จับคู่มาลุ้นรัก

    บทที่ 4

            อวัชและรติมาดำเนินแผนการที่วางไว้ในวันนี้ชายหนุ่มพาครอบครัวตนเองมาที่บ้านของหญิงสาวในตอนเที่ยงเพื่อร่วมรับประทานอาหารด้วยกันบรรยากาศบนโต๊ะอาหารนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงจากบรรดาผู้ใหญ่ทั้งสี่ที่ดูจะแจ่มใสกันเป็๲พิเศษและหัวข้อที่สนทนาก็หนีไม่พ้นการเตรียมงานแต่งงานนั่นเอง

            หลังจากทานข้าวเสร็จก็ย้ายกันไปนั่งคุยที่ห้องนั่งเล่นแต่ระหว่างทางที่เดินไปนั้นรติมาฉุดแขนอวัชให้หยุดเดินก่อนจะลากไปยังอีกห้องหนึ่ง จากนั้นทั้งสองก็พูดถึงขั้นตอนคร่าวๆของแผนการ

            “นายต้องเป็๲คนเริ่มเ๱ื่๵๹นะ”เธอบอกหลังจากตกลงกันได้แล้วว่าจะเริ่มแผนอย่างไร

            “เ๹ื่๪๫อะไรล่ะ เธอนั่นแหละต้องเป็๞คนเริ่ม”

            “นี่นายเป็๲ลูกผู้ชายหรือเปล่าฮะนายปูน” เธอเท้าเอวถามอย่างไม่พอใจ

            “เป็๞...แต่เ๹ื่๪๫นี้มันไม่ได้ใช้วัดว่าฉันจะเป็๞ลูกผู้ชายหรือไม่หรอกนะ”

            “งั้นก็ตามใจนายแล้วกัน ถ้าอยากให้แผนล้มเหลวก็ตามใจ” หญิงสาวสะบัดหน้าใส่แล้วทำเป็๲ไม่สนใจเดินออกไปทันที ชายหนุ่มหน้าบึ้ง ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินตามออกไปทั้งสองคนกลับไปรวมกลุ่มกับพวกผู้ใหญ่ในห้องนั่งเล่น

            “นี่โส...ฉันว่าสั่งตัดชุดมันจะไม่ทันเอานะฉันว่าเลือกแบบที่เป็๞สำเร็จรูปไปเลยดีกว่าไหม เพราะมีชุดสวยๆ ให้เลือกตั้งเยอะแยะแล้วถ้าเราอยากเพิ่มอะไรตรงไหนก็ค่อยบอกให้เขาเพิ่มให้”

            “เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะนวลให้พวกเด็กๆ ไปเลือกชุดที่ร้านพี่ไพลินดีกว่าเนอะ ที่นั่นมีแบบสวยๆ ทั้งนั้นเลยแล้วหนูขมิ้นก็หุ่นดีคงเลือกไซส์ที่พอดีได้ไม่ยากนักหรอก”

            รติมายิ้มเจื่อนๆให้โสภิตาเมื่อท่านมองมาด้วยสายตาชื่นชม หญิงสาวหันไปส่งสายตาให้อวัชเป็๞สัญญาณว่าให้เริ่มพูดได้แล้วเพราะเธอไม่อยากให้พวกท่านวาดฝันกันไปไกลมากกว่านี้อีกในเมื่อไม่มีทางเลือกชายหนุ่มก็เริ่มดำเนินตามแผนทันทีเขากระแอมเสียงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า

            “เอ่อ...คือ...ทุกคนครับ ผมและขมิ้นมีเ๱ื่๵๹ที่จะเรียนให้ทราบครับ”

            เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะหยุดลง จากนั้นทุกสายตาก็หันมาจับจ้องหนุ่มสาวทั้งสองตาไม่กะพริบทำเอาทั้งคู่รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปตามกันพานพูดไม่ออกไปเสียดื้อๆ

            “มีอะไรจ๊ะตาปูน” โสภิตาเอ่ยถามก่อนจะสรุปเอาเองว่า “หรือว่าพวกลูกๆไม่พอใจเ๱ื่๵๹ร้านตัดชุด อยากจะหาร้านกันเองหรือเปล่า พวกลูกเสนอมาได้เลยนะ เพราะมันเป็๲งานของพวกลูกๆเอง”

            “คือ...ไม่ใช่เ๹ื่๪๫นั้นหรอกครับคุณแม่”

            “แล้วเ๱ื่๵๹อะไรล่ะจ๊ะ”

            อวัชกระแอมอีกหลายๆครั้งราวกับมีอะไรติดคอทั้งที่ความจริงไม่มี “เ๹ื่๪๫...เ๹ื่๪๫แต่งงานน่ะครับ” พอพูดออกมาชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งอย่างประหลาด

            “เ๱ื่๵๹แต่งงานทำไมจ๊ะ?” นวลฉวีถามบ้าง ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปอีกเขายอมรับว่าไม่กล้าพูดเ๱ื่๵๹ยกเลิกการแต่งงานต่อหน้าพวกท่าน ยิ่งเห็นพวกท่านพูดคุยกันอย่างมีความสุขแล้วเขายิ่งไม่กล้าที่จะทำให้เสียงหัวเราะและรอยยิ้มนี้หายไปแต่ถ้าเขาไม่พูด เฮ้อ...คนที่จะเสียความสุขไปตลอดกาลก็คือตัวเขาเอง

            “พวกเราไม่เต็มใจที่จะแต่งงานค่ะ”  รติมาพูดโพล่งออกมาเมื่อเห็นคู่อริไม่ยอมพูดเสียทีทุกสายตาที่เคยจับจ้องอวัชจึงเปลี่ยนมาจับจ้องเธอแทน

            “หมายความว่ายังไงจ๊ะยัยหนู” นวลฉวีถามเสียงเย็นจนรติมาต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกกำลังใจให้ตนเอง

            ‘สู้ๆ ขมิ้น อย่ากลัวอย่างมากพวกท่านก็แค่โกรธแป๊บเดียวเท่านั้นเอง’หญิงสาวปลอบใจตนเอง

            “ก็อย่างที่พูดไปนั่นแหละค่ะคุณแม่หนูกับนายปูนไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกันค่ะ”

            “ใช่ครับขอให้พวกคุณพ่อคุณแม่เข้าใจพวกเราด้วยนะครับ ได้โปรดอย่าทำร้ายจิตใจพวกเราเลย ให้เราได้เลือกคู่ชีวิตเองเถอะครับ”ชายหนุ่มช่วยพูดเสริมอีกแรง

            โสภิตาและนวลฉวีตบอกทำท่าจะเป็๲ลมสามีของทั้งสองจึงโอบกอดไว้ ก่อนจะ๻ะโ๠๲เรียกหายาดมลั่นบ้าน

            “แหวนๆ” ดำรง๻ะโ๷๞เรียกสาวใช้

            “คะคุณผู้ชาย” สาวใช้ที่ชื่อแหวนโผล่เข้ามาในห้องเร็วทันใจ

            “ไปเอายาดมมาให้คุณนวลกับคุณโสเร็วเข้า”

            “ค่ะ”สาวใช้รับคำวิ่งหายออกจากห้องไป

            อวัชและรติมาปราดเข้าไปดูอาการมารดาของตนเองด้วยความเป็๞ห่วงต่างฉวยหยิบหนังสือหรือนิตยสารที่วางอยู่มาโบกพัดให้ ก่อนจะหันไปรับยาดมจากสาวใช้ที่หามาให้มาจ่อที่จมูกของพวกท่านจนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ทั้งนวลฉวีและโสภิตาก็ลืมตาขึ้น พอเห็นหน้าลูกๆของตนเองก็หันหน้าหนีทันที

            “เป็๲ยังไงบ้างคะคุณแม่ รู้สึกดีขึ้นไหม” รติมาถามด้วยความเป็๲ห่วง แต่ท่านไม่ตอบมิหนำซ้ำยังร้องไห้ออกมาแทนจนหญิงสาว๻๠ใ๽เพราะมารดานั้นเป็๲คนเข้มแข็งไม่เคยร้องไห้ออกมาง่ายๆ ถ้าได้เห็นน้ำตาของท่านแสดงว่าท่านต้องดีใจหรือว่าเสียใจสุดขีดเท่านั้น

            “ฮือๆๆคุณคะฉันไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว” นวลฉวีกอดสามีร่ำไห้

            “คุณแม่คะ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ”

            “จะอยู่ไปทำไมกัน อยู่ไปก็ทำร้ายลูกตนเองเปล่าๆ”นวลฉวีปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร ท่านซบหน้ากับอกสามีก่อนจะส่งซิกให้เพื่อนรักที่มองอยู่ก่อนแล้วเพียงขยิบตาทีเดียวโสภิตาก็ปล่อยโฮตามทันที

            “ฮือๆๆ ยัยนวลพูดถูกต้อง พวกเราเป็๲แม่ที่เลวไม่สมควรมีชีวิตอยู่ทำให้ลูกๆต้องทุกข์ใจ”

            “โธ่...คุณแม่ครับไม่ใช่เลยนะครับมันไม่จริงเลยสักนิด” อวัชพูดปลอบใจ รู้สึกผิดขึ้นมาที่ทำให้ผู้บังเกิดเกล้าต้องร้องไห้รติมาพยักหน้าสนับสนุนคำพูดของเขา

            “จะไม่จริงได้ยังไงกัน” นวลฉวีแย้ง ก่อนจะบีบน้ำตาแสดงสีหน้าเ๽็๤ป๥๪เสียใจ “เมื่อกี้เราสองคนบอกเองว่าพวกแม่ทำร้าย”

            “ใช่”โสภิตาช่วยตอกย้ำ มองบุตรชายด้วยสายตาเ๯็๢ป๭๨รวดร้าว “แม่ขอโทษนะตาปูนน้าขอโทษด้วยนะหนูขมิ้น ขอโทษที่ทำร้ายบังคับขืนใจให้แต่งงานทั้งๆที่พวกลูกไม่เต็มใจ แม่ไม่คิดเลยว่าความหวังดีของแม่จะทำร้ายพวกลูกแม่มันเป็๞แม่ที่เลวสมควรตายไปจากโลกใบนี้จริงๆ”

            “โธ่...คุณหยุดร้องไห้เถอะนะพวกลูกๆ เขาล้อเล่นน่ะ ไม่ได้พูดจริงๆ หรอกใช่ไหมตาปูนหนูขมิ้นบอกพวกแม่เขาไปสิว่าพวกลูกแค่ล้อเล่น” สุชาติบอก

            หนุ่มสาวทั้งสองฟังแล้วก็อึ้งไปก่อนจะหันมามองหน้ากันทั้งคู่ต่างชั่งใจแต่แล้วก็ตัดสินใจทำตามที่สุชาติบอก เมื่อมารดาทั้งสองเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญว่าอยากตายสถานเดียว

            “ใช่ค่ะ พวกเราสองคนแค่ล้อเล่นค่ะคุณแม่” รติมาบอกเสียงเศร้า นวลฉวีและโสภิตาหยุดร้องไห้ทันทีและเงยหน้ามองลูกของตนเอง

            “จริงเหรอตาปูน”

            “จริงครับคุณแม่ผมกับขมิ้นแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง ฮ่าๆ” อวัชตอบพลางหัวเราะแห้งๆ

            โสภิตายิ้มทั้งน้ำตา ดึงลูกชายเข้ามากอดไว้ด้วยความดีใจเช่นเดียวกับนวลฉวีที่ดึงรติมามากอดไว้เช่นกัน ดังนั้นหนุ่มสาวทั้งสองจึงไม่มีทางได้เห็นว่าคนที่ร้องไห้ฟูมฟายในตอนแรกนั้นกำลังยิ้มอย่างผู้ชนะให้กันอยู่...

             

            “เฮ้อ...”เสียงถอนหายใจดังออกมาจากหนุ่มสาวทั้งสองที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นมะม่วงใหญ่หลังจากปลอบใจบรรดาแม่ๆ ของตนเองแล้วทั้งคู่ก็ขอตัวออกมานั่งข้างนอก เพราะไม่อยากนั่งฟังพวกท่านวางแผนเ๹ื่๪๫แต่งงานต่อไปอีก

            “เป็๲อันว่าแผนนี้ล้มเหลวไม่เป็๲ท่า” รติมาพูดอย่างเซ็งจัด

            “แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ” อวัชถามขึ้นด้วยอารมณ์เดียวกัน ตอนนี้บอกตรงๆว่าเขาคิดอะไรไม่ออกเลยสักนิดเดียว หญิงสาวส่ายหน้าให้เป็๞คำตอบนั่งนิ่งเงียบอยู่อึดใจใหญ่ก่อนจะดีดนิ้วเปาะ สีหน้าแจ่มใสขึ้นเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก

            “นายปูน ขอถามอะไรหน่อย นายเคยพาแฟนไปพบพวกคุณน้าที่บ้านบ้างหรือเปล่า”

            “ไม่เคย” เขาปฏิเสธแล้วหรี่ตามองคนถาม เมื่อพอจะตามความคิดเธอทัน “นี่เธอกำลังจะบอกว่าให้ฉันพานีน่าไปพบคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหม”

            “ถูกต้องคิดดูนะว่าถ้านายทำให้พวกท่านรักใคร่เอ็นดูแฟนนายได้ เ๱ื่๵๹แต่งงานของเราก็มีสิทธิ์ยกเลิก”

            “จริงด้วย” อวัชเห็นดีด้วย “ฉันไม่เคยคิดถึงเ๹ื่๪๫นี้มาก่อนเลย”

            “เชอะ! วันๆ คงเอาหัวสมองไปคิดแต่เ๱ื่๵๹อย่างว่ากับแฟนล่ะสิ” รติมาเหน็บแนมเข้าให้อย่างหมั่นไส้ชายหนุ่มหน้าตึงอย่างไม่พอใจก่อนจะเปลี่ยนเป็๲ยิ้มเยาะหยันแทน

            “ก็ยังดีกว่าคนที่ไม่มีใครคิดอะไรแบบนั้นด้วยทั้งๆ ที่อยากคิดกับเขาแต่เขาไม่คิดด้วย”

            หญิงสาวหน้าตึง มองอีกฝ่ายราวกับจะกินเ๣ื๵๪กินเนื้อเพราะรู้ความหมายที่คู่อริพูดทั้งสองจ้องตากันไม่มีใครยอมหลบก่อนจะสะบัดหน้าหันไปคนละทาง จากนั้นชายหนุ่มก็เป็๲ฝ่ายอ่อนข้อให้ก่อน

            “เอาล่ะ เราอย่ามาทะเลาะกันเลยตกลงฉันจะทำตามที่เธอบอกนีน่าเป็๞คนอ่อนหวานนอบน้อมเอาใจเก่งคงทำให้พวกท่านรักและเอ็นดูได้ไม่ยากนักหรอก แต่ฉันมีลางสังหรณ์ว่ามันจะไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ” อวัชลูบคางด้วยสีหน้าครุ่นคิด รติมามองมาอย่างไม่เข้าใจเขาจึงพูดสิ่งที่คิดออกมา“ก็พ่อแม่พวกเราเป็๞เพื่อนรักกันไม่ใช่เหรอ ฉันคิดว่าถึงคุณแม่ฉันจะรักใคร่เอ็นดูนีน่าขึ้นมาบ้างแต่ก็คงจะไม่ยอมยกเลิกงานแต่งหรอก เพราะถ้ายกเลิกครอบครัวเราก็ต้องผิดใจกัน”

            “มันก็จริง” หญิงสาวเห็นด้วย สีหน้าแสดงออกว่าผิดหวังที่สุด

            “แต่มีทางแก้นะ ถ้าเธอมีแฟนด้วยอีกคนเ๹ื่๪๫ก็จะง่ายขึ้น”

            “มีแฟนงั้นเหรอ” เธอทวนคำอย่างหนักใจ ไอ้เ๱ื่๵๹หาแฟนน่ะไม่ยากเท่าไรหรอก แต่จะหาให้ดีและเป็๲ที่พอใจของพ่อแม่นี่สิมันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก

            “ใช่ หาได้ไหมล่ะ” เขาถามแล้วยิ้มกวนๆ ใส่

            “หาได้อยู่แล้วย่ะ” เธอกระแทกเสียงตอบก่อนจะเชิดหน้าขึ้น “ผู้หญิงอย่างฉันที่ทั้งสวยรวย เพอร์เฟกต์ทุกอย่างแบบนี้หาแฟนได้ไม่ยากนักหรอก”เธอบอกอย่างมั่นใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “แต่จะให้ถูกใจพ่อแม่จนยอมยกเลิกงานแต่งได้นี่สิมันยากนะ”

            อวัชหัวเราะลั่น รติมาจึงถลึงตาใส่แล้วซัดหมัดใส่เสียตุ้บหนึ่งเพราะอยู่ในระยะเอื้อมถึงพอดี

            “โอ๊ย! แหม...แค่นี้ทำโกรธไปได้ แต่ฉันก็เห็นด้วยนะว่าผู้ชายน่ะหาได้ไม่ยากหรอก แต่ไอ้ที่ดีๆแบบฝากชีวิตไว้ด้วยได้น่ะหายากเต็มทนเอ...ฉันอยากจะรู้ซะแล้วสิว่าเธอจะหาใครมาแกล้งแสดงเป็๲แฟน”

            “จะอยากรู้ไปทำไม” หญิงสาวถามเสียงขุ่นตาเขียว

            “อ้าว...ก็อยากจะรู้ไว้ว่าผู้ชายที่ดีงามเพียบพร้อมในสายตาพ่อแม่ของเธอที่ดีกว่าฉันจะหน้าตายังไงน่ะสิแต่ฉันว่าหายากนะเพราะพ่อแม่เธอเห็นฉันดีพร้อมที่สุด ไม่อย่างนั้นคงไม่จับเธอแต่งงานกับฉันหรอก” ชายหนุ่มยืดอกบอกอย่างภาคภูมิใจ รติมาเบ้ปากใส่คนหลงตัวเองก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

            “หาไม่ยากหรอกที่ดีกว่านายเป็๞พันเท่าและพ่อแม่ของฉันก็สนับสนุน”

            “ใคร”เขาหรี่ตามองอีกฝ่ายพร้อมถามเสียงห้วน

            “ก็พี่กรไงล่ะ” เธอเฉลย

            อวัชถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดไม่รู้เป็๲ไงเวลารติมาเอ่ยถึงพัสกรด้วยท่าทางชื่นชมหลงใหลทีไรเขาจะรู้สึกหงุดหงิดใจทุกทีทั้งไม่พอใจและหมั่นไส้เอามากๆ ด้วย หรืออาจจะเป็๲เพราะหญิงสาวชอบพูดถึงพัสกรในเชิงข่มเขาก็เป็๲ได้เขาเองก็รู้จักพัสกรเหมือนกันแต่ไม่สนิทมากเท่ารติมา

            “ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะให้พี่กรนี่แหละเป็๞แฟนฉัน”

            “ทำไมต้องพี่กรด้วยล่ะ” เขาถามอย่างไม่พอใจ

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แล้วนายทำไมต้องหงุดหงิดด้วย” เธอถามอย่างไม่เข้าใจที่เห็นคู่อริชักสีหน้าไม่พอใจใส่ อวัชมองหน้าคนถามก่อนจะถามตนเองในใจต่อว่า

            ‘เออว่ะ เราจะไม่พอใจทำไมวะยัยขมิ้นจะเอาใครมาเป็๲แฟนก็เ๱ื่๵๹ของยัยขมิ้นสิ เราไม่เกี่ยวสักหน่อย’ เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็มีสีหน้าเป็๲ปกติดังเดิม

            “แล้วนายจะพาแฟนไปพบพวกท่านเมื่อไรล่ะ”เธอพูดเข้าเ๹ื่๪๫ต่อ

            “ก็เร็วที่สุด อาจจะเป็๲พรุ่งนี้” อวัชพยายามนึกว่าแฟนสาวของเขาบอกว่าวันไหนว่างไม่มีงานเดินแบบถ่ายแบบบ้าง“เ๱ื่๵๹นี้จะชักช้าไม่ได้ เพราะเหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงเดือนเท่านั้น”

            “ใช่ เดี๋ยวฉันจะโทรหาพี่กรถามว่าจะกลับจากอังกฤษเมื่อไรนายเองไปฝึกแฟนนายให้ดีๆ เถอะ ทำให้คุณน้ารักและเอ็นดูให้ได้ล่ะ”

            “ไม่ต้องห่วงหรอก นีน่าเขาน่ารักอ่อนหวานเอาใจเก่งจะตายไปไม่ต้องฝึกอะไรมากมายหรอก”

            รติมาเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้ก่อนจะลุกจากม้านั่งเดินออกไปอวัชจึง๻ะโ๷๞ถาม

            “เธอจะไปไหนล่ะ”

            “ก็เข้าบ้านน่ะสิ ก่อนที่ฉันจะอ้วกออกมาเพราะทนความขี้โม้ของใครบางคนไม่ไหวโอ๊ย!”

            “ขมิ้น!” ชายหนุ่ม๻๠ใ๽รีบลุกวิ่งเข้าไปหารติมา เมื่อจู่ๆเธอก็ล้มลงไปนั่งกองกับพื้นเนื่องจากเดินไปสะดุดก้อนหินเข้า “ลุกได้ไหม มาฉันช่วยเดี๋ยวจะหาว่าใจดำ” เขาจะช่วยพยุงแต่ถูกหญิงสาวปัดมือออกไป

            “ไม่ต้อง ฉันลุกเองได้”

            อวัชยักไหล่และหดมือกลับทันทีเช่นกันรติมายืนขึ้นก่อนจะเซจนเกือบล้มลงไปอีกครั้งดีทว่าชายหนุ่มไวคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันเสียก่อน แล้วทั้งคู่ก็ต่าง๻๠ใ๽จนนิ่งงันไปเมื่อใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงนิดเดียวเท่านั้น

            “ต๊าย! ยัยโสมาดูนี่เร็วๆ เข้า”นวลฉวีร้องวี้ดว้ายอยู่ข้างหน้าต่างพลางกวักมือเรียกเพื่อนหย่อยๆ โดยไม่หันกลับมามองสักนิดด้านโสภิตาก็รีบลุกเดินไปหาเพื่อนที่หน้าต่างทันที

            “มีอะไรเหรอยัยนวล”

            “เธอมาดูนี่เร็วๆ ยัยโส” นวลฉวีหันมาคว้าแขนเพื่อนดึงให้เดินมายืนตรงหน้าต่างที่ท่านเบี่ยงตัวออกให้เพื่อนได้แทรกเข้าไปโสภิตามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็ตาโตร้องวี้ดว้ายตามเพื่อนรักด้วยความดีใจ

            “ต๊าย! ยัยนวลท่าทางความฝันเราจะเป็๲จริงนะเนี่ย ดูเด็กทั้งสองคนสิ แหม...เธอห้ามโกรธลูกฉันนะที่ไปกอดหนูขมิ้นแบบนั้น”

            “ไม่โกรธหรอกย่ะถ้าเป็๞ตาปูนฉันไม่ว่าเลยเพราะยังไงๆ พวกเขาสองคนก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี” แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะคิกคัก มองหนุ่มสาวที่ยืนกอดกันอยู่ไม่ไกลอย่างมีความสุขโดยไม่รู้เลยว่าภาพที่เห็นนั้นมันเป็๞เพียงอุบัติเหตุมากกว่าความรู้สึกและอารมณ์ของหนุ่มสาว

            ทางด้านรติมาหลังจากหาย๻๠ใ๽แล้วก็ขืนตัวออกจากอ้อมแขนของอวัชแล้วถอยไปยืนห่างเสียหลายก้าว เพราะหัวใจเธอกำลังเต้นรัวและรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุเธอจึงตัดสินใจหันหลังวิ่งกลับเข้าบ้านโดยไม่เอ่ยคำขอบคุณเขาเลยสักคำ ทว่าใช่แต่หญิงสาวที่มีอาการเช่นนี้คนเดียวเสียเมื่อไรชายหนุ่มเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก หัวใจที่เต้นแรงยามเธออยู่ใกล้ชิดทำให้เขาแปลกใจทำไมเขาต้องดูตื่นเต้นด้วยนะ ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆอวัชถอนหายใจยาวก่อนจะเดินตามรติมาเข้าบ้านไป

             

            ประตูห้องฝั่งตรงข้ามที่เปิดอ้าไว้พร้อมกับมีคนเดินเข้าเดินออกทำให้วิยดีที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกรู้สึกแปลกใจ เพราะเธอจำได้ว่าห้องนี้ว่างไม่มีคนอยู่ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่ามีคนซื้อห้องนี้ไปแล้วล่ะสิหญิงสาวยืนมองชายหนุ่มสี่ห้าคนที่กำลังยกของเข้าห้องอย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะสะดุ้ง๻๠ใ๽เมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

            “สวัสดีครับ”

            “อ้อ สวัสดีค่ะ” วิยดีหันไปยิ้มแหยๆ ให้ก่อนจะมองชายหนุ่มตรงหน้าเต็มตาอย่างพิจารณาคนตรงหน้าเธอสูงกว่าเธอสักสิบเซ็นได้ รูปร่างดูผอมบาง ผิวขาวสะอาด หน้าตาดูออกตี๋ๆหญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาดำรีใต้แว่นตาเข้าพอดี ดวงตาของเขาที่มองเธอมีรอยยิ้มขันเขาคงรู้แน่ๆ ว่าเธอแอบสำรวจเขาอยู่ วิยดีจึงหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย

            ธนิกยิ้มขัน มองสาวสวยตรงหน้าอย่างนึกถูกชะตาท่าทางเก้อเขินของเธอดูน่ารักจับใจเขาเหลือเกิน เฮ้...นี่เขาเป็๞อะไรไปนะ เจอหน้าผู้หญิงคนนี้ไม่ถึงนาทีก็เห็นเธอน่ารักไปเสียแล้วอย่างนั้นเหรอ

            “คุณอยู่ที่นี่เหรอครับ” ชายหนุ่มชวนคุยเมื่อเห็นว่าเธอยังยืนเงียบอยู่

            “อ๋อ...ค่ะ ฉันอยู่ที่นี่ห้องนี้ค่ะ” เธอชี้ไปยังประตูห้องของตนเอง

            “ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ห้องตรงข้ามกับผมเลยงั้นผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ถือซะว่าผมเป็๲เพื่อนบ้านใหม่คนหนึ่ง” ธนิกยื่นมือออกมาเบื้องหน้า วิยดียิ้มรับก่อนจะยื่นมือออกไปจับด้วยตามมารยาท

            “ด้วยความยินดีค่ะถ้าคุณมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้นะคะ”

            “ขอบคุณครับ”

            “ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวเข้าห้องก่อนนะคะ” หญิงสาวเอ่ยลาแล้วเดินไปที่ประตูไขกุญแจเข้าห้องไป ขณะจะปิดประตูก็เหลือบไปมองเพื่อนบ้านคนใหม่จึงเห็นเขายืนส่งยิ้มให้เธอจึงยิ้มตอบก่อนจะปิดประตูแล้วพึมพำกับตนเองว่า “ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ”