บทที่ 30 แผนการลับเื้ั
"เอ่อ ท่านพี่ รอข้าด้วยเ้าค่ะ"
เว่ยเจียวอิงเป็บุตรนอกสมรส จึงไม่มีเกี้ยวที่ดีให้นาง นางยังไม่ได้เป็เซ่อเฟยอย่างเป็ทางการ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการกินและใช้จึงยังเหมือนเดิม
ดังนั้นวันนี้นางจึงมาอาศัยเกี้ยวของเว่ยฉางอัน
แน่นอนว่าเว่ยฉางอันมองทะลุความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนาง เพื่อให้รู้ว่าวันนี้นางคิดจะจัดการกับตนอย่างไร ดังนั้นเว่ยฉางอันจึงไม่ปฏิเสธนาง
"รอดูเถิด เมื่อข้าได้เป็เซ่อเฟยของไทจื่อเมื่อใด ข้าเว่ยเจียวอิงจะต้องได้นั่งเกี้ยวที่ดีกว่านี้แน่นอน"
เว่ยเจียวอิงกล่าวสาบานในใจ พลางลูบผ้าไหมเนื้อดีที่นางนั่งอยู่ เบาะนุ่มทำจากนุ่นเนื้อดีที่สุด
อิฐสีเขียวบนพื้นส่งเสียงดังภายใต้กีบม้า...
ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในงานเลี้ยงต่อจากนี้
"คุณหนูใหญ่ คุณหนูรอง ถึงจวนเสนาบดีแล้วเ้าค่ะ"
นอกม่าน เสียงของคนขับรถม้าดังขึ้นอย่างนอบน้อม เว่ยฉางอันลุกขึ้นก่อนโดยมีซู่ซินประคองลงจากรถม้า
"คุณหนูใหญ่ตระกูลเว่ยมางานนี้ ข้ารู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งเ้าค่ะ"
เพิ่งลงจากรถม้า ยังไม่ทันได้มองดูสถานการณ์ให้ชัดเจน ก็ได้ยินเสียงร่าเริงเหมือนกับนกขมิ้นดังมา
เว่ยฉางอันเงยหน้าขึ้น ก็เห็นว่าเป็บุตรีคนโตของจวนเสนาบดีหวงผู้จัดงานครั้งนี้
เห็นนางสวมชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนประดับด้วยดอกหลิวที่ช่องผม ทำให้ดูงดงามไร้ที่ติ แล้วยังมีเสียงเหมือนนกขมิ้นจริง ๆ
"ท่านอย่าได้ล้อเล่นเช่นนี้เลย การที่ได้มางานเลี้ยงของท่านถือเป็เกียรติอย่างยิ่งสำหรับข้า"
เว่ยฉางอันเหลือบมองเห็นเว่ยเจียวอิงลงจากรถม้าด้านหลังที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้นอย่างอึดอัด นางจึงพูดโต้ตอบกับบุตรีท่านเสนาบดีไปสองสามประโยค
เมื่อเห็นบุตรีท่านเสนาบดีไม่สนใจเว่ยเจียวอิง นางก็เข้าใจได้ในทันที
สตรีผู้นี้มองข้ามบุตรนอกสมรสอยู่แล้ว แต่ตำแหน่งเซ่อเฟยของไท่จื่อที่บรรดาพวกนางใฝ่ฝันกลับตกเป็ของบุตรนอกนอกสมรส พวกนางจะยอมรับได้อย่างไร
แต่ตอนนี้ต้องมาเอาอกเอาใจนาง บุตรีท่านเสนาบดีจึงรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก จึงได้จงใจคุยกับเว่ยฉางอันมากกว่าปกติ หวังจะทำให้เว่ยเจียวอิง เซ่อเฟยขององค์ไท่จื่อในอนาคตเสียหน้า
"โอ้ นี่ไม่ใช่เซ่อเฟยขององค์ไท่จื่อในอนาคตหรอกหรือ ดูข้าสิ มัวแต่คุยกับว่าที่พระชายาของชินอ๋อง จนลืมท่านไปเสียสนิท ปล่อยให้ท่านต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว"
เว่ยฉางอันยืนฟังบุตรีท่านเสนาบดีและเว่ยเจียวอิงคุยกันอย่างเงียบ ๆ พลางหัวเราะเยาะในใจ บุตรีท่านเสนาบดีผู้นี้ช่างเป็คนฉลาดเฉลียวยิ่งนัก
แม้จะทิ้งเว่ยเจียวอิงไว้อย่างนั้น แต่พอเห็นนางกำลังจะโมโหก็รีบเข้าไปหา ทำให้นางไม่รู้จะระบายความโกรธที่ไหน บุตรนอกสมรสอย่างนางให้ความสำคัญกับสถานะและตำแหน่งเป็ที่สุด
แต่นางกลับใช้คำว่าเซ่อเฟยกับพระชายามายั่วโมโหเว่ยเจียวอิง
เว่ยฉางอันจ้องมองทั้งสองที่ยังคุยกันอยู่ พลางลูบไล้ลวดลายปักบนผ้าเช็ดหน้าเบา ๆ ในใจกลับจดจำบุตรีท่านเสนาบดีผู้นี้เอาไว้
หากเป็มิตรก็ยังพอว่า แต่ถ้ากลายเป็ศัตรูแล้วละก็ เกรงว่าจะเป็คู่ต่อสู้ที่หนักหนาสาหัสทีเดียว
"ไปกันเถอะ พวกเราไปนั่งข้างในกันก่อนดีกว่า"
เว่ยเจียวอิงกลั้นโมโหเอาไว้เต็มอก มองบุตรีท่านเสนาบดีด้วยความโกรธแค้น สิ่งแรกที่นึกถึงคือเมื่อได้เป็เซไท่จื่อแล้ว ตนจะต้องสั่งสอนนางให้ดี
เว่ยฉางอันไม่สนใจเื่พวกนี้มากนัก วันนี้ตนมีจุดประสงค์เพียงจับตาดูเว่ยเจียวอิง ว่านางจะวางแผนอะไรกันแน่
"ท่านพี่ ข้านึกขึ้นได้ว่ามีของบางอย่างทิ้งไว้บนรถม้า ข้าจะไปเอามาสักครู่ แล้วจะรีบกลับมา"
เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว เว่ยเจียวอิงก็หมุนตัวไปมาแล้วพูดแก้ตัวกับนางอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า
เว่ยฉางอันรู้ดีว่านางไม่ได้ไปถ่ายหนัก จึงตั้งใจทำให้นางใจคอไม่ดีสักหน่อย ตนจ้องมองนางอย่างไร้อารมณ์ครู่หนึ่ง
ในตอนที่เว่ยเจียวอิงรู้สึกกระวนกระวายใจ คิดว่าตัวเองถูกจับได้ว่ามีอะไรผิดปกติ เว่ยฉางอันจึงแย้มยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้า กล่าวว่า "ไปเถอะ รีบไปแล้วกลับมาให้เร็ว งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มแล้ว"
เมื่อถูกเว่ยฉางอันทำแบบนี้ นางยิ่งรู้สึกร้อนใจ รู้สึกว่าวันนี้เว่ยฉางอันแปลกประหลาดมาก
แต่เพราะลูกศรอยู่บนคันธนู ไม่ยิงไม่ได้แล้ว
ดังนั้น เว่ยเจียวอิงจึงข่มความกังวลในใจเอาไว้ รีบจากงานเลี้ยงไป
แต่สิ่งที่นางไม่รู้คือ หลังจากนางจากไปไม่นาน เว่ยฉางอันก็หาข้ออ้างเล็กน้อย และหาที่ไม่มีผู้คนเดินหายไป
"ขอเข้าเฝ้าพระชายา"
ผู้ที่ปรากฏตัวคือองครักษ์อิ๋ง เว่ยฉางอันยกมือขึ้นเบา ๆ บอกให้เขาลุกขึ้นรายงาน
"เมื่อครู่ข้าตามเว่ยเจียวอิงไป เห็นนางไปพบกับบุตรนอกสมรสของจวนเสนาบดี แล้วพาทาสในวันนั้นเข้าไปในจวน ซ่อนไว้ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของจวนเสนาบดี"
ได้ยินรายงานขององครักษ์ เว่ยฉางอันพลันหรี่ตาลง ความเ็าวาบหนึ่งแล่นผ่านใจ
"รู้แล้ว เ้าไปได้"
ทันใดนั้น นางก็ยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น ราวกับทุกอย่างอยู่ในกำมือนางแล้ว
กลับมาที่งานเลี้ยง ทุกคนนั่งประจำที่แล้ว เว่ยเจียวอิงก็กลับมาก่อนนาง
"เมื่อครู่ท่านพี่ไปที่ใดมา"
นางเห็นเว่ยฉางอันมีสีหน้าไม่ถูกต้อง จึงรู้สึกตึงเครียดและระมัดระวัง
ท่าทางของเว่ยเจียวอิงเช่นนี้ ทำให้นางหัวเราะเ็าในใจ ตัดสินใจว่าวันนี้จะทำให้นางใจหายใจคว่ำ
คิดเช่นนี้แล้ว นางก็ทำเหมือนไม่ได้ยินคำถามของเว่ยเจียวอิง ยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นจิบหนึ่งอึก แล้วกินขนมอีกสองคำ
เมื่อปล่อยให้นางรอจนพอ เว่ยฉางอันจึงค่อย ๆ ตอบนางไปหนึ่งประโยค
"ไม่มีอะไร เช้านี้ดื่มน้ำมากไป ไปห้องน้ำมาเท่านั้นเอง"
ประโยคธรรมดา ๆ ของนางนี้ ทำให้เว่ยเจียวอิงต้องรอครึ่งวัน ร้อนใจครึ่งวัน
ดังนั้นเมื่อนางพูดจบ เว่ยเจียวอิงเกือบจะอดกลั้นไม่ไหว อยากจะะโใส่นาง แต่สุดท้ายก็ถูกกดข่มเอาไว้
เหลือบมองท่าทางหงอยเหงาของนาง เว่ยฉางอันอาศัยท่าทางจิบชา เผยรอยยิ้มภาคภูมิใจที่มุมปาก
"นี่คือเห็ดหิมะชั้นเลิศที่ข้าให้คนตามหามาเป็พิเศษเพื่องานเลี้ยงในครั้งนี้ เหล่าสตรีกินแล้วจะช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้จิตใจสดชื่น แต่หายากมาก"
บุตรีท่านเสนาบดีตบมือเบา ๆ สองสามที ดึงสายตาของบรรดาสตรีที่กำลังกระซิบกระซาบกับคนรู้จักอยู่ด้านล่างให้หันมา แล้วแนะนำอย่างภาคภูมิใจ
เสียงของนางเพิ่งจะจบลง พวกสาวใช้ก็ถือถาดที่มีชามทำออกมาอย่างประณีตวางลงตรงหน้าบรรดาสตรีทุกคน
เห็ดหิมะนี้เป็ยาบำรุงของเหล่าบุตรีตระกูลใหญ่อยู่แล้ว วันนี้ได้กินเห็ดหิมะชั้นเลิศ ทุกคนยิ่งตาเป็ประกาย ต่างพากันชมเชยบุตรีท่านเสนาบดีผู้นี้
เว่ยฉางอันกลับไม่ค่อยสนใจสิ่งเหล่านี้ ชาติก่อนตอนเรียนแพทย์กับอวี้เจี่ยจื่อ ของดี ๆ เหล่านี้นางกินจนอ้วก ดังนั้นเห็ดหิมะตรงหน้า สำหรับนางแล้วไม่อยากมองเลยสักนิด
แต่เว่ยเจียวอิงที่อยู่ข้าง ๆ กลับไม่ยอมละสายตาไปเลยแม้แต่นิดเดียว ของดีขนาดนี้ โชคดีที่ได้มางานเลี้ยงถึงได้กิน
"อ้าว ท่านพี่ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะเ้าคะ"