"เมนูในละครออเ้าเมื่อวานมีน้ำพริกกะปิกับผักต้มราดกะทิ ปลาตะเพียนทอด ปลาต้มเผือก กุ้งผัดยอดมะพร้าว แต่อาหารตั้งสี่อย่างทำไปก็กินไม่หมด งั้นเอาแค่ปลาทอดกับน้ำพริกกะปิก็แล้วกัน" เสียงหวานใสของหญิงสาวที่แต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากละครไทยยอดฮิต ดังขึ้นภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
ในระหว่างที่หญิงสาวเดินไปมาเพื่อหาซื้อของภายในห้างสรรพสินค้า ก็มีคนหันมามองดูและแอบถ่ายรูปเอาไว้ด้วยความสนใจไม่ว่าจะเป็ชาวไทยหรือชาวต่างชาติ เพราะอีกฝ่ายมีใบหน้า ผิวพรรณ และรูปร่างที่สวยมาก แถมยังแต่งกายด้วยชุดไทยเต็มยศทั้งผ้านุ่งทอลายที่ราคาน่าจะหลายพันบาทหรืออาจจะถึงหมื่นบาท ผ้าสไบอย่างดีสีสดสวยเงางามพลิ้วไหว เครื่องทองที่สวมใส่อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็สร้อยคอ สร้อยสังวาล กำไลข้อมือ แหวนทองทรงโบราณประดับเพชรและพลอยน้ำงาม เข็มขัดทองฝังพลอยสีแดงเม็ดใหญ่ แม้แต่บนศีรษะที่มัดเป็มวยผมก็มีรัดเกล้าครอบและปักปิ่นทองห้อยระย้าไว้อย่างประณีต
ถ้าไม่ใช่เพราะหญิงสาวเดินอยู่เพียงลำพังไม่มีผู้ติดตาม เหล่าคนที่เห็นคงคิดว่าอีกฝ่ายหลุดออกมาจากกองละครหรืองานอีเว้นต์งานใดงานหนึ่งในห้างแห่งนี้ก็เป็ได้
ส่วนหญิงสาวที่กำลังเป็ที่สนใจอยู่ก็คือ จันทร์ทอแสง หรือ จันทร์ บุตรสาวคนเล็กของท่านรัฐมนตรี ซึ่งปีนี้หญิงสาวมีอายุ 25 ปี และด้วยฐานะครอบครัวที่ร่ำรวย ความชื่นชอบในเื่ของเสื้อผ้าเครื่องประดับหรูหรามีราคาจึงเป็เื่ที่เธอให้ความสนใจ แต่ด้วยเป็คนไม่ชอบออกงานสังคม ความสนใจอีกอย่างจึงไปอยู่ที่เหล่าหนังสือนวนิยาย ซีรีส์ และล่าสุดที่เธอกำลังติดตามก็คือละครดังอย่างเื่ออเ้า ยิ่งได้เห็นชุดไทยที่เหล่าตัวละครสวมใส่ก็ยิ่งทำให้เธอชื่นชอบจนไปหาซื้อมาสวมใส่ตาม
ประกอบกับชื่อ จันทร์ทอแสง ที่แสนไพเราะของตนเอง ที่ให้กลิ่นอายความเป็ไทยจึงทำให้เธอยิ่งหลงใหลในการแต่งกายด้วยชุดไทยมากขึ้นไปอีก และวันนี้ก็เป็อีกวันที่เธอเลือกจะสวมชุดไทยและเครื่องประดับที่เพิ่งได้มาใหม่ออกมาเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใกล้ที่พัก เพราะอีกสิ่งที่เธอโปรดปรานก็คือการทำอาหารตามรอยละครดังนั้นเอง
"อ้าวไม่มีปลาตะเพียนขาย งั้นเอาเป็ปลากะพงไปแทนก็แล้วกัน จะว่าไปก็ดีนะปลาตะเพียนก้างมันเยอะ เดี๋ยวเกิดไม่ระวังก้างปลาจะติดคอเอาได้" เสียงหวานใสยังคงเอ่ยพูดคนเดียวอีกครั้ง ซึ่งก็มีสายตาหลายคู่หันมามอง แต่หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจ สมัยนี้การพูดคุยคนเดียวมันไม่ได้หมายถึงคนที่มีปัญหาทางจิตเสมอไป เพราะแม้แต่การพูดคุยกับสิ่งของก็ยังมีให้เห็นอยู่มากมาย
เมื่อได้ข้าวของที่้าครบถ้วนแล้วหญิงสาวก็เดินไปยังลานจอดรถ และขับรถหรูคันโปรดกลับคอนโดมิเนียมส่วนตัว ซึ่งเธอได้ย้ายออกมาอยู่คนเดียวั้แ่เรียนจบมหาวิทยาลัย เพราะไม่อยากถูกที่บ้านบังคับให้คอยทำนู่นทำนี่ และที่บ้านก็ยังมีพี่สาวและพี่ชายอยู่ด้วย เธอจึงไม่ต้องเป็กังวลว่าบิดามารดาจะไม่มีคนดูแล
แต่ในระหว่างที่ขับรถมาจนถึงถนนเส้นหนึ่งก็มีรถตู้ขับมาประกบด้านข้างฝั่งคนขับที่เธอนั่งอยู่ และพยายามจะบังคับให้เธอจอดรถเข้าข้างทาง พอเห็นแบบนั้นจันทร์ก็รีบกดโทรศัพท์ไปหาพี่ชายคนโตในทันที
"พี่เมฆมีคนขับรถมาประกบรถน้อง!!" จันทร์เอ่ยบอกออกไปด้วยความใทันทีที่ได้ยินว่าพี่ชายรับสายของเธอแล้ว
"ใจเย็นๆ ก่อน ตอนนี้น้องอยู่ตรงไหน" พี่เมฆ หรือ เมฆา พี่ชายคนโตของจันทร์หลังจากได้ยินที่น้องสาวบอกก็เอ่ยปลอบ แล้วรีบกวักมือเรียกลูกน้องคนสนิทให้มาหา และเอ่ยถามตำแหน่งของน้องสาว
"น้องอยู่ถนน…กรี๊ด!!!" ในระหว่างที่จันทร์กำลังคุยตอบโต้กับพี่ชายก็มองเห็นว่ากระจกรถตู้ฝั่งที่ติดกับเธอถูกเปิดลง และมีปากกระบอกปืนยื่นออกมา เธอจึงส่งเสียงร้องออกไปด้วยความใและเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน แต่เพราะเธอขับรถมาด้วยความเร็วรถจึงไม่ได้หยุดลงในทันที แต่กลับทำให้รถส่ายและหมุนเป็วงกลม
'โครม!!!!' หลังจากนั้นรถยนต์คันหรูก็เสียหลักพุ่งเข้าชนแผงกั้นข้างสะพาน แล้วตกลงไปยังคลองขนาดเล็กด้านล่าง จากนั้นรถยนต์ก็ค่อยๆ จมลงไปในน้ำ เหลือแค่ส่วนท้ายที่ยังโผล่พ้นน้ำให้เห็นเพียงเล็กน้อย ส่วนตัวคนขับได้หมดสติไปแล้วั้แ่ที่รถชนแผงกั้น ส่วนรถตู้เมื่อเห็นว่าเป้าหมายพลาดตกคลองลงไปแล้วก็รีบขับหนีไปในทันที
"น้องจันทร์! น้องจันทร์! เกิดอะไรขึ้น ได้ยินเสียงพี่ไหม" เมฆะโเรียกน้องสาวเสียงดัง และได้แต่หวังว่าน้องสาวคนเล็กจะแค่เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในระหว่างนี้ก็สั่งให้ลูกน้องรีบออกไปตามหาน้องสาวตามทางที่ใช้กลับคอนโดส่วนตัวของอีกฝ่าย
"เกิดอะไรขึ้นคะพี่เมฆ" ดุจดาว หรือ ดาว พี่สาวคนรองเดินเข้ามาในบ้านก็พอดีกับได้ยินเสียงพี่ชายกำลังะโเรียกชื่อน้องสาวคนเล็กอยู่จึงรีบเดินเข้ามาหาด้วยความเป็ห่วง
"มีรถตามประกบน้องจันทร์ แล้วเมื่อกี้พี่ได้ยินเสียงเหมือนน้องน่าจะเกิดอุบัติเหตุ ดาวกลับมาก็ดีแล้ว อยู่ทางนี้นะคอยบอกข่าวคุณพ่อคุณแม่ เดี๋ยวพี่จะออกไปตามหาน้องจันทร์" เมฆเอ่ยตอบน้องสาวคนรองกลับไปด้วยใจเป็กังวล และรีบเอ่ยบอกให้อีกฝ่ายคอยรอฟังข่าวอยู่ที่บ้านและเผื่อบิดากับมารดากลับมาถึงจะได้บอกข่าวเื่น้องสาวให้ทราบ
"ได้ค่ะ พี่เมฆรีบไปตามหาน้องเล็กเถอะ" ดุจดาวพอได้ฟังที่พี่ชายบอกก็ใจนเกือบจะเป็ลม แต่ก็ต้องรีบตั้งสติและเอ่ยรับคำ เพราะอยากให้พี่ชายได้รีบออกไปตามหาน้องสาวคนเล็ก จนกระทั่งมองส่งอีกฝ่ายออกไปพร้อมกับลูกน้อง
แต่ดูเหมือนข่าวที่ดุจดาวและทุกคนในครอบครัวได้รับจะไม่ใช่ข่าวดี เพราะหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงก็มีข่าวรายงานว่ารถยนต์ของบุตรสาวคนเล็กของท่านรัฐมนตรีเกิดอุบัติเหตุชนราวสะพานและตกลงไปในคลองส่งน้ำด้านล่าง และทางเ้าหน้าที่ได้ทำการกู้รถยนต์ขึ้นมาได้แล้ว แต่กลับไม่พบร่างของหญิงสาว จึงต้องทำการค้นหาต่อไป แต่เวลาผ่านไปร่วมเดือนก็ยังไม่มีข่าวการเจอร่างของอีกฝ่ายเลย
แต่อย่างน้อยยังสามารถจับตัวคนร้ายที่ลงมือได้ อีกฝ่ายเป็คู่แข่งทางการเมืองของท่านรัฐมนตรี จึงวางแผนคิดจะจับบุตรสาวคนเล็กอย่างจันทร์ทอแสงไปเพื่อใช้ต่อรอง แต่กลายเป็ว่าทำให้หญิงสาวเกิดอุบัติเหตุจนหายสาบสูญไปแทน
ส่วนจันทร์ทอแสงนั้น หลังจากที่สลบไปพอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนตลิ่งริมแม่น้ำสายหนึ่ง ซึ่งมีขนาดใหญ่มากน่าจะพอๆ กับแม่น้ำเ้าพระยาที่เธอเคยไปล่องเรือรับประทานอาหารกับครอบครัวเลย และบริเวณรอบๆ ก็มีเพียงแต่ป่าหญ้าไม่เห็นตึก ถนน หรือคนที่ผ่านไปผ่านมาเลย
หลังจากมองสำรวจบริเวณรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่แถวนี้แน่นอนแล้ว ก็กลับมาสำรวจตนเอง จึงพบว่านอกจากผ้านุ่งกับสไบที่ใส่อยู่จะเปียกชื้นนิดหน่อยแล้ว เครื่องประดับทุกอย่างยังคงอยู่ครบถ้วนดี จึงดึงเอาผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บเข็มขัดเอาไว้ออกมาแล้วถอดเครื่องประดับทั้งหมดใส่ลงไปและเก็บซ่อนของทั้งหมดเอาไว้ เพราะเธอกลัวว่าจะถูกปล้นจะกลายเป็ซวยซ้ำซวยซ้อนไปอีก
"จำได้ว่ารถชนแผงกั้นแล้วด้านล่างเหมือนเป็คลองส่งน้ำใช่ไหม นี่ฉันหลุดออกจากรถแล้วไหลตามน้ำออกมาไกลขนาดไหนกันเนี่ย จากคลองเล็กๆ กลายมาเป็แม่น้ำกว้างขนาดนี้ได้" จันทร์เอ่ยขึ้นเสียงเบาด้วยความสับสน เพราะเท่าที่จำได้คลองข้างทางที่รถของเธอชนแผงกั้นเป็เพียงคลองส่งน้ำขนาดเล็ก และไม่มีทางน้ำไหลลงแม่น้ำ แต่ตอนนี้เธอกลับมาโผล่อยู่ริมแม่น้ำไม่ผิดแน่
หลังจากสำรวจว่าตนเองไม่ได้รับาเ็หนักที่ไหนในร่าง นอกจากอาการเ็ปตามเนื้อตัวที่น่าจะเกิดจากการกระแทก จึงตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปขอความช่วยเหลือ
จันทร์ทอแสงตัดสินใจเดินเลียบริมแม่น้ำที่มีเส้นทางเล็กๆ ให้เห็นแทนการเดินตัดเข้าไปในป่าหญ้า เพราะมองไม่เห็นทางที่ตนเองจะสามารถเดินได้โดยที่จะไม่ถูกงูฉกเสียก่อน เมื่อตัดสินใจแล้วก็เริ่มออกเดินไปตามทางซึ่งเป็ทิศที่สวนกระแสน้ำขึ้นไป เพราะคิดเอาเองว่าน้ำในแม่น้ำจะต้องไหลลงทะเล แต่เธอ้าจะกลับเข้าเมืองก็น่าจะต้องเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม
ใช้เวลาเดินมานานเท่าไรหญิงสาวไม่ได้สนใจ ทำได้แค่อดทนกับความเหนื่อยและความหิว เพียงแต่ยิ่งเดินนานแดดที่แผดเผาก็ยิ่งร้อนแรงมากขึ้นเท่านั้น ย้อนกลับไปคิดดูตอนเกิดอุบัติเหตุเป็ตอนค่ำ และตอนที่เธอฟื้นขึ้นมาน่าจะเป็่เวลาเช้า ตอนนี้ดูจากแสงแดดน่าจะเป็่ใกล้เที่ยงแล้ว
แต่ก่อนที่จันทร์จะหมดแรงจนเป็ลมไปก็เหมือนจะได้ยินเสียงเหมือนใครกำลังะโคุยอะไรกันอยู่ไม่ไกล จึงรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อเดินไปยังเสียงที่ได้ยิน แต่ถึงแม้เธอจะคาดหวังว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็คนที่มาตามหา แต่ก็ไม่ประมาทเพราะอาจจะเป็คนร้ายพวกนั้นก็ได้
เมื่อเข้าไปอยู่ในระยะการได้ยินเสียงแล้ว จันทร์ไม่ได้รีบร้อนที่จะออกไปปรากฏตัว แต่กลับซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อดูสถานการณ์ด้านหน้าก่อน แต่พอได้เห็นกลุ่มคนที่กำลังะโคุยกันอยู่ จันทร์ก็ถึงกับตกตะลึงและแปลกใจเป็อย่างมาก เพราะสิ่งที่เธอเห็นคือกลุ่มคนที่ถ้าเป็ผู้หญิง้าใส่ผ้าแทบคาดอก ด้านล่างนุ่งโจงกระเบน ถ้าเป็ผู้ชายก็ไม่ได้ใส่เสื้อแต่ยังนุ่งโจงกระเบนเช่นกัน และยังมีเด็กทั้งชายและหญิงที่นุ่งแค่โจงกระเบนวิ่งเล่นไปมาอยู่รอบๆ แต่สิ่งที่แปลกตาอีกอย่างก็คือด้านหลังกลุ่มคนเหล่านี้ มีบ้านที่น่าจะสร้างจากไม้ไผ่ตั้งอยู่กระจายกันรอบๆ พื้นที่
"น่าจะเป็กองถ่ายละครใช่ไหมนะ แต่เขาปิดกล้องกันไปแล้วนี่ หรือจะเป็ละครเื่ใหม่" จันทร์เอ่ยขึ้นเสียงเบา เพราะสิ่งที่เห็นในตอนนี้เหมือนที่เธอเคยเห็นในละครออเ้าไม่ผิด ทั้งชุดที่คนเ่าั้สวมใส่อยู่ บ้านไม้ด้านหลังที่น่าจะเป็ของพวกชาวบ้าน ยังมีเหล่าเด็กๆ ที่ยังมัดจุก มัดแกละวิ่งเล่นไปมานี่อีก มันไม่มีทางเป็อะไรไปได้อีกนอกจากกองถ่ายละครแน่นอน เมื่อคิดได้แบบนั้นจันทร์ก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาคนกลุ่มนั้นในทันที
"ขอโทษนะคะ ที่นี่เป็กองถ่ายละครใช่ไหมคะ" จันทร์เดินเข้าไปหาหญิงชรานางหนึ่งที่กำลังเลี้ยงเด็กอยู่ ห่างไปไม่ไกลมีชายชราที่กำลังใช้มีดฟันไม้อยู่
"แม่หญิงว่ากระไรหนา" หญิงชราเอ่ยตอบกลับหญิงสาวที่อยู่ๆ ก็โผล่มาพูดจาประหลาดกับตน แต่นางดูจากการแต่งกายแล้วน่าจะเป็แม่หญิงจากเรือนขุนนางเรือนใดเรือนหนึ่ง เพราะผ้านุ่งที่อีกฝ่ายสวมอยู่เป็ผ้าที่มีราคา ชาวบ้านทั่วไปไม่สามารถหาซื้อมาใส่ได้
"เออ ที่นี่ใช่กองถ่ายละครหรือเปล่าคะ แล้วที่นี่คือที่ไหน" จันทร์ได้ยินที่หญิงชราตอบกลับมาก็เริ่มจิตใจสั่นไหว เพราะเธอดูแล้วอีกฝ่ายคงไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดจริงๆ ยังมีคำตอบกลับที่ฟังโบราณนั้นอีก แต่ก็พยายามควบคุมตนเองเอ่ยถามออกไปอีกครั้ง
"กองถ่ายคือกระไรรึ ส่วนที่กงนี้คือท้ายคูบางกะจะ แม่หญิงจะไปที่ใดเล่า" หญิงชราไม่เข้าใจคำถามของแม่หญิงตรงหน้า แต่ดูท่าอีกฝ่ายน่าจะหลงทางจึงเอ่ยบอกชื่อที่ตรงนี้ออกไป และถามถึงจุดหมายที่อีกฝ่ายจะไป
"ท้ายคูบางกะจะ นี่ฉันไหลออกมาไกลถึงอยุธยาเลยเหรอ" จันทร์เอ่ยขึ้นด้วยความใ
**********
ไรต์ : ตอนแรกมาแล้วค่ะ เื่นี้เราวางโครงเื่ไว้ง่ายๆ ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ให้นางเอกไปใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่แตกต่าง หาทางเอาตัวรอดเพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดี ซึ่งบางอย่างเราขอทำการปรับเปลี่ยนที่อาจจะไม่ได้ตรงตามประวัติศาสตร์ เน้นเพื่อความสนุกสนานในการอ่าน
ปล. นิยายจบแล้วเราขอแก้ไขการติดเหรียญเป็ั้แ่ตอนที่ 16 เป็ต้นไปนะคะ…กราบ