ราซิเอล กระชับแว่นตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาถือ หนังสือในมือเขาเป็หนังสือสีน้ำเงินเข้มมีลวดลายสวยงาม แล้วหนังสือนั้นก็เปิดขึ้นมาอัตโนมัติ จากนั้นราซิเอลก็เริ่มวาดนิ้วไปบนอากาศพร้อมกับปรากฏตัวหนังสือภาษาแปลกๆขึ้นกลางอากาศ
อากิระเห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าราซิเอลกำลังร่ายเวทย์อย่างแน่นอนจึงใช้ก้าวพริบตาเพื่อเข้าหาร่างของราซิเอลให้เร็วที่สุด พร้อมกับกระชับเคียวในมือแต่ก่อนที่อากิระจะได้ฟาดเคียวเข้าใส่ราซิเอล ก็พบว่ามีเวทมนต์สายฟ้าจูโจมเข้าใส่เขา จึงทำให้อากิระต้องเคลื่อนตัวหลบออกไป
“เมื่อกี้มันเวทย์ระดับ 4 ทัณฑ์อัสนีบาตนี่นา” อากิระพูดออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงร่ายเวทย์ได้เร็วขนาดนี้ ราซิเอลใช้เวทมนต์บทนี้ออกมาได้เร็วกว่าลูน่าประมาณสองเท่าได้
“เวทมนต์มันก็เหมือนสูตรตายตัวที่ในแต่ละระดับมีระยะเวลาในการร่ายเท่ากันทุกบทนี่นา งั้นสิ่งที่เร่งความเร็วในการร่ายก็คงเป็เหมือนสายอาชีพแบบพวกผมสินะ” อากิระกล่าวออกมาพร้อมกับมองหน้าราซิเอล
“คิดได้ถูกต้องแล้วครับ ความสามารถของผมถ้าจัดแบบพวกนักผจญภัยอย่างคุณก็คือ ผู้ใช้อักขระมนตรานั่นแหละครับ” ราซิเอลอธิบายออกมา
แน่นอนว่าอากิระรู้จักอาชีพนี้ ผู้ใช้อักขระมนตราเป็อาชีพพิเศษที่หาสถานที่ได้ยากรองลงมากจากนักดาบเวทย์ เป็อีกอาชีพที่เขาสนใจแต่ในตอนที่ได้กุญแจเลือกอาชีพมาเขาเลือกอาชีพนักดาบเวทย์ที่มีความสามารถหลากหลายและหายากที่สุดก่อน
ผู้ใช้อักขระมนตราเป็อาชีพที่มีความสามารถในการใช้เวทย์ที่มีความรุนแรงน้อยกว่าอาชีพจอมเวทย์ราวสองในสิบส่วน แต่ความเร็วในการใช้นั้นกลับเร็วมากเป็เท่าตัว ทำให้เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ที่ปกติอาชีพจอมเวทย์ที่ปกติจะต้องคอยร่ายเวทย์อยู่เื้ันั้นเปลี่ยนไป เพราะสำหรับผู้ใช้อักขระมนตรานั้นสามารถใช้เวทย์ในการต่อสู้ซึ่งๆหน้าได้เลยทีเดียว
“ถ้าจำไม่ผิดสถานที่เปลี่ยนอาชีพของผู้ใช้อักขระมนตรา คือหอคอยบัญญัติมนตราสินะ งั้นก็หมายความว่าที่นี่ไม่ใช่งั้นสินะ” อากิระกล่าวออกมาแล้วมองราซิเอลอย่างพิจารณา
“กระผมเข้าใจครับว่าคุณหมายถึงอะไร ถึงตัวกระผมจะเป็ผู้ใช้อักขระมนตราก็ตาม แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพลังในวิหารนี้หรอกนะครับ กระผมเป็เพียงผู้รับใช้ของเ้าครองวิหารแห่งนี้ครับ” ราซิเอลกล่าวอธิบาย
“หืม งั้นเหรอ เอาล่ะมาต่อกันดีกว่า” หลังจากพูดจบอิระก็กระชับเคียวในมือ และรอบตัวเขาก็ปรากฏลูกแก้วเวทมนต์ขึ้นมา
‘เสียไปสองทักษะทำให้ความต่อเนื่องในการร่ายเวทย์น้อยลงแฮะ’ อากิระคิดในใจ จากนั้นลูกแก้วเวทมนต์แปดลูกก็ลอยเข้าไปสู่กำไลประจุมนตราแล้วผลึกเวทย์บนกำประจุมนตราก็เปลี่ยนสีจากสีขาวใสก็กลายเป็สีเขียว สีแดงเพลิง อย่างละสาม และกลายเป็สีดำกับสีทองอีกย่างละหนึ่ง
อากิระค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปหาราซิเอลอย่างระมัดระวัง เขาค่อยๆก้าวเข้าไปเร็วขึ้นเรื่อยๆ จากเดินก็ค่อยกลายเป็วิ่ง เขาอากิระเลือกที่จะรักษาระยะห่างเล็กน้อยก่อนจะวิ่งวนไปรอบตัวของราซิเอลด้วยความรวดเร็ว
แน่นอนว่าราซิเอลเองก็ไม่ใช่กระจอกเขาไม่แม้แต่จะมองตามร่างของอากิระยังคงตั้งสมาธิร่ายเวทย์ต่อไป อากิระที่วิ่งวนมาจนถึงจุดอับของสายตาของราซิเอลจึงใช้ก้าวพริบตาพุ่งเข้าหาเพื่อจะโจมตีราซิเอล ทว่าก่อนที่จะได้ถึงตัวราซิเอลก็มีวงแหวนเวทย์ปรากฏขึ้นขวางหน้าอากิระแล้วก็มีแสงสีทองที่มีลักษณะเหมือนเข็มจำนวนมากนับพันพุ่งออกจากวงเวทย์เข้าใส่ร่างของอากิระ
อากิระที่เห็นเข็มสีทองนับพันพุ่งเข้าใส่ก็รีบใช้ก้าวพริบตาหลบออกมา จากนั้นเขาก็ใช้ก้าวพริบตาอีกครั้งเพื่อเข้าประชิดตัวราซิเอลได้และง้างเคียวในมือหมายจะตวัดเข้าใส่ร่างของ ราซิเอลตรงหน้า
แต่แล้วราซิเอลกลับยิ้มออกมา ทันทีที่อากิระเห็นก็รู้ว่าตนติดกับดักของราซิเอลแล้วแม้อยากจะหลบแต่ก็ไม่ทันแล้วอย่างแน่นอน
เวทย์ดวงดาวระดับห้า – แรงโน้มถ่วงห้าสิบเท่า
ร่างของอากิระถูกแรงที่มองไม่เห็นกดลงกับพื้น พื้นรอบตัวอากิระแตกออกเป็หลุมในทันที อากิระถูกกดลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนกระอักเืออกมา
ราซิเอลปลายหางตาลงมามองอากิระพร้อมยิ้มออกมา “ได้แค่นี้เองหรือครับฝีมือของคุณน่ะ” เขากล่าวออกมาอย่างผิดหวัง
แต่ทว่าอากิระกลับพยายามหันหน้ามามองแล้วยิ้มออกมา “ความ..ประมาทมัน..ไม่ดีนะ” อากิระกล่าวออกมาอย่างยากลำบากแต่ถึงกระนั้นรอยยิ้มบนใบหน้านั้นกลับไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อย
ราซิเอลขมวดคิ้วขึ้นมาเขาไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าทำไมอากิระถึงยังยิ้มได้ แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างเพราะเหตุผลที่อากิระยิ้มออกมาได้อยู่ด้านหลังเขาแล้ว ที่ด้านหลังของราซิเอล ปรากฏร่างของอากิระขึ้นมาอีกคนที่กำลังเหวี่ยงเคียวอสูรเข้าใส่คอของราซิเอล
ราซิเอลเห็นเข้าก็ใจหายวาบรีบร่ายเวทมนต์น้ำแข็งออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วยิงเข้าใส่ร่างอากิระอีกคนที่กำลังจะวาดเคียวเข้าตัดคอเขา และก็ได้ผลร่างของอากิระอีกคนถูกแช่แข็งเอาไว้จนขยับไม่ได้ ราซิเอลเห็นดังนั้นจึงรีบร่ายเวทย์บทใหม่เพื่อโจมตีเข้าใส่ร่างที่ถูกแช่แข็ง
แน่นอนว่าด้วยความเร็วของราซิเอลย่อมสามารถร่ายเวทย์ที่รุนแรงได้ในเวลาไม่กี่วินาที เขาเขียนอักขระที่เป็ภาษาแปลกๆขึ้นมาบนอากาศจากนั้นก็ปรากฏวงแหวนเวทออกมา แล้วราซิออนก็ชี้นิ้วออกมาที่วงแหวนเวทย์นั้นซึ่งปรากฏออกมาตรงกับตำแหน่งหัวใจของร่างที่ถูกแช่แข็งของอากิระทันที
จากนั้นก็มีลำแสงสีขาวขนาดเล็กพุ่งออกมาแล้วทะลวงร่างนั้นไปอย่างรวดเร็วทำให้ร่างนั้นมีรูอยู่กลางอก แล้วจากรูกลางหน้าอกของอากิระอีกคนก็ค่อยๆปรากฏรอยแตกออกมา แล้วก็แตกกระจายออก
“อั้ก….” ราซิเอลกระอักเืออกมา เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงที่อยู่ๆเขาก็ได้รับาเ็
และด้วยอาการาเ็และความตกตะลึงนี้เองที่ทำให้เขาเผลอคลายพลังเวทย์ที่ใช้สร้างแรงโน้มถ่วงที่กดร่างของอากิระเอาไว้อากิระที่ขยับตัวได้ก็รีบหันฝ่ามือไปทางราซิเอลทันที
“เอาคืนบ้างล่ะนะ” อากิระกล่าวออกมาอย่างดุดัน
เวทย์ดวงดาวระดับห้า – ประกายแสงดารา์
ลำแสงสีทองที่ใหญ่ขนาดที่สามารถบังฝ่ามือของอากิระได้พุ่งเข้าใส่ร่างของราซิเอล ส่งให้ร่างของราซิเอลลอยขึ้นจากพื้น โดยที่พื้นรอบตัวอากิระที่แตกออกเป็หลุมอยู่แล้วยิ่งแตกออกมากว่าเดิม
ราซิเอลที่ถูกส่งให้ร่างลอยขึ้นฟ้าก็ร่วงลงมากระแทกกับพื้น แต่ยังไม่ทันที่อากิระจะได้ทำอะไร ราซิเอลก็รีบลุกขึ้นและชูมือออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะซาดิสท์ แล้ววาดตัวอักษรขึ้นบนอากาศ จากนั้นก็กลายเป็เวทย์วายุโจมตีเข้าใส่อากิระ
เวทย์วายุระดับสี่ – มหาวายุกวาดทำลาย
พายุขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ร่างของอากิระอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เขาต้องรีบพุ่งตัวออกเต็มแรงพร้อมกับใช้ก้าวพริบตาเพื่อหลบรอดออกมา แต่ก็ใช่ว่าจะหลบได้อย่างสมบูรณ์ที่แขนซ้ายของอากิระปรากฏาแออกมาให้ได้เห็น
อากิระกัดฟันกรอดแล้วมองไปยังราซิเอลแต่แล้วอากิระก็ต้องไหวตัวหลบอย่างรวดเร็วเพราะปรากฏฟสายฟ้าผ่าลงมายังจุดที่เขายืนอยู่ ทว่าอากิระที่หลบรอดจากสายฟ้าที่ฟาดใส่มาได้นั้นไม่มีเวลาให้เขาได้พักหายใจแม้แต่น้อยที่พื้นที่อากิระยืนอยู่ปรากฏวงแหวนเวทย์ขึ้น แล้วก็มีหนามขนาดั์โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินที่เขายืนอยู่
แน่นอนว่าอากิระไม่มีทางอยู่เฉยๆให้ถูกเสียบตายคาที่ เขารีบใช้ก้าวพริบตาหลบหลีกออกมาได้อีกครั้ง แต่ก็เจอเวทย์ชุดต่อไปโจมตีโดยที่ยังไม่ได้พักทำให้อากิระต้องคอยหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง
อากิระหลบหลีกทักษะเวทย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนการโจมตีหยุดลง แล้วก็รีบมองไปทางราซิเอลใหม่ แต่คราวนี้ภาพที่เห็นนั้นทำให้อากิระต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
ราซิเอลวาดอักษรมนตราบนอากาศด้วยความเร็วจนน่าตกตะลึง ที่ตรงนั้น ตรงหน้าของราซิเอลปรากฎวงแหวนเวทมนต์จำนวนมากมายนับแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบวง แถมวงเวทย์เ่าั้ยังมีสีสันที่ต่างไปในแต่ละวง ทำให้แค่มองก็รู้ได้เลยว่าเวทย์ที่กำลังจะถูกยิงออกมานั้นจะต้องมีความรุนแรงและความหลากหลายของธาตุอย่างแน่นอน
“ถ้าคุณเอาตัวรอดจากการโจมตีนี้ได้กระผมจะยอมรับให้คุณผ่านการทดสอบที่สองนี้ครับ”
ราซิเอลกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่มั่นใจในการโจมตีครั้งนี้ ก็สมควรที่จะมั่นใจอยู่หรอกนะ เพราะจากที่ดูไม่ว่ายังไงการโจมตีนั้นก็ต้องครอบคลุมไปทั่วทั้งวิหาร ซึ่งแน่นอนว่าการโจมตีแบบนี้อากิระไม่มีทางใดที่จะหลบหลีกได้เลย
อากิระครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่ส่วนใบของเคียวในมือจะถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังเวทย์หนาแน่นสีดำ อากิระแค่นเสียงออกมาเล็กน้อย เขาไม่นึกว่าจะต้องใช้ไม้ตายใหม่ของตนเร็วขนาดนี้
“เอาล่ะนะครับ”
มหาเวทย์ระดับห้า – ะเิมนตราสรรพธาตุ
แล้ววงแหวนเวทย์หลากสีสันที่ตอนนี้มีราวๆสามสิบวงก็ปลดปล่อยเวทมนต์ออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่ร่างอากิระอย่างไม่มีปราณี
อากิระเบิกตากว้าง แววตาของเขาวาวโรจน์ แล้วก็ง้างเคียวในมือออกจนสุด จากนั้นเขาก็วาดเคียวไปด้านหน้าราวกับจะตัดมหาเวทย์หลากหลายธาตุนั้น
เวทย์รัตติกาลระดับห้า – คลื่นรัตติกาลสลายมนตรา
แสงสีดำปรากฏขึ้นในทิศทางที่อากิระเหวี่ยงเคียวออกไปเข้าปะทะกับมหาเวทย์ที่เกิดจากเวทย์หลายบทของราซิเอลซึ่งหากจะให้พูดตามตรงแล้ว ไม่ว่าใครที่มาเห็นก็ต้องคิดออกมาเป็แบบเดียวกันว่าเวทมนต์ของอากิระต้องถูกทำลายอย่าง่ายดายแน่นอน
แต่ทว่าความเป็จริงกลับไม่เป็เช่นนั้นมหาเวทย์ของราซิเอลสลายหายไปราวกับว่าเวทมนต์ของเขาที่ใช้ออกมาเป็เพียงภาพลวงตาที่หายไปเมื่อัั จนราซิเอลได้แต่มองจนตาค้าง
แต่เวทมนต์ที่ใช้ออกมาแล้วนั้นไม่ได้มีความปราณีใด้มันพุ่งเข้าใส่ร่างของราซิเอลอย่างเต็มที่ แม้ราซิเอลจะได้รับความเสียหายไม่มากนักแต่เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังในร่างของเขาถูกลดลงไปมาก
ทักษะเวทย์รัตติกาลระดับห้า – คลื่นรัตติกาลสลายมนตรา (สร้างความเสียหายธาตุมืดให้เป้าหมาย 75%ของพลังโจมตี แล้วจะลดค่าสถานะของเป้าหมายลง 25% นอกจากนี้จะทำให้ทักษะเวทมนต์ที่ต่ำกว่าระดับห้าทั้งหมดที่ใช้ออกมาในขณะที่ทักษะนี้ถูกใช้งานอยู่ไร้ผลไป เมื่อใช้ทักษะนี้แล้วจะไม่สามารถใช้ได้อีกเป็เวลา 6 ชั่วโมง)
จิตสังหารผสานมนตรา – หายนะแห่งเพลิง
พลังในร่างของราซิเอลยิ่งลดลงไป แถมพลังชีวิตก็ค่อยๆลดลงอีกด้วย แล้วอากิระก็ขว้างเคียวเข้าใส่ราซิเอล ด้านราซิเอลที่เห็นเคียวอสูรนั้นถูกขว้างเข้ามาก็ถอยหลังออกไปเล็กน้อยทำให้หลบไปได้ ทำให้เคียวเล่มนั้นก็ปักกับพื้นบนตรงหน้าเขา
อากิระใช้ก้าวพริบตามาปรากฏตัวที่เคียวอสูรอย่างรวดเร็วแล้วดึงด้ามเคียวออกมาจากพื้น โดยที่พื้นเริ่มปริแตกออกมาและปรากฏเปลวไฟขึ้นมาหกสายจากนั้นอากิระก็สะบัดเคียวออก
อัคคีเบ่งบาน
เปลวเพลิงทั้งหกสายกระจายตัวออกไปบนพื้นก็ปรากฏเปลวไฟลุกไหม้ตามไปราวกับกลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานออกมาอย่างงดงาม ทว่าดอกไม้ที่งดงามนั้นกลับมีพลังที่ร้อนแรงพร้อมจะเผาไหม้ทุกสรรพสิ่ง
ราซิเอลที่อยู่ใกล้ๆไม่มีทางที่จะหลบได้พ้นอย่างแน่นอนเขาถูกดอกไม้เปลวเพลิงที่กำลังเบ่งบานเผาผลาญและดันร่างของเขาออกไปตามกระแสเปลวเพลิง ยามคับขันราซิเอลจึงต้องพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อร่ายเวทย์ออกมาท่ามกลางเปลวเพลิง แล้วเขาก็สามารถร่ายเวทย์ป้องกันออกมาได้สำเร็จ พร้อมกับมองหน้าอากิระแล้วพูดออกมา
“กระผมแค่บอกให้คุณ เอาตัวรอดจากการโจมตีเท่านั้นเองนะครับ”
“โทษทีๆมันสนุกไปหน่อย ผมเลยเผลอไปน่ะ” อากิระยิ้มตอบออกมา
ราซิเอลยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วกล่าว“การทดสอบความสามารถจบลงเพียงเท่านี้ครับ กระผมขอยอมรับให้คุณผ่านไปได้ครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นอากิระที่กำลังจะใช้ทักษะเวทย์สาดเข้าใส่ราซิเอลจึงหยุดมือลง แล้วพยักหน้าให้เล็กน้อยเป็เชิงรับรู้
“ถ้าอย่างนั้น ขอเชิญคุณอากิระไปพบกับผู้เป็เ้าของพลังที่หลับใหลอยู่ในวิหารแห่งนี้ได้เลยครับ”
พอพูดจบร่างของราซิเอล และวิหารก็หายไปกลายเป็ห้องสีดำมืดที่ไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อยอากิระเดินไปด้านหน้าเรื่อยๆก็พบกับคนๆหนึ่งเป็คนที่เขาคุ้นหน้าตาเป็อย่างดี
“สวัสดี อากิระ ข้าคือฟริเซออน เรามาเริ่มฟังผลสรุปของการทดสอบกันดีกว่านะ” ชายคนนั้นหรือ ฟริเซออนกล่าวออกมา แล้วมองมาที่อากิระด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าใบหน้านั้นกลับแฝงไปด้วยความเศร้า