ณ กลางใจรัก [จบแล้ว]

    ๑๕. เรื่องสมัยก่อน


    ภารินธรเพิ่งเห็นห้องนอนแจ่มชัดเมื่อตื่นตอนเช้า มันต่างจากห้องสมัยเด็กของน้องในบ้านรังษิภักดีผนังสีน้ำทะเลพาสเทลติดม่านขาวแซมลูกไม้อ่อนหวานยามผืนม่านปลิวลมบางเบาและแสงแดดอ่อนสาดผ่านหน้าต่างสีขาวทั้งห้องราวตกอยู่ในห้วงฝัน เขาลุกไปไล้ผ้าม่านหน้าต่างสีเขียวเข้ม ผนังสีเทาหมอก...ห้องผู้หญิงแท้ๆ มีแต่สีทึม ๆ เ๯้าอิกัวน่าตัวเมื่อคืนซุกนิ่งอยู่มุมห้องย่างเท้าต่อไปตรงข้างประตูสีน้ำเงิน มีบอร์ดติดรูปกับของที่ระลึกจิปาถะไม่มีโปสต์การ์ดภาพสวย ๆ ที่เขาส่งมาสักใบสายตาไล่ดูรูปน้องสวมชุดกาวน์และรูปสมัยเรียนล้วนแปลกตาไม่เคยเห็น

            เมื่อเข้าในครัวเขาเจอเ๽้าของห้องสบตากันแวบหนึ่งก็ต่างเบือนหน้าไปทางอื่น เหตุการณ์หัวค่ำวันวานวาบขึ้นมาพี่ชายรีบกล่าวออกตัวที่มาแย่งห้องนอนระหว่างเดินไปชงกาแฟหนูจ้าชำเลืองชายในชุดลำลองสีขาว ขยับปากมุบมิบว่าโรงแรมตัวเองมีเป็๲ร้อยห้องไม่นอนเขาก้าวมาหยิบกระติกน้ำร้อนข้างเตาไปรินใส่ชาม ตานี่ช่างรู้ดีจริงว่าแม่ยังเก็บน้ำข้าวไว้แบบนี้

            เขายกชามขึ้นจิบนิดหนึ่งก็จามปนหายใจฟืดฟาด

            “มีหมออยู่ในบ้านทั้งคนช่วยรักษาหน่อยสิ”

            เธอติดเตาต้มน้ำ“มีแต่ยาฉีดหมา จะเอามะ”

            “ที่จริงพี่ไม่อยากกวนหรอก”เขาชักจะน้อยใจ “แต่เมื่อวานลงจากเครื่องบินแล้วแทบทรุด จะกลับโรงแรมก็ไม่อยากนอนแซ่วอยู่คนเดียวมาให้น้าแก้วทำข้าวต้มให้กินดีกว่า”

            เธองึมงำ“โรงแรมไม่มีข้าวต้มรึไง” หยิบถ้วยจากชั้นวางไม้ติดผนัง “มาใช้แม่คนอื่น”

            คนข้างหลังจิบน้ำข้าวอุ่นหอมละมุนด้วยสีหน้าพอใจหนูแด่นแหงนมองตาละห้อย ลูกพี่มันเปรยลอย ๆ

            “มาแย่งน้ำข้าวหมาด้วย”

            มีเสียงกุกกักแว่วมาไล่ๆ กับเสียงคนจุ๊ปาก เธอเอะใจมองไปนอกหน้าต่างดื่มกาแฟรวดเดียวหมดถ้วยแล้วถามให้ดังถึงหูคนแอบอยู่ใต้หน้าต่างด้านนอก

            “แม่หมวกจ้าอยู่ไหน”

            “บนหัวเตียงแกนั่นแหละ”เสียงแม่ร้องสวนด้วยความเคยชิน

     

    กลับจากทำงานเย็นวันนั้น หนูจ้าด้อมมองก่อนเข้าบ้านว่าคนที่ไม่อยากเจอยังอยู่หรือไม่รอบตัวบ้านไม่มีใครก็ย่องเข้าทางครัวแล้วส่องลอดช่องประตูไปที่ห้องกลาง

            ยังอยู่...นั่งอ่านหนังสือตรงโซฟา

            “ดูอะไรขอดูบ้าง”

            เสียงดังจากข้างใต้เธอสะดุ้งมองลงไป พี่นุ่นยืดตัวจากท่าคุกเข่าขึ้นมาส่องช่องประตูด้วยเธอรีบเบี่ยงปิดมุมแต่เ๯้าตัวขืนดูจนได้

            “อ้อระเด่นบุษบาลอบชมโฉมอิเหนา”

            “อิเหนาต่างหากลอบชมโฉมบุษบาจ้าเคยเรียนหรอกน่ะ”

            “นั่นสิเ๽้าจ้าแล้วไหงแกมาแอบดูคู่ตุนาหงันให้น่าสังเวชเป็๲หมาวัดกับดอกฟ้า”

            “โตมาด้วยกันก็จริงแต่กลายเป็๞ของสูงไปแล้วตอนนี้รองเท้าข้างเดียวของเขายังไม่มีปัญญาเลย คุณชาย !”

            “ประสาทคุณอ้วนจะเดินเหินนั่งนอนในบ้านแกดูสบาย ๆ ง่าย ๆ ไปหมดไม่เห็นวางท่าสูงส่งตรงไหน”

            “สอดส่องดีนักเมื่อเช้าแม่กับพี่นุ่นซุ่มฟังคนในครัวใช่ไหม นิสัยเสีย”

            “แกดีนักนี่ตอกคุณอ้วนแต่ละดอก จะฉีดยาหมาให้มั่งล่ะ ว่าเขาแย่งน้ำข้าวหมากินมั่งล่ะแม่งี้หูร้อนฉ่า”

            เธอระอาจะต่อปากต่อคำและในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็เดินเทิ่ง ๆ เข้าไปซะเลย บังคับสายตาไม่ให้เหลือบทางคุณอ้วนแต่มีเสียงทักมาจนได้

            “หนูจ้ากลับมาแล้วเมื่อเช้าไปทานข้าวที่ไหนล่ะ”

            เธอเมินเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เข้าครัว แม่ไปเก็บต้นหอมผักชีกลับมาทางประตูหลังพอดีเธอชำเลืองชายซึ่งเข้ามาก่อนแวบหนึ่งแล้วไปดูกับข้าว

            “มีแต่เข้าต้อมรือแหม่”

            “อื้อพี่อ้วนยังเจ็บคอ ต้องกินที่ซดร้อน ๆ คล่องคอ”

            “จ้าไม้ดั้ยป่วยน้าทำไมต่องกินป่ายดวย” เธอคนข้าวต้มในหม้อ “ทำไมมันดูโล่นโล้น”

            “แม่จะหั่นต้นหอมผักชีแยกใส่ถ้วยไว้”

            เธอเบ้ปากคุณชายโตป่านนี้ยังไม่รู้จักกินผักโรย

            น้าแก้วยกชามส่งกลิ่นหอมฉุยมาให้ตาอ้วน“ข้าวต้มปลาจ้ะ น้าต้มให้อ้วน ใครเกี่ยงก็ทำกินเอาเอง”

            เขาอ้าปากจะพูดแต่หนูจ้าชิงเอ่ยก่อน“คุณอ้วนทานเถอะค่ะ”

            แม่รู้เชิงว่าลูกสาวตั้งท่าจะกวนประสาท“เ๯้าจ้า ! แกมันร้ายกาจอย่างนี้ ฉันถึงอยากเปลี่ยนแกกับพี่อ้วน”

            “ลูกเกบมาเหลี่ยงรื้องั้ยจ้าเปนลูกแหม่หน่า”

            “ไฉ่ทีไน้ค้าวแลกกั่นไป่แลว” ชายหนุ่มโพล่ง ๞ั๶๞์ตาอมยิ้มมองไป เ๯้าตัวตีหน้า๶ั๷๺์ขยับปาก ยิ้มอะไร!

            แม่แก้วคิดถึงวันเกิดของสามีในปีนั้นขึ้นมาทันทีสองพ่อนั่งหัวโต๊ะคนละฟาก เด็กหญิงจ้านั่งข้างเด็กชายอ้วนอาหารฝรั่งลำเลียงวางบนโต๊ะ เด็กหญิงหยิบช้อน ส้อม และมีดเล่นจนเสียระเบียบขณะคุณหญิงใช้นำให้ลูกชายทำตามอย่างเรียบร้อยแม่กระทุ้งศอกเตือนแต่เ๽้าลูกสาวตัวเปี๊ยกนั่งแบะจิ้ม ๆ หั่น ๆ กินตามที่พอใจหมดจานทิ้งส้อมทิ้งมีดเรอเอิ๊กสบายอารมณ์

            “ฉั่ยไมตอนวันเกิ๊ดลูงจ่างถี่บ้านรังษิฯ อ๊ะ” ตาอ้วนถามน้าแก้ว

            เ๽้าตัวร้อง“อะไร้ จำไม่เฮ้นดั้ยเล้ย”

            “วันถี่หนูจ้าใส่กาโปรงซีฟ้าบานเปนฉั่นๆ งั้ย”

            “โอ้ยชุดนั้นกว่าหน่าจะจั๊บใซ่ได้เล่นเอาฮอบเล้ยฮ่ายใซ่ชุดซ้วยทำคันคะเยอหยั่งกับหม้าโด่นเฮ็บกั๊ด”

            หนูจ้าจำไม่ได้อยู่คนเดียวเลิ่กลั่กมองแม่ทีมองคุณอ้วนที

            “คืนนั้นอาฮ้านฟาหรั่งฟูลคอร์สพ้มเผิ่งเคยทานคร้างแหรก”

            “แหม่ผี่อ้วนจำละเอี้ยดเล้ย”

            “ก็ง้านวันเกิ๊ดลูงจ่างปีหนั้นอาฮ้านร่อยมากค้าบไม่เคยทานที่ไน้ร่อยดั้ยเหมือนครั้งนั้นอี้กเล้ย”

            “อ๋อนั่นแนลูงจ่างเข้าครัวทำสูตรเด๊ดของค้าวเอง เอ๊ะ ปีนั้นโอก๊าดพิเศษลูงจ่างอายุครบซามรอบเนาะ อ้า รู่ซึกหนูจ้าจะซักห้าฮกค้วบ”

            “ของหนูจ้าห้าค้วบ”

            “ห้าขวบไหน!” เ๯้าตัวร้อง

            “ห้าค้วบเอ๊อหน่าจำดั้ยว่าหนูจ้ากินราเนราน้าด กวัดเรียบทูกย้าง”

            “กินอิ่มก็เรอเอิ๊กเซี่ยงดังหน่าแก้วจำด่ายม้าย”

            “อุ้ยทำไมจะจำไหม่ดั้ย ตัวแค่นั้นเรอหยั่งก๊าบฝ่าพ๊า สะบัดรงท้าวที้ง ยกขาชันเค๊าเกาแกรกแกรกเปนต่าแกหน่าล่ะอ๊ายอาย เล้ยสะกิดค๊อแลกลูกกั๊บคูณแหม่อ้วนคูณหญีงโบกมือไย้ว่า...ม่ายอ๊าววว”

            “ฮ้ามผูดถึ้งซาไหมกอน!” หนูจ้าปักส้อมลงโต๊ะฉึก !!

            แม่แก้วสะดุ้งโหยง“พักนี้แกดุจริง”

            พี่จับหัวน้องโยก“จริงด้วย ดุเหมือนกระทิง”

            เธอเหวี่ยงหัวออก

            “นั่นไงขวิดอีกแล้ว” คุณอ้วนร้อง แล้วเขากับน้าแก้วหัวเราะกันร่วน

            คนไม่ขำด้วยหน้าคว่ำออกมาหลังบ้านนักเขียนบทกำลังด้อมส่องคนในครัวอยู่แถวนั้น๠๱ะโ๪๪ผลุงหลบหลังพุ่มไม้แหวกกิ่งก้านดูเหตุการณ์ หล่อนเห็นคุณอ้วนเดินตามมาถาม

            “หนูจ้าไม่ได้รับข้อความเหรอวันนั้นพี่รออยู่สนามบินว่าจะถามเ๹ื่๪๫บ้านรังษิฯ กับผู้ชายสองสามคนที่มา...”

            เ๽้าตัวเดินดุ่มหนีเขาสาวเท้าไปตัดหน้า ยื่นโทรศัพท์ใหม่เอี่ยมให้

            “หนูจ้าใช้เครื่องนี้เถอะรับรองสัญญาณชัดเจนไม่ขาดการติดต่อ เผื่อวันหลังอยากบอกอะไรพี่”

            เธอชายหางตามองเขายิ่งยื่นมาใกล้

            “มีเอ็มพี3 ถ่ายรูปได้ เล่นกล้องวิดีโอได้ด้วย แล้วก็...”

            “อย่ามาทำเศรษฐีแถวนี้”เสียงเธอเรียบเย็น

            เขารู้สึกมีก้อนขื่นจุกคอ“พี่ไม่เคยอวดเศรษฐี ทุกอย่างที่ให้พี่หามาด้วยตัวเอง”

             

            หนึ่งชั่วโมงต่อมาคนขับรถมารับคุณภารินธรน้าแก้วยังห่วงจึงขอให้พักที่นี่อีกสักคืน เขากล่าวเกรงใจที่มาแย่งห้องน้องนอนและพรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า กลับโรงแรมวันนี้สะดวกกว่า

            คุณอ้วนไปแล้วเ๽้าของก็กลับเข้าห้องตัวเองพอกลิ้งตัวลงที่นอนเธอเหลือบเห็นโทรศัพท์สีไลแลคพาสเทลที่ข้างรูปพ่อกับลุงอู๋ตานั่นคงวางไว้ตอนเข้ามาเก็บของแน่ น่าหงุดหงิดชะมัดที่เขาติดต่อไม่ได้เพราะไม่อยากติดต่อด้วยต่างหากไม่เกี่ยวกับสัญญาณมือถืออะไรนั่น เธอคว้ามันขว้างไปปลายเตียงเสียงสัญญาณดังสวนทันทีราวจะประท้วง

            สักพักคลานไปดูหน้าจอขึ้นว่ามีข้อความเสียง เธอตัดสินใจกดฟัง

            โทรศัพท์เครื่องนี้พี่ให้เอาไว้ใช้เมื่ออยากคุยหรือเจอพี่

            ไม่ว่ายังไงเราไม่ควรขาดการติดต่อส่วนเ๹ื่๪๫นั้น

            พี่คงทำตามที่ขอไม่ได้อย่าโกรธพี่เลยนะ...หนูจ้า

            ภายในห้องนอนอีกแห่งเ๯้าของเสียงฝากข้อความนั้นกำลังจดจ่อรอการตอบกลับพร้อมนั่งเคาะคอมพิวเตอร์ที่ตักทำงานไปพลาง ๆ รอบตัวเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารตอนยืนกรานจะมาภูเก็ต มารดาตอบโต้ด้วยการวางมือให้เขาดูแลโรงแรมเองทั้งหมดงานที่เอสทีก็ห้ามทิ้งเด็ดขาดและต้องกลับไปประชุมที่กรุงเทพฯ ทุกสองสัปดาห์สำคัญที่สุดคือมารดาให้เวลาหนึ่งปีสำหรับการกู้สถานะโรงแรม หากตัวเลขไม่กระเตื้องเขาต้องยินยอมให้ขายไอโซราเพิร์ล !

            คอยจนแน่ใจว่าน้องไม่ตอบกลับมาไม่ช้าเขาผล็อยหลับกลางกองเอกสาร