้ำเสียงไม่เชื่อโพรหรือไง?”

            “โธ่ ๆ พวกพี่เชื่อแต่น่าเสียใจที่น้องห่วงผู้มากกว่าพี่!!”

            “อึ้ก!!” โพรทาเลียมองพี่ชายคนโตที่พูดแบบนั้น“อย่าพูดแบบนั้นสิ!”

            “ก็น่าคิดนะพี่เล่นถามหาพี่ฟีนีอุสก่อนเลยนี่น่า” โฟกัสเอ่ยเสริมขึ้นมา

             

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็แอบพองแก้มอย่างงอนๆ ทำไงได้เธอห่วงว่างอีกฝ่ายนั้นจะออกมาทำภารกิจโดยไม่ห่วงลูกเลย เพราะเธออยู่ฝั่งนี้แล้วคงไม่ต้องมาห่วงอะไรเธอมองทุกคนที่กำลังเตรียมอุปกรณ์และแต่งกายเต็มยศ เธอรู้สึกว่าสงครามกำลังมาจริงๆ แล้วที่นี่กำลังจะนองไปด้วยเลือดของผู้คนเธอกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่นั้นผู้หยั่งรู้ก็เดินตรงมาทางเธอจนทุกคนหันไปมองโพรทาเลียก็หันไปมองเช่นกันก่อนจะโดยเอ่ยชวน

             

            “ขอเวลาคุยด้วยหน่อยสิ”

            “ค่ะ...”

            โพรทาเลียเดินตามอีกฝ่ายห่างจากจุดที่อยู่ตอนนี้ทุกคนกำลังเตรียมตัวสำหรับการโจมตีอีกรอบที่ไม่มีการเคลื่อนไหวทำให้สงสัยว่าฝ่ายตรงข้ามรออะไรโพรทาเลียหยุดเดินเมื่อผู้หยั่งรู้หยุดเดินในหัวของโพรทาเลียก็มีคำถามหนึ่งเอ่ยออกไป

            “คุณรู้ทุกอย่างใช่ไหม?”

            “ฉันไม่สามารถพูดอะไรได้เยอะนะแต่ก็รู้ในบางเรื่องนะ”

            “’ งั้นเหรอ...น้องหนูบอกว่าตอนที่เราย้อนไปในอดีตคุณได้ช่วยเธอไว้ขอบคุณมากนะคะ”

            “ไม่ใช่เรื่องใหญ่น้องเธอทำให้ฉันสนุกดี แต่เสียดายที่เธอไม่อยู่ด้วยนะ อาจจะสนุกกว่านี้ก็ได้นะ”

            “เหอะ ๆ อย่าดีกว่า หนูอาจจะทำให้เรื่องวุ่นกว่านี้ก็ได้”

            “ก็จริงนะ”

            ทั้งสองหัวเราะออกมากพร้อมกับนี่คงเป็นครั้งแรกที่โพรทาเลียได้คุยกับหญิงสาวตรงหน้าอย่างตรงๆ แต่เธอรู้สึกประมาทหน่อย ๆ

            “เธออยากถามอะไรฉันใช่ไหม?”

            “อ๊ะ...เอ่อ...ที่ฮาลอนพูดว่านางกำลังมา...หมายถึงคุณใช่ไหม?”

            “ใช่จ้า”

            “ทำไมเขาบอกว่าคุณกำลังมาแล้วคุณมาทำไม?”

            “ฉันต้องการคุยกับเธอและน้องสาวจ๊ะ”

            “อ๊ะ...”

             

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็หันไปหาน้องสาวที่กำลังใช้ชุดเกราะอยู่กับพี่ๆ ที่ช่วยกันตรวจสอบความปลอดให้เธออยู่นั้นโฟกัสรู้สึกว่าเหมือนมีคนกำลังมองเธอนั้นทำให้เธอหันไปมองก็เห็นพี่สาวกำลังกวักมือเรียกเธอก็ก้าวขาเดินตรงไปหาพอทั้งสองคนอยู่กันครบเรเชลก็พาทั้งสองคนออกจากตรงนี้ปล่อยให้เหล่าเทพและมนุษย์กึ่งเทพคนอื่นๆ เฝ้าดูสถานการณ์ที่ยังไม่เริ่ม พวกเขากำลังเดินตรงไปยังสถาปัตยกรรมแห่งหนึ่งที่ด้านหน้ามีตราของอะพอลโลอยู่ด้านหน้าก็ทำให้สงสัยว่าที่นี่คืออะไรก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างในก็เห็นภาพจิตรกรรมตามฝาผนังอันหลากหลายอยู่ภายในพวกเธอเห็นบางอันที่คุ้นเคยในโลกมนุษย์ ภาพเฮอร์คิวลิสต่อสู้กับสิงโตนีเมียนภาพเพอร์ซีอุสกำลังถือหัวของเมดูซ่าและภาพของลูกมนุษย์กึ่งเทพคนอื่น ๆอีกมากมายจนมาถึงภาพที่รู้สึกคุ้นเคย ภาพของอดีตชาติแต่ละคนของเธอและน้องสาว

             

            “ที่นี่...คือ...”

            “ภาพจิตรกรรมพวกนี้คือสิ่งจารึกว่ามีมนุษย์กึ่งเทพมากมายที่เคยกอบกู้โลกมากมายพอ ๆ กับตัวของพวกเธอแต่ละคนที่เคยมีชื่อเสียงในหลายด้านที่จะถูกจารึกลงที่นี่”

            “น่าตกใจนะคะ...”

            โฟกัสมองภาพต่าง ๆของอดีตชาติของตนเองแต่ละคน ทุกคนต่างพากันออกมามองภาพจิตรกรรมของตนเองไม่คิดว่าสถานที่นี่จะมีภาพของพวกเขาถูกจารึกไว้เช่นกันโพรทาเลียก็มองภาพอดีตชาติของตนเอง ทุกคนมีวีรกรรมที่ตนเองสร้างขึ้นให้ตนเองมีชื่อเสียงแต่ก็ตกลงเพราะชายคนหนึ่งตลอด

            “ถ้าตอนนั้นเราไม่โดนแซเทิร์นหลอกใช้พี่ชายป่านนี้ตัวข้าคงมีอะไรมากกว่านี้”ฮาลอนกล่าวในร่างเล็กเขากำลังนั่งอยู่บนหัวของร่างจุติ

            โพรทาเลียได้ยินเสียงก็ใช้สายตามองบนว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่บนหัวเธออย่างไม่เกรงใจแต่เธอก็ไม่ถืออะไร

            “มีแค่นี้ก็ถือว่าเก่งแล้วนะ...ตอนนั้นเจ้าอายุเท่าไหร่เอง”

            “สำหรับเด็กคนหนึ่งมันก็แค่ไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น...ข้าทำให้พวกอสุรกายอย่างพวกฮาร์ปี้สงบได้เลยนะ...ตอนนั้นโคตรสนุก!”

            “อืม...”

            โพรทาเลียพยักหน้าเบา ๆก่อนที่จะคิดว่าอีกฝ่ายพาพวกเรามาที่นี่ทำไมกัน ก่อนที่เธอจะหันหน้าไปหาอีกฝ่าย

            “ถ้าเธอจะถามเรื่องที่กำลังคิดจงตามเรามาเราเรียกทั้งสองมาเพื่อดูสิ่งนี้นั้นล่ะ”

            “เอ๊ะ?”

            ทั้งสองคนเดินตามอีกฝ่ายไปยังเส้นทางที่ไกลพอตัวมันเหมือนกำลังเข้าไปลึกเรื่อยๆ จนมาถึงปลายทางที่มีผนังสีดำไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวอักษรตรงกลางตัวอักษรสีทองถูกเขียนเหมือนคำพยากรณ์ โพรทาเลียจ้องมองก่อนจะอ่านข้อความนั้นในใจ

             

            ‘เมื่อยามสุริยันสว่างจ้าสายเลือดอันแข็งแกร่งจะบังเกิด

            แต่หารู้ว่าความมืดนั้นกำลังเข้าหาสายเลือดอันแข็งแกร่ง

            จากหนึ่งต้องพลัดพรากอีกหนึ่งต้องโศกเศร้า

            เมื่อยามใดต้องกลับมาจงหลอมรวมพลังแห่งเทพ

            จงสรรค์สร้างแสนยานุภาพอันทรงพลังนำมาซึ่งชัยชนะหรือพังพินาศโลกนี้’

             

            ดวงตาของโพรทาเลียเบิกกว้างขึ้นจนดวงตาสีเขียวหดลงด้วยความตกใจที่เห็นข้อความบนผนังก่อนที่โฟกัสจะเอ่ยพูดขึ้น

            “คำพยากรณ์นี่มัน...”

            “คำพยากรณ์ที่แองเจิลเคยบอกพวกเรา...ไม่ได้ยินนานแล้วนะ”

            “แปลว่าพวกเธอคงไม่ลืมว่าตัวเองต้องทำอะไรนะ?”

            “ประโยคสุดท้ายนะ...ลืมไปนานแล้วนะ...”โพรทาเลียบอกตรง ๆเพราะว่าเธอลืมคำพยากรณ์นี้ไปนานแล้ว

            “โพรทาเลีย” เรเชลกอดอกมองอีกฝ่ายที่พูดแบบนั้น

            “ทำไงได้ล่ะ...มีแต่เรื่องจนหนูลืมไปหมดแล้วนะ...”

            “งั้นพวกเธอรู้ว่าหลังจากนี้ต้องทำอะไรพวกเธอมีเวลาแค่ 30 นาทีที่ต้องสร้างแสนยานุภาพหรืออีกคำเรียกศาสตราวุธ”

            “เดียว!! 30 นาทีเหรอ!?”

            “จะบ้าหรือไง!? เวลาแค่นั้นไม่มีทางทันแน่ ๆ”

            “ก็ต้องทันล่ะนะไม่งั้น...ทุกอย่างอาจจะพังพินาศได้ตามคำพยากรณ์”

            “เวลาแบบนี้เนี่ยนะ? พี่ค่ะ...” โฟกัสหันไปมองพี่สาว

            โพรทาเลียรู้สึกข้างในคอมันรู้สึกฝืดไปหมดก่อนจะเอ่ยถามต่อ “ที่กล่าวมาว่า30 นาทีนี้...หมายถึงตอนนี้เลยหรือเปล่า?”

            “ไม่ใช่หมายถึงหลังจากพวกเธอเริ่มสร้างมีเวลาที่ต้องเสร็จภายใน 30 นาที!!”

             

            ทั้งสองคนได้ยินก็ยิ่งครุ่นคิดว่าเวลาแค่สามสิบนาทีจะสร้างอะไรได้ทุกอย่างต้องพิถีพิถันทุกครั้งตอนโฟกัสไม่รู้ว่าควรทำยังไงเธอหันไปมองพี่สาวที่มีสีหน้าตึงเครียดไปหมดเพราะขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ว่าขอที่จะนำมาตีต่างหากต้องใช้อะไรต้องใช้สิ่งที่ดีแค่ไหนต้องเป็นเหล็กกล้าหรือทองสัมฤทธิ์ในหัวตอนนี้ของโพรทาเลียกับมีความคิดที่คล้ายกับเซเรน่าที่กำลังครุ่นคิดว่าจะทำยังไงกับข้อนี้พวกอดีตชาติแต่ละคนไม่ได้รับมอบหมายให้รู้ถึงบทต่อไปหลังบททดสอบของพวกเขาแต่เหมือนมีบางคนที่รู้อย่างฮาลอน

             

            “นี่นายจะไม่บอกฉันเลยเหรอ?”

            “ขอโทษนะ...การสร้างศาสตราวุธของเจ้าก็เหมือนบททดสอบของข้าถ้าเจ้าทำได้เราก็รอดจากภัยนี้”

            “ขอให้จริงเถอะ!!”

            “ทำไมไม่เชื่อฉันหรือไง!?”

            “ตอนนี้นายไม่น่าเชื่อถือเยอะเลยล่ะ!!”

            “อ้าว!? นี่เจ้า!!”

            “ก็บอกมาสิว่าศาสตราวุธนี่ว่านี่ต้องทำไงนะ!!”

            “ข้าบอกแล้วมันจะเป็นปริศนาหรือไง!?”

            ทั้งสองคนตะโกนใส่กันจนฮาลอนที่ตัวจิ๋วเอาหน้ามาจนกับจมูกของโพรทาเลียตัวเธอก็ไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายไม่บอกใบ้อะไรให้สักอย่างจนกระทั่งคนอื่น ๆในร่างตัวจิ๋วต้องออกมาห้ามจน เรเชลหัวเราะเบา ๆก่อนจะเอ่ยพูดบางอย่างออกมาเป็นคำใบ้

            “สิ่งที่ต้องหลอมรวมอยู่กับพวกเธอทุกครั้งหลังจบบททดสอบแล้วไม่ใช่หรือไง?”

            “หือ?” 

            โพรทาเลียทวนประโยคอีกฝ่ายในหัวระยะหนึ่งก่อนจะนึกบางอย่างได้จนเธอยกยิ้มออกมาจนเห็นรอยย่นข้างแก้มที่แสดงสีหน้าที่บอกว่าตัวเองรู้แล้วว่าสิ่งไหนต้องนำมาสร้างศาสตราวุธเธอหันไปหาน้องสาวทันที

            “โฟกัส!! ตามพี่มาเร็ว!”

            “เอ๊ะ!? เราจะไปไหน!?”

            “ไปสร้างศาสตราวุธไง! ขอบคุณมากค่ะ!! คุณเรเชล!!”

            เรเชลยกยิ้มอย่างดีใจที่อีกฝ่ายนั้นคิดได้ว่าสิ่งใดที่ตนเองนั้นจะนำไปใช้สร้างศาสตราวุธทำร้ายแซเทิร์นแต่เธอก็แอบความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยพูดออกมา

            “ขอให้เธอผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้นะโพรทาเลีย...เพราะเธอจะสูญเสียบางอย่างที่เกินกว่าที่ตัวเธอจะคาดคิดเสียอีก...”

             

            ทางด้านโคลอสเซียมเหล่ามนุษย์กึ่งเทพเตรียมชุดกำลังพลกันเรียบร้อยกองกำลังมีไม่กี่พันนายกำลังจ้องมองพวกฝ่ายศัตรูที่เอาแต่อยู่นิ่งไปขยับไปไหน ทำให้พวกเขาสงสัยว่าฝั่งนั้นต้องการอะไรถึงไม่ทำอะไรหลังจากโจมตีครั้งแรกยิ่งเพอร์ซีย์จ้องมองอย่างสงสัย ชายที่พรากทุกอย่างในชีวิตของลูกสาวเขาไปตอนนี้กับอยู่เฉย ๆ ไม่ขยับไปไหนเหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่างทางด้านซุสก็ออกคำสั่งเหล่าเทพให้พวกมนุษย์กึ่งเทพปกป้องเขาโอลิมปัสพวกเจสันเห็นสภาพของซุสที่สะบักสะบอมยิ่งกว่าอะไรทำให้สงสัยว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นแต่พวกเขารอจบเรื่องนี้ค่อยถามหัวหน้าของพวกเขาดีกว่าเจสันเดินมาอยู่ข้างกายเพอร์ซีย์

             

            “แล้วเราจะเอาไงต่อ? เจ้านั้นดูไม่ขยับอะไรเลยนะ? เพอร์ซีย์”

            “ฉันก็กำลังคิดเหมือนกัน...ว่ามันกำลังรออะไร?”เพอร์ซีย์มองกอดอกอยู่ด้านหน้าโคลอสเซียม

            "เพื่ออะไรพวกเราอยู่จนเตรียมตัวเสร็จแบบนี้เนี่ยนะ?"

            “หรือว่าพวกเราอยู่ในตำแหน่งที่มันโจมตีได้ง่ายกัน?”แคลรีสเดินออกมามองเธอพิงขอบประตูอย่างสงสัย

            “ก็อาจจะมีส่วน...แต่พวกเทพบอกให้ตั้งได้แค่ที่นี่เท่านั้น”

            “ชิ...แต่ว่า...พ่อฉันทำไมถึงมีสภาพแบบนั้นกัน?”

            “รอจบเรื่องนี้ฉันจะเราให้ฟังละกัน...ตลกดีล่ะนะ”

            “ตลก!? นายหมายความว่าไง?” แคลรีสมีความสงสัยทันทีว่าพ่อของตนเองเป็นอะไร

            “ก็...”

            “ข้าว่าเจ้าช่วยเงียบปากหน่อยละกันบุตรโพไซดอน!!”

            ทุกคนต่างหันไปมองก็เห็นชายที่พวกเขากำลังพูดถึงเดินมาอยู่ด้านหลังพร้อมกับกอดอกมอง

            “เรื่องเมื่อกี้ทั้งหมดช่วยปิดปากเงียบหน่อยก็ดีก่อนที่ชีวิตเจ้าจะจบตรงนี้!!”

            ทุกคนที่ได้ยินรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังข่มขู่เพอร์ซีย์อยู่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกว่าอีกฝ่ายคงจะอับอายที่เรื่องของตนเองนั้นจะไปถึงหูลูกคนอื่น ๆว่าตัวเองสะบักสะบอมได้เพราะใคร

            “ตามใจท่านผมจะปิดปากเงียบอย่างดี แต่ดีนะที่มีแค่ครอบครัวผมสามคนที่รู้เรื่องนี้นะ!” เพอร์ซีย์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

            ทำเอาแอรีสไม่ชอบใจที่มีตัวซวยรู้เรื่องการต่อสู้เมื่อกี้อยู่สามคนกับเทพอีกหลายตนที่เห็นเขานั้นยอมไม่ต่อสู้กับคนที่ทุกคนรู้จักเขาคิดเลยว่าอีกฝ่ายหลายปีหลังจากนี้คงโดนแซวแน่ ๆ

            “เอาน่า ๆทุกคนอย่างตึงเครียดดีกว่านะ”

             

            อีกเสียงกำลังเดินตรงมานั้นทุกคนต่างหันไปมองอะพอลโลที่กำลังเดินตรงมาพวกเขาลีโอเห็นอีกฝ่ายในร่างนี้ก็รู้สึกประหลาดใจที่อีกฝ่ายนั้นไม่ได้อยู่ในร่างชายรูปงามแต่เป็นตัวตนที่คล้ายกับชายหนุ่มเมื่อหลายปีก่อนที่ตัวเขานั้นโดนซุสร่ายคำสาปให้ตกลงมาที่โลกมนุษย์แต่ร่างนี้ดูเป็นผู้ใหญ่และดูธรรมดาว่าร่างตนแอรีสยกคิ้วมองอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่ในร่างแปลงกายทำไมก่อนที่ลีโอจะเดินออกมาหาอีกฝ่าย

             

            “อ๊า!! เลสเตอร์!!”

            “ไง เพื่อน!” อะพอลโลทักทายอีกฝ่ายที่เข้ามาหาพร้อมกับตบมือกันและกอดกันอย่างสนิท

            “ไม่คิดว่าท่านจะมาอยู่ร่างนี้อีกนะ!”

            “แหม ๆ ร่างไหน ๆของเราก็ต้องมีความสง่างามของมันอยู่แล้ว~ ไม่เหมือนเจ้านี่ดูสิกล้ามใหญ่เกินไปหรือเปล่า?”

            “หุ่นฉันอย่างงี้ดีแล้ว!! เป็นหุ่นที่สามารถปกป้องภรรยาของฉันได้นะ!!”

            “เหรอ!? ข้าจำได้เลยล่ะนะ ตอนนั้นเราสะบักสะบอมกันสุด ๆ แต่เมียนายยังบาดเจ็บอีกพวกเรานี่เกือบเอาตัวไม่รอดเลยล่ะนะ”

            “ถ้าตอนนั้นคุณไม่โดนลงโทษป่านนั้นคงช่วยพวกเราจากภัยอันตรายแล้วล่ะ”

            “เงียบไปเลย!! ตอนนั้นข้าโดนซุสลงโทษอยู่นะ!!!”

            “ใช่! เป็นเทพที่ไร้ประโยชน์มากเลยตอนนั้น”

            “นี่นายเป็นเพื่อนข้าแน่ไหมเนี่ย?”อะพอลโลจ้องมองอีกฝ่ายที่พูดแบบนั้นเหมือนเหน็บแนบเขาชอบกล

            “เป็นสิแต่ตอนนั้นท่านตลกน่าดู สภาพพอ ๆ กับแอรีสตอนนี้”

            “ไงเอาข้าเข้าไปเกี่ยวกันเจ้าลูกมนุษย์กึ่งเทพ”

            “ก็มันเหมือนกันนี่นานะ~”

            “ว่าไงนะ!?”

             

            แอรีสยกคิ้วมองอย่างเคืองทั้งสองกำลังกอดอกมองหน้ากันอย่างไม่ชอบใจก็ปกติของสายเลือดแอรีสกับเฮเฟตัสถึงพวกเขาจะเป็นพี่น้องกันแต่พ่อของลีโอประกาศสงครามกับแอรีสไปแล้วว่าตนเองนั้นจะเล่นงานแอรีสทุกวิถีทางที่มายุ่งกับของของเขาเช่นภรรยาของเขา อะโฟร์ไดต์ นั้นเองที่ใคร ๆก็รู้ว่านางกำลังคบชู้กับแอรีสและชายหลายคนบนโลกนั้นล่ะเฮเฟตัสเลยไม่ชอบใจเท่าไหร่

             

            “พวกเจ้าช่วยหลบทางเข้าหน่อยได้ไหม!?”ชายร่างสูงเอ่ยขอทางทุกคนที่กำลังยืนบังทางเข้าโคลอสเซียมกันอย่างไม่สนใจอะไร

            ทุกคนหันไปมองก็ตกใจที่เห็นร่างกำยำกำลังแบกเหล็กจะเข้าข้างในพวกเขาต่างพากันหลบ ทุกคนมองชายร่างสูงร่างกำยำเกือบเท่าแอรีสใบหน้าคมเข้มเหมือนคนโดนแดดเผาเหมือนลีโอทุกคนกำลังสงสัยว่าชายคนนี้เป็นใครหรือว่าเป็นเทพที่พวกเขาไม่รู้จักกันก่อนที่ชายคนนั้นจะมาอยู่ข้าง ๆ ลีโอ

            “เจ้ามาช่วยข้าหน่อยลูกข้า”

            “เอ๊ะ!?” ลีโอได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนว่าลูกก็ตกตะลึงชั่วขณะ“ลูก? ห๊า!? พ่อเหรอ!?”

            “ตามมาเรียกคนอื่น ๆมาด้วย เราต้องสร้างอาวุธอีกเยอะ!!”

            “ครับ!!”

             

            ลีโอขานตอบอีกฝ่ายก่อนจะหันไปมองทุกคนว่าพ่อเขานั้นมีรูปร่างอย่างงั้นเหรอทุกคนต่างส่ายหน้ากันเบา ๆ เพราะพวกเขานั้นไม่เคยเห็นเฮเฟตัสเดินเข้าไปข้างในก็ทำให้เทพีตนหนึ่งจ้องมองอย่างโหยหาแต่ตัวเขามองนางอย่างไม่ไยดีเพราะนางพังความรักของเขาไปเยอะก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปยังโรงตีของตนเองที่ก่อสร้างขึ้นมาใหม่ทำให้นางรู้สึกไม่พอใจ

             

            “เฮเฟตัส!!”

             

            ทุกคนรู้สึกว่าสถานการณ์ที่นี่มีแต่อะไรที่แปลกประหลาดไปหมดทุกคนก็หันกลับมาพูดคุยถึงเรื่องการตั้งรับการโจมตีที่จะมาได้ทุกเมื่อพวกเขามีไม่กี่ร้อยคนยังไม่ถึงพันพอ ๆ กับฝั่งตรงข้ามที่มีแค่ไม่กี่สิบกว่าคนทำให้รู้สึกว่าดูน้อยมาก ๆ จนน่าสงสัย ระหว่างที่พวกเขากำลังวิเคราะห์สถานการณ์สายตาของเพอร์ซีย์เห็นลูกสาวทั้งสองของตนที่กำลังวิ่งมาทางนี้อย่างรวดเร็วเขากำลังคิดเลยว่าลูกสาวทั้งสองหายไปไหน

             

            แซเทิร์นที่รอเวลามาเนิ่นนานเขาเห็นเด็กสาวที่เขากำลังตามหาร่างกายอันเปราะบางจนสามารถหันได้ทุกครั้งที่เขาขยับกลิ่นอาย เสียงกรีดร้องที่เขาอยากสัมผัสมันอีกครั้งเขาอยากจับนางมากระชากให้พ่อมันเห็นว่าเขานั้นสามารถฆ่าลูกของชายที่พังแผนการทุกอย่างของเขามาตลอดแต่ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่คิดอยากจะได้เด็กสาวคนนั้นแต่ลูกชายของเขาก็ต้องการแบบนั้นจนเขาอยากลักพาตัวอีกฝ่ายกลับแต่อีกฝ่ายน่าจะอยู่ในนรกทาร์ทารัสไปแล้ว แต่ทำไมถึงมาอยู่ที่แห่งนี้อีกได้

             

            “ท่านพ่อ...ข้าอยากได้นาง...”

            “เงียบปากไป!! วากาเน็ท” แซเทิร์นกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์“ถ้าไม่ใช่เจ้าทำงานไม่สำเร็จอีก ข้าจะขังเจ้าไปให้เห็นแสงตะวันอีก!!”

            “ข้าพลาดครั้งเดียวข้าจะฆ่าพวกทวยเทพนั้นให้หมด!!”

            “ทำเป็นพูด!!” แซเทิร์นจ้องอยู่ไม่นานก็ยกมือขึ้นทันใด“เตรียมตัว!!”

             

            เหล่าสมุนของพวกมันต่างทำตามคำสั่งพวกมันสั่งม้าเพกาซัสที่ทำจากสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ยกสิ่งของบางอย่างขึ้นมาสิ่งนั้นคล้ายปืนใหญ่อันมโหฬารกำลังถูกยกขึ้นมาเชิดชูให้ผู้คนในเขาโอลิมปัสเห็นทุกคนต่างเห็นการเคลื่อนไหวนั้นก็ต่างมองกันอย่างตะลึงที่พวกนั้นกำลังจะโจมตีด้วยปืนใหญ่ที่น่าจะมีอนุภาคที่รุนแรงกว่าครั้งแรกแต่มีความผิดปกติบางอย่างที่เพอร์ซีย์รับรู้ทิศของมันไม่ได้ตรงทางพวกเขาแต่ไปยังทิศที่เขานั้นคาดไม่ถึงเขาหันไปตามทิศที่พวกมันจะโจมตีดวงตาเขาก็เปิดกว้างเพราะทิศนั้นลูกสาวทั้งสองคนของเขากำลังวิ่งมานั้นทำให้หัวใจของเพอร์ซีย์กำลังสูบฉีดอย่างรุนแรง

             

            “โพร!! โฟกัส!! รีบวิ่ง!!”

             

            โพรทาเลียที่กำลังวิ่งตรงไปข้างหน้าได้ยินเสียงตะโกนของพ่อก็เงยหน้ามองเห็นพวกผู้ใหญ่กำลังทำท่าทางให้พวกเธอรีบวิ่งกันแต่ไม่ทันได้ทำอะไรเสียงกลไกของการระเบิดก็ดังขึ้นเสียงที่กำลังพุ่งตรงมาปะทะกับบาเรียป้องกันเขาโอลิมปัสอย่างรุนแรงทุกคนต่างรีบปิดหูของตนเองกัน โพรทาเลียรีบเข้าไปปิดหูของน้องสาวเสียงมันดังจนรู้สึกอื้อไปหมด แต่การโจมตีไม่ใช่ครั้งเดียวมันกำลังโจมตีอย่างต่อเนื่องเพอร์ซีย์พยายามวิ่งไปหาลูกสาวทั้งสองของเขาแล้วรีบพาทั้งสองคนกลับไปยังโคลอสเซียมอย่างรวดเร็ว

             

            การโจมตีอันรุนแรงนั้นทำให้บาเรียเริ่มมีรอยร้าวมากกว่าเดิมอะพอลโลเห็นแบบนั้นเขาชวนลูก ๆ ของตนเองขึ้นไปอยู่จุดบนที่สูงพอที่จะจัดการกับฝ่ายศัตรูได้เขาพาลูก ๆ ของตนเองมาจุดสูงที่สุดก่อนจะเตรียมตัวการโจมตีทุกคนต่างหยิบคันธนูของตนเองพร้อมเตรียมตั้งท่ายิงอะพอลโลยกคันธนูขึ้นสูงเหนือหัวให้ได้ทิศทางที่จะตกลงสู่ฝ่ายศัตรู ลูก ๆต่างทำเหมือนกันทุกคนต่างพากันง้างคันธนูพร้อมยิงก่อนที่อะพอลโลจะตะโกนดังสุดเสียงของเขา

             

            “ยิง!!”

             

            ลูกศรถูกปล่อยออกไปอย่างว่องไวทิศทางพุ่งสูงแล้วตกลงไปยังทิศที่ฝ่ายศัตรูกำลังลอยอยู่แซเทิร์นเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นลูกศรไม้กำลังตกลงมาแต่ทว่ามีลูกธศรอันหนึ่งแตกตัวออกเป็นสีทองทำให้เขารีบป้องกันการโจมตีนั้น พวกปีศาจที่หาที่หลบไม่ทันต่างพากันโดนโจมตีกันอย่างง่ายดายและตกลงจากหลังม้ากันพวกอะพอลโลต่างยิ้มอย่างยิ่งดี ก่อนที่พวกเขาจะโจมตีต่อทางทิศโคลอสเซียมทางบ้านเฮเฟตัสแต่ละคนต่างหยิบอาวุธขนาดใหญ่ของตนเองออกมาเตรียมใส่เชื้อเพลิงแล้วเตรียมตั้งท่าโจมตีทุกคนกำลังต่อสู้กันอย่างมุ่งมั่น

             

            ทางด้านโพรทาเลียดูสถานการณ์หลังจากที่พ่อช่วยพวกเธอมายังโคลอสเซียมเธอถามหาเฮเฟตัสว่าอยู่ไหนเพอร์ซีย์ก็บอกว่าเขาอยู่ข้างในโคลอสเซียมในโรงตีเหล็กที่กำลังตีเหล็กและอาวุธออกมาอยู่ในตอนนี้โพรทาเลียเห็นแบบนั้นก็รีบพุ่งตัวเข้าไปข้างใน เพอร์ซีย์จะห้ามแต่ทว่าเสียงคล้ายกระจกแตกก็ดังขึ้นมาทุกคนต่างหันไปมองบาเรียที่ปกป้องเขาโอลิมปัสแตกอย่างง่ายดายพวกเทพที่เห็นแบบนั้นต่างพากันเตรียมตัวพวกเขาเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาเยอะถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องต่อสู้เพอร์ซีย์เห็นแบบนั้นเขายกมือขึ้นมาตรีศูลขนาดใหญ่ก็ปรากฏกายออกมาเจสันมายืนอยู่ข้าง ๆ เขาดีดเหรียญของตนเองแล้วกลายเป็นดาบยาวที่ทำจากทองสัมฤทธิ์

             

            “ครั้งนี้...จะต้องจบ...”

            “ใช่...ทุกอย่างมันจะต้องจบ...แต่จบได้จริงงั้นเหรอ?ถ้าเรายังอยู่...?”

            “ท่าจะยากนะ เพื่อน!”

            “ก็จริงนะมาต่อสู้กันให้ตายไปเลย!!”

            เพอร์ซีย์วิ่งออกไปตรงสู่การต่อสู้ที่กำลังมาเขาไม่รู้ว่าลูกสาวจะทำอะไรแต่เขาจะถ่วงเวลาให้จนกว่าการต่อสู้ของลูกจะเป็นคิวทันไป

             

    จบตอนที่ 135 โปรดติดตามตอนที่ 136 ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359