ผู้ช่วยหลิวนั่งลงบนโต๊ะอีกมุมของโถงใหญ่ภายในร้านได้แล้วเขาก็นำเอาแว่นขยายออกมา จากนั้นก็เริ่มเปิดฝากล่องไม้จันทน์ด้วยมืออันสั่นเทา
และทันทีที่เขาเปิดฝากล่องทั้งสองออกมาก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งของที่อยู่ข้างใน “นะ นี่มัน”
“มีอะไรหรือเปล่าผู้ช่วยหลิว”คนขับรถของผู้อาวุโสหลิวรีบเดินมาหาผู้ช่วยหลิวทันที
ผู้ช่วยหลิวที่ใบหน้าแดงก่ำก็รีบโบกมือเป็นพัลวัน “ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ตื่นเต้นมากไปหน่อย” พูดพลางเขาก็รีบล้วงเอาขวดยาจากกระเป๋าอกเสื้อแล้วก็รีบเทออกมาใส่ฝ่ามือหนึ่งเม็ดจากนั้นก็ส่งเข้าปากพร้อมกับกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว
“ดีขึ้นหรือยัง”คนขับรถถามออกมาอย่างเป็นห่วงคนสนิทของนายท่านผู้เฒ่า
“อืม ดีขึ้นแล้วล่ะนายก็ไปคอยดูแลนายท่านเถอะ ตรงนี้ฉันจัดการสักครู่ก็น่าจะเสร็จแล้ว”ว่าแล้วเขาก็เริ่มหยิบพระพุทธรูปหยกขึ้นมาส่องก่อนเป็นอันดับแรก “ลักษณะแบบนี้นี่อายุต้องสามพันปีแน่นอนอืม” แล้วเขาก็พึมพำกับตัวเองไปเรื่อยๆด้วยหัวใจที่เต้นแทบจะไม่เป็นจังหวะเพราะนานแล้วที่ไม่ได้พบเจอของเก่าของแท้ที่ล้ำค่าและมีอายุหลายพันปีแบบนี้
ด้านของจางหมิงก็นั่งพูดคุยอยู่กับสองผู้อาวุโสและปู่จี้ไปพลางๆแต่หูของเขาที่ได้ยินเสียงดีเป็นพิเศษก็คอยเงี่ยฟังสิ่งที่ผู้ช่วยหลิวพูดออกมาด้วย
“ตอนนี้ก็พอจะมีเงินแล้วเธอไม่คิดอยากจะหาที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่งบ้างเหรอเสี่ยวจาง”ผู้อาวุโสโจวถามด้วยความเป็นห่วง
“ผมเองก็คิดเอาไว้เหมือนกันครับผู้อาวุโสโจวแต่ก็ยังไม่ได้เริ่มมองหาบ้านเลยครับ อีกอย่างก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่แต่ก็คิดเอาไว้บ้างแล้วครับว่าจะสอบถามกับคนรู้จักเผื่อเขามีโครงการไหนที่น่าสนใจพอจะแนะนำผมบ้าง”ชายหนุ่มพูดไปพลางก็เอามือกุมหัวเข่าไปพลางอย่างเจียมตัว
“อืมถ้าจะซื้อก็ซื้อแบบบ้านเดี่ยวไปเลยสิ ตอนนี้ไม่ใช่ไม่มีเงินเสียหน่อยบ้านเดี่ยวในปักกิ่งราคาร้อยสองร้อยล้านหยวนก็มีไม่น้อยหรืออยากได้เพนท์เฮาส์ดีล่ะ เดี๋ยวฉันจะโทรถามลูกๆหลานๆให้”
จางหมิงรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามอย่างร้อนรนเขาไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับลูกหลานของผู้อาวุโสโจวจริงๆนะเพราะเขายังจำทุกคำพูดที่คนพวกนั้นพูดกับเขาได้อยู่นั่นเอง
“ไม่เป็นไรครับผู้อาวุโสโจวช่วงนี้ผมน่าจะอยู่ที่ปักกิ่งอีกหลายวัน ค่อยๆหาดูก็ได้ครับ”
ผู้อาวุโสหลิวเห็นท่าทางของจางหมิงก็เริ่มใคร่ครวญอะไรบางอย่างพอมองไปทางผู้ช่วยหลิวคนสนิทของตัวเองแล้วก็คิดว่าของเก่าพวกนั้นน่าจะสามารถทำเงินให้เขาไม่น้อยในอนาคต
จู่ๆเขาก็มีความคิดบางอย่างขึ้นมา“เธอไม่ต้องซื้อแล้วเสี่ยวจาง ฉันมีบ้านอยู่หลังนึง ซื้อต่อมาจากคนรู้จักหลายปีแล้วไม่เคยเข้าไปอยู่เลยสักครั้ง แต่แม่บ้านก็ไปทำความสะอาดที่นั่นตลอดฉันจะมอบบ้านหลังนี้ให้เธอเลยก็แล้วกัน”
“ไม่ดีมั้งครับผู้อาวุโสหลิว”แม้เขาจะรู้จักผู้อาวุโสหลิวมานานแล้ว แต่ก็เพิ่งจะได้คุยกันจริงๆจังๆก็วันนี้เท่านั้นเขาไม่อยากจะมีปัญหากับลูกหลานของผู้อาวุโสหลิวเพิ่มอีกหรอกนะ
“มีอะไรไม่ดีล่ะ เหล่าโจวนายก็พูดช่วยฉันหน่อยสิเจ้าเด็กนี่จะเจียมตัวเกินไปแล้วนะ ทั้งที่ตัวเองก็มีดีให้อวดตั้งมากมาย เฮ้อ!ถ้าหลานชายของฉันเก่งได้เหมือนเสี่ยวจางก็คงจะดีไม่น้อย”
ผู้อาวุโสโจวมองจางหมิงอีกครั้งอย่างพิจารณาก็เห็นตามที่สหายรักพูดไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าเมื่อก่อนลูกๆหลานๆเขาปฏิบัติกับจางหมิงอย่างไรจนชายหนุ่มผู้นี้ไม่กล้ามาหาเขาที่ร้าน
“ถ้าเธอรู้สึกว่าเอาเปรียบเจ้าแก่นี่เกินไปครั้งหน้าก็หาของเก่ามาให้เขากับฉันมากหน่อยก็ได้นี่เสี่ยวจางส่วนวันนี้ก็ให้คิดเต็มราคาไปเลย” ผู้อาวุโสโจวเอ่ยออกมายิ้มๆก่อนจะตะโกนบอกผู้ช่วยหลิวที่กำลังประเมินราคาของเก่าอยู่อีกมุมห้อง“ผู้ช่วยหลิวคิดราคาตามเดิมนะ ไม่ต้องหักค่าบ้านของเจ้าแก่นี่ล่ะ”
ผู้ช่วยหลิวได้แต่ส่งยิ้มแหยให้สหายรักของนายท่านจากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาตรวจสอบหยกโบราณต่อไป
ผู้อาวุโสหลิวไม่โกรธสหายรักเลยสักนิดไม่เพียงเท่านั้นเขายังหัวเราะร่วนออกมาอย่างมีความสุขอีกต่างหาก “คิดเพิ่มอีกหน่อยก็ได้แค่นี้ฉันไม่ขาดทุนหรอก” การเชื่อมสัมพันธ์ในครั้งนี้ จะต้องทำให้เขาได้รับของล้ำค่าอีกมากมายในอนาคตแน่ๆ
ผู้ช่วยหลิวตกตะลึงกับคำพูดของผู้เป็นนายไม่น้อยไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มอย่างจางหมิงจะสามารถทลายกำแพงของนายท่านได้ทั้งหมด “ดะได้ครับนายท่าน”
จางหมิงมองคนนั้นทีแล้วก็มองคนนี้ทีสุดท้ายก็มองไปที่ปู่จี้เพื่อขอความช่วยเหลือ
ปู่จี้มองจางหมิงยิ้มๆ ก่อนจะพูดว่า“ผู้ใหญ่มอบของให้ก็รับเอาไว้เถอะเสี่ยวจางเธอรู้ไหมว่าบ้านของเถ้าแก่หลิวน่ะอยู่บนเขาในแบบที่เธอชอบเลยนะรับรองว่าถ้าเธอได้เห็นแล้วจะต้องชอบแน่ๆ”
“บ้านบนเขาอย่างนั้นเหรอครับ”คราวนี้จางหมิงเริ่มสนใจขึ้นมาอย่างแท้จริง
“ก็ใช่น่ะสิ เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นลานด้านหน้าจัดสวนสวยมากเลยนะแล้วก็ยังมีพื้นที่ด้านหลังเยอะเชียวล่ะ เธอจะทำอะไรกับมันก็ได้”ผู้อาวุโสหลิวเริ่มโน้มน้าวใจจางหมิง
“บ้านหลังนี้น่าจะเหมาะกับเธอนะเสี่ยวจางยิ่งเธอที่ชอบบ้านบนเขาด้วยแล้ว หลังนี้นี่แหละเหมาะ ยังไงก็ลองไปดูก่อนดีไหม”ผู้อาวุโสโจวก็ช่วยพูดอีกคน
“ผมไปดูได้เหรอครับ”จางหมิงเริ่มลังเลแล้ว แค่คำว่าบ้านบนเขาก็ทำเอาเขาให้ความสนใจไม่น้อยแล้วจะบอกว่ามันเป็นความเคยชินของเขาก็ว่าได้ เพราะบ้านที่หมู่บ้านชิงสุ่ยก็เป็นหมู่บ้านบนเขาเหมือนกัน
ผู้อาวุโสหลิวหัวเราะออกมาเสียงดัง สายตาที่มองจางหมิงก็เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ทำไมจะไปดูไม่ได้ล่ะเสี่ยวจาง นั่นเป็นบ้านที่ฉันจะมอบให้เธอนะไปดูวันนี้ยังได้เลยถ้าเธอถูกใจพรุ่งนี้ฉันจะให้คนไปจัดการเรื่องโอนทั้งบ้านและที่ดินให้เธอไปเลยว่าไง จะไปดูวันนี้เลยไหม”
จางหมิงก้มมองนาฬิกาที่โทรศัพท์ก็เห็นว่ายังพอมีเวลาอยู่แต่ก็ยังหันไปขอความเห็นจากผู้อาวุโสโจว“ผู้อาวุโสโจวจะไปดูบ้านหลังนั้นกับผมไหมครับ”
“ไปสิเสี่ยวจางถ้ามีอะไรต้องเพิ่มเติมฉันจะเป็นคนจัดการให้เธอเอง พวกเราก็ไปกันเดี๋ยวนี้เลย”ว่าแล้วก็เตรียมตัวจะลุกขึ้นทันที
ปู่จี้รีบร้องห้ามผู้เฒ่าใจร้อนทั้งสองเอาไว้อย่างทันท่วงที“อย่าเพิ่งไปสิครับเถ้าแก่ พวกคุณลืมอะไรไปหรือเปล่าครับ”
“อ่า ฮ่าๆๆ ได้ๆผู้ช่วยหลิวนายประเมินราคาเสร็จหรือยัง ฉันจะได้โอนเงินเข้าบัญชีเสี่ยวจางแล้วจะได้ไปดูบ้านบนเขาหลังนั้น”
“เสร็จแล้วครับ”ผู้ช่วยหลิวถือกระดาษและกล่องไม้ทั้งสอง รีบเดินมาหาผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว
ผู้อาวุโสหลิวรับเอากระดาษมาอ่าน ไม่นานก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจราคาประเมินสูงถึงเพียงนี้ถ้าเขานำของพวกนี้ไปโรงประมูลรับรองว่าราคาจะสูงกว่านี้อีกหลายเท่าเลย
แล้วเขาก็ยื่นกระดาษแผ่นนั้นส่งต่อให้จางหมิง“ราคานี้เธอพอใจไหมเสี่ยวจาง”
ชายหนุ่มรับกระดาษมาแล้วก็ต้องหูอื้อตาลายอีกรอบ“พะ พอครับผู้อาวุโสหลิว”
“จะให้ฉันโอนผ่านวีแชทหรืออาลีเพย์ดีล่ะ”ผู้อาวุโสหลิวรับโทรศัพท์มาจากผู้ช่วยหลิวเตรียมจะสแกนโอนเงินผ่านแอปให้จางหมิง ส่วนผู้ช่วยหลิวก็โทรแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ของธนาคารเพราะมันเป็นการโอนเงินจำนวนมากออกจากบัญชีนั่นเอง
“วะ วีแชทครับผู้อาวุโสหลิว”จางหมิงส่งกระดาษคืนด้วยมือที่สั่นเทาในใจของเขายังคงทวนซ้ำไปซ้ำมาเพราะมูลค่าของหยกพวกนั้นที่เขานำมาขายให้ผู้อาวุโสหลิวมันสูงถึงหนึ่งพันสองร้อยล้านหยวนเลยทีเดียว
“มือนายสั่นไปหน่อยนะเสี่ยวจางหิวข้าวหรือเปล่า ฮ่าๆๆๆ” ปู่จี้เอ่ยกระเซ้าจางหมิงอีกครั้งก็รู้อยู่หรอกว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้เริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่แล้ววันเดียวทำเงินไปได้พันกว่าล้านรวมกับเงินขายของเก่าในครั้งก่อนก็น่าจะสองพันล้านหยวนไปแล้ว
จางหมิงยื่นโทรศัพท์ออกไปให้ผู้อาวุโสหลิวสแกนแล้วก็หันมายิ้มแหยให้ปู่จี้ พร้อมกับพูดว่า “คืนนี้ผมเลี้ยงของอร่อยปู่นะครับจะกินที่ร้านหรือกินที่นี่ก็ได้”
“ไอ้หยา!นายจะเลี้ยงทั้งทีก็ไปกินที่ร้านสิเสี่ยวจาง อย่าลืมเหล้าที่ตาแก่คนนี้ชอบด้วยนะ”
จางหมิงพอได้คุยกับปู่จี้เขาก็เริ่มผ่อนคลาย“ไม่มีปัญหาครับ แต่ห้ามดื่มเยอะนะครับ”
“ได้ๆๆแต่เธอซื้อให้ฉันเอากลับมาด้วยสักขวดสองขวดนะเสี่ยวจาง”
“ไม่มีปัญหาครับปู่จี้”
จางหมิงพอเห็นยอดเงินในบัญชีของตัวเองก็ยกยิ้มน้อยๆออกมาตอนนี้เขามีเงินสองพันกว่าล้านแล้ว ชีวิตต่อจากนี้ก็ไม่มีอะไรให้กังวลแล้ว
“เอาล่ะเงินก็โอนแล้วพวกเราก็ไปดูบ้านบนเขาหลังนั้นกันเถอะ”ว่าแล้วผู้อาวุโสหลิวก็ลุกขึ้น “ผู้ช่วยหลิวนายจัดการเรื่องประมูลด้วยนะ”
“ได้ครับ ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้เลย”
“ไอ้หยา!ถึงกับต้องเอาเข้าโรงประมูลเลยเหรอเหล่าหลิวชักอยากจะรู้เสียแล้วสิว่าของในกล่องทั้งสองใบของนายมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง”
“ก็เหมือนๆกับของนายนั่นแหละน่า ไปเถอะๆ”เขาจะไม่บอกหรอกว่ามีอะไรอยู่ในกล่องบ้าง ถ้าสหายรักสนใจก็ให้ตามไปดูการประมูลเองก็แล้วกัน
“เฮอะ!ถ้าเหมือนกันยังจะจ่ายราคาพันกว่าล้านอีกเหรอ นายไม่บอกฉันก็มีวิธีของฉัน”
“หึหึ ไปๆนายจะขึ้นรถไปด้วยกันกับฉันหรือว่าจะนั่งรถไปเอง”
“ไปกับนายน่ะสิ นายเอารถตู้มาไม่ใช่เหรอ”
“อืม งั้นก็ไปด้วยกัน”
ใช้เวลาเดินทางจากร้านขายของเก่าราวหนึ่งชั่วโมงจางหมิงก็ได้เห็นบ้านบนเขา ซึ่งมันก็คือบ้านในย่านคนรวยของปักกิ่ง
“บ้านของฉันก็อยู่ถัดไปจากนี้อีกสิบกว่าหลังอยู่ใกล้กันแบบนี้ดีไม่น้อยเลยนะเธอว่าไหมเสี่ยวจาง”ผู้อาวุโสหลิวเอ่ยออกมาอย่างมีความสุข
จางหมิงที่กำลังเงยหน้ามองประตูทางเข้าก็ถึงกับตะลึงจนไม่ได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสหลิวแต่เขาก็หันไปยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเหมือนเคย
“ตอนนี้มีเงินแล้ว มั่นใจหน่อยสิเด็กน้อยต่อไปเธอยังจะต้องพบเจอผู้คนอีกมากมายเลยนะ” ผู้อาวุโสโจวตบบ่าจางหมิงเบาๆเด็กคนนี้เขาเห็นมาตั้งแต่เด็กย่อมเข้าใจความคิดของเขามากกว่าใครนิสัยที่เป็นอยู่นี้ไม่ใช่การเสแสร้งก็ไม่รู้ว่าจางฮั่นกับหนวนหน่วนพวกเขาเลี้ยงลูกมายังไงทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้
“คงต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อยครับผู้อาวุโสโจวแต่ผมก็ชอบบ้านหลังนี้มากๆเลยนะครับ”
“เธอชอบก็ดีแล้วล่ะฉันเองก็คงต้องย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้เหมือนกัน เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆเธอเวลาเธอได้ของอะไรดีๆมาก็จะได้เอามาขายให้ฉัน ดีกว่าไปขายให้เจ้าแก่นั่นไปเถอะเข้าไปดูข้างในกัน”เอ่ยเหน็บแนมสหายรักไปแล้วก็จูงมือจางหมิงเข้าไปด้านในลานบ้าน
“อ้าวๆ บ้านที่นี่ขายออกไปหมดแล้วนะเหล่าโจวไม่มีเหลือให้นายหรอกน่า” คิดจะมาแย่งของเก่าที่เสี่ยวจางหามาอย่างนั้นเหรอฝันไปเถอะ!!
“ลูกชายกับหลานๆของฉันซื้อบ้านที่นี่เอาไว้ตั้งหลายหลังฉันจะมาอยู่หลังไหนก็ได้ ใครจะทำไม”ยามนี้ผู้อาวุโสโจวไม่สนแล้วว่าจะทำตัวเหมือนเด็กแค่ไหน
“เฮอะ!! เสี่ยวจางนายดูตาแก่นี่เถอะ ทำตัวไม่ให้เด็กรุ่นหลังนับถือเลยสักนิด”
“อย่างกับนายทำตัวดีอย่างนั้นแหละ”
จางหมิงที่เดินเข้ามาในลานบ้านที่กว้างขวางแล้วก็ได้แต่หันไปมองคนขับรถของผู้อาวุโสหลิวอย่างขอความช่วยเหลือทว่าอีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มจนใจส่งกลับคืนมาให้ เขายังจะทำอะไรได้อีกล่ะก็มีแต่ยิ้มแหยให้สองผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น
สองผู้เฒ่าปะทะคารมกันพอหอมปากหอมคอแล้วก็เลิกทะเลาะกันปล่อยให้จางหมิงได้ดูบ้านตามสบาย
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงจางหมิงที่เพิ่งลงมาจากชั้นสองของบ้านสไตล์จีนโบราณก็ยิ้มกับสองผู้อาวุโส
“ผมชอบบ้านหลังนี้มากเลยครับขอบคุณมากนะครับที่มอบบ้านหลังนี้ให้ผม ครั้งหน้าผมจะหาของดีๆมาฝากผู้อาวุโสหลิวแน่นอน”
“จริงเหรอเสี่ยวจางถือว่าเธอรับปากฉันแล้วนะ”
“จริงสิครับ”
“แล้วฉันล่ะเสี่ยวจางนายลืมตาแก่คนนี้ไปแล้วใช่ไหม”
“ไม่ลืมหรอกครับ”จางหมิงอมยิ้มมองสองผู้อาวุโสด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจตอนนี้เขามีสิทธิ์แล้วใช่ไหมที่จะทัดเทียมกับบุคคลระดับนี้
อืม..ก็ถือว่ามีสิทธิ์แล้วนะ เขาได้แต่ตั้งคำถามและตอบกับตัวเองอยู่ในใจ
“ดี!ของฝากของฉันห้ามน้อยหน้าของเขาล่ะ”
“แน่นอนครับ”
“ฮึ!นายนี่นะ เอาล่ะเสี่ยวจางบ้านหลังนี้ก็ถือว่าเป็นของนายแล้ววันพรุ่งนี้ฉันจะให้คนของฉันไปจัดการเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อยแล้ว พร้อมเอาเอาเอกสารมาให้เธอตอนบ่ายวันนี้เธอจะพักที่นี่เลยก็ได้นะ”ผู้อาวุโสหลิวยื่นพวงกุญแจส่งให้จางหมิงอย่างสบายๆ
“ขอบคุณมากครับผู้อาวุโสหลิว”จางหมิงรับพวงกุญแจทั้งหมดมาด้วยความดีใจ
“ตกลงจะเอายังไงจะพักที่นี่เลยหรือว่าจะกลับลงไปที่ร้านหาเหล่าจี้ก่อน”ผู้อาวุโสโจวถามย้ำกับจางหมิง
“ไปหาปู่จี้ก่อนดีกว่าครับคืนนี้จะได้พาปู่จี้ไปกินของอร่อย จะได้นอนที่บ้านพักหลังร้านด้วยครับ”
“อืม” ผู้อาวุโสโจวหันไปคุยกับสหายรัก“นายล่ะเหล่าหลิวจะกลับไปคุยกันต่อที่ร้านไหม หรือว่าจะกลับบ้าน”
“ไม่คุยกับนายแล้วฉันจะให้คนขับรถไปส่งนายกับเสี่ยวจางที่ร้านจากนี้คงไม่ว่างไปอีกหลายวันนายก็ไม่ต้องโทรมากวนฉันนะ”
“ฉันเองก็ไม่ว่างเหมือนกันนั่นแหละพวกเราไปกันเถอะเสี่ยวจาง อยู่กับเจ้าแก่นี้ฉันคงต้องปวดหัวไปอีกหลายวัน”ผู้อาวุโสโจวเอ่ยออกมายิ้มๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าอีกฝ่ายกำลังจะจัดงานประมูลเขาเองก็คงต้องเอาของเก่าที่เพิ่งได้มาไปจัดการเหมือนกัน
ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าการเดินทางของจางหมิงจะแตกต่างจากการเดินทางของจางฮั่นผู้เป็นพ่อของเขาเพราะการเดินทางของจางหมิงล้วนนำแต่ความมั่งคั่งกลับมาแต่ก็ไม่รู้ว่าภารกิจของเขาที่มาพร้อมกับความมั่งคั่งมันจะหนักหนาสักแค่ไหน แต่ไม่เป็นไรหรอกเขามีเงินคอยสนับสนุนจางหมิงอยู่แล้ว