หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 14


    แม้จะเห็นว่าลูกสาวนั่งยิ้มอยู่ แต่การที่เธอไม่ยอมทานอาหาร ก็ยังทำให้ผู้เป็นองค์ราชาและราชินีอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะทราบดีว่าโรคของลูกสาวรักษาไม่ได้ แต่พวกพระองค์ก็ยังอยากจะให้ลูกสาวทานอะไรบ้าง สักเล็กน้อยก็ยังดี “ลูกไม่ทานอะไรสักหน่อยหรือ มีแต่ของที่ดูน่าทานทั้งนั้น ไม่ลองทานสักคำดูหรือ” องค์ราชินีถามอย่างเป็นห่วง“ลูกทานมาจนอิ่มแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ วันพรุ่งนี้ลูกยังต้องเดินทางไปรับประทานอาหารที่นั่นอีก” แม้องค์ราชา และองค์ราชินี จะยังงงๆ กับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็อนุญาตให้องค์หญิงน้อยได้ไปพักผ่อนตามที่เธอขอ เมื่อเซฟีน่าจากไป ทั้งสองพระองค์ก็เกิดความสงสัยอยากรู้ จึงเรียกทหารทั้งสองที่ติดตามไปกับองค์หญิงน้อยเมื่อเช้าให้เข้าเฝ้าในขณะรับประทานอาหารเลยทีเดียว  “องค์หญิงบอกกับเราว่า นางได้ทานอาหารมาแล้ว เป็นเรื่องจริงหรือไม่” องค์ราชาก็เอ่ยถามในทันทีที่ทหารทั้งสองนายมาถึง“จริงพะยะค่ะ” ทหารทั้งสองกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพรียง“แล้วมีอาการกำเริบหรือไม่” องค์ราชาจึงถามต่ออย่างยังไม่หายสงสัย“ไม่พะยะค่ะ” คำตอบจากนายทหารทั้งสองทำให้องค์ราชาและองค์ราชินีเกิดความสนพระทัยขึ้นมาทันที ว่าร้านอาหารไหนที่ทำให้ลูกสาวของพระองค์ทั้งสองทานอาหารได้โดยที่อาการไม่กำเริบ แต่เมื่อถามนายทหารทั้งสองคนนั้นต่ออีกเล็กน้อย ก็ยังมีข้อมูลที่มีน้อยจนเกินไป ไม่สามารถระบุได้เลยว่าบุคคลนั้นที่เป็นพ่อครัวคือใคร ดังนั้นองค์ราชาจึงคิดว่า หาพ่อครัวผู้นั้นสามารถทำอาหารให้ลูกสาวของเขาทานได้จริง พระองค์ก็อยากจะไปดูให้เห็นกับตาด้วยในวันพรุ่งนี้ อีกด้านหนึ่ง ณ สถานที่ปริศนารีเอลยืนอยู่ตรงหน้าบุคคลที่ดูทรงอำนาจสองคนด้วยท่าทางนอมน้อมอยู่ รอบกายของบุคคลตรงหน้าถูกปกคลุมไปด้วยออร่าที่เปร่งประกายเจิดจ้า จนทำให้รีเอลต้องก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าเราทั้งสองจะมองคนไม่ผิด ชายผู้นี้ทำให้เราแปลกใจมากจริงๆ ฮ่าๆๆ” บุคคลลึกลับคนที่1 กล่าว พร้อมหัวเราะกับความสนุกสนานนี้อย่างบ้าคลั่ง“ยังไงก็ต้องขอบใจเจ้านั่นแหละ โลกของข้ามันช่างล้าหลังในทุกๆ ด้านเสียจริง ข้าไม่น่าใส่เวทมนตร์ต่างๆ ลงไปยังโลกมากมายอย่างนี้ แล้วไหนจะมอสเตอร์พวกนั้นอีก เฮ้อ” บุคคลลึกลับคนที่2 กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหนักใจเล็กน้อย“เอาน่า อย่างน้อยก่อนเหตุการณ์ที่ถูกกำหนดไว้นั้นมาถึง โลกของข้ากับโลกของเจ้าก็น่าจะเตรียมพร้อมอะไรไปได้หลายอย่างแล้ว” บุคคลลึกลับคนที่1 กล่าวปลอบใจบุคคลลึกลับคนที่2 อย่างมั่นใจว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี “นั้นซินะ ต้องรบกวนเจ้าแล้วล่ะ รีเอลเอ๋ย ช่วยมอบภารกิจให้กับเขาในเวลาที่เหมาะสม พลังของพวกเราในตอนนี้ได้ถูกใช้ไปจนเกือบจะหมดแล้ว เราจำเป็นต้องพึ่งพาชายคนนั้น” บุคคลลึกลับคนที่2 กล่าวเห็นด้วย ก่อนจะหันมาฝากฝังเรื่องราวทั้งหมดให้รีเอลช่วยดูแล“เจ้าค่ะ” รีเอลก้มหัวให้กับทั้งสอง ก่อนจะเดินจากไป เพื่อทำหน้าที่ของเธอต่อ ทางด้านของหลงเฟยที่กำลังนอนอย่างสบายๆ ก็ถูกนาฬิกาปลุกที่เขาตั้งไว้ปลูกขึ้นมาแต่เช้าอีกเช่นเคย เขาทำธุระส่วนตัวเล็กน้อย และออกไปจ่ายตลาด จากผลกำไรที่ได้ แม้ว่าจะยังไม่คืนทุน แต่มันก็ยังพอจะลงทุนอะไรได้อีกหลายอย่างหลงเฟยเดินไปสั่งทำหมูปิ้งก่อนเป็นอันดับแรก วันนี้เขาสั่งเพิ่งขึ้นเป็น 2,000 ไม้ พร้อมเอ่ยชมรสชาติ ว่าหมูปิ้งของแม่ค้าอร่อย ทำให้ขายดีมาก ไม่รู้ว่าเพราะคำชม หรือเพราะเขาซื้อเยอะขึ้น แม่ค้าจึงลดราคาให้อีก เหลือไม้ละ 2.5 บาท หลงเฟยจึงยื่นเงิน 5,000 บาท ให้แม่ค้า และกล่าวขอบคุณ ตอนนี้หลงเฟยเหลือเงินอยู่ 4,600 บาท เขาจึงเดินไปที่ร้านขายไก่ต่อ และซื้อน่องสะโพก น่องติดปีก และน่องเล็ก รวมกันทั้งหมดประมาณ 50 กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 3,400 บาท ส่วนเงินที่เหลืออีกจำนวน 1,200 บาท หลงเฟยก็ได้นำมาซื้อเป็นเครื่องปรุง และส่วนผสมทั้งหมดที่ยังขาดอยู่ เมื่อใช้เงินจนหลดแล้ว หลงเฟยเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเขายังไม่ได้ซื้อข้าวเหนียวดิบ สำหรับการทำอาหาร เพราะมันเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้จริงๆ           แต่แล้ว อยู่ๆ หลงเฟยก็เกิดความคิดบ้าๆ ขึ้นมา เขาตัดสินใจไปถอนเงินออกจากบัญชีมาอีก 1,500 บาท ทำให้ตอนนี้เงินในบัญชีของเขาเหลืออยู่เพียง 201.65 บาท ซึ่งมันช่างเป็นตัวเลขที่ดูไม่ได้เลย หลงเฟยจ่ายเงินไป 700 บาท เพื่อซื้อข้าวเหนียวดิบจำนวน 20 กิโลกรัม มาเพิ่ม ทำให้เงินเขาเหลือเพียง 800 บาท จากนั้นเขาจึงทำการชื้อกาแฟซองที่ขายในราคา 300 บาทต่อ 100 ซอง เขาชื้อมาทั้งหมด 200 ซอง ส่วนเงินที่เหลืออีก 100 บาทนั้น เขานำไปชื้อแก้วกระดาษกับช้อนพลาสติกในราคา 1 บาทต่อชุด จึงได้มาจำนวน 100 ชุด และแล้ว ในที่สุดเงินของหลงเฟยก็หมดลง เขานัดแนะทางร้านค้าต่างๆ ที่เขาซื้อของให้มาส่งของที่บ้านในช่วงเย็นเหมือนเช่นเคย ก่อนที่เขาจะเดินกลับบ้านไปอย่างหมดอะไรตายอยาก เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลงเฟยก็นำข้าวเหนียวดิบ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เขานำติดตัวกลับมาจากตลาดด้วยไปแช่ไว้ ก่อนออกไปทำงาน ในวันนี้การทำงานของหลงเฟยก็เหมือนเช่นทุกๆ วัน แต่สิ่งที่แปลกออกไปจนเพื่อนๆ สังเกตได้คือ เขาไม่ได้ทานอะไรเลย “เฟยทำไมไม่ไปกินข้าวเที่ยงกับพวกเราวะ ไม่เห็นนายกินอะไรเลยมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ ไปอิ่มทิพย์มาจากไหนรึไง”มาร์คถามอย่างเป็นห่วง แต่ด้วยนิสัยกวนๆ ของเขา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวเล่นทิ้งท้ายไปด้วย หลงเฟยที่ไม่รู้จะตอบยังไง คิดขึ้นมาได้ว่าทุกคนกำลังเข้าใจว่าเขาเสียใจเรื่องปู่ของเขาอยู่ หลงเฟยจึงตัดสินใจอ้างเหตุการณ์นั้นออกไปแทน “ช่วงนี้นายก็รู้ไม่ใช่เหรอ เรื่องปู่ของฉันน่ะ ฉันเพิ่งส่งเงินไปชวยงานศพของปู่ ตอนนี้เกือบหมดตัว มีตังติดตัวอยู่แค่ 200 บาทเอง ไม่เชื่อฉันเปิดบัญชีในดูก็ได้เลย เอ้า”หลงเฟยตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จได้อย่างแนบเนียน พร้อมนำโทรศัพท์มือถือมาเปิดบัญชีธนาคารให้เพื่อนดูเป็นเครื่องยืนยันสิ่งว่าสิ่งที่พูดไปเป็นความจริง