[ นิยายเอง ]เมื่อผมต้องมาเป็นยมทูตในต่างโลก

    Ch 4 : พูดคุย



            ณ ห้องหนังสือลึกลับ
            "[ เพราะเด็กหนุ่มยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยเหลือเด็กสาว ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บจนเกือบตายแล้วสลบไป เมื่อเด็กสาวเห็นแบบนั้นก็พยามเข้าไปหาเด็กหนุ่มแต่เธอทำอะไรไม่ได้ เพียงร้องไห้อยู่ข้างๆเด็กหนุ่มเท่านั้น]"

            " จากนั้นอะไรต่อค่ะอะไรต่อ"

            หญิงสาวตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆแล้วก็พลิกหน้าหนังสือหน้าถัดไป

            " [ แล้วไม่นานเด็กหนุ่มก็ได้สติ เขากล่าวว่าที่ตนหมดสติไปเป็นเพราะมานาของตนหมดพร้อมทั้งขอโทษเด็กสาวที่ทำให้เป็นกังวล แต่ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะขอโทษยังไงเด็กสาวไม่มีที่ท่าว่าจะหายโกธรเขาเลย เด็กหนุ่มเลยบอกกับเด็กสาวว่าตนจะรับฟังแล้วทำทุกอย่างจากเด็กสาวหนึ่งอย่างเพื่อเป็นการไถ่โทษ]"

            " หุหุ เอาเลยบอกไปซิว่าจงมาเป็นของทาสฉันซะ"

            หญิงสาวแสดงเจตนาของตนอย่างชัดเจนแล้วพยายามเอาใจเชียร์เด็กสาวขณะกำลังอ่านต่อไป

            "[เด็กสาวบอกกับเด็กหนุ่มถึงสิ่งที่ตนต้องการ เด็กสาวขอให้ตนได้เลี้ยงอาหารที่ตนทำเองให้เด็กหนุ่มทานและมอบเงินจำนวน1เหรียญทองเพื่อเป็นการตอบแทบเขาที่ช่วยชีวิตเอาไว้ ตอนแรกเด็กหนุ่มปฏิเสธเด็กสาวขอเพียงแค่เลี้ยงอาหารพอ แต่ด้วยความดื้อรันของเด็กสาวสุดท้ายเด็กหนุ่มจึงจำยอมแล้วนั้นก็เป็นการพบกันครั้กแรกของพวกเขา.....]"


            " โธ่!!!  อะไรกันเล่าขออะไรที่มันอ่อนหัดแบบนี้ได้ยังไงดิฉันยอมรับไม่ได้ค่ะ!! "

            ตอนนี้กับเป็นหญิงสาวบ้างที่ดื้นรันซะเองเธอไม่ยอมรับเนื้อเรื่องแบบนี้ ใช่ถ้าเป็นคนอื่นคงทำอะไรไม่ได้แล้วจำยอมอ่านต่อไปแต่โดยดี แต่หญิงสาวคนนี้กับไม่ใช่แบบนั้นเลยเธอหยิบปากกาขนนกสีทองขึ้นมาแล้วเขียนอะไรบ้างอย่างลงไปในหน้าหนังสือเล่มนั้น


            " ไหนๆ ก่อนอื่น [ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้สติขึ้นมา จู่ๆก็มีเทพธิดาปรากฏตัวขึ้น เธอกล่าวว่าไม่จำเป็นตัวห่วงเด็กหนุ่มยังไม่ถึงวันตายของเขา แล้วเทพธิดาเริ่มอ่านจิตใจของเด็กสาว........]  "

            หญิงสาวเขียนแบบนั้นจนเลยเวลาไป 5 นาทีแล้วหลังจากนั้นเธอยิ้มออกมาพึงพอใจอย่างที่สุด
            เธอวางปากกาขนนกสีทองไว้ที่เดิมแล้วจากนั้นเธอก็วางหนังสือไว้บนพื้นที่พอจะว่างให้วางหนังสือได้

            " ดิฉันจะสอนบทเรียนพื้นฐานให้เธอเอง หุหุ "

            แล้วเกิดแสงสว่างจากตัวของหญิงสาว เธอเดินเหยียบจมเข้าไปในหนังสือที่เธอวางลงแล้วไม่นานเธอก็หายไป......


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .


            มุมมองของโซเฟีย

            วันนี้หนูแอบออกจาก[เมืองอาคุ] เพื่อที่จะไปเก็บสมุนไพรทางหน้าประตูตะวันตกของเมืองโดยออกมาจากรูเล็กๆตรงกำแพงจุดที่ลับตาผู้คน และหนูเอาพุ่งไม้มาบังเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครสังเกตุเห็น

            เหตุผลที่หนูไม่ออกจากประตูปกติเพราะหนูโดนประกาศจับอยู่ ถึงแม้จะได้คุณลุงเกรนกับพี่โรบินช่วยซ่อนหนูเอาไว้แต่ยังไงหนูก็อยากตอบแทนพวกเขาบ้าง บ้างครั้งถึงได้ออกไปหาสมุนไพรเพื่อช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูพวกเขาอีกทางถึงจะเล็กน้อยก็ยังดี

            " เจ้าหนูเดียวก่อน!! "

            " ครับ!? "

            ระหว่างที่หนูแอบเดินเข้าป่าโดยไม่ให้ใครสงเกตุเห็นก็ได้ยินการสนทนาระหว่างทหารยามกับพี่ชายคนหนึ่งในตอนแรกหนูไม่ได้คิดจะใส่ใจอะไรหรอขณะที่กำลังคิดจากเดินจากไปนั้น

            " เจ้าหนูเองก็จะไปเก็บสมุนไพรนอกเมืองด้วยใช่ไหม "

            " ใช่ ครับ ไม่ได้หรอ?"

            อะไรนะ!! พี่ชายคนนี้กำลังจะไปเก็บสมุนไพรเหมือนกัน แบบนี้หนูคงไม่มีเงินพอที่จะไปช่วยคุณลุงเกรนกับพี่โรบินแน่ๆแต่พี่ชายคนนี้ไม่เคยเห็นในเมืองมาก่อนสงสัยพึ่งย้ายเข้ามาหรือป่าว แต่ชั่งเถอะหนูที่แอบเข้ามาเก็บสมุนไพรที่นี้บ่อยๆย่อมได้เปรียบอยู่แล้ว เสียใจด้วยพี่ชายพี่คงต้องกลับไปมือเปล่าแน่ๆ

            " ต้องรีบก่อนที่พี่ชายคนนั้นจะมาพบซะก่อน"

            แล้วหนูก็ใช่ทางลัดเพื่อมาถึงจุดที่สมุนไพรขึ้นเยอะแยะ โดยไม่รอช้าหนูเก็บมันอย่างชำนาญ

            " ดีจังเลยเท่านี้ก็พอช่วยเหลือคุณลุงเกรนกับพี่โรบินได้บ้างแล้ว"

            วันนี้ก็เก็บสมุนไพรได้พอสมควรเลยถึงเวลาที่ควรกลับ....

            " เอ๋!? ไม่จริงน่าหรือว่าจะเป็น!! "

            หนูสังเกตุเห็นอะไรบ้างอย่าง มันส่องแสงสีฟ้าอ่อนๆอยู่ใต้ต้นไม้แล้วเมื่อหนูเข้าไปใกล้รอยยิ้มบนใบหน้าของหนูก็แสดงออกมาโดยไม่ตั้งใจ

            " นี้มันหญ้ามานานี้น่าแค่ต้นเดียวก็ขายได้ 1 เหรียญเงินแล้ว "
            หญ้ามานาจะขึ้นในจุดที่มีนามาไหลผ่านเข้มข้นสูงแล้วเป็นวัตถุในการทำยาเพิ่มนามาตั้งแต่ระดับต่ำถึงระดับกลาง แถมมันยังหาไม่ได้ง่ายซะด้วยนับว่าวันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ

            " แต่ว่า จะมีอีกสักต้นไหมนะ?"
            หนูอย่างหาอีกสักต้นก็ยังดี เลยตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในป่านิดหน่อยคงไม่เป็นไรมั่ง อีกอย่างหนูมาแถวนี้บ่อยๆยังไม่เคยเจออะไรอันตรายเลย ระหว่างเดินลึกเข้าไปหวังว่าหนูจะเจอมันนะแล้วโชคชะตาก็เข้าข้างหนู
            " เจอแล้ว แถมมีตั้งสามต้นด้วย ไชโย!!! "

            วันนี้โชคดีจริงๆขอบคุณพระเจ้าที่ท่านประทานโชคแบบนี้มาให้ ถึงที่ผ่านมาท่านจะเมินคำปรารถนาของหนูตลอดก็ตาม แต่หนูคงเข้าใจผิดไปเองก็ได้

            ระหว่างที่หนูกำลังเก็บหญ้ามานาอยู่นั้นก็มีเสียงอะไรขยับจากต้นไม้ข้างหลังแล้วเมื่อหนูหันออกไปดูนั้นเอง

            " ไม่จริง "

            เหมือนกับเป็นการหลอกลวงของพระเจ้าด้วยสิ่งที่เรียกว่า" เหยื่อล่อ" เพราะตอนนี้ก็อบลินห้าตัวถืออาวุธหลากหลายกำลังเดินเข้ามาหาหนูแล้วเมื่อหนูรู้สึกตัวพวกมันต่างเริ่มวิ่งเข้ามาหาหนู

            " ไม่นะ!! "

            หนูรีบวิ่งหนีสุดชีวิตแต่หนูรู้ดีว่าฝีเท้าเด็กสาวตัวเล็กๆแบบนี้จะไปสู่ฝีเท้าของมอนเตอร์ได้ยังแต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิ่ง วิ่งให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แล้วตอนนั้นเอง

            " โอ๊ย!!! "

            จู่ๆหนูก็รู้สึกเจ็บที่เท้าเพราะมันกระทันหันเกินไปหนูเสียสมดุลเลยสะดุดขาตัวเองไถลไปกับพื้นแล้วชนเข้ากับต้นไม้ใกล้ๆ

            " เจ็บ.... "
            หนูเอาหลังพิงต้นไม้เอาไว้แล้วรู้สึกตัวได้ว่าตอนนี้หนูหนีไปไหนไม่ได้เป็นเพราะถูกรอบโดยก็อบลินทั้งที่ไล่ตามมา มองดูที่เท้าของหนูมีเลือดไหลตามรอยบาดหนูคงถูกอะไรบ้างอย่างบาด แล้วบริเวณที่หนูสะดุดขานั้นมีดาบเหล็กยาวถูกทิ้งเอาไว้ ไม่ต้องสงสัยเลยมันเป็นของก็อบลินตัวหนึ่งที่ไม่มีอาวุธตัวข้างหลังสุดแน่นอน
            
            " ทำไงดี "

            ในป่าลึกแบบนี้ไม่มีใครเขาเข้ามากันแล้ว ถึงร้องตะโกนไปก็ไม่มีใครมาช่วยอยู่ดีถึงจะมีคนมาช่วยแต่คนส่วนใหญ่ในเมืองนี้ตามล่าหนูทั้งนั้นถึงหนูจะรอดจาก ก็อบลินพวกนี้ได้แต่ก็คงไม่รอดจากพวกเขาแน่คงถูกเอาไปขึ้นเงินค่าหัวแน่ ระหว่างนั้นก็อบลินมองมาที่หนูด้วมองตาหื่นกระหาย มันทำให้หนูรู้สึกหวาดกลัวจับใจ

            "คุณแม่"

            หนูนึกถึงหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่หนูปรารถนาอยากเจอท่านมากที่สุด หนูบอกกับตัวเองเสมอว่าท่านต้องไม่เป็นไรแล้วหนูต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อพบกับท่านให้ได้แล้วเราจะได้อยู่ด้วยอีกครั้งแบบเมื่อก่อน แต่ความหวังนั้นกำลังจะสลายหายไปทุกๆครั้งที่ก็อบลินเข้ามาใกล้ๆ แม่ค่ะหนูอยากเจอแม่

            " คุณแม่!! "

            แล้วในตอนนั้นเอง

            " เฮ้ย! พวกแก "

            " กรรร.... "

            " เสร็จไปหนึ่ง "

            ก็อบลินตัวหลังสุดถูกตัดคอแล้วตายลงอย่างง่ายดายแล้วหนูก็ถูกช่วยเอาไว้โดยพี่ชายเมื่อตอนนั้นเอง....


    . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

            ณ ที่ใดสักที่ระบุไม่ได้

            "...................นี้มัน......ที่ไหน!?"

            ผมตื่นขึ้นมาก็พบว่ารอบตัวผมมองไม่เห็นอะไร ผมพยายามมองสำรวจไปรอบๆแต่วิสัยทัศน์ยังคงเหมือนเดิม  อะหรือว่า ผมตายซะแล้ว

            [ไม่เจ้าแค่สลบไป]

            อยู่ๆก็มีเสียงอันไพเราะของเด็กสาวดังออกมาจากไหนก็ไม่รู้ ผมพยายามหาต้นตอของเสียงแต่ก็ระบุตำแหน่งไม่ได้ว่ามันดังมาจากไหน

            [ สื่อสารทางจิต ไม่แปลกที่จะไม่เห็น ]

            "......อ่อครับ"  

            สงสัยเห็นผมกำลังสับสนถึงได้บอกกับมาแบบนี้

            "ที่บอกว่าผมแค่สลบไป แสดงว่าผมไม่ได้ตายใช่ไหม?"

             ผมตะโกนถามไปแบบนั้น

            [ ใช่ ]

            "ค่อยยังชั่วหน่.........."

            เมื่อผมได้ยินแบบนั้นก็กำลังจะโล่งอกอยู่แล้วแท้ๆ

            [ แค่ตอนนี้ ]
            
            "เฮ้ย!!! แช่งหรือไง"

            [ บอกตามจริง โวยวายทำไม!?]

            " ก็ต้องโวยวายซิ ความจริงแบบนี้ไม่อยากได้!!! " 
            ทั้งที่ตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นพระเจ้าที่คอยกำหนดชะตาชีวิตของผู้คนแท้ๆ ทั้งที่ตั้งเป้าไว้แบบนั้นจะมาตายก่อนได้ยังไงกันเหล่า.....แต่ว่าเป้าหมายของผมคือการเป็นพระเจ้าหรอ!? ไม่ใช่เป็นวีรบุรุษหรอกหรอ!? ทำไมไม่รู้สึกว่าเป็นความตั้งใจของผมเลยนะ...

            [ กลัวหรอ!? ]

            "ถ้าถามว่ากลัวไหมคงตอบเลยว่ากลัวแน่นอน ใครที่ไหนก็กลัวตายกันทั้งนั้นแหละ แถมยังอยากเป็นอมตะเลยด้วยซ้ำ"

            แต่เรายังไม่รู้เลยว่าในโลกที่เหมือนกับนิยายแบบนี้ถ้าตายจะเป็นยังไง ตายแล้วจะไปเกิดโบสถ์สักแห่งใกล้ๆเมืองหรือป่าวนะ

            [ไม่มี ตายคือตาย เหมือนกันทุกโลก ]

            "นั้นหรอ มันก็จริงนะ"  

            อ่านใจได้หรอ หรือเราแค่คิดไปเอง

            [ คิดไปเอง ]

            " เฮ้ย!!! อ่านใจได้ชัวร์ป้าบแน่ๆ "

            [ หนวกหู เคยตายไปแล้วแท้ๆ ]

            "..................." 

            [ โดนแฟนฆ่า น่าสงสาร ]

            "............เดียวโดนแฟนฆ่า หมายถึงชาติก่อนผมตายแบบนั้นหรอ!!! " 

            ผมรู้แค่ว่าผมตายจากโลกเก่าแต่นอกนั้นที่เกี่ยวกับตัวผมเองไม่รู้สักอย่าง แล้วผมก็ไม่ได้เล่าอดีตให้ใครด้วยแล้วหล่อนรู้ได้ไง อธิบายมานะ

            [ รู้เพราะรู้ ]

            "  ไม่เห็นเข้าใจสักนิด!!! "  

            สรุปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ทั้งเรื่องเมื่อกี้ สถานการณ์ตอนนี้ แต่ก่อนอื่นอยากรู้จังว่าหล่อนเป็นใคร 

            [ หนึ่งในทวยเทพโลกนี้ หรือ ยมทูตในโลกนั้น ]

            "อา....เออ...ทวยเทพ ยมทูต!? "

            [ อืม ยมทูต ]

            " ไม่เชื่อคงได้ซินะ  "  

            อย่าว่าแต่โลกนี้เลยต่อให้ที่โลกเก่าผมคำว่ายมทูตผมยังไม่เชื่อเลย จริงซิหรือว่าจะเป็นพวกมอนสเตอร์ประเภทปีศาจหรือสิ่งชั่วร้ายหรือป่าวนะ

            [ ยมทูตคือยมทูต ชั้นต่ำห้ามเทียบ ]

            " อย่าอ่านใจซิเฮ้ย "

            [ ขี้โวยวาย หนวกหู ]

            โอ๊ย!!!! อยากจะบ้าตาย ปวดหัวฟะ

            "ครับๆ แล้วคุณที่อ้า...ง....อุ..........เป็นยมทูต มีธุระอะไรกับผมหรอก "

            [ไม่ได้อ้าง เป็นยมทูต]

            "อืม แล้วธุระอะไ....."

            [ ยมทูต ]
            " แล้วธุระ... "
            [ ยมทูต ]


            "เข้าใจแล้ว!! ไม่ได้อ้างก็ได้ แล้วมีธุระอะไรกับผมถึงได้มาคุยแบบนี้"

            [ พูดคุย ก่อนตาย ]

            "เดียวซิบอกว่าอย่าแช่งไงเล่า! "

            [ เหมาะสม ถูกใจเลยชิงดวงวิญญาณมา แต่โดยขวางจากคำสาป อยากให้ตายก่อน จะได้ง่ายขึ้น ]

            "เดียวนะฟังแล้วผมสรุปไปเองหรือป่าวประมาณว่าผมนั้นเหมาะสมอะไรกับเธอสักอย่าง พอตายเธอเลยส่งผมมาเกิดโลกนี้ แต่โดนขัดขวางผลคือฉายาที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เพราะงั้นเธออยากให้ผมตายต้องการสื่อแบบนี้ซินะ "

            [ ใช่ ]

            " งั้นต้นเรื่องทั้งหมดถึงหล่อนเองไม่ใช่หรือไง!! "
            ทีนี้ก็เข้าใจแล้วทำไมพระเจ้าถึงอยากปฏิเสธผมเพราะผมถูกยัยนี้เอามาดื้อๆเลย

            " แล้ว...."

            [ กำลังตื่น หมดเวลาคุย ]

            "ดะเดียวพวกเรายังคุยไม่จบเลยนะ......"

            [  ใกล้ตาย ตอนนั้นได้เจอกันอีก ]

            " แล้วใครหน้าไหนอยากได้คุยกันหลังจากตา...ย............." 
            ยังพูดไม่ทันจบ วิสัยทัศน์รอบด้านก็สว่างขึ้นมาจนผมต้องหลับตาทันที.....