มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    บทที่31 กระบี่ไม้

    บทที่31 กระบี่ไม้  เฉินหนานจำได้ว่าฉินต๋าอยู่ในกลุ่มที่คุยกับชงอวิ๋นที่จะหักขาคนของสำนักมังกรรุ่งโรจน์ ดังนั้นเขาไม่มีทางปรานีกับคนที่จะทำลายเส้นทางของคนอื่นแน่ๆ บนเรียนที่เขาจะสั่งสอนสำนักกิเลนขาววันนี้คือการสั่งสอนให้รู้ถึงโลกนี้กว้างใหญ่เพียงไหน แค่ความสำเร็จเล็กน้อยก็อย่าได้หยิ่งผยองเปรี้ยง!!!! ฉินต๋าฟาดค้อนลงบนร่างของเฉินหนานอย่างแรง เพียงแต่ว่าค้อนนั้นตุบลงที่พื้นก่อนจะถึงตัวเฉินหนาน ในขณะที่เขายังยืนหลับตาอยู่เฉยๆไม่ขยับ เสียงคนโห่ร้องด้วยความไม่พอใจทันที“ไอ้บ้าแกทำอะไรวะเขายืนอยู่เฉยๆแต่แต่ทุบไม่โดนเนี่ยนะ”“ไอ้บ้าเอ้ยแกมีตาหรือเปล่าวะเนี่ย”“นี่แกเล่นตลกหรือไงวะเนี่ยถึงโจมตีพลาดเป้าหมายเนี่ย”“ไอ้ปัญญาอ่อนเอ้ยแกต่อสู้เป็นหรือเปล่าเนี่ย”เสียงด่าทอดังไปทั่วสนามทุกคนไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับการกระทำของฉินต๋า“แกทำบ้าอะไรของแกฉินต๋า”ชงอวิ๋นตะโกนออกมาลั่น อย่างไรก็ตามตอนนี้ฉินต๋าไม่ได้ยินเสียงใครเลย จูเทียนกังขมวดคิ้วฉินต๋านับเป็นศิษย์ที่ทรงพลังและมีความสามารถคนหนึ่งในสำนักเขาโดดเด่นในศิษย์รุ่นเดียวกันมากการเกิดเหตุการณ์แบบนี้นับว่าผิดปกติมากๆ อย่างไรก็ตามจูเทียนกังก็ยังหาสาเหตุไม่พบ ทางด้านของเว่ยโม่ถงและหลิงไทซูก็ไม่ต่างกันพวกเขางุงงงเป็นอย่างมาก“เกิดอะไรขึ้นกัน”เว่ยโม่ถูอุทานออกมา“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”หลิงไทซูกล่าวตอบ“อาจเป็นวิชาอะไรบ้างอย่างก็ได้”เว่ยโมงถงครุ่นคิด“หากเป็นอย่างนั้นจริงเขาจะไม่น่ากลัวไปหน่อยหรอ”หลิงไทซูพูดติดตลก“เอาน่าดูต่อไปดีกว่า”ทั้งสองมองไปที่เวที ทว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นกลับทำให้พวกเขาถึงกับโง่งมทันที ฉินต๋าวิ่งไปมาเหวี่ยงค้อนไปมาอย่างไม่มีจุดหมาย มันทุบพื้นแตกไปหลายจุดและยังทำท่าเหมือนคนตาบอดที่ไม่รู้ทาง คนที่ชมอยู่ต่างหัวเราะด้วยความขบขัน“บ้าเอ้ยแกทำอะไรวะฉินต๋า”ศิษย์สำนักเดียวกันต่างบ่นด่ามัน ความจริงแล้วฉินต๋านั้นกำลังต่อสู้กับเฉินหนานอยู่เพียงแต่ว่ามันเป็นเฉินหนานในความคิดของฉินต๋า เฉินหนานได้ใช้จิตสังหารของทำให้การรับรู้ของฉินต๋าบิดเบือนไปจึงทำให้มันไม่สามารถที่นะควบคุมการรับรู้ตัวเองได้ เมื่อมันเหนื่อยหอบเฉินหนานก็ไม่อยากเล่นอีกต่อไป เฉินหนานยกเท้าที่สวมรองเท้าบูทหุ้มข้อรุ่น OBERKAMPF ของ louis vuitton  ที่มีพื้นอันนุ่มนวลก็เฉินหนานน่ะเป็นคนใจดีมากๆเขาเอามันนาบลงไปบนหน้าอันอ่อนล้าของฉินต๋าอย่างแผ่วเบา ทว่าเลือดกับกระจายออกมาหลังพื้นของลองเท้าสัมผัสใบหน้าของฉินตา ปัง!!!!!มันกลิ้งเหมือนลูกขนุนแล้วพุ่งไปยังที่นั่งของสำนักกิเลนขาว ฉินต๋าไม่มีโอกาสได้ร้องสักแอะมันสลบไปทันที เฉินหนานลืมตาออกมาข้างนึ่งเพื่อดูสภาพของมัน“ไอ้หยา…สงสัยถีบแรงไปทำไมหน้าเป็นงั้นวะน่ะ”เฉินหนานหัวเราะแห่งๆ คนดูถึงกลับไร้คำพูดแค่การถีบแบบไร้ที่มาที่ไปเนี่ยนะทำให้ฉินต๋าแพ้ เฉินหนานหันไปทางผู้ประกาศ“คุณไม่ประกาศผลหรอ”ผู้ประกาศสาวได้สติก็ประกาศออกมา “ผู้ชนะได้แก่เฉินหนานค่ะ”จากนั้นเสียงโหร้องก็ดังขึ้น  เหลียนซูรู้แล้วว่าน้องสาวเขาต้องการจะทำอะไรเขาส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ มู่หวานเองก็เช่นกันเธอมองไปที่ลูกสาวที่ส่งเสียงเชียร์ นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวเธอทำอะไรแบบนี้“ไหนลูกบอกไม่ชอบเขา”“ไม่ค่ะหนูไม่ได้ชอบเขาจริงๆนี่คะ ถ้าคุณน้าไม่บังคับหนูคงไม่มาหรอก”เธอยิ้ม“อาของลูกเกี่ยวอะไรด้วยหา”“อาอะไรคะคุณแม่เรียกคุณน้าค่ะ”เธอรู้สึกปวดหัวทันทีนั่นเป็นเพราะตอนเด็กๆพวกเขาไม่ได้ขัดอะไรที่เธอเรียกอาว่าน้าตอนนี้จึงติดเป็นนิสัยเสียแล้ว“เอาเถอะลูกไม่ชอบก็แล้วไปแม่จะได้ตัดเขาออกจากรายชื่อ”เธอพูดอย่างเจ้าเล่ห์ จางเซาหลงได้ยินก็ดีใจขึ้นมา ฐานะตระกูลเหลียนนั้นไม่ธรรมดาเลยหากเขาสามารถแต่งงานกับเธอได้ ผู้สืบทอดตระกูลต้องตกเป็นของเขาแน่นอน“ว่าแต่เขาเก่งเหมือนกันนะลูก”เหลียนซูกล่าว“หรอคะหนูก็ว่างั้นๆแหละ”เพื่อนเหลียนชิงรีบหันไปคุยกันแล้วถาม“คนนี้น่ะหรือที่เธอเต้นลำด้วย”เหลียนชิงทำหน้าเชิด“ใช่แล้วเขาก็ดูพอใช้ใช่ไหมล่ะ”ทั้งสามมองหน้ากัน“เขาหลอมากๆต่างหากเธอไม่ได้ชอบเขาฉันขอนะ”ทั้งสามผู้ติดตลก“ตามใจพวกเธอสิ”ทั้งสามมองหน้ากันแล้วหัวเราะ จากเซาหลงพูดกับเพื่อนมันอย่างไม่สบอารมณ์“มันทำได้ยังไงวะเนี่ย”ศิษย์พี่ฉินต๋าแข็งแกร่งแค่ไหนมันรู้ดีทำไมมาแพ้อย่างอนาถแบบนี้มันรับไม่ได้จริงๆ ไม่นานเสียงประกาศก็ดังขึ้น  “คนต่อไปเย่หยวนปะทะเฉินหนาน”เมื่อทั้งสองป้องมือแล้วจากนั้นเย่หยวนก็ระวังตัวเป็นอย่างมัก มันไม่ต้องการตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับฉินต๋า เมื่อเฉินหนานเห็นท่าทางของมันก็อดขำไม่ได้“นายไม่ลงมือหรือ”มันไม่ตอบอะไร เฉินหนานหัวเราะ“งั้นฉันจะเริ่มก่อนนะ”เฉินหนานก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มันรีบกระโดดถอยทันทีทว่าการเคลื่อนไหวเฉินหนานราวกับอสรพิษมันรวดเร็วและพลิ้วไหวและเป็นธรรามชาติมากๆ พริบตาเฉินหนานก็มาปรากฏตัวตรงหน้ามัน เขาดัดกระบี่ไม้เป็นเส้นโค้าเหมือนจันทร์เสี้ยว แล้วปล่อยมันออกกระบี่ไม้ถูกดีดอัดลงไปที่หน้าของเย่หยวนอย่างนุ่มนวลตูม!!! เฉินหนานรู้สึกว่าเขาใจดีมากๆที่ไม่ได้ใช้แรงของเขาเต็มที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเย่หยวนหน้าหงายไปด้านหลังเลือดกำเดาพุ่งกระจายใบหน้าบวมเป็นอย่างมากรอยแดงรูปกระบี่นาบบนหน้าของเขาดูแล้วตลกนักคนดูอดขำไม่ได้เฉินหนานยืนมองอยู่สักพัก ก่อนที่จะยิ้มออกมา“โอ้ครั้งนี้ไม่แรงไปสินะค่อยยั่งชั่ว”ทว่าทันใดนั้นเย่หยวนกลับล้มตึงลงทันที ทุกคนที่กำลังดูอยู่ถึงกับพูดไม่ออกอยู่นานจากนั้นเสียบ่นด่าก็ดังออกมา“ไอ้บ้าแกแพ้เพราะโดนกระบี่ไม้ดีดหน้าเนี่ยนะ”“ฉันซื้อตั๋วมาแพงนะโว้ยต่อสู้จริงจังหน่อยดิวะ”“นี่พวกแกเล่นอะไรวะแพ้ด้วยการโดนดีดหน้าฉันรับไม่ได้”“ถ้าไม่คิดสู้ก็ไม่ควรขึ้นเวทีดิวะ”จูเทียนกังถึงกับเดือดดาลทำไมลูกศิษย์เขาถึงไม่โจมตีมันเลย ยืนให้มันโจมตีง่ายๆเนี่ยนะ ในสายตาคนที่มีพลังฉีไม่ถึงระดับแปดมองไม่เห็นจิตสังหารของเฉินหนานแน่นอน พวกเขาไม่เห็นการเคลื่อนไหวที่ลึกล้ำนั้น พวกเขาเห็นเพียงฉินหนานเดินไปช้าๆเอากระบี่ดีดหน้าของเย่หยวนง่ายๆเท่านั้น จิตสังหารเฉินหนานนั้นเขาจงใจปล่อยไปแค่เขตเวทีเท่านั้นดังนั้นคนภายนอกถึงไม่สามารถเข้าใจว่าเฉินหนานชนะได้อย่างไร“ผู้ชนะคือเฉินหนาน และคูต่อไป”เฉินหนานต่อสู้อีกหลายรอบเขาใช้กระบี่ไม้สั่งสอนพวกมันอย่างน่าอนาถใจ เขาใช้กระบี่ไม้พลิ้วไหวราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างเขา แล้วนำกระบี่ไปสัมผัสกับร่างกายของศิษย์สำนักกิเลนขาวอย่างนุ่มนวล อ๊าก!!!ย๊าก!!!อัก!!!เสียงร้องครวญครางของพวกมันดังขั้นเมื่อสัมผัสกระบี่ไม้ ปัง!!!เจ้าสำนักกิเลนขาวทนไม่ได้อีกต่อไปเขาตบโต๊ะอย่างแรงโต๊ะพังทันที เขาทนไม่ไหวที่ศิษย์ของเขาโจมตีอย่างโง่งมเช่นนี้“พวกแกเป็นอะไรกันทำไมถึงโจมตีไม่โดนสักคนทั้งๆทีเขายืนเฉยๆแบบนั้น”ศิษย์คนที่บาดเจ็บอยู่จากรอบที่แล้วรีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าตามร่างกายเขามีรอยกระบี่ทั่วร่าง“เรียนเจ้าสำนักทันทีที่เริ่มการต่อสู้ร่างของเขาก็เคลื่อนไหวรวดเร็วจนมองไม่ทันไม่ว่าเราจะโจมตียังไงก็ไม่โนเลยแม้แต่นิดเดียวมันเหมือนเราสู้กับอากาศยังไงยังงั้นเลย จูเทียนกังขมวดคิ้ว“ไม่คิดเลยว่าเด็กอายุแค่นี่จะสามารถใช้เทคนิคในตำนานนั้นได้ อาณาเขตจิตสังหาร เพียงแต่ว่าเขาจะมีจิตสังหารระดับนั้นได้ยังไงอย่างน้อยๆเขาต้องเคยฆ่าคนมาอย่างน้อยๆหมื่นคนเป็นข้นต่ำ”“อะไรนะท่านเจ้านักจะบอกว่าเขาเคยฆ่าคนอย่างงั้นหรือครับ”ศิษย์หลายคนถาม“นี่ก็แค่การคาดเดาแล้วอายุเขาแค่นี้จะไปสามารถฆ่าคนขนาดนั้นได้ยังไง”“แล้วเราควรทำอย่างไรดีครับ”“เรียกคนที่เหลือมาจะสกัดจุดให้”เมื่อทุกคนมาถึงจูเทียนกังใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หว่างคิ้ว “เอาล่ะพวกเจาอย่าทำให้ข้าผิดหวังล้มมันซะ”  เสียงเชียร์ดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าเฉินหนานชนะมาสิบรอบติดเพียงห้ารอบก็จะจบแล้ว เฉินหนานยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายอีกครั้ง“พวกกบก้นบ่อทั้งหลายคิดหรือว่าสกัดจุดแล้วจะรอดพ้นอาณาเขตฉันได้ พวกแกรู้ไหมว่าฉันเคยฆ่าคนมาเท่าไร”การกระทำทุกอย่างของสำนักกิเลนขาวอยู่ในการรับรู้ของเขาทั้งหมดเฉินหนานน่ะอายุเขาแปดหมื่นปีนะไม่ใช่สิบเจ็ดปีลูกไม้แค่นี้มีหรือจะทำอะไรเขาได้“คนต่อไปคือเจินเฟิงสำนักกิเลนขาวปะทะเฉินหนาน”ทั้งสองป้องมือจากนั้นเจินเฟิงก็แสยะยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ“ฉันไม่เหมือนคนที่ผ่านๆมาหรอกนะถึงเวลาที่แกต้องลงจากเวทีแล้ว”เฉินหนานหัวเราะ“ให้ตายเหอะแกพูดมากทำไมวะนั่นเขามาๆ”เฉินหนานกระดิกนิ้วมือเรียกเจินเฟิงเหมือนสุนัข“ไอ้เด็กเวรเอ้ย”มันพุ่งเข้าไปด้วยความเร็ว ตูม!!!จิตสังหารเฉินหนานระเบิดออก พรวด…มันกระอักเลือดออกมาทันทีจิตสังหารอันรุนแรงพุ่งออกมากระแทกจิตใจของมันอย่างไม่อาจต้านทานได้จึงทำให้อวัยวะภายในตีกลับจนกระอักเลือดออกมา จากนั้นหมัดรุ่นๆไม่พลังวิญญาณก็ตรงไปที่หน้าของมันทันที ปัง!!!หน้ามันหงายไปด้านหลัง เฉินหนานเคลื่อนไหวราวกับงูไปด้านหลังแล้วเตะไปที่หลังของมันอัดกำแพงนอกเวทีทันที  ตูม!!!!สิ่งที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วเกินไปไม่มีใครมองทัน“เกินอะไรขึ้นกัน”“ให้ตายเขาแพ้แล้ว”“ฉันไม่ยากจะเชื่อนี่มันสุดยอดไปเลย”เฉินหนานยังไม่ได้ใช้วิชาอะไรเลยในวันนี้เนื่องจากเขากลัวว่าชงอวิ๋นจะกลัวเขาจนไม่กล้าขึ้นเวทีเขาจึงทำแค่หลบแล้วโจมตีด้วยท่าธรรมดาๆเท่านั้น“ให้ตายพวกนายมันอ่อนแอจริงๆทำไม่มาพร้อมๆกันเลยล่ะ”เฉินหนานพูดติดตลก ทว่าจูเทียนกังโกรธมา เว่ยโม่ถงเองก็กลัวเป็นปัญหาจึงพยายามห้ามเฉินหนาน แต่เขาโบกมือให้แล้วพูดว่า“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าสำนักเว่ยฉันทำเพื่อสำนักกิเลนขาวอยู่น่ะ”ก็เฉินหนานน่ะเป็นคนจิตใจอารีเขาอย่างสั่งสอนให้สำนักนี้ไปในทางที่ถูกเท่านั้นเอง  นักข่าวทุกคนพิมพ์ขาวกันอย่างรวดเร็วเด็กอัจฉริยะคนใหม่ในวงการต่อสู้เกิดขั้นแล้ว สายตาทุกคนจับจ้องไปที่เฉินหนานเขาจัดการทุกคนได้เพียงการโจมตีเดียว“ให้ตายเถอะเขาเก่งเกินไปไหมน่ะ”ผู้จัดการของเซียะหลินพูด“ใช่ค่ะเราเคยเจอเขาแล้วตอนอยู่สนมบินไงคะ”เธอนึกสักพัก“เขานั้นเอง โชคดีที่วันนั้นเราไม่ได้ไปตอแยเขา”เซียะหลินหัวเราะ“ใช่คะไม่งั้นเราต้องนอนโรงพยาบาลแล้วล่ะ”เธอพูดติดตลกแล้วมองไปยังเฉินหนาน เมื่อเฉินหนานได้กล่าวว่ามาพร้อมกันทั้งหมดจูเทียนกังก็เฉยไม่ได้อีก“เจ้าหนุ่มอย่าอวดดีนักแค่ชนะนิดหน่อยอย่าได้ใจไป”เฉินหนานหัวเราะ“ใช่แล้วนี่มันนิดหน่อยจริงๆฉันยังไม่ได้เอาจริงเลยนะ”ทุกคนเงียบทันที การที่พูดว่าไม่ได้เอาจริงนี่มันหมายถึงหากเขาเอาจริงมันจะเป็นยังไงนะ เฉินหนานเพียงจะสั่งสอยตาแก่พวกนี้ที่ไม่รู้จักว่าอะไรการสำเร็จก็เล็กน้อยนั้นอาจจะดูยิ่งใหญ่ในสายตาพวกเขา แต่ในคนอีกกลุ่มที่มองมาจะเป็นแค่เพียงความขบขันเท่านั้น การที่ไม่รู้จักว่าโลกนี้กว้างใหญ่เพียงได้นั่นแปลว่าพวกเขาไม่ได้เข้าใจอะไรเลยว่าไม่มีผู้ที่เก่งที่สุดตลอดกาลหรอก มันมีแต่คำว่าจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่าอยู่เสมอ“แก”!!!จูเทียนกังแค่นเสียง เขาโกรธมากมองไปยังชายหนุ่มด้วยตาที่แดงก่ำ“ก็ได้งั้นขอดูหน่อยว่าเวลาแกเอาจริงจะเป็นอย่างไง พวกเจ้าทั้งสี่คนลงไป”จูเทียนกังกัดฟันพูด แล้วผู้ประกาศก็ประกาศรายชื่อออกมาทุกคนถึงกับนะตะลึง“อะไรนะสี่ต่อหนึ่ง”“บ้าอะไรกันเนี่ย”“แบบนี้สิถึงจะตื่นเต้น”“ฉันโชคดีเสียจริงที่ได้ตั๋วมา”ทั้งสี่คนที่ขึ้นเวทีได้แก่ ขงเสวียน ตงปา ซาหมิงเจ๋อ และชงอวิ๋นแม้ว่าชงอวิ๋นจะไม่เต็มใจแต่เขาก็ต้องยอมรับมัน เขาอยากสู้หนึ่งต่อหนึ่งมากกว่า อย่างไรก็ตามนี่คือคำสั่งของเจ้าสำนักชงอวิ๋นไม่สามารถต่อต้านได้ เมื่อทั้งสี่อยู่บนเวทีแล้วเฉินหนานยิ้มกว้างพร้อมกล่าวว่า“เข้ามาพวกกบทั้งหลายปู่คนนี้จะสั่งสอนพวกแกเอง หึๆ”…