เท้าเล็กๆค่อยๆย่างลงมาดูให้เเน่ใจเขาจะนอนอยู่บนเเคร่ไม้เหมือนที่เธอคิดไว้ตั้งเเต่ต้นหรือเปล่า?ดึกดื่นค่อนคืนเเบบนี้นาลินค่อนข้างเเน่ใจว่าบุญเติมจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปเเล้ว
สายตาเฝ้ามอง...จริงด้วย! ว่าที่เ้าบ่าวของเธอนอนอยู่ตรงนั้นและสายตาคมของเขากำลังจ้องมองเธออยู่เช่นกัน
"เออ...เออทำไมพี่บุญลงมานอนข้างล่างละจ๊ะ" นาลินเเทบหาเสียงของตนเองไม่เจอเขายังไม่หลับเหรอนี่
"ให้พี่อยู่ที่นี่ดีกว่าครับถ้าทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้น พี่ยินดีจะหลับนอน อาศัยอยู่ใต้เเคร่นี้ทุกวันทุกคืน"พอหลบเเดด หลบฝนได้เหมือนกันละน่า มุ้ง 4 หูก็พอปัดเปาเเมลงให้หายรำคาญใจ
"พี่บุญไม่เห็นต้องทำเเบบนี้เลยค่ะ"เสียงน้อยสั่นๆ จะปล่อยให้ชีวิตความเป็อยู่ของเขาเป็เเบบนี้ได้ไงเล่าแล้วอีกอย่างพรุ่งนี้เขาก็กำลังจะกลายมาเป็สามีของเธอเเล้ว
"พี่ขอยืนยัน ถ้ามันทำให้นางสบายใจขึ้นพี่ยินดีครับ นางไม่ต้องห่วงน่ะไม่ต้องรู้สึกกังวลอะไรทั้งนั้น...พี่อยู่ได้"
บุญเติมอยู่ได้เเต่นาลินเองที่อยู่ไม่ได้ เธอไม่ได้้าให้เหตุการณ์มันเลยเถิดมากกว่านี้
"ถ้าพี่บุญเห็นใจนางก็ช่วยกลับไปใช้ชีวิตเเบบเดิมเถอะค่ะนางไม่อยากให้ทุกอย่างมันเเย่เเบบนี้" เธอพร้อมที่จะสำนึกผิดแล้วเหตุการณ์คืนก่อนเธอไม่ได้โกรธเขาสักนิดบุญเติมไม่ได้ทำผิดเพราะนาลินเผลอไผลไปกับััหวามเ่าั้ด้วยสาวน้อยผู้สับสนกำลังโกรธตัวเองที่จัดการกับความรู้สึกไม่ได้ต่างหาก
"เเต่นางโกรธพี่ นางไม่อยากเห็นหน้าพี่นางไม่คุยกับพี่" สายตาคมไหวระริกน่าเห็นใจ
"มันไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยพี่บุญกลับไปนอนบนบ้านเหมือนเดิมเถอะน่ะ นางขอร้องล่ะ" เขาเข้าใจผิดทั้งหมด
"เเต่..."
"เเล้วก็อย่าเพิ่งถามอะไรนางตอนนี้เลยนางขอเวลาหน่อยได้ไหม?"
"ได้ครับ" บุญเติมไม่รู้หรอกว่านาลินเป็อะไรขอเวลานานเเค่ไหน แต่ครั้นได้เห็นเเววตาใบหน้าเศร้าสร้อยหัวใจของหนุ่มตังเกก็อ่อนยวบไปหมด นาลิน้าเเบบไหน อย่างไงเขายอมได้ทั้งหมดขอเเค่เป็ความ้าที่เเท้จริงของน้องนางเถอะ...พี่บุญคนนี้ยอมได้หมดทุกอย่าง
เพื่อนบ้านหลายคนมารวมตัว ช่วยกันประกอบอาหารคาวหวาน 3-4 อย่างพื้นที่โดยรอบกระท่อมริมหาดคึกครื้นด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาเกือบๆ 20 คน
“ให้ใครไปตามตาผ่องกับยายมะลิมาหรือยัง” สองผู้เฒ่าคู่ชีวิตที่ครองคู่และรักกันมานานกว่า 40 ปีพวกท่านถือเป็ผู้าุโที่ยังมีคู่สามีและภรรยาอายุยืนยาวที่สุดของเกาะสีครามนี่ก็ว่าได้นายเสริมได้เชื้อเชิญให้มาทำหน้าที่กล่าวอวยพรคู่รักใหม่เเละมาเป็เถ้าแก่ฝั่งนาลินด้วย...แต่จวนเจียนเวลาฤกษ์งามยามดีอยู่แล้วท่านทั้งสองยังไม่ปรากฏตัว
“ไปตามแล้วจ๊ะพ่อเสริม กำลังมาแล้ว ยังเวลาอีกเกือบ 20นาทีกว่าจะถึงฤกษ์”
“เออจริง” เวลาเหลือถมเถไปต่อให้มีอะไรสะดุดบ้าง ขัดข้องบ้างแต่ทุกคนก็ช่วยเหลือแก้ไขเอาไว้อย่างทันการโดยตลอด
เนื่องด้วยชาวบ้านที่มาร่วมงาน เห็นรู้จัก และเอ็นดูนาลินมาั้แ่เล็กๆ เด็กสาวอาภัพที่เสียมารดาไป่วัยรุ่นบิดาก็แต่งงานใหม่และย้ายออกไปอยู่ที่อื่น มาถึงตอนนี้เด็กตัวน้อยเติบโตขึ้นมาเป็ผู้ใหญ่และพร้อมจะเป็เ้าสาวโดยที่ได้พ่อหนุ่มบนฝั่งหน้าตาหล่อเหลา หน่วยก้านดี ขยันทำมาหากินมาเป็คู่ครองมีคนไว้ปกป้องดูแล อยู่ข้างกายก็รู้สึกยินดีด้วยจริงๆ
ถ้านารีรัตน์ผู้เป็แม่ยังอยู่...คงปลื้มใจไม่ต่างจากทุกๆคนเช่นกัน
“มาแล้ว ตาผ่องยายมะลิมาแล้วครับ” ข้างล่างร้องะโบอกขึ้นมา
“หวัดดีครับลุงผ่อง ป้ามะลิ” พ่องานอย่างนายเสริมทำความเคารพเถ้าแก่ฝ่ายบุตรสาว
“เออ...เออหวัดดีทุกคนนี่เหรอว่าที่ลูกเขยของเอ็งไอ้เสริม หน่วยก้านไม่เลว” ทั้งใทั้งแปลกใจที่รู้ข่าวว่านาลินกำลังจะแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝาเพราะเนื่องด้วยตนและภรรยาไม่รับรู้มาก่อนว่าฝ่ายเ้าสาวมีแฟน มีคนคุยอยู่ก่อนหน้า
“สวัสดีครับตาผ่อง ยายมะลิ” เ้าบ่าวไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อมได้เห็นหน้าพวกท่านก็รู้ได้ทันทีว่าทำไมพ่อเสริมจึงเลือกบุคคลทั้งสองท่านนี้มาเป็เถ้าแก่ฝ่ายเ้าสาว
ตาผ่องและยายมะลิดูเป็ผู้ใหญ่ที่ใจดีและน่าเคารพนับถือเหลือเกิน
“มาเป็เขยเกาะสีครามนะพ่อหนุ่ม ว่าแต่เอ็งชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรล่ะ”
“ผมชื่อบุญครับ ชื่อจริงว่าบุญเติม” แนะนำตนเองอย่างนอบน้อม
“เออ...ดีๆ มาเริ่มพิธีกันเลยดีกว่าทุกคนใกล้ได้ฤกษ์แล้วใช่มั้ยไอ้เสริม” ตาผ่องกล่าวขึ้นแม้ในใจจะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้าของเ้าบ่าวในวันนี้ก็ตาม...เเต่ท่านเองคิดไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหนอาจจะเป็บนฝั่งกระนู้นที่เคยเห็นผ่านตากระมัง
“ครับๆลุง” นายเสริมกล่าวพร้อมลุกไปทำหน้าที่พาเ้าสาวที่กักตัวเอาไว้ด้านล่างขึ้นมาสู่ลานพิธี้า
“เ้าสาวของเรามาแล้ว” ทุกสายตาหันไปเมียงมองตามเสียงของนายเสริมบุญเติมเองก็เป็หนึ่งในนั้น
แม่เทพธิดาในชุดผ้าไทยสีเหลืองอร่ามแก้มของเธอแดงปลั่งน่าัั ริมฝีปากเป็กระจับสีชมพูน่าจับจูบทรวดทรงองเอวก็งดงามราวประติมากรรมชิ้นเอกของโลกว่าที่เ้าสาวของเขาช่างงามเกินกว่าจะพรรณนา
“มองตาไม่กระพริบเลยน่ะเ้าบุญ” ไต๋ก๋งหยอกล้อเ้าบ่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ๋า ฮ๋า ฮ่า” และนั่นเรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากสักขีพยานได้หลายคน
“ครับ” ไอ้หนุ่มตังเกรูปงามในชุดไทยตอบรับขวนเขินกลืนน้ำลายลงคอเมื่อแม่เทพธิดาเดินดินของเขาส่งยิ้มพิมใจมาให้เช่นกัน
บุญเติมสะตั้นไปเลยวินาทีนั้น
สวย!
เ้าสาวของพี่บุญ...ช่างสวยเหลือเกิน
พิธีการต่างๆผ่านไปด้วยดี ทุก่เวลาบุญเติมพยายามตั้งสติสมาธิให้มั่น ไม่ขวนเขินไปกับความงดงามของเ้าสาวที่นั่งพับเพียบอยู่ใกล้ๆ
แต่กระนั้น...
ตึก ตึก ตึก ตึก ตึกดวงใจดวงใหญ่ก็เต้นแรงตลอดเวลาหลังเสร็จสิ้นพิธีการคู่บ่าวสาวก็เคียงคู่กันขอบคุณชาวบ้านใจดีทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยมาช่วยงานและเป็พยานรักให้แก่พวกเขาทั้งคู่
“ดูแลกันและกันให้ดีน่ะเ้าบุญเอ็งน่ะโชคดีมากที่ได้ไอ้นางไปเป็เมีย” ส่วนใหญ่จะเป็การแนะนำเ้าบ่าวผู้แปลกหน้าให้กับชาวบ้านทุกๆคนรู้จักและน้อมรับคำอวยพรดีๆที่ทุกคนมอบให้ในการดำเนินชีวิตคู่
“ครับผม ขอบคุณลุง ป้า น้าๆ มากนะครับที่มางานแต่งงานของผมกับน้องนาง”บ่าวสาวพนมมือไหว้อย่างซึ้งใจ
“เ้าบุญตามมานี่มา ถึงเวลาส่งตัวเข้าหอแล้ว”พ่อเสริมเป็คนมาตามด้วยตนเองในขณะที่เ้าบ่าวเ้าสาวกำลังส่งแขกบางส่วนกลับบ้านใน่เวลาเย็น
“ครับ/ค่ะ”
“ส่งตัวเข้าหอก่อนเดี๋ยวคนที่เหลือพ่อจะจัดการให้เอง”
ลานพื้นที่แต่งงานเมื่อเช้าถูกจัดให้เป็ฟูกนอนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเบาบาง ปลายฟูกนอนมีตาผ่องยายมะลิและไต๋ก๋งรออยู่ก่อนหน้า
“พวกเอ็งนั่งลงแล้วพนมมือว่าตามข้า” บุญเติมและนาลินกล่าวตามคำของผู้าุโก่อนนั่งนิ่งมองดูการพิธีการปูที่นอน จัดเรียงหมอน 2 ใบตามด้วยพานใส่ถุงข้าวเปลือก งา ถั่วทอง โบราณถือว่าเป็พิธีให้พร ความเจริญงอกงามรวมถึงขันน้ำฝนเพื่อให้ชีวิตคู่เย็นฉ่ำ สดชื่น จากนั้นก็ให้เ้าสาวนอนทางซ้ายฝ่ายชายนอนทางขวา
“หน้าที่ของสามีภรรยาที่ดีขอให้ท่องจำให้แม่นแล้วชีวิตคู่ของเอ็งทั้งสองจะมีแต่ความสุข” ตาผ่องกล่าว
“หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยซึ่งกันและกันน่ะลูกนะ”ตามต่อด้วยยายมะลิ
“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชรน่ะเ้าบุญหนูนาง” ไต๋ก๋งเองก็อวยพรหนุ่มสาวเช่นกัน
“ดูแลนางให้ดีน่ะเ้าบุญให้สมกับที่ข้าไว้ใจยกลูกสาวของข้าให้เอ็งดูแล”
“ครับพ่อเสริม ผมขอสัญญา ชีวิตนี้ของผมขอมอบให้น้องนางคนเดียวไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะสุขจะทุกข์ไอ้บุญคนนี้ก็จะหนักแน่นในคำสัญญาไม่เปลี่ยนแปลงครับ”
“ดี ดีมาก” นายเสริมยิ้มยินดีในคำสัญญาลูกผู้ชายที่เอื้อนเอ่ยกับท่านชาตินี้เขาคงตายตาหลับไม่มีอะไรให้ต้องห่วงอีกแล้ว
“นางก็เหมือนกันนะลูก หนูโตเป็ผู้ใหญ่มีครอบครัวเป็ของตัวเองแล้ว ให้ใช้เหตุผลเยอะๆ อย่าใช้อารมณ์เป็หลักเข้าใจที่พ่อพูดมั้ย”
“เข้าใจค่ะพ่อ” บ่าวสาวกราบแทบตักผู้หลักผู้ใหญ่พร้อมกัน
“จนกว่าจะเช้าวันใหม่ พวกเอ็งห้ามออกจากเรือนหอเป็อันขาดนะ”
“ค่ะ/ครับ”
“เ้าบุญฝากนาลินด้วยนะ อ่อ...เกือบลืมไปข้าอยากเลี้ยงหลานเร็วๆนะโว้ย” นายเสริมกระซิบประโยคนั้นให้แก่ลูกเขยได้ยินเพียงคนเดียวบุญเติมแก้มแดงลามถึงใบหูให้กับประโยคเมื่อสักครู่ของพ่อตาหมาดๆก่อนมองท่านทุกคนเดินลงไปจากเรือน เ้าบ่าวของวันนี้ยังคงนั่งนิ่งๆบนฟูกนอนจ้องมองเ้าสาวคนสวยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไม่วางตา
เขาได้แต่งงานกับนาลินเเล้วทุกอย่างเหมือนความฝันมากกว่าความจริง...แต่ขอให้เชื่อเถอะไอ้บุญทุกสิ่งอย่างที่อยู่ตรงหน้าของมึงคือความจริง 100 เปอร์เซนต์
พรหมลิขิตบันดาลให้เราทั้งสองเกิดเป็สามีภรรยากันพรหมรักที่ถูกขีดไว้ให้เป็แบบนี้
"พี่บุญมองอะไรคะ?" เสียงหวานกังวานของเ้าสาวเอ่ยถาม
"เปล่าๆครับ นางเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็มานอนเถอะเดี๋ยวพี่ขอเปลี่ยนบ้าง" ตึก ตึก ตึก ตึก ตึกบุญเติมลุกขึ้นไปเปลี่ยนหลังม่าน ก่อนที่ไม่นาน เขาจะโผล่ออกมาด้วยใจกระทึก
กรึบ กรึบ
นาลินนอนส่งยิ้มหวานอยู่บนฟูกนอนของเราสองคนเพียงแต่กลีบกุหลาบหายไปหมดแล้ว
"พี่บุญจะทำอะไรคะ?" เขากำลังยกหมอนไปไหน
"พี่ กรึบๆ พี่จะไปนอนตรงโน้นครับ" เขาชี้ไปยังที่เดิมที่ประจำที่เคยนอน
“พี่บุญรังเกียจนางหรือเปล่าคะ?” จะให้เธอคิดอย่างไร คืนเข้าหอคืนแรก สามีหมาดๆก็ขอแยกที่นอนเสียแล้ว
“เปล่าครับ เปล่าเลย พี่ไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยจริงๆพี่กลัวนางจะเป็ฝ่ายรังเกียจพี่มากกว่านางแต่งงานกับพี่เพราะความจำเป็ไม่ได้เกิดจากความรักเสียหน่อย” คนอย่างเขานี่เหรอจะรังเกียจนาลิน
ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีทางจะรังเกียจเธอ...สิ่งที่น่ารังเกียจกว่าคือตัวเขาเองเขามันไม่ดีพอ ไม่ควรค่ากับหญิงสาวตรงหน้าสักนิด
“ถ้าอย่างนั้นก็นอนด้วยกันเถอะค่ะนางไม่เคยรังเกียจพี่บุญเลย” ชายหนุ่มให้เกียรติเธอมีแต่ฝ่ายเธอเท่านั้นที่คิดลามกกับเขาการที่พี่บุญเติมยินดีช่วยเหลือเื่เถ้าแก่นำชัยที่คอยตามวอแวไม่หยุดโดยการเสียสละตัวเองมาเข้าพิธีแต่งงานก็ดีมากมายเท่าไหร่แล้ว
“นาง...” เธอไม่เคยรังเกียจเขาจริงๆเหรอนี่บุญเติมสุขใจแทบลอยขึ้นฟ้า
“นอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องเหนื่อยอีกเยอะเลย” นาลินคลุมกายก่อนนอนหันหลังให้กับเขา
กรึบ กรึบ ไอ้หนุ่มตังเกกลืนน้ำลายลงคออีกครั้งเพราะได้กลิ่นกายสาวหอมหวนยิ่งเขาขยับใกล้สอดตัวใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน กลิ่นสาวยิ่งรัญจวนจิตน่าพิศวาส...แล้วจะให้บุญเติมนอนหลับได้เยี่ยงไรระยะห่างระหว่างแม่แน่งน้อยกับแขนของเขาห่างกันแค่ขนหมา ขนแมวเท่านั้นยังไม่พอกลิ่นสาวต้องลมโรยริ้วๆเข้าัั
ใจจะขาด...
“อุ้ย! พี่บุญทำอะไรคะ?” นาลินที่ยังนอนไม่หลับเช่นกันสะดุ้งวงแขนของสามีหมาดๆ เข้ามารวบกอดเธอไว้ จนแผ่นหลังแนบชิดอกกำยำ ตึก...ตึก...ตึกหัวใจเธอแทบหลุดออกมา
“คืนนี้เป็คืนเข้าหอของเรา...พี่ พี่เออขอนอนกอดนางได้มั้ย?” เธอบอกไม่เขาก็ไม่ แต่หากนาลินอนุญาต...บุญเติมสาบานว่าจะกอดเธอไม่ปล่อยยันสว่างเลยคอยดู
“...” ไร้คำอนุญาตจากภรรยาสาวสวย ร่างบอบบางที่เกร็งและใจสั่นเมื่อสักครู่ก็ผ่อนคลายลงจนบุญเติมััได้
“งือ...งือ” นอนก่ายกอดค้างไว้อย่างนั้นอยู่นานหนุ่มตังเกลุ้นคำตอบหรือคำด่าอยู่แทบตาย กลับกลายเป็ว่าได้ยินเสียงลมหายใจแ่ๆสม่ำเสมอของเธอกลับคืนมา
“อ้าว! หลับซะแล้ว” น้องนางของเขาเหนื่อย...เพราะงานมงคลแบบเรียบง่ายก็จริงหากความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมมาทั้งวันมีไม่น้อยเลยคนตัวเล็กหลับแล้วเขาก็ถือโอกาสนี้ดึงนวลนางให้เข้ามาแนบชิดสนิทในยิ่งขึ้น
กอดเท่าที่อยากกอด
หอมเเก้มเท่าที่อยากทำ
อย่าััให้ลึกซึ้งกว่านี้...เเต่เขาต้องห้ามใจ
"พยายามสิไอ้บุญพิชิตหัวใจของน้องให้มาเป็ของมึงให้ได้ นางจ๋าพี่สัญญา พี่บุญคนนี้จะเป็เพื่อนเป็พี่ชาย เป็สามีที่ภักดี ซื่อสัตย์กับนางคนเดียวตลอดไป"
ค่ำคืนเเห่งจันทรา สามีภรรยาคู่ใหม่เข้าสู่นิทราในอ้อมกอดของกันและกัน
นี่มันทุ่งดอกลาเวนเดอร์หรือเปล่าน่ะทำไมถึงหอมรัญจวนจิตและสบายตา มองเเล้วสบายใจอย่างนี้
โอ๊ะ!ดอกลาเวนเดอร์ของเขาขยับได้ด้วย บุญเติมเบียดกระแซะไล่จับดอกไม้สวยในทุ่งกว้างราวกับว่ามันความฝันหวานของเขา
ใช่เเล้ว...เขาฝันไป!
ชายหนุ่มเปิดเผยเปลือกตาที่แสงตกกระทบก่อนจะเบิกกว้างเท่าไข่หาน เมื่อเห็นน้องนางนวลอนงค์แก้มแดงเปล่งปลั่งขยับดิ้นไปมาในอ้อมแขนของเขา
ดอกลาเวนเดอร์แสนสวยความเป็จริงแล้วคือนาลินอย่างนั้นหรอกเหรอ
“เออ...พี่ขอโทษครับ” เอ่ยปากขออภัยและปล่อยแน่งน้อยให้เป็อิสระ
“พี่บุญรีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ สายแล้ว” นอกจากภรรยาหมาดๆไม่ต่อว่าอะไรเขาแล้วเธอยังรีบเดินเขินม้วนไปยังหลังเรือนอีกต่างหาก
นาลินเปลี่ยนไปั้แ่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้ ใบหน้าบึ้งตึงของเธอหายไปชัดเจน
“หรือว่า...” บุญเติมคิดอะไรเข้าข้างตัวเองนิดหน่อยก่อนลุกขึ้นไปอาบน้ำตามคำสั่งเมีย
ร่างกายกระปี้กระเป้าจากสายน้ำส่วนหัวใจของหนุ่มตังเกชุ่มฉ่ำเพราะใบหน้าของเมียรักเขารีบประทานมื้อข้าวที่ภรรยารังสรรค์อย่างรีบเร่งหลังจากนั้นไม่กี่นาทีก็มาถึงท่าเรือพร้อมออกทะเล มุ่งมั่นในสัมมาอาชีพต่อไป
“อ้าวเห้ยเ้าบุญ เพิ่งจะแต่งงานทำไมไม่หยุดอีก 2-3วันว่ะ” ไต๋ก๋งเองเป็คนถาม
“ผมเกรงใจไต๋ก๋งครับ เพิ่งจะทำงานได้ไม่นานแท้ๆแต่มีเหตุให้ต้องหยุดงานบ่อยๆ”
“ไม่ต้องเกรงใจอะไรข้าเลย เดือนสองเดือนนี้ทางการเขาประกาศห้ามล่าปลาเล็ก ข้าต้องออกเรือใหญ่ไปไกลๆเอ็งมันพวกข้าวใหม่มัน ถ้าต้องออกเรือ 3-4 วัน ไม่ได้เห็นหน้าเมียเลยจะทนได้หรือว่ะ”
“...” บุญเติมไม่ตอบแต่ส่ายหน้าไปมาตามความคิดของตัวเอง แค่คิดว่าจะไม่ได้เห็นนาลินเกิน 24 ชั่วโมง...เขาก็แทบจะร้องไห้แล้ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าบุญของเรา เอาอย่างนี้เอ็งกลับไปอยู่กับเมียให้หายคิดถึงก่อน อีก 5 วันเราจะออกเรือกันอีกครั้งถึงตอนนั้นเอ็งค่อยออกเรือไปกับข้า” ไต๋ก๋งและลูกเรือหลายคนเคยแต่งงานกันทั้งนั้น่เวลาแบบนี้พวกเขาเข้าอกเข้าใจไอ้หนุ่มหน้ามนเป็อย่างดี
“ขอบคุณมากครับไต๋ก๋ง” บุญเติมพนมมือไหว้
“ไม่เป็ไรเ้าบุญ เออ...จริงสิ นี่หอยนางรมสดๆเอ็งเอาไปต้มยำทำแกงเอาน่ะ จะได้ปึ้งปึ๋งไงว่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ผู้าุโเมตตามอบหอยนางรมถุงโตๆสรรพคุณเพียบให้ลูกเรือคนใหม่ไปอีก จนเ้าบ่าวหมาดต้องไหว้ขอบคุณอีกหลายๆครั้ง
"พ่อเสริมสวัสดีครับ"บุญเติมไหว้ทักทายพ่อตาที่เจอกันระหว่างทางกลับกระท่อมริมหาด
"เอ็งไปไหนตั้งเเต่เช้าว่ะเ้าบุญ"ถามไปเดินไป
"ผมจะไปทำงานครับเเต่ไต๋ก๋งอนุญาตให้หยุดต่ออีก 5 วัน"
"โว้ะไอ้นี่ เพิ่งเเต่งงานเเท้ๆ จะขยันไปถึงไหนอยู่บ้านอยู่ช่องกับเมียนานๆหน่อยไม่ได้เหรอว่ะ"
"ผมก็อยากอยู่กับนางครับพ่อเสริมเเต่เกรงใจไต๋ก๋งเเละเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ" กลัวว่าจะกินเเรงพี่น้องชาวเรือด้วยกันยังไงล่ะ
"เออๆ เเต่ไต๋ก๋งให้หยุดยาวเเบบนี้ก็ดีหน่อยเเล้วนี่ถุงอะไรของเอ็งว่ะเ้าบุญ" มองกระสอบใบย่อมที่ลูกเขยเดินถือมาจากท่าเรือ
"หอยนางรมครับพ่อเสริม ไต๋ก๋งท่านให้มา"อยู่ๆใบหน้าของพ่อหนุ่มตังเกก็เเดงเปล่งปลั่งเพราะทั้งไต๋ก๋งเเละเพื่อนร่วมงานต่างเเซวเอาไว้หนาหูหากเขาทานเ้าหอยสีขาวเปลือกเเข็งพวกนี้ไปหมดทั้งกระสอบมีหวังว่านาลินคงไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเป็เเน่
เเซวเเรงไปหรือเปล่า?
"ไม่ต้องเขินเ้าบุญข้าก็เป็ผู้ชายเหมือนกับเอ็ง อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะอยากเป็ตาเลี้ยงหลานตัวเล็กๆเเล้วเว้ย"นายเสริมตบบ่าหยอกล้อลูกเขยอย่างชอบใจ
"เออ..."สายตาหลุกหลิกของไอ้ลูกเขยเศรษฐีช่างดูมีพิรุธ อย่าบอกน่ะว่า...
"โว้ะ! ไอ้เ้านี่เอ็งโง่หรือเปล่าว่ะ...เอ็งยังไม่ได้เข้าหอจริงๆจังๆกับลูกสาวข้าใช่ไหม?"นอกจากสมองเสื่อมแล้ว ทำไมบุญเติมมันถึงได้ซื่อบื้ออย่างนี้ว่ะ
"ยังครับพ่อเสริม" ครานี้ตอบเสียงอ่อย
"เกิดเป็ลูกผู้ชายน่ะไม่ต้องอายเมียผู้หญิงถ้าไม่รักไม่ชอบเขาไม่ยอมเเต่งงานกับเอ็งง่ายๆหรอกเ้าบุญเอ๊ย"ใบ้ซะขนาดนี้เเล้ว ถ้ามันจะโง่ ซื่อบื้ออีก
นายเสริมเองก็จนปัญญา
“นาง นางเอ๊ย หาน้ำหาท่ามาให้พ่อหน่อยเร็ว” คนแก่ไม่ได้เหนื่อยกาย แต่มันเหนื่อยใจอีกต่างหากตะล่อมฝ่ายชายไปแล้วแต่หากให้ดีต้องพูดคุยกับลูกสาวตนเองด้วย
นายเสริมค่อนข้างมั่นใจว่าเด็กทั้งสองมีใจให้กันถึงได้ตอบตกลงแต่งงานกันโดยง่าย...แล้วตอนนี้มันติดปัญหาอะไรอยู่
หรือเขาคิดผิด...นาลินไม่ได้มีใจให้กับมัน
“น้ำฝนเย็นๆค่ะพ่อ” นาลินลงมาจากเรือนพร้อมขันน้ำใบโต
“เออ...นั่งลงก่อน พ่อมีเื่จะคุยกับลูกหน่อยเ้าบุญส่วนเอ็งจะไปทำอะไรก็ทำน่ะ ข้าจะคุยกับลูกสาวข้าหน่อย”
“ครับพ่อเสริม” ลูกเขยผู้ว่าง่ายรีบขังหอยนางรมไว้ในโอ่งก่อนพาตัวเองปลีกออกไปทำงานอย่างอื่น งานบ้านต่างๆ ศรีภรรยาทำคอยท่าไว้หมดแล้วคงเหลือแต่งานสวน งานไร่เล็กๆที่เธอเพิ่งเริ่มลงมือจริงจัง่วัน สองวันนี้
“นาง”
“ขาพ่อ”
“พ่อถามเอ็งตรงๆเลยนะที่เอ็งยอมแต่งงานกับเ้าบุญมันเพราะพ่อไปเ้ากี้เ้าการชีวิตของลูกมากไปหรือเปล่า?”ให้รู้ไป จะออกหัวหรือก้อย
“เออ...เออคือว่า”
“พ่อทำให้ลูกลำบากใจหรือเปล่าลูก ชีวิตคู่มันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็คู่ จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเต็มใจอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกนะมันต้องมาจากทั้งสองฝ่าย ถ้าหนูไม่เต็มใจก็บอกพ่อมาตรงๆพ่อจะจัดการแก้ไขปัญหาให้ลูกเอ็ง เฮ้อ...” นายเสริมถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มนี่เขาคิดผิดมาตลอดหรือเปล่า
คิดไปคนเดียวหรือเปล่าว่านาลินจะมีความสุขกับสมบัติพัศสถานของเ้าลูกชายมหาเศรษฐีนั่นคนเป็พ่อชอบเงิน ชอบความร่ำรวย แต่ลูกสาวอาจจะไม่ชอบด้วยก็ได้นี่น่า
“พี่บุญเป็คนดีค่ะ ช่วยเหลือนางตลอดพี่บุญห้ามเสมอไม่ให้นางยกของหนัก กับข้าวก็ชอบหาแต่ของดีๆมาให้ทานส่วนพี่แกจะชอบทานผัก บอกว่ามันอร่อยเเละมีประโยชน์ แต่นางรู้นะพ่อ พี่บุญคงอยากให้นางได้ทานเนื้อทานปลาเยอะๆ” ั้แ่แม่ตายไปนาลินใช้ชีวิตตามลำพังมาโดยตลอด ไม่เคยได้รับความห่วงใย ใส่ใจมากมายแบบนี้เลยแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆก็ตาม
ฟูกนอนบ้างครั้งสามีหนุ่มของเธอก็เป็คนเก็บให้ส่วนฟูกนอนอีกเช่นกัน เขาปูคอยไว้ตลอดใน่ที่เธออาบน้ำ มันเป็เเบบนี้มาตลอดตั้งเเต่ที่เขาก้าวเข้ามาอาศัยชายคาเดียวกันกับเธอมีอีกหลายๆเื่ที่เป็เื่เล็กน้อย แต่เขากลับใส่ใจจนเธอเองยังคาดไม่ถึง
“พ่อคงเป็พ่อที่แย่มากเลยใช่ไหมลูก” นายเสริมจุกไปกับคำพูดของลูกสาวก่อนหน้านี้เขาเป็พ่อที่ไม่ได้เื่สำหรับลูกเลยจริงๆ
“นางไม่ได้หมายความอย่างนั้นเลยนะพ่อ” บิดามีครอบครัวใหม่ จำเป็ต้องอยู่และใส่ใจกับครอบครัวใหม่เหมือนกันเื่นี้นาลินทราบดี ท่านมีความสุข ลูกอย่างเธอก็มีความสุขด้วยเสมอ
“พ่อรู้ว่าเ้าบุญมันดูแลลูกสาวของพ่อดีแถมยังดูแลดีกว่าพ่อคนนี้ด้วยซ้ำ พ่อก็ดีใจแล้วลูก ดีใจมากๆจริง”
“ค่ะ พี่บุญดูแลนางอย่างดี พ่อไม่ต้องเป็ห่วงน่ะนางไม่ได้ฝืนใจใดใดเลยเื่การแต่งงาน และต่อไปนี้นางจะดูแลรักษาครอบครัวใหม่จะดูแลพี่บุญอย่างดีให้สมกับที่พี่เขาเอาใจใส่นาง” เป็ฝ่ายเธอเองที่ยังทำหน้าที่ของภรรยาไม่ดีพอทั้งๆที่บุญเติมทำหน้าที่ทุกอย่างอย่างดีก่อนหน้าที่เราจะแต่งงานกันด้วยซ้ำ
“เออๆ ดีแล้ว พ่อได้ยินแบบนี้ก็สบายใจคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกเ้าบุญมันมาเป็ลูกเขย” สองคนพ่อลูกพูดคุยสารทุกข์กันต่อไปอีกไม่นานก่อนที่นายเสริมจะขอตัวกลับก่อน
ตะวันตรงหัว
“พี่บุญ พักดื่มน้ำเย็นๆก่อนสิคะ” บุญเติมส่งยิ้มให้สาวสวยในชุดทำงาน ก่อนที่เขาจะวางจอบเสียมแล้วเดินไปหาเธอ
"ทำไมไม่สวมหมวกครับ" เขาถอดหมวกของตัวเองก่อนใส่ไว้บนศีรษะของเธอ
"ออกมาเเค่เเปลบเดียวเองค่ะ"
“แปบเดียวก็ต้องใส่รู้มั้ย อ่าน้ำเย็นชื่นใจจริงๆด้วย เออ...” ดื่มน้ำยังไม่ทันจะเสร็จก็ต้องแปลกใจ ร้องอุทานออกมา ผ้าเย็นผืนน้อยในมือของหญิงสาวแปะเช็ดคราบเหงื่อไคลที่หยดย้อยจากใบหน้าของเขา
“นาง ขอบคุณนะครับ” ชื่นใจ...แบบนี้ให้ขุดดินสักสิบไร่ไอ้บุญคนนี้ก็สู้ตาหยิบ
“เหนื่อยไหมคะ ร้อนหรือเปล่า” เขาดูเเลเธออย่างดีเมื่อโอกาสมาถึงนาลินก็อยากตอบเเทนเขาบ้าง
“แค่นี้สบายมาก แต่วันต่อๆไปที่พี่ต้องออกเรือนางห้ามมาทำสวนกลางแดดร้อนๆแบบนี้น่ะ ทำ่เช้าหรือ่บ่ายแก่ๆดีกว่า”
“ค่ะ นางจะไม่ทำงานกลางแดดจ้าๆแบบนี้ก็ได้” มันเหนื่อยง่ายมากจริงๆ เธอเคยลองแล้ว
“ดีมากครับ พี่ไม่อยากให้นางไม่สบายไม่อยากให้ผิวขาวๆเหนียนๆของนางเสียด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นพี่บุญไปพักน่ะเดี๋ยวนางไปเตรียมข้าวเที่ยงไว้ให้” นี่เป็วันแรกเลยกระมังที่นาลินพูดคุยกับเขายาวนานที่สุด
พ่อเสริมพูดคุยอะไรกับเธอกันน่ะ...ทำไมถึงหญิงสาวเปลี่ยนไปมากขนาดนี้บุญเติมเก็บความสงสัยไว้ข้างใน
“นางกลับเข้าไปในบ้านก่อนเถอะเหลือกลบดินแปลงผักกาดอีกนิดหน่อยก็จะเสร็จแล้ว”
"เเต่ตอนนี้เเดดมันร้อนมากน่ะพี่"เวลาเที่ยงถึงบ่ายสอง เป็่ที่หนักสุดๆ
"เดี๋ยวพี่จะรีบตามไป"
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวขานรับเขาเองเป็คนห้ามไม่ให้เธอทำงานกลางแดดจัดๆแท้ๆตอนนี้ก็เที่ยงตรงพอดีฝ่ายเ้าตัวยังทำงานกลางแดดจัดอยู่ได้
เขามีสิทธิ์ห้ามเธอ...เป็ห่วงเธอ
แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าเธอก็เป็ห่วงเขาเหมือนกัน
บุญเติมรีบจับจอบกลบดินแปลกผักกาดขาวของเมียรักด้วยรอยยิ้มร่าเต็มหน้า...ไม่ได้รู้เลยว่าถูกเมียงอนเข้าแล้วเต็มๆ
เมนูเที่ยงนี้เป็ข้าวผัดไข่ร้อนๆทานกับหอยนางรมสดๆ + น้ำจิ้มซีฟูดส์เเซบซี๊ดถึงใจ
"เนื้อหว้านหวาน นางทานตัวนี้ดูนะตัวใหญ่มาก" บุญเติมเเงะฝา ตักราดน้ำจิ้มพอประมาณ
"เราทานสดๆเเบบนี้ได้เลยเหรอคะ"เป็ลูกชาวเล บ้านอยู่ห่างจากทะเลไม่ถึง 30 ก้าว เเต่เชื่อมั้ย?นาลินไม่เคยได้ทานเ้าหอยนางรมที่ว่านี่เลย
"ใช่ครับ ปกติต้องทานสดๆเเล้วราดน้ำจิ้มตามอย่างนี้ ลองสิ ลองทานดู" บุญเติมเฝ้าลุ้นคำเเรกที่หญิงสาวทานของอร่อย
"หืม...ไม่คาวเลย มีรสชาติหวานๆหน่อยๆค่ะพี่บุญชอบทานเหรอคะ?"
"ไม่รู้สิ เเต่เซ้นต์ของพี่บอกว่าพี่ต้องเคยทานหอยนางรมนี้มาก่อนเเน่นอน"
"พี่บุญจำเรื่างราวเมื่อก่อนได้บ้างเเล้วหรือยังคะ?"พูดเื่นี้เเล้วเธอก็สงสัย เมื่อก่อนนาลินไม่กล้าถามหรอกกลัวว่าจะยุ่งเื่ส่วนตัวของเขามากเกินไป
"ทำไมเหรอครับ นางอยากให้พี่จำเื่ราวในอดีตได้อย่างนั้นเหรอ?"บุญเติมชอบ ชอบเวลาที่เราได้พูดคุยกันอย่างนี้ชอบที่ได้นั่งจ้องตาเธอ
"ก็ ก็เออ...เออก็เออนางอยากรู้ว่าพี่บุญรู้จักนางได้อย่างไร เราเคยเจอกันที่ไหน ทำไมทำไมพ่อถึงบอกว่า...เออ..." พูดมาถึงตอนนี้นาลินหน้าเเดง เเก้มเเดงความเเง่งอนสามีที่สวนผักก่อนหน้าสูญหายไปหมดสิ้น
"ทำไมพ่อเสริมถึงบอกว่าพี่ชอบนาง...อย่างนั้นใช่ไหมครับ"
“ถึงพี่ยังจำอะไรไม่ได้แต่พี่มั่นใจว่าเมื่อก่อนพี่รักนางมากแน่นอน"ไม่อย่างนั้นเขาจะหัวใจเต้นแรงทันทีที่ได้เห็นหน้าน้องนางนวลอนงค์หรือไง
เมื่อมาอาศัยด้วยกันความคุ้นชินเริ่มบังเกิด นาลินไม่ได้มีดีแค่ใบหน้าสวยหวาน หากแต่เป็กิริยามารยาทความกตัญญูและความขยันขันแข็ง คำพูดจาเพราะเสนาะหู รสมือในการทำอาหารเเสนอร่อยความมีน้ำใจที่เขาประจักษ์ สิ่งเหล่านี้ต่างหากเล่าที่พิชิตดวงใจดวงโตของบุญเติมได้อยู่หมัด
“พี่บุญ” สาวน้อยครางเสียงแ่เมื่อกี้นี่เธอไม่ได้หูฝาด ‘รัก’ เขาบอกว่าเขารักเธออย่างนั้นเหรอ
“ครับ นี่ครับ” บุญเติมยิ้มเเย้มพร้อมส่งหอยนางรมสดๆมอบให้ภรรยาคนสวยอีกฝา ฝากนาลินเผลอส่งค้อนวงเล็กเข้าให้ เธอกำลังตกตื่นตื่นเต้นอยู่แท้ๆ
เเต่เขาดันส่งของกินมาให้เห็นเธอเป็คนเห็นแก่กินหรืออย่างไรกัน...กระนั้นหญิงสาวก็รับเ้าหอยเปลือกแข็งมาโดยดี เธอชักจะติดใจในรสชาติของมันแล้วสิ มีคำแรกก็ย่อมมีคำที่สอง สาม สี่ ตามมา