ตอนที่4 : Nice to meet you
1 เดือนต่อมา
ณ โรงเรียนอุดมศึกษาวิทยากรณ์ มีเด็กนักเรียนมากมายที่มุ่งดูรายชื่อนักเรียนสอบติด ม.1 และ ม.4 หนึ่งในนั้นก็มีก้อนหินที่ยืนดูรายชื่อผู้ที่สอบติด ม.4 เขาเห็นรายชื่อตัวเองที่สอบติดก็เดินออกมาจากจุดนั้นเขาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ที่อยู่ตรงทางเดินที่เรียงกันเป็ทางยาวตามถนน ก้อนหินนั่งอยู่สักพักก้อนหินหยิบสมุดไดอารี่ที่ปู่ของเขาซื้อให้ก่อนจะมาอยู่ที่นี้ เขาหยิบสมุดไดอารี่ออกมาจากกระเป๋าผ้าสีน้ำตาลอ่อนๆออกมาเขียนระบายความรู้สึกตัวเองที่ไม่ได้อยากเรียนที่นี้จริงๆ เขาไม่เต็มใจอยากจะเรียนสายนี้สักเท่าไรนัก เอาจริงๆไหมั้แ่ก้าวเท้าเข้ามาอยู่ที่นี้ผมกับรู้สึกอึดอัดมากมายมีเื่ในหัวเยอะมากบ้างที่ก็อยากย้อนกลับไปในเวลานั้นเหมือนกันน่ะจะได้ไม่ต้องมาที่นี่ แถมตอนนี้ผมก็สอบติดที่นี้ตอนนี้ผมยังไม่รู้จักใครสักคนผมหวังว่าเร็วๆนี้คงได้รู้ักเพื่อนใหม่ ก้อนหินเขียนข้อความลงสมุดไดอารี่พร้อมกับปิดสมุดและเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม เขานั่งอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปโรงอาหารเพื่อหาข้าวกินในขนาดเดียวกันก็มีคนสะกิดผม ผมหันไปหาเ้าของมือเป็นักเรียนชายน่ารักผิวสูงยืนยิ้มให้ผม
ก้อนหิน : นายมีไรรึเปล่า
กอดหมอน : สวัสดีเด็กใหม่ เราชื่อกอดหมอนน่ะ นายชื่อไร
ก้อนหิน : อ้อ ชื่อก้อนหิน
กอดหมอน : จะไปกินข้าว
ก้อนหิน : ใช่ๆ
กอดหมอน : ไปนั่งกินข้าวด้วยกันไหมล่ะ ไม่ต้องคิดไปเถอะเราสองคนอยู่ห้องเดียวกัน
ผมได้แต่สงสัยเว่าคนตรงหน้าที่คว้าแขนผมไปที่โต๊ะที่มีเพื่อนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้วเขารู้ได้ไงว่าผมอยู่ห้องเดียวกับเขา
กอดหมอน : เฮ้ย!!! พวกมึงนี้เพื่อนใหม่ชื่อก้อนหินนี้แก๊งเพื่อนเราน่ะ
ก้อนหิน : อ้อ เอ่อ สวัสดี
โกโบริ : อ้อคนนี้อ่ะหรอ สวัสดีเราโกโบริน่ะเรียกโกก็ได่
อังอัง : เราอังอังๆน่ะ ระวังมันหน่อยน่ะหยอกๆ
ซากูระ : เราซากูระน่ะมีไรถามเราได้น่ะ
นับทอง : เอ่อ กูต้องแนะนำด้วยกูนับทองน่ะส่วนนู้นที่กำลังเดินมาชื่อปิกม่า ปิกม่านี้เพื่อนใหม่กอดหมอนมัน
ปิกม่า : อ่อ เคๆ กูหิวข้าวอ่ะกินข้าวยังอ่ะร้านแกงร้านข้าวป้าศรีอร่อยน่ะกูแนะนำคนแถวนี้เขาไปกินบ่อยๆ
ก้อนหิน : อ้อ เดี๋ยวไปกิน
ผมมองดูเพื่อนใหม่ของผมแต่ละคนที่ผมรู้จักชื่อแปลกๆกันทั้งนั้นเลย ผมมองดูอังอังที่เป็ผู้หญิงหน้าคมผมยาวหยิกผอมบางดูเป็คนสตอง ส่วนซากูระดูแตกต่างจากอังอังมากเธอดูเป็ผู้หญิงหวานๆอ่อนโยนผิวขาวใบหน้าของเธอหวานมากมีผมหน้าม้าปิดคิ้วเธอ ถัดมาปิกม่าผู้ชายที่ดูทรงนาจะสนใจแต่เื่กินผิวแทนดูเหมือนเป็นักกีฬาเพราะดูจากหุ่นและรูปร่างส่วนโกโปริดูเหมือนคนญี่ปุ่นเลยเหมือนหลุดออกมาจากตัวการ์ตูนในไหนสักเื่ดูน่ารักดุ๊กดิ๊กส่วนคนสุดท้ายน่าจะเป็นักบาสเพราะใส่เสื้อบาสของโรงเรียนแต่สายตาของผมเหลือบไปเห็นกลุ่มนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งที่นั่งถัดไปอีกโต๊ะมองมาที่ผม ผมมองตอบด้วยความสงสัยผมต้องเป็ฝ่ายหลบตากลัวมีเื่
วันเปิดเทอมวันแรก
ลาเต้ : สวัสดีตอนเช้าเว้ย!! ดื่มนมมั้ยจะได้สูงๆ
ก้อนหิน : เรารู้จักกันหรอ
ลาเต้ : ไม่อ่ะเดี๋ยววันนี้ก็รู้จักกันแล้ว ไปล่ะ
ก้อนหินมองตามคนพูดด้วยเมื่อกี๊ด้วยความสงสัยเขาจำได้เป็คนที่เจอกันในโรงอาหารเมื่อตอนมาดูผลสอบติด ม.4 เขามองดูคนที่เดินไปพร้อมกับหันมายิ้มให้
กอดหมอน : ก้อนหิน
ก้อนหิน : อ้าว เป็สารวัตนักเรียนหรอ
กอดหมอน : ใช่ๆ พึ่งมาหรอ
ก้อนหิน : อืมใช่ กินไรยังอ่ะ
กอดหมอน : เรียบร้อยแล้วป่ะเดี๋ยวพาไปหาเพื่อน
ก้อนหิน : เฮ้ยไม่เป็ไรเดี๋ยวไปเองก็ได้นายทำหน้าทีนายเถอะเดี๋ยวโดนว่า
กอดหมอน : ไม่มีใครว่าหรอก ไปเถอะ
ผมเดินไปกับกอดหมอนเพื่อมาเจอเพื่อนที่โต๊ะ
4 วันต่อมา
ก้อนหินกำลังเดินไปหาเพื่อนในห้องชมรมที่นั่งกันประจำเพื่อรอเข้าแถวแต่ต้องชะงัก ก้อนหินแอบฟังอยู่ตรงหน้าประตู
กอดหมอน : ก้อนหินยังไม่มาอีกหรอว่ะ
อังอัง : กูว่าน่ะเว้ย เราไม่เอาก้อนหินเข้ามาในกลุ่มไม่ได้หรอว่ะแม่งดูดิทำไรไม่เป็สักอย่างเลย คะแนนกลุ่มกูว่าน่ะตกแน่ะ พรีเซ้นงานจะรอดรึเปล่าก็ไม่รู้
กอดหมอน : มึงไม่ต้องห่วงเื่นี้หรอกคะแนนมึงก็ได้ดีตลอดป่ะเดี๋ยววันพรีเซ้นกูออกไปกับก้อนหินเอง
โกโบริ : กูเห็นหลายทีล่ะมึงนี้ประเคนมันทำนู้นนี้ให้มันตลอดเลย
กอดหมอน : เด็กใหม่ อีกอย่างมากจากต่างจังหวัดด้วยพวกมึงนี้อคติจังว่ะ
ปิกม่า : หรือมึงจะเอาว่ะมึงถึงยอมทุ่มขนาดนี้
กอดหมอน : เอ่อใช่ มึงจะทำไมถ้ากูเอา
อังอัง : กูคิดไว้อยู่แล้ว เพราะคราวนั้นมึงก็ทำแบบนี้
กอดหมอน : มึงนิจำเก่งน่ะ
อังอัง : แน่นอน กูว่าน่ะควรคิดเงินให้หนักหน่อยน่ะ
นับทอง : กูไม่เห็นด้วยว่ะที่จะทำแบบนี้ดูไม่ยุติธรรมเลย
ซากูระ : ใช่ จริงๆควรพูดตรงๆน่ะเว้ยไม่ใช่พวกเราเอาแต่ทำอ่ะ
กอดหมอน : จริงๆมันก็ถามกูตลอดแต่กูไม่ให้ทำเองอ่ะ
อังอัง : มึงอีกแล้วหรอ กูว่าน่ะมึงไปเอาให้จบๆไปเลยป่ะ
นับทอง : จริงๆพวกมึงนี้ก็เหี้ยน่ะ
อังอัง : มึงดีตายล่ะมึงก็เอาต่อจากมันนิ
ซากูระ : พอเลยๆพอ เลิกได้ป่ะว่ะทำงานเถอะ
ก้อนหินยืนอยู่ได้สักพัก ก่อนจะรวบรวมความรู้สึกตัวเองให้เหมือนไม่ได้ยินเขาพยายามตั้งสติและสูดลมหายใจเข้าไปลึกสักพักก็มีมือคว้าไว้และพาวิ่งขึ้นไปที่ด้านฟ้า
ก้อนหิน : พามาทำไมที่นี้ว่ะ มีอะไรรึเปล่าว่ะ
หมูหวาน : ก้อนหินกูว่ามึงตีตัวออกห่างๆพวกนั้นเถอะมึงเชื่อกู
ก้อนหิน : ทำไมกูต้องเชื่อมึงว่ะ
หมูหวาน : มึงไม่ต้องเชื่อกูก็ได้น่ะ เมื่อกี๊ที่มึงอยู่หน้าห้องกูว่ามึงก็ได้ยินชัดแล้วน่ะ
ก้อนหิน : แล้วมึงไปอยู่ตรงนั้นได้ไง
หมูหวาน : ก็นี่มันห้องชมรมกูและห้องกูก็อยู่ข้างห้องพวกมัน มึงเชื่อกูเถอะ บางคนดูที่เปลือกนอกไม่ได้หรอกน่ะว่านิสัยข้างในเป็แบบไหน
ก้อนหิน : กูว่ากูตัดสินใจเองได้ กูขอบใจล่ะกันที่เตือน
หมูหวาน : อีกห้านาทีเข้าแถว มึงไม่ต้องลงไปก็ได้น่ะอ
ก้อนหิน : ทำไมว่ะ
หมูหวาน : กูรู้ตอนนี้มึงคงยังไม่อยากเจอพวกมันหรอกจริงไหม
ก้อนหิน : อืมก็จริง สารวัตรนักเรียนไม่มาตรวจหรอว่ะ
หมูหวาน : ไม่มีใครกล้าเข้ามาในห้องชมรมกูหรอก
ก้อนหิน : ทำไมว่ะ
หมูหวาน : มึงไม่ต้องรู้หรอก
ก้อนหิน : ว่าแต่นี้ห้องชมรมอะไรว่ะ
หมูหวาน : นั่งเล่น ดูไม่ออกหรอ
ก้อนหิน : อ้อ ก็กูดูไม่เห็นเหมือนห้องชมรมมันเกี่ยวกับอะไรอ่ะ
หมูหวาน : เข้าไป อย่าถามเยอะ
ก้อนหิน : เข้าไปทำไมในตูว่ะ
หมูหวาน : เข้าๆไป
ก้อนหิน : โหว้ห้องลับหรอว่ะ
หมูหวาน : เอ่อ
ก้อนหิน : ว่าแต่ชมรมมึงเต็มยัง
หมูหวาน : เต็มแล้ว
ก้อนหิน : ชมรมมึงมีกี่คนว่ะ
หมูหวาน : คนเดียวกูมีแค่กูก็พอ
ก้อนหิน : โหว้ พ่อมึงเป็เ้าของหรือไง
หมูหวาน : ใช่
ก้อนหิน : อย่ากวนตีน
หมูหวาน : กูไม่ได้กวนกูพูดจริง ว่าแต่มึงจะเอาไงต่อ
ก้อนหิน : ไม่รู้ว่ะ พรุ่งนี้กูมีพรีเซ้นงานด้วย
หมูหวาน : ยังไงก็สู้ๆน่ะ
ก้อนหิน : มึงว่ากูทำไงดีว่ะ
หมูหวาน : กูตอบแทนมึงไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็กูจะอกมา
ก้อนหิน : มึงมีปัญหาไรกับพวกกอดหมอนป่ะเนี้ย
หมูหวาน : ใช่กูมีไม่ถูกกัน
ก้อนหิน : โหว้
ก้อนหินนั่งคุยกับหมูหวานจนเคารพธงชาติเสร็จถึงออกจากห้องชมรมแยกกันไปเข้าห้องเรียน
ห้องเรียน
กอดหมอน : ทำไมพึ่งมาว่ะ
ก้อนหิน : ตื่นสายอ่ะ
กอดหมอน : มึงเป็ไรรึเปล่าว่ะ
ก้อนหิน : เปล่าอ่ะกูไม่ได้เป็ไร ว่าแต่รายงานทำเสร็จยัง ทำถึงไหนแล้วมีไรให้ช่วยไหม
กอดหมอน : เสร็จหมดแล้วเหลือแต่ปริ้นและพรีเซ้น พรีเซ้นได้ใช่ไหมเดี๋ยวพรุ่งนี้ออกไปเป็เพื่อน
ก้อนหิน : ได้
กอดหมอน : เดี๋ยวส่งสคิปให้จะได้ท่องแล้วพรุ่งนี้มาพรีเซ้น
ก้อนหิน : อ้อๆเคๆ ส่งมาเลยก็ได้น่ะ
กอดหมอน : ส่งไปให้แล้วน่ะในเฟสอย่าลืมท่องล่ะ
ก้อนหิน : ได้ๆ
1 อาทิตย์ผ่านไป
หลังจากพรีเซ้นงานในวันนั้นจนเวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ จากที่ก้อนหินรู้สึกสนิทด้วยกับกอดหมอน ก้อนหินค่อยๆปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียวทำอะไรก็ทำคนเดียว จนเห็นได้ชัดว่าอึดอัดทุกครั้งที่อยู่ในกลุ่มแก๊งเพื่อนของกอดหมอน ก้อนหินนั่งครุ่นคิดอะไรบ้างอย่างนั่งกินข้าวไปด้วยคนเดียว
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
ก้อนหินเปิดดูข้อความของกอดหมอนเขานั่งอ่านข้อความ
กอดหมอนอุ่นไหม
: เป็อะไรทำไมดูเงียบๆ
: ไม่มากินข้าวด้วยกันอ่ะ
: มีไรบอกหรือคุยกันได้น่ะไม่ใช่อยูๆก็เงียบและหนีไปนั่งที่อื่นมีไรก็คุย
ผมเปิดแชทที่เด้งขึ้นมาพร้อมกับอ่านข้อความใช้มือกดปิดไม่ตอบกลับผมแค่รู้สึกว่าตอนนี้ผมยังไม่อยากคุยด้วย
ในระหว่างที่ก้อนหินกำลังกินข้าวอยู่สายตาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มเพื่อนในห้องที่เป็กลุ่มเกเรเดินตรงมาที่โต๊ะที่ก้อนหินนั่ง เขาเลยเลือกที่จะลุกหนีไม่อยากมีเื่ด้วยอีกอย่างเขาเองก็ไม่ชอบกลุ่มนี้สักเท่าไร ผมกำลังจะลุกหนีออกจากโต๊ะ ก้อนหินมองหน้าคนที่ชื่อลาเต้เป็หัวโจกของกลุ่ม เพราะมันตอนนี้กอดคอผมพร้อมกับกดผมลงไปนั่งกับเก้าอี้ ผมต้องฝืนใจนั่งกับพวกนี้ต่อ