ภารินธรเพิ่งเห็นห้องนอนแจ่มชัดเมื่อตื่นตอนเช้า มันต่างจากห้องสมัยเด็กของน้องในบ้านรังษิภักดีผนังสีน้ำทะเลพาสเทลติดม่านขาวแซมลูกไม้อ่อนหวานยามผืนม่านปลิวลมบางเบาและแสงแดดอ่อนสาดผ่านหน้าต่างสีขาวทั้งห้องราวตกอยู่ในห้วงฝัน เขาลุกไปไล้ผ้าม่านหน้าต่างสีเขียวเข้ม ผนังสีเทาหมอก...ห้องผู้หญิงแท้ๆ มีแต่สีทึม ๆ เ้าอิกัวน่าตัวเมื่อคืนซุกนิ่งอยู่มุมห้องย่างเท้าต่อไปตรงข้างประตูสีน้ำเงิน มีบอร์ดติดรูปกับของที่ระลึกจิปาถะไม่มีโปสต์การ์ดภาพสวย ๆ ที่เขาส่งมาสักใบสายตาไล่ดูรูปน้องสวมชุดกาวน์และรูปสมัยเรียนล้วนแปลกตาไม่เคยเห็น
เมื่อเข้าในครัวเขาเจอเ้าของห้องสบตากันแวบหนึ่งก็ต่างเบือนหน้าไปทางอื่น เหตุการณ์หัวค่ำวันวานวาบขึ้นมาพี่ชายรีบกล่าวออกตัวที่มาแย่งห้องนอนระหว่างเดินไปชงกาแฟหนูจ้าชำเลืองชายในชุดลำลองสีขาว ขยับปากมุบมิบว่าโรงแรมตัวเองมีเป็ร้อยห้องไม่นอนเขาก้าวมาหยิบกระติกน้ำร้อนข้างเตาไปรินใส่ชาม ตานี่ช่างรู้ดีจริงว่าแม่ยังเก็บน้ำข้าวไว้แบบนี้
เขายกชามขึ้นจิบนิดหนึ่งก็จามปนหายใจฟืดฟาด
“มีหมออยู่ในบ้านทั้งคนช่วยรักษาหน่อยสิ”
เธอติดเตาต้มน้ำ“มีแต่ยาฉีดหมา จะเอามะ”
“ที่จริงพี่ไม่อยากกวนหรอก”เขาชักจะน้อยใจ “แต่เมื่อวานลงจากเครื่องบินแล้วแทบทรุด จะกลับโรงแรมก็ไม่อยากนอนแซ่วอยู่คนเดียวมาให้น้าแก้วทำข้าวต้มให้กินดีกว่า”
เธองึมงำ“โรงแรมไม่มีข้าวต้มรึไง” หยิบถ้วยจากชั้นวางไม้ติดผนัง “มาใช้แม่คนอื่น”
คนข้างหลังจิบน้ำข้าวอุ่นหอมละมุนด้วยสีหน้าพอใจหนูแด่นแหงนมองตาละห้อย ลูกพี่มันเปรยลอย ๆ
“มาแย่งน้ำข้าวหมาด้วย”
มีเสียงกุกกักแว่วมาไล่ๆ กับเสียงคนจุ๊ปาก เธอเอะใจมองไปนอกหน้าต่างดื่มกาแฟรวดเดียวหมดถ้วยแล้วถามให้ดังถึงหูคนแอบอยู่ใต้หน้าต่างด้านนอก
“แม่หมวกจ้าอยู่ไหน”
“บนหัวเตียงแกนั่นแหละ”เสียงแม่ร้องสวนด้วยความเคยชิน
กลับจากทำงานเย็นวันนั้น หนูจ้าด้อมมองก่อนเข้าบ้านว่าคนที่ไม่อยากเจอยังอยู่หรือไม่รอบตัวบ้านไม่มีใครก็ย่องเข้าทางครัวแล้วส่องลอดช่องประตูไปที่ห้องกลาง
ยังอยู่...นั่งอ่านหนังสือตรงโซฟา
“ดูอะไรขอดูบ้าง”
เสียงดังจากข้างใต้เธอสะดุ้งมองลงไป พี่นุ่นยืดตัวจากท่าคุกเข่าขึ้นมาส่องช่องประตูด้วยเธอรีบเบี่ยงปิดมุมแต่เ้าตัวขืนดูจนได้
“อ้อระเด่นบุษบาลอบชมโฉมอิเหนา”
“อิเหนาต่างหากลอบชมโฉมบุษบาจ้าเคยเรียนหรอกน่ะ”
“นั่นสิเ้าจ้าแล้วไหงแกมาแอบดูคู่ตุนาหงันให้น่าสังเวชเป็หมาวัดกับดอกฟ้า”
“โตมาด้วยกันก็จริงแต่กลายเป็ของสูงไปแล้วตอนนี้รองเท้าข้างเดียวของเขายังไม่มีปัญญาเลย คุณชาย !”
“ประสาทคุณอ้วนจะเดินเหินนั่งนอนในบ้านแกดูสบาย ๆ ง่าย ๆ ไปหมดไม่เห็นวางท่าสูงส่งตรงไหน”
“สอดส่องดีนักเมื่อเช้าแม่กับพี่นุ่นซุ่มฟังคนในครัวใช่ไหม นิสัยเสีย”
“แกดีนักนี่ตอกคุณอ้วนแต่ละดอก จะฉีดยาหมาให้มั่งล่ะ ว่าเขาแย่งน้ำข้าวหมากินมั่งล่ะแม่งี้หูร้อนฉ่า”
เธอระอาจะต่อปากต่อคำและในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็เดินเทิ่ง ๆ เข้าไปซะเลย บังคับสายตาไม่ให้เหลือบทางคุณอ้วนแต่มีเสียงทักมาจนได้
“หนูจ้ากลับมาแล้วเมื่อเช้าไปทานข้าวที่ไหนล่ะ”
เธอเมินเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เข้าครัว แม่ไปเก็บต้นหอมผักชีกลับมาทางประตูหลังพอดีเธอชำเลืองชายซึ่งเข้ามาก่อนแวบหนึ่งแล้วไปดูกับข้าว
“มีแต่เข้าต้อมรือแหม่”
“อื้อพี่อ้วนยังเจ็บคอ ต้องกินที่ซดร้อน ๆ คล่องคอ”
“จ้าไม้ดั้ยป่วยน้าทำไมต่องกินป่ายดวย” เธอคนข้าวต้มในหม้อ “ทำไมมันดูโล่นโล้น”
“แม่จะหั่นต้นหอมผักชีแยกใส่ถ้วยไว้”
เธอเบ้ปากคุณชายโตป่านนี้ยังไม่รู้จักกินผักโรย
น้าแก้วยกชามส่งกลิ่นหอมฉุยมาให้ตาอ้วน“ข้าวต้มปลาจ้ะ น้าต้มให้อ้วน ใครเกี่ยงก็ทำกินเอาเอง”
เขาอ้าปากจะพูดแต่หนูจ้าชิงเอ่ยก่อน“คุณอ้วนทานเถอะค่ะ”
แม่รู้เชิงว่าลูกสาวตั้งท่าจะกวนประสาท“เ้าจ้า ! แกมันร้ายกาจอย่างนี้ ฉันถึงอยากเปลี่ยนแกกับพี่อ้วน”
“ลูกเกบมาเหลี่ยงรื้องั้ยจ้าเปนลูกแหม่หน่า”
“ไฉ่ทีไน้ค้าวแลกกั่นไป่แลว” ชายหนุ่มโพล่ง ั์ตาอมยิ้มมองไป เ้าตัวตีหน้าั์ขยับปาก ยิ้มอะไร!
แม่แก้วคิดถึงวันเกิดของสามีในปีนั้นขึ้นมาทันทีสองพ่อนั่งหัวโต๊ะคนละฟาก เด็กหญิงจ้านั่งข้างเด็กชายอ้วนอาหารฝรั่งลำเลียงวางบนโต๊ะ เด็กหญิงหยิบช้อน ส้อม และมีดเล่นจนเสียระเบียบขณะคุณหญิงใช้นำให้ลูกชายทำตามอย่างเรียบร้อยแม่กระทุ้งศอกเตือนแต่เ้าลูกสาวตัวเปี๊ยกนั่งแบะจิ้ม ๆ หั่น ๆ กินตามที่พอใจหมดจานทิ้งส้อมทิ้งมีดเรอเอิ๊กสบายอารมณ์
“ฉั่ยไมตอนวันเกิ๊ดลูงจ่างถี่บ้านรังษิฯ อ๊ะ” ตาอ้วนถามน้าแก้ว
เ้าตัวร้อง“อะไร้ จำไม่เฮ้นดั้ยเล้ย”
“วันถี่หนูจ้าใส่กาโปรงซีฟ้าบานเปนฉั่นๆ งั้ย”
“โอ้ยชุดนั้นกว่าหน่าจะจั๊บใซ่ได้เล่นเอาฮอบเล้ยฮ่ายใซ่ชุดซ้วยทำคันคะเยอหยั่งกับหม้าโด่นเฮ็บกั๊ด”
หนูจ้าจำไม่ได้อยู่คนเดียวเลิ่กลั่กมองแม่ทีมองคุณอ้วนที
“คืนนั้นอาฮ้านฟาหรั่งฟูลคอร์สพ้มเผิ่งเคยทานคร้างแหรก”
“แหม่ผี่อ้วนจำละเอี้ยดเล้ย”
“ก็ง้านวันเกิ๊ดลูงจ่างปีหนั้นอาฮ้านร่อยมากค้าบไม่เคยทานที่ไน้ร่อยดั้ยเหมือนครั้งนั้นอี้กเล้ย”
“อ๋อนั่นแนลูงจ่างเข้าครัวทำสูตรเด๊ดของค้าวเอง เอ๊ะ ปีนั้นโอก๊าดพิเศษลูงจ่างอายุครบซามรอบเนาะ อ้า รู่ซึกหนูจ้าจะซักห้าฮกค้วบ”
“ของหนูจ้าห้าค้วบ”
“ห้าขวบไหน!” เ้าตัวร้อง
“ห้าค้วบเอ๊อหน่าจำดั้ยว่าหนูจ้ากินราเนราน้าด กวัดเรียบทูกย้าง”
“กินอิ่มก็เรอเอิ๊กเซี่ยงดังหน่าแก้วจำด่ายม้าย”
“อุ้ยทำไมจะจำไหม่ดั้ย ตัวแค่นั้นเรอหยั่งก๊าบฝ่าพ๊า สะบัดรงท้าวที้ง ยกขาชันเค๊าเกาแกรกแกรกเปนต่าแกหน่าล่ะอ๊ายอาย เล้ยสะกิดค๊อแลกลูกกั๊บคูณแหม่อ้วนคูณหญีงโบกมือไย้ว่า...ม่ายอ๊าววว”
“ฮ้ามผูดถึ้งซาไหมกอน!” หนูจ้าปักส้อมลงโต๊ะฉึก !!
แม่แก้วสะดุ้งโหยง“พักนี้แกดุจริง”
พี่จับหัวน้องโยก“จริงด้วย ดุเหมือนกระทิง”
เธอเหวี่ยงหัวออก
“นั่นไงขวิดอีกแล้ว” คุณอ้วนร้อง แล้วเขากับน้าแก้วหัวเราะกันร่วน
คนไม่ขำด้วยหน้าคว่ำออกมาหลังบ้านนักเขียนบทกำลังด้อมส่องคนในครัวอยู่แถวนั้นะโผลุงหลบหลังพุ่มไม้แหวกกิ่งก้านดูเหตุการณ์ หล่อนเห็นคุณอ้วนเดินตามมาถาม
“หนูจ้าไม่ได้รับข้อความเหรอวันนั้นพี่รออยู่สนามบินว่าจะถามเื่บ้านรังษิฯ กับผู้ชายสองสามคนที่มา...”
เ้าตัวเดินดุ่มหนีเขาสาวเท้าไปตัดหน้า ยื่นโทรศัพท์ใหม่เอี่ยมให้
“หนูจ้าใช้เครื่องนี้เถอะรับรองสัญญาณชัดเจนไม่ขาดการติดต่อ เผื่อวันหลังอยากบอกอะไรพี่”
เธอชายหางตามองเขายิ่งยื่นมาใกล้
“มีเอ็มพี3 ถ่ายรูปได้ เล่นกล้องวิดีโอได้ด้วย แล้วก็...”
“อย่ามาทำเศรษฐีแถวนี้”เสียงเธอเรียบเย็น
เขารู้สึกมีก้อนขื่นจุกคอ“พี่ไม่เคยอวดเศรษฐี ทุกอย่างที่ให้พี่หามาด้วยตัวเอง”
หนึ่งชั่วโมงต่อมาคนขับรถมารับคุณภารินธรน้าแก้วยังห่วงจึงขอให้พักที่นี่อีกสักคืน เขากล่าวเกรงใจที่มาแย่งห้องน้องนอนและพรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า กลับโรงแรมวันนี้สะดวกกว่า
คุณอ้วนไปแล้วเ้าของก็กลับเข้าห้องตัวเองพอกลิ้งตัวลงที่นอนเธอเหลือบเห็นโทรศัพท์สีไลแลคพาสเทลที่ข้างรูปพ่อกับลุงอู๋ตานั่นคงวางไว้ตอนเข้ามาเก็บของแน่ น่าหงุดหงิดชะมัดที่เขาติดต่อไม่ได้เพราะไม่อยากติดต่อด้วยต่างหากไม่เกี่ยวกับสัญญาณมือถืออะไรนั่น เธอคว้ามันขว้างไปปลายเตียงเสียงสัญญาณดังสวนทันทีราวจะประท้วง
สักพักคลานไปดูหน้าจอขึ้นว่ามีข้อความเสียง เธอตัดสินใจกดฟัง
โทรศัพท์เครื่องนี้พี่ให้เอาไว้ใช้เมื่ออยากคุยหรือเจอพี่
ไม่ว่ายังไงเราไม่ควรขาดการติดต่อส่วนเื่นั้น
พี่คงทำตามที่ขอไม่ได้อย่าโกรธพี่เลยนะ...หนูจ้า
ภายในห้องนอนอีกแห่งเ้าของเสียงฝากข้อความนั้นกำลังจดจ่อรอการตอบกลับพร้อมนั่งเคาะคอมพิวเตอร์ที่ตักทำงานไปพลาง ๆ รอบตัวเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารตอนยืนกรานจะมาภูเก็ต มารดาตอบโต้ด้วยการวางมือให้เขาดูแลโรงแรมเองทั้งหมดงานที่เอสทีก็ห้ามทิ้งเด็ดขาดและต้องกลับไปประชุมที่กรุงเทพฯ ทุกสองสัปดาห์สำคัญที่สุดคือมารดาให้เวลาหนึ่งปีสำหรับการกู้สถานะโรงแรม หากตัวเลขไม่กระเตื้องเขาต้องยินยอมให้ขายไอโซราเพิร์ล !
คอยจนแน่ใจว่าน้องไม่ตอบกลับมาไม่ช้าเขาผล็อยหลับกลางกองเอกสาร