“อือ”คนที่ระบมเจ็บไปทั้งตัวและยังปวดศีรษะจนแทบะเิฟื้นตื่นขึ้นใน่เย็นย่ำของวันเดียวกัน
“อ้าว! ตื่นแล้วเหรอนังหนูตื่นมาๆ กินข้าวกินยาแล้วค่อยพักผ่อนต่อ ข้าเองก็จะกลับบ้านกลับช่องแล้วเหมือนกัน”
“น้าอ้อยเหรอคะ?”สายตาพยายามปรับแสงและเพ่งมองคนในความมืด
“ข้าเองนังหนูเอ้ยเอานี่ข้าวของเอ็งแล้วยานี่กินเสียซะด้วยนะ ข้าต้องกลับบ้านก่อน เดี๋ยวมันจะมืดไปมากกว่านี้”ใบบัวพนมมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีตรงหน้าตัวโยน ั้แ่ที่มาอยู่ที่นี่ก็มีเพียงน้าอ้อยใจคนนี้แหละที่คอยดูแลเธอเช็ดหน้าเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ อ้อยใจพนักหน้าน้อยๆ สุดจะเวทนาแต่ก็ทำอะไรนอกเหนือจากคำสั่งผู้เป็นายมากก็ไม่ได้ เกิดนายโกรธโมโหจะทำอย่างไร นางมีครอบครัวต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอีกตั้งหลายชีวิต
ใบบัวกินข้าวเปล่ากับไข่ต้มอีกหนึ่งฟองด้วยความยากเย็นแต่เธอก็พยายามจนทานให้หมดทั้งจาน น้ำเปล่าที่อยู่ในขันเงินชุบใบเก่ากับยาสีขาวแบบเดียวกันอีก2 เม็ด ถูกกลืนลงคอเป็ที่เรียบร้อยความมืดเข้ามาเยือนกระท่อมใกล้จะพังเต็มที ห้องไม้ไผ่แคบๆแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้าหรือเครื่องใช้เข้าของอะไรมากมาย มีถุงพลาสติกที่ใส่เสื้อผ้าเก่าๆอีก 1 ชุด หมอน 1 ใบ ผ้าห่มผืนบางอีกแค่หนึ่งผืนพื้นที่ที่คนยังไปไม่ถึงยังมีเศษฝุ่นเศษใบไม้แห้งอยู่เพราะเธอยังไม่มีเรี่ยวแรงจะทำความสะอาดมันสักทีสินะ พรุ่งนี้เช้าก็แล้วกันเธอจะตื่นมาทำบ้านหลังใหม่ที่เธอต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานเท่าไร่ก็ไม่รู้ให้น่าอยู่ขึ้นกว่านี้
สาวน้อยน่าสงสารนอนคุ้ดคู่อยู่ใต้ห่มผ้าแล้วต้องกอดตัวเองไว้แน่นเพื่อช่วยในการบรรเทาความหนาวเย็นในเวลาค่ำแบบนี้สมองนึกตวัดไปถึง่เวลาวัยเด็กที่มีเธอ มีมารดา มีคุณท่านช่วยกันทำอาหารทำขนมด้วยกันที่เรือนหลังเล็ก่เวลานั้นเป็่เวลาที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิตของเธอน้ำตาแห่งความคิดถึงเอ่อล้นนัยตาคลอ
“ใบบัวคิดถึงแม่ แม่จ๋ามารับใบบัวไปอยู่ด้วยนะแม่” ความเครียดและความกดดันภายในถูกปลดปล่อยออกมาพึมพรำแ่เบาอย่างสุดอั้น ก่อนที่ความเหนื่อยความเพลียจะทำให้เธอเข้าสู่เวลานิทรา
“ผลัก!”เสียงเปิดประตูไม้ไผ่เก่าๆ จนแทบจะหลุดจากตัวยึดเพราะแรงของคนตัวโตช่างมากมายมหาศาล สาวน้อยในชุดใหม่ต่างจากเมื่อวานนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในมองหน้ามายังเขา
“ไง นึกว่าจะตายไปแล้วเสียอีก”วาจาเชือดเฉือนของเขาไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย
“ฉันยังไม่ตายง่ายๆหรอกค่ะ”ไม่รู้อะไรดลใจให้เธอพูดท้าทายมัจจุราชร้ายไปแบบนั้น
“ดีนี่ปากดีให้ตลอดนะ วันนี้เธอต้องไปทำงานในไร่ทดแทนข้าวแดงแกงร้อนของไร่และ...” ภีระหยุดเพียงแค่นั้นวาดไปมองบริเวณห้องที่สะอาดขึ้น ข้าวของน้อยชิ้นถูกทำความสะอาดและจัดอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยยัยคุณหนูนี่จะมาไม้ไหนนะ...จะคอยดูว่าจะเก่งได้ตลอดหรือเปล่า?
“เธอบอกว่าเธอไม่ได้ขับรถคันนั้นเหรอแล้วพอจะบอกได้ไหมว่าใครเป็คนขับ?” ภีระพยายามต้อนคนตัวเล็กให้จนมุม
“...”
“ถ้าเธอเงียบฉันจะไปตามไอ้เทพไทคนนั้น คนที่มันวิ่งเต้นขึ้นโรงขึ้นศาลมาถามพร้อมเธอด้วยอีกคนดีมั้ย?” โมโหแล้วนะโว้ย
“เออ...”
“อ้ำอึ้งอะไรวะ ถามก็ตอบมาสิโว้ยไม่ว่ามันจะเป็ใครฉันก็จะคิดบัญชีแค้นกับมันให้จงได้” น้ำเสียงและแววตานั้น...เขาเอาจริงแน่นอนเธอได้เห็นความร้ายกาจของคนตรงหน้ามาแล้ว
“คือ...ใบบัวเองค่ะใบบัวขับรถวันนั้นเอง”เสียงหวานสั่นพร่าเบาหวิว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยอมรับแล้วสินะนังฆาตรกรก็ดี! ที่ยอมรับออกมาง่ายๆจะได้ไม่เสียเวลาง้างปากนับจากวินาทีนี้ฉันสัญญาว่าจะทำให้เธอไม่รู้จักกับความสุขเลยแม้แต่น้อยเลย...บัวชมพู”สิ้นสุดคำพูดที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ ร่างน้อยถูกกระชากใบบัวพยายามก้าวเท้าตามให้ทันกับแรงฉุดกระชากของคนตัวโต ไร้อาการขัดขืน ไร้เสียงโวยวาย ไร้น้ำตาร้องไห้ เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะขอรับผิดชอบความผิดครั้งนี้แทนพี่สาวเองนอนคิดมาตลอดทั้งคืน หากอสูรร้ายตรงหน้ารู้ความจริง พี่สาวเธอไม่วายได้อยู่ไม่เป็สุขแล้วคุณท่านทั้งสองก็ไม่มีทางยอมให้ลูกหลานคนโปรดสุดที่รักต้องมาเผชิญชะตากรรมเช่นนี้แน่ หากเสือสองตัวต้องมาปะทะกันแม้มองไม่ออกว่าจะเป็ใครที่ชนะ แต่เธอรู้เพียงแค่ว่าไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะหรือแพ้ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องเจ็บตัวไม่น้อยแน่นอน...แล้วถ้ากลับกันเล่าหากเป็เธอที่เจ็บเพียงคนเดียว คนอื่นไม่ต้องมาเดือดร้อน เกี่ยวข้องด้วย...มันก็คุ้มค่าเกินคุ้มเสียอีก
“นี่พนักงานคนใหม่นะครับน้าศักดิ์มีอะไรใช้เธอได้ทุกอย่างแล้วอีกอย่างเธอต้องเก็บข้าวโพดได้เท่าๆกับคนงานอื่นๆด้วย”ภีระปล่อยแขนและผลักไสคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดพร้อมทำงานออกไปจากตัวใบบัวถึงกับเซที่เขาทำกับเธอเช่นนั้น
“ครับคุณภีม ผมจะดูแลแม่หนูคนนี้ให้ดีเลยครับ”หัวหน้าคนงานรับคำผู้เป็เ้านาย
“ไม่ต้อง”เ้าของไร่หนุ่มเผลอตะวาดเสียงดังออกไป
“ผมหมายถึงไม่ต้องดูแลอะไรเธอครับปล่อยให้เป็ไปตามยถากรรม" เขาออกคำสั่งไปใหม่
"แล้วเดี๋ยวตอนเที่ยงฉันจะมาดูผลงานของเธออีกทีถ้าเธอทำไม่ได้ล่ะก็...เธอเจอดีแน่บัวชมพู”ภีระชี้หน้าคาดโทษหญิงสาวหน้าซีดตรงหน้าเอาไว้รอ
มือน้อยและบอบบางที่แดง ปวดแสบปวดร้อนไปทั่วทั้งซ้ายและขวาสาวน้อยร่างอรชรเพียงหนึ่งเดียว ที่ไม่มีถุงมือถุงผ้าปกป้องการระคายเคืองจากใบข้าวโพดที่คอยทิ่มแทงใบบัวยังคงหักข้าวโพดใส่กระสอบต่อไปเรื่อยๆ ดวงตะวันตอนนี้ตรงศีรษะเธอแล้วพอดีบรรดาคนงานคนอื่นๆ ที่เก็บได้หลายสิบกระสอบแล้ว ต่างทยอยเดินออกไปพักใต้ต้นไม้ใหญ่บ้างใต้เรือนอาคารโรงอาหารบ้าง ตามแต่ละคนจะสะดวกเธอมองแท่งพลาสติกขนาดเทียนไขสีแดงที่บ่งบอกถึงจำนวนกระสอบข้าวโพดของตัวเองที่เก็บได้ตลอดที่ผ่านมาที่อยู่ในกระเป๋าย่ามใบเล็กๆ9 แท่งหมายถึง 9 กระสอบแล้วในเวลาเกือบ 4 ชั่วโมงที่ทำมาั้แ่เช้าแม้ไม่มี่ไหนที่เธอหยุดพักแต่มันก็ยังน้อยกว่าคนอื่นๆอีกมากโข
“โอ้ย”แรงผลักทำให้กระสอบข้าวโพดที่ใกล้เต็มหลุดออกจากมือ บางส่วนกลิ้งออกกระจายบางส่วนยังคาอยู่ในกระสอบ ใบบัวเจ็บฝ่ามือที่ช่วยยันไม่ให้หน้ากระแทกพื้นดินจนน้ำตาเล็ดก่อนค่อยๆหันไปมองคนที่ผลักให้เธอล้มหน้าขมำก่อนหน้านี้
“ไม่ต้องมาทำสำออยนี้มันอะไรห้ะ ั้แ่เช้าเธอเก็บข้าวโพดได้แค่นี้เองเหรอบัวชมพูแล้วแบบนี้มันจะไปคุ้มอะไรกับค่าที่อยู่ค่ากินของเธอห้ะ”
“...” ใบบัวกำมือที่เ็ปแน่นเพียงแต่ตอนนี้เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บกายสักนิด มันเจ็บตรงที่อกข้างซ้ายมากกว่า
“ได้งั้นวันนี้ไม่ต้องกินข้าวถ้าตอนเย็นเธอเก็บข้าวโพดไม่ถึง 30 กระสอบก็ไม่ต้องกินข้าวเย็นด้วยเหมือนกัน”ซาตานร้ายคนนั้นเดินออกไปจากไร่ข้าวโพดด้วยความฉุนเฉียว ใบบัวพยุงตัวเองขึ้นยืนมองฝ่ามือก่อนปัดเป่าเศษดิน เศษใบข้าวโพดที่เกาะติดออกอย่างเบามือเธอเก็บข้าวโพดที่ร่วงหล่นลงดินเมื่อสักครู่กลับเข้ากระสอบใหม่อีกครั้งแล้วก็เดินหน้าเก็บข้าวโพดให้แถวของเธอที่ยาวออกไปเป็กิโลเมตรต่อ
“อดทนไว้นะใบบัว แบบนี้มันดีอยู่แล้ว”สาวน้อยกระชับกระสอบข้าวโพดให้แน่นขึ้น...เธออดทนทำงานเยี่ยงทาสต่อไป...หากทนไม่ไหว...ก็แค่ตายเธอไม่กลัว
“นาย นั้นมันทรมานกันไปมากแล้วนะนาย”ดาวน้อยเสียงเบาบอกกล่าวนายตัวเองออกไป เผื่อว่าเ้าของไร่จะเห็นใจสาวน้อยที่ยังเดินเก็บข้าวโพดในแปลงใหญ่คนเดียวในเวลาเย็นย่ำแบบนี้บ้างเวลาที่คนงานอื่นๆ ต่างกลับบ้านราห้องเช่ากันไปหมดเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วแต่หญิงสาวตรงหน้ายังไม่ได้กลับไปไหน เธอยังคงตั้งใจทำงาน ไม่หยุดพักแม้บางครั้งจะเห็นว่าเดินช้าบ้างเพราะความเหนื่อยเมื่อยล้านั่นเอง
“ข้าวก็ยังไม่ตกถึงท้องั้แ่เช้าเลยนะนายเป็คนอื่นป่านนี้เป็ลมล้มพับไปนานแล้ว”
“เงียบได้ไหมดาวน้อยฉัน้าความเห็นจากแกเหรอ?” ภีระตวาดไม่นานสาวใหญ่ร่างท้วมก็เดินต้วมเตี้ยมมาสมทบ
“นาย ไอ้ดาวน้อยอยู่นี้เองนายจ๊ะฉันเอาข้าวไปให้นังหนูคนนั้นที่กระท่อม แต่ไม่เห็นนะเลยกะว่าจะมาตามที่นี่นี่ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนหาไม่เจอเลยจะหลงทางหรือเปล่าก็ไม่รู้นะนาย” สีหน้าน้ำเสียงดูร้อนรน
“ไม่หลงหรอกนังอ้อยคนที่เอ็งถามหาก็เก็บข้าวโพดอยู่ตรงนู้นไง” อ้อยใจมองไปยังตำแหน่งที่ดาวน้อยชี้ให้ดีเห็นท่าทางเหนื่อยอ่อนของสาวน้อยแล้วได้แต่หดหู่เวทนา
“นายจ๊ะ...”
“หยุด!ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น จะทำอะไรก็ทำ แต่ละคนไม่ได้ดั่งใจฉันสักคน” ภีระบ่นอย่างอารมณ์เสียก่อนเขาเดินไปขึ้นรถกระบะและขับออกไปด้วยความเร็วเขาไม่มั่นใจว่าอารมณ์เสียที่เห็นลูกน้องพยายามปกป้องคนผิดคนนั้นหรือหงุดหงิดในความยโสโอหังของคนที่หน้าซูบซีดคนนั้่นกันแน่
"เธอคิดว่าเธอแน่นักใช่ไหม...บัวชมพู"อารมณ์ร้อนถูกระบายออกเป็ความเร็วแรงทะลุนรกของรถกระบะคู่ใจแทน
“นังหนู นังหนู พอแล้วๆนายอนุญาตให้เอ็งกลับบ้านแล้วลูกเอ๋ย” อ้อยใจและดาวน้อยรีบเข้ามาช่วยคนตัวเล็กทันทีดาวน้อยแบกกระสอบข้าวโพดที่ใกล้เต็มขึ้นบ่า อ้อยใจเข้าประคองคนที่เดินไปเหมือนคนพร้อมจะล้มทุกเวลาเอาไว้แน่
บาปกรรมอะไรหนักหนานายถึงได้จงเกลียดจงชังเธอผู้นี้ได้ถึงขนาดนี้ เหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนั้นคนก็เห็นคลิปที่แชร์ว่อนโลกโซเซียลมีเดียกันทั่วประเทศ ว่ามันเป็อุบัตติเหตุไม่มีใครคิดฝันว่าจะเกิด สาวน้อยตรงหน้านี้ก็คงไม่ได้ตั้งใจเช่นเดียวกันนั้นแหละ
“เอ็งเอาสมุนไพรนี้ประคบไว้นะลูกพรุ่งนี้คงจะบวมมากกว่านี้ มาๆรีบกินข้าวกินปลาเสียดีกว่า เดี๋ยวมันจะมืดกันไปเสียก่อน”
“น้าอ้อยกลับบ้านเถอะค่ะเดี๋ยวจะลำบากเปล่าๆ แค่นี้เองใบบัวจัดการได้ ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ เท่านี้ก็ไม่รู้จะขอบคุณน้าอ้อยใจกับพี่ดาวน้อยยังไงแล้ว”
“เอาอย่างนั้นเหรอวะงั้นข้ากลับก่อนก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไหว้วานดาวน้อยให้หาถุงมือให้เอ็งสักคู่ไม่อย่างนั้นอีกไม่นานมือเอ็งต้องโดนตัดแน่” อ้อยใจส่ายหัวไปมาใบบัวพนมมือไหว้นางอีกครั้ง เหมือนเช่นวันวานก่อนหน้า...มารยาทดี อ่อนช้อยทุกระเบียดนิ้วไม่มีเปลี่ยน
อาหารมื้อแรกมื้อเดียวที่ตกถึงท้องข้าวเปล่าและไข่ต้มเพียงหนึ่งฟองอีกแล้ว แม้มือที่จับช้อนจะเ็ปและอ่อนแรงแต่ไม่เป็อุปสรรคในความหิวโหยของเธออาหารตรงหน้าถูกจัดการเข้าสู่กระเพาะอาหารอย่างรวดเร็ว ตามด้วยยาพารา 1 เม็ดและยาแก้อักเสบอีก 1 เม็ดที่พี่ดาวน้อยหามาให้ก่อนหน้านี้คงทำให้อีกสักพักเธอนอนหลับได้ง่ายขึ้น
น้ำตากลิ้งลงบนหมอนใบเก่าไร้เสียงสะอื้น วันนี้เธอทำงานปวดเมื่อยไปทั้งวันแต่วันพรุ่งนี้จะต้องดีกว่าหากเธอปรับสภาพได้แม้นต้องอยู่เป็คนงาน เป็ทาสรับใช้อีก 1 ปี 2 ปี 10 ปี เธอก็จะไม่บ่นจะทำให้ดีและสุดความสามารถที่สุด นั่นคือความตั้งใจสุดท้ายของวันนี้ ก่อนที่หญิงสาวจะหลับไปอย่างง่ายดาย
“ผลัก”แรงผลักประตูมหาศาลเช่นเดิมของคนเ้าคิดเ้าแค้น สายตาคมมองห้องไม้ไผ่เล็กๆที่ว่างเปล่าหมอนและผ้าห่มถูกพับจัดเก็บเป็ระเบียบ แต่ไร้เงาของนักโทษที่เขาลักพาตัวมาจองจำไว้ที่นี่
“หายไปไหน เอ้ะ!”หรือว่าเธอจะหนีไปแล้ว ภีระรีบวิ่งออกจากกระท่อม สอดส่องสายตาไปทั่วบริเวณ่เช้าแบบนี้คนงานเดินขวักไขว่ทั่วไร่ เธอไม่มีทางลอดพ้นสายตาของลูกน้องเขาไปแน่นอน
“อย่าให้เจอนะบัวชมพูฉันจะขยี้เธอให้แหลกคามือเลยคอยดู” หนุ่มหล่อหน้าตาบึ้งตึง ยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ
“นาย จะวิ่งไปไหนครับ?”ดาวน้อยขับมอเตอร์ไซด์คู่ใจไปเคียงข้างก่อนะโถามไม่เบานัก
“มาก็ดีแล้วดาวน้อย มีใครเห็นบัวชมพูหรือเปล่าเธอหนีไปได้สักพักแล้ว”
“คุณหนูบัวหนีเหรอครับเอ๊ะจะเป็ไปได้อย่างไงเมื่อกี้ผมยังเห็นเธอเดินเก็บข้าวโพดที่แปลงใหญ่ที่พี่ศักดิ์ดูแลอยู่เลย”คำบอกกล่าวของคนสนิททำเอาภีระหยุดนิ่ง นักโทษของเขาไม่ได้หาย แต่เธอกลับออกไปทำงานที่ได้รับหมอบหมายั้แ่เช้าอย่างนั้นเหรอ
โธ่เอ่ย...ใหมดวิ่งเสียเหนื่อยด้วยกล้าทำให้เขาใเล่นแบบนี้ เธอเจอดีแน่…บัวชมพู
“โอ้ย/มานี่เลยแม่ตัวดี”กระสอบข้าวโพดหลุดมือ ก่อนที่เ้าของไร่หนุ่มจะกระชากตัวปัญหาออกมาจากไร่ข้าวโพด ยัยนักโทษตัวดีสร้างเื่ให้เขาต้องเสียเหงื่อและเสียสติั้แ่เช้า
“ปล่อยค่ะ ปล่อยใบบัวใบบัวเจ็บ” หากไม่เจ็บมากจริงๆ คนอย่างใบบัวไม่มีทางขอร้องเขาคนนี้หรอก
“ไม่ปล่อย เจ็บนะสิดีเดินมานี่เลยอย่าทำตัวสำออยล่ะ” เขายังคงตั้งหน้าตั้งตากระชากเธอไม่ได้หยุดหย่อน
เมื่อถึงที่หมายสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของหญิงสาว ชายหนุ่มก็ออกแรงผลักจนร่างน้อยเซเหมือนเช่นเคย
“เธอกล้ามากนะที่ขัดคำสั่งฉันวันนี้”
“ใบบัวก็มาทำงานตามปกตินี่ค่ะ”
“ไม่ต้องมาคิดเถียงจะอวดดีกับฉันใช่ไหมถึงได้ออกมาทำงานั้แ่เช้าโห่ขนาดนั้นเธอท้าทายฉันใช่ไหม”
“...” เธอนิ่งเพราะไม่ว่าจะพูดอะไรออกไปก็เหมือนเธอแก้ตัวเปล่าๆ
“ทำไมเงียบ เถียงไม่ออกล่ะสิ” สาวน้อยนัยตาเศร้าเงยหน้าสบตาเขาเพียงเล็กน้อย ก่อนก้มหน้าก้มตาเจียมตัวชายหนุ่มอยากจะพูดอะไร คิดอะไรก็เื่ของเขา เธอไม่มีเรี่ยวแรงอะไรไปต่อกรเขาได้อีกแล้วสู้ไปก็แพ้...ขออยู่เงียบๆ สงบๆ แบบนี้ดีกว่า แม้ว่ามันไม่ได้สงบลงจริงๆแต่อย่างใดก็ตามที
“ต่อไปเธอต้องทำงานที่นี่พอดีแม่ครัวลาคลอด 2 คนพร้อมกัน หวังว่าคุณหนูผู้ดีตีนแดงจะเหยียบขี้ไก่ฝ่อทำงานบ่งงานบ้านได้นะ”สายตาดูถูกและสายตาวูบวาบอีกแบบที่มองสาวน้อยร่างเล็ก ภีระจะยืนกำหมัดนิ่งแน่นด้วยความโมโหเมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปในโรงครัว เห็นเธอพนมมือไหว้เหล่าบรรดาแม่ครัวทุกคนก่อนที่เขาจะเห็นเธอหยิบตระกร้าผักไปล้าง โดยที่ไม่โอดโอย พูดจาทำนองขอร้อง ขอความเมตตาจากเขาเลยสักคำ...ดีให้ตลอดก็แล้วกันแม่ตัวดีพลาดวันไหนเขาคนนี้จะซ้ำเติมให้จมดินเลยคอยดู
“นาย อาหารมาแล้วครับน่าตาน่ากินเป็ที่สุดนะวันนี้” เกือบบ่ายโมง ดาวน้อยทำหน้าที่เดิมของตนเองนั่นคือยกปิ่นโตจากโรงครัวมาให้เ้านายที่ออฟฟิศภีระเป็อย่างนี้เสมอเขาจะทานอาหารเที่ยงหลังจากที่ลูกน้องทุกคนทานกันอิ่มหมดแล้ว เ้าของไร่ผละจากกองงานบนโต๊ะใหญ่มานั่งตรงโต๊ะรับประทานอาหารตรงโซฟาที่ใช้ต้อนรับแขก
“หืม อร่อยวะ”เพียงคำแรกที่พะแนงหมูอาหารจานโปรดของเขาเข้าปากหนุ่มหล่อต้องร้องอุทานออกมาเสียไม่ได้ ต้องยอมรับว่ามันอร่อยมากๆจริงอร่อยเสียยิ่งกว่าร้านอาหารไทยชื่อดัง ที่เขามักหาเวลาไปทานทุกครั้งที่เข้าไปทำธุระที่กรุงเทพเสียอีก
“เห็นไหมล่ะนายคุณหนูบัวนี่ทำอาหารอร่อยทุกอย่างเลยนะ ข้าวที่โรงครัววันนี้หมดเกลี้ยงพวกที่เอาข้าวห่อมาเองเพราะบอกว่าเบื่ออาหารที่โรงครัว วันนี้เปลี่ยนใจกันหมด บวชข้าวโพดที่ปกติเหลือเต็มหม้อทุกวันที่ทำแต่วันนี้หมดแถมยังต้องต้มหม้อที่สองเพิ่มอีกต่างหากนะนาย” ทำงานไร่ข้าวโพดผู้คนมักเหม็นเบื่อข้าวโพดเป็ธรรมดา ดาวน้อยคุยฟุ้งคิดถึงเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อตอนเที่ยงแล้วขำไม่หาย เขาเองก็ต้องเข้าแถวรอบวชข้าวโพดที่หวานมันกลมกล่อมหม้อที่สองเหมือนคนงานอื่นๆหลายๆคน
ผิดกับคนหน้าบูดบึ้งตอนนี้ที่วางช้อนแทบไม่ทันเมื่อทราบที่มาที่ไปของอาหารคาวหวานตรงหน้า ภีระตัดสินใจลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะทำงานเขานั่งลงทำงานต่อปล่อยให้ดาวน้อยนั่งมองอาหารและเ้านายสลับไปสลับมาด้วยความไม่เข้าใจ
“นาย ไม่ทานเหรอครับของอร่อยๆทั้งนั้นเลยนะ ป้าแม้นตักเก็บไว้ให้นายโดยเฉพาะนะครับ”
“กูไม่กินจะเอาไปทิ้งที่ไหนก็ไป” เขาตวาดลั่น ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปไม่สนใจใครอื่นอีก
“งั้นผมไปนะนายปิ่นโตวางที่เดิมนะครับ เผื่อเดี๋ยวนายเกิดหิว”ดาวน้อยมองเ้านายที่ไม่มีทีท่าสนใจคำพูดเขาสักนิด ดาวน้อยเกาศีรษะด้วยความงงงวย
เอกสารกองโตตรงหน้าถูกตรวจตราและเซนต์อนุมัติยังไม่ถึงครึ่งโต๊ะแต่กระเพาะอาหารของคนตัวโตดันส่งเสียงประท้วงออกมา แล้วมันก็เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ
เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ลูกน้องในออฟฟิศต่างทยอยเก็บข้าวของเพื่อกลับบ้านใน่เวลาเลิกงานเ้านายเพียงหนึ่งเดียวที่ยังอยู่ในออฟฟิศลุกขึ้นแล้วเดินช้ามายังชุดโซฟาตัวโตมองปิ่นโตสีขาวด้วยหางตา แล้วเขาก็ตัดสินใจเดินมานั่งตรงหน้าของมันพอดิบพอดี
เอาวะ...ก็คนมันหิวนี่หว่า
ไม่ถึง 10นาทีข้าวเปล่ากับข้าวอีก2 อย่าง ตบท้ายด้วยของหวานอย่างบวชข้าวโพดหมดเกลี้ยงไม่เหลือร่องรอยใดๆภีระเฝ้าปลอบตัวเองว่าเป็เพราะเขาหิวต่างหาก รสชาติอาหารมันก็ธรรมดาทั่วไป...ไม่มีอะไรพิเศษ
“คุณหนูบัวนังอ้อยให้เอาข้าวกล่องมาให้นะครับ”
“ข้าวกล่องอะไรของเอ็งว่ะไอ้ดาวน้อยไหนเอามาดูสิ” ขาใหญ่แห่งโรงครัวนามว่าป้าแม้นพูดขึ้น นางเป็คนเสียงดังฉะฉานคนงานในไร่ต่างก็เกรงใจและเคารพ
“อะไรวะเนี่ยะข้าวเปล่าไข่ต้มใครมันจะไปอิ่มอะไร นังอ้อยนี้ก็แปลกจริงๆ”ดาวน้อยมองหน้านักโทษของเ้านายสีหน้าเลิ่กลักใครบอกว่าอ้อยใจมันอยากจะให้เด็กสาวบอบบางตรงหน้าทานข้าวปลาเพียงเท่านี้กันเล่าหากถ้าไม่ใช่เพราะเ้านายย้ำหนักย้ำหนาล่ะก็ ป่านนี้หมูเห็ดเป็ดไก่เอ่ยคงได้เอามาประเคนให้เธอถึงที่อยู่แล้ว
“มาๆนางหนูก่อนกลับบ้านเอาหมูทอดไก่ทอดที่เตรียมไว้วันพรุ่งนี้ไปกินพรุ่งนี้ยังต้องเหนื่อยกันอีกเยอะเลยลูก ถ้าวันนี้ไม่ได้เอ็งไว้นะใบบัวป้ากับนังสุขตายแน่ๆ” คนแก่บ่นกระป้อกกระเปี๊ยดไปเรื่อยตามประสาดาวน้อยเห็นดังนั้นก็ไม่พูดหรือขัดใดๆ หากเขาไม่บอกเ้านายก็ไม่มีทางจะรู้หรอก
“ขอบคุณมากค่ะป้าแม้น”หญิงสาวไหว้อย่างอ่อนช้อย
“โอ้ยไม่ต้องไหว้ต้องขอบคุณอะไรกัน หมูทอดไก่ทอดแค่อย่างละชิ้น วันนี้เอ็งทำงานเหนื่อยกว่าเป็ไหนๆแค่นี้นายภีมเขาไม่เจ๋งหรอกนะ”สาวแก่หัวเราะชอบใจ โดนหารู้ไม่ว่าความหวังดีของนางครั้งนี้จะทำร้ายสาวน้อยตรงหน้ามากมายขนาดไหน
กลับมาถึงกระท่อมท้ายไร่ข้าวโพดใบบัวชักเริ่มชินกับการเป็อยู่ที่นี่เข้าไปทุกที เธอวางกล่องโฟมที่มีอาหารเย็นของวันนี้เก็บไว้ก่อนเดินไปเก็บชุดทำงานอีกชุดที่ซักทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าเมื่อเช้าและตากแดดมาพับเก็บวางไว้อย่างเรียบร้อย
“อาบน้ำให้สดชื่นก่อนสักหน่อยก็แล้วกัน”วันนี้แม้จะเหนื่อยมากแต่ก็ไม่เท่ากับเมื่อวาน แถมแม่ครัวและคนงานในไร่ก็ดีกลับเธอทุกอย่างอาหารที่ได้รับประทานก่อนพักเที่ยงสำหรับแม่ครัว ก็เป็อาหารดีๆทั้งนั้นเธอทานถึงสองจานเพราะความหิวโหย จนป้าแม้นกับป้าสุขยังหยอกล้อเธอเล่นตลอดเวลาว่า...เห็นตัวเล็กแค่นี้แต่กินเก่งยังกะั์ตัวโตและนั้นก็เป็เื่ตลกที่ทำให้เธอหัวเราะได้ทั้งวัน
เงือกน้อยที่มีผ้าถุงกระโจมไว้ถึงอกเดินในน้ำเหมือนแหวกว่ายน้ำไปมาในลำธารใสบริเวณตื้นๆท้ายไร่ผิวกายที่ขาวเปล่งปลั่ง ทรวดทรงองเอว หน้าอกอวบๆตูมๆที่เขาเคยััดูดชิมทำเอาลมหายใจของคนที่แอบถ้ำมองอยู่ไม่ไกล สูดลมหายใจได้อย่างยากลำบากไม่ทั่วท้องภีมยกมือมาปาดของเหลวที่ไหลออกมาจากโพรงจมูก
ร่างกายกำยำสั่นพร่าถึงกับเืกำเดาไหล
นานหลายนาทีกว่าใบบัวจะขึ้นจากสายน้ำเย็นฉ่ำที่ทำให้ร่างกายที่เมื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานมาตลอดทั้งวัน รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งสาวน้อยเดินเข้าไปแอบใกล้โขดหิน ก่อนทำการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วผิดกลับชายหนุ่มที่มองมาตรงตำแหน่งนั้นได้อย่างชัดเจน เหมือนสมองของเขาจะหยุดทำงานไปชั่วครู่ใหญ่ๆพอสติสตังค์กลับมาก็ไม่พบร่างบอบบางแต่เต็มไม้เต็มมืออยู่ในบริเวณนั้นเสียแล้ว
ภายในกระท่อมมืดมาก แต่ใบบัวกลับปรับตัวได้อย่างเหลือเชื่อก็พื้นที่มีแค่นี้นี่หน่าข้าวของอะไรอยู่ตรงไหนเธอจำตำแหน่งได้อย่างแม่นยำหญิงสาวกำลังทานข้าวได้เพียง 2-3 คำแสงไฟสปอรต์ไลท์ก็ส่องมาทางกระท่อมของเธอมันเคลื่อนตัวมาทิศทางนี้อย่างรวดเร็วเสียด้วย
ผลัก แรงผลักประตูจากซาตานร้ายคนเดิมเธอเริ่มจะชินเสียแล้วกับเหตุการณ์แบบนี้แต่การที่เขามาหาเธอดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ต่างหากที่มันแปลก
“นั้นอะไร?”สายตาคมกริบ มองดูข้าวปลาอาหารมากมายด้วยความไม่พอใจ
“อะไรเหรอคะ?”เธอไม่รู้จริงๆ เลยถามออกไป
“นี่เธอคิดจะหยอกย้อนฉันใช่ไหม ได้...” อ้าว! สอบถามออกไปแค่นี้กลายเป็เธอถามหยอกย้อนเขาอย่างนั้นเหรอ
พรึบข้าวกล่องถูกชายหนุ่มร่างใหญ่ใช้เท้าเตะออกนอกประตู หญิงสาวใแต่ยังคงนั่งนิ่งเขาคิดว่ามันคือลูกฟุตบอลหรือไงกัน แม้นมันจะมืดมิดมองไม่เห็น สาวน้อยก็เดาได้ไม่ยากว่ากับข้าวของเธอมื้อนี้คงมีสภาพที่ไม่สามารถกลืนกินเข้าไปได้อีกแล้ว
“คิดจะลองดีกับฉันก็ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้ว”
“...” ลองดี ไม่ลองดีเธอก็ไม่ได้ทานมันอยู่แล้วแต่ทำได้แค่ตอบเขาในใจ
“เป็ใบ้เหรอทำไมไม่พูด”อีกคนเริ่มพาล
“...”
“นี่เธอ...”ภีระเริ่มโกรธเป็ฟืนเป็ไฟยิ่งกว่าเดิม เขาแกล้งเธอขนาดนี้แล้วยังนั่งนิ่งเป็หุ่นยนต์อยู่ได้
“โอ้ยยย” ใบบัวร้องลั่นเมื่อคางน้อยๆโดนมือหนาบีบอย่างแรง น้ำตาใสๆเริ่มไหลคลอหน่วยตาเรื่อยๆเมื่ออสูรร้ายไม่มีท่าทีจะบีบให้เบาลง เขายังคงบีบมันอย่างนั้น อยากรู้นัก...ว่าจะทนต่อความเ็ปได้มากมายขนาดไหน