บทที่ 8:ทะลวงขั้นในแดนอันตราย
เสียงสัญญาณเตือนภัยและเสียงฝีเท้าของเหล่าองครักษ์ยังคงดังก้องอยู่ในจวนตระกูลหลิวตลอดทั้งคืนเฟยชินนอนนิ่งอยู่ในกระท่อมซอมซ่อของตนเขาเก็บกล่องหยกและป้ายไม้ไว้อย่างมิดชิดที่สุด ห่อมันด้วยเศษผ้าแล้วยัดเข้าไปในรอยแตกใต้แผ่นพื้นที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
เขาไม่ได้ขยับตัวไม่ได้แสดงพิรุธใดๆ เขาทำเพียงแค่ควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอหลอมรวมตัวเองให้กลายเป็ส่วนหนึ่งของความมืดและความเงียบงัน
เช้าวันรุ่งขึ้นบรรยากาศในจวนตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม เหล่าองครักษ์ลาดตระเวนหนาแน่นเป็สองเท่าทุกคนถูกจับตามอง โดยเฉพาะเหล่าบ่าวไพร่และศิษย์สายรองที่ถูกเรียกไปสอบสวนทีละคน
เมื่อถึงตาของเฟยชินเขาก็ทำเพียงแค่ก้มหน้าและตอบคำถามด้วยท่าทีที่หวาดกลัวและสับสนเหมือนทาสคนอื่นๆ
"เ้าเห็นชายในชุดดำหรือไม่?" องครักษ์ถามเสียงเข้ม
"ข้า...ข้าเห็นแต่ความวุ่นวายขอรับ"เฟยชินตอบเสียงสั่น "ตอนที่ถ้วยชาแตก ข้าก็มัวแต่ใไม่ทันได้สังเกตสิ่งใดเลย"
ดวงตาที่ว่างเปล่าและท่าทีที่ดูไร้พิษสงของเขาทำให้เหล่าองครักษ์โบกมือไล่อย่างไม่ใส่ใจในสายตาของพวกเขา เฟยชินเป็เพียงมดปลวกตัวหนึ่งไม่มีทางที่จะเกี่ยวข้องกับยอดฝีมือลึกลับคนนั้นได้อย่างแน่นอน
หลายวันผ่านไปการค้นหาอย่างเข้มข้นเริ่มซาลง แต่การป้องกันกลับหนาแน่นขึ้นโดยเฉพาะบริเวณหอคัมภีร์และคลังโอสถ เฟยชินรู้ดีว่าเขาไม่สามารถรอต่อไปได้อีกแล้วยิ่งนานวันเข้า โอกาสที่จะถูกค้นพบก็ยิ่งมีมากขึ้น
เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น!
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องใช้โอสถหลอมกายาเพื่อทะลวงสู่ขั้นต่อไปทันทีการทะลวงขั้นพลังนั้นต้องใช้สมาธิขั้นสูงสุดและจะก่อให้เกิดความผันผวนของพลังปราณรอบข้างการทำเช่นนี้ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการจุดไฟกลางทุ่งหญ้าแห้งแต่นี่คือความเสี่ยงที่เขาต้องยอมรับ
คืนนั้นเฟยชินรอจนราตรีเงียบสงัดที่สุด เขาแอบลัดเลาะออกจากกระท่อมมุ่งหน้าไปยังโรงเก็บฟืนเก่าที่ถูกทิ้งร้างท้ายจวนซึ่งเป็สถานที่ที่เขาหมายตาไว้มันอับชื้นและเต็มไปด้วยหยากไย่ แต่ก็เงียบสงบและปลอดคน
เมื่อเข้ามาข้างในแล้วเฟยชินนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นดินเย็นชืด เขาหยิบกล่องหยกออกมาและเปิดมันออกอย่างช้าๆ
ภายในกล่องบรรจุเม็ดยาสีเขียวมรกตสามเม็ด มันส่องประกายเรืองรองจางๆ ในความมืดพร้อมกับส่งกลิ่นหอมสดชื่นที่ทำให้จิตใจปลอดโปร่งออกมา นี่คือ"โอสถหลอมกายา"
เขาไม่ลังเลอีกต่อไปหยิบโอสถขึ้นมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนลงไปทันที
ทันทีที่โอสถลงสู่ท้องพลังงานอันบ้าคลั่งและเชี่ยวกรากก็ะเิออกมาราวกับเขื่อนแตก!มันแตกต่างจากลมปราณที่อ่อนโยนของเขาโดยสิ้นเชิงนี่คือกระแสธารที่รุนแรงและป่าเถื่อน มันพุ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรของเขาสร้างความเ็ปราวกับร่างกายจะฉีกขาดเป็ชิ้นๆ
"อึ่ก!" เฟยชินกัดฟันแน่นเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นทั่วใบหน้า เส้นเืปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว
เขารู้ดีว่าหากเขาไม่สามารถควบคุมพลังนี้ได้เส้นชีพจรของเขาจะถูกทำลายและเขาก็จะกลายเป็คนพิการทันที!
เขาโคจรเคล็ดวิชาเมฆาคล้อยในทันทีใช้สติปัญญาและความเข้าใจทั้งหมดที่เขามีเพื่อ "นำทาง"พลังงานที่บ้าคลั่งนี้ เขาไม่ได้พยายามจะหยุดยั้งมันแต่ใช้มันเป็ดั่งค้อนั์ที่มองไม่เห็นเพื่อทุบตีและหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา
พลังปราณไหลเวียนเข้าสู่กล้ามเนื้อกระดูก และิัของเขา สร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับที่ลึกที่สุดเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าเฟยชินจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความเ็ปและการต่อสู้เพื่อควบคุม
จนกระทั่ง...กระแสพลังที่บ้าคลั่งนั้นก็ค่อยๆ สงบลง มันไม่ได้หายไปไหนแต่ได้หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาจนกลายเป็หนึ่งเดียวกัน
เฟยชินลืมตาขึ้นอีกครั้งประกายแสงคมปลาบวาบผ่านไปในดวงตาของเขา
เขาก้มลงมองฝ่ามือของตนผิวของเขาดูเหมือนเดิม แต่เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงจากภายในเขาลองกำหมัดช้าๆ...
เปรี๊ยะ!
อากาศรอบหมัดของเขาบิดเบี้ยวเล็กน้อยและส่งเสียงดังราวกับเมล็ดถั่วที่แตกออก!
นี่คือพละกำลังที่แท้จริง!ความแข็งแกร่งที่มาจากทุกอณูของร่างกายไม่ใช่เพียงแค่พลังลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ภายในอีกต่อไป
เขาทะลวงสู่"ขั้นหลอมรวมกายา ระดับ 1"ได้สำเร็จ!
ความยินดียังไม่ทันจะเกิดขึ้นเต็มที่เขาก็ััได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง การทะลวงขั้นของเขาก่อให้เกิดระลอกพลังจางๆกระจายออกไป แม้จะเบาบาง แต่ก็อาจมีคนสังเกตเห็นได้
เฟยชินรีบเก็บของและลบร่องรอยทั้งหมดก่อนจะรีบกลับไปยังกระท่อมของตนอย่างรวดเร็ว เขาทิ้งตัวลงนอนและแสร้งทำเป็หลับสนิทพยายามเก็บซ่อนกลิ่นอายของพลังที่เพิ่มขึ้นใหม่นี้ให้มิดชิดที่สุด
เขาทำสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว...เขามีพลังมากขึ้น มีไพ่ในมือเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งใบ
แต่ปัญหาต่อไปก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า...
เขาจะทำอย่างไรกับป้ายไม้สลักลายเมฆาแผ่นนั้น? เขาจะลักลอบเข้าไปในหอคัมภีร์ชั้นสองที่ตอนนี้คงถูกคุ้มกันอย่างแ่าราวกับป้อมปราการได้อย่างไร?