บทที่ 20 มรดกของจักรพรรดินีะ ‘วัวน้อยท่องโลก’
“เ้าชนะแล้ว หัวใจแห่งมารแท้จริงนี่ข้ายกให้เ้า”
สิ้นเสียงนั้น ร่างของิญญาอาวุธก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นห่างจากเจียงหลิงเทียนราวสามจั้ง พร้อมกับผลึกสีดำอันเจิดจ้าที่ค่อย ๆ ลอยออกมา
เจียงหลิงเทียนรับหัวใจแห่งมารแท้จริงไว้ สายตาของเขาไหววูบเล็กน้อย เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีนี้เรียกได้ว่าหายากในระดับสุดยอด
หากอยู่ในระดับพลังบำเพ็ญที่เท่ากัน เมื่อเมล็ดพันธุ์นี้และใช้ปราณมารแท้โดยกำเนิดแล้ว ย่อมสามารถยืนอยู่ในจุดที่ไร้พ่าย ในขอบเขตเดียวกันจะไม่มีใครสามารถต่อกรได้!
เว้นแต่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็ว่าที่จักรพรรดิหรือมหาจักรพรรดิ
และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ ต่อให้เป็เด็กทารกที่อ่อนแอ หากสามารถควบคุมปราณมารแท้โดยกำเนิดนี้ได้ ภายใต้ขอบเขตว่าที่จักรพรรดิลงมา แม้แต่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตะที่ไม่ทันตั้งตัวก็ยังอาจถูกกัดกร่อนได้!
และมีความเป็ไปได้ที่จะถูกลอบฆ่าจนตาย...
นี่คือสาเหตุที่เผ่ามารในยุคดึกดำบรรพ์ถูกเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ร่วมมือกันกวาดล้างจนสูญสิ้น เมล็ดพันธุ์มรรคาวิถีเฉพาะตัวของเผ่ามารนี้ น่ากลัวเกินไปจริง ๆ
หลังจากที่เจียงหลิงเทียนดูดซับหัวใจแห่งมารแท้จริงเข้าไปในทะเลิญญาโกลาหลของเขา เขาก็หันไปมองิญญาอาวุธพร้อมกับยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยแต่กลับไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
“เ้ายังมีคำถามอะไรอีกงั้นหรือ? การท้าทายจบสิ้นลงแล้ว เ้าพักผ่อนเสียหน่อยเถอะ จากนั้นก็รับรางวัลแล้วออกไปได้เลย”
ิญญาอาวุธถูกเจียงหลิงเทียนจ้องมองจนรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วแผ่นหลัง หรือว่า... ความลับของเขาจะถูกเปิดโปงเสียแล้ว?
“เ้าไม่ได้บอกข้าเลยนะ ว่าพลังที่แท้จริงของปอสวินนั้นอยู่ในขอบเขตกำเนิดโกลาหล”
“ข้าเดาว่า เ้าไม่ได้ลืมหรอก และก็คงจะเป็เ้าที่ใช้วิธีบางอย่างฝ่าฝืนกฎการสะกดระดับพลังบำเพ็ญของปอสวินเอาไว้ เ้าคงกะจะให้พวกข้าสู้กันจนเจ็บหนักทั้งสองฝ่ายสินะ?”
ใช่แล้ว! เมื่อครู่ในจังหวะที่เจียงหลิงเทียนสังหารปอสวิน เขาค้นพบว่าปอสวินไม่ได้อยู่ในขอบเขตหลอมเทพ!
สายตาของเจียงหลิงเทียนที่มองไปยังิญญาอาวุธค่อย ๆ เ็าลง
ตอนนี้เขามีทั้งััเทพที่ล้ำลึกและเนตรทลายมายา เขารู้สึกได้ว่า ิญญาอาวุธในตอนนี้เปลี่ยนไปจากตอนก่อนหน้าที่เขาจะปราบปอสวินแล้ว
เพราะเจียงหลิงเทียนได้สังหารร่างิญญาไปทั้งหมด ิญญาอาวุธเองก็น่าจะได้ผลประโยชน์ไม่น้อยจากกระบวนการนี้ จนตอนนี้สามารถแยกตัวออกจากดินแดนลับและมีตัวตนอยู่อย่างอิสระได้
นี่คือสาเหตุที่มันทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาสู้ตะลุยขึ้นมาทีละชั้น ๆ
อย่างไรก็ตาม ิญญาอาวุธที่เพิ่งแยกตัวเป็อิสระนี้ ดูเหมือนพลังบำเพ็ญจะไม่ได้สูงนัก เขาน่าจะพอฆ่ามันได้
“คือ... เื่นั้นข้าลืมไปจริง ๆ อีกอย่าง เ้าก็ไม่เห็นจะเป็อะไรเลยนี่นา บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนช่างมีความสามารถไร้เทียมทาน ใคร ๆ ต่างก็รู้เื่นี้กันทั้งนั้น แค่ขอบเขตกำเนิดโกลาหลกระจอก ๆ เพียงแค่กระบี่เดียวของเ้าก็สังหารอีกฝ่ายได้ในพริบตาแล้ว!”
ิญญาอาวุธเริ่มนึกเสียใจภายหลัง เขาไม่คิดว่าเจียงหลิงเทียนจะเก่งกาจขนาดนี้
บรรพชนมารปอสวินที่อยู่ในขอบเขตกำเนิดโกลาหลยังรับมือไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
“เหอะ ไม่ต้องมาประจบ ข้าไม่ใช่คนโง่ ข้ารู้ดีว่าเ้ากะจะให้ข้ากับปอสวินตายตกตามกันไปทั้งคู่นั่นแหละ” ใบหน้าของเจียงหลิงเทียนยังคงเรียบเฉย
“โถ่ บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนผู้ยิ่งใหญ่ ข้าเป็เพียงิญญาอาวุธผู้น่าสงสารที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออิสรภาพมาตลอดสองล้านปี ได้โปรดมีเมตตา ปล่อยข้าไปเถิดนะ~~~”
เมื่อเห็นว่าเจียงหลิงเทียนมีจิตสังหาร ิญญาอาวุธก็ทรุดลงร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าเขาทันที ทำเอาเจียงหลิงเทียนประหลาดใจไม่น้อย
แต่เจียงหลิงเทียนไม่มีวันใจอ่อนให้กับมันแน่ เขาจึงเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ข้าไม่ได้สนใจเื่เล่าสร้างแรงบันดาลใจของเ้าหรอก ข้าสนแค่ว่า เ้าคิดจะชดเชยให้ข้าอย่างไร”
“ชดเชยหรือ??” ิญญาอาวุธมึนงง
“ั้แ่เริ่มเ้าตั้งใจให้ข้ากับปอสวินาเ็หนักทั้งคู่ เพื่อจะได้ชิงเอาหัวใจแห่งมารแท้จริง และกะจะยึดร่างของข้าเพื่อรับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์แบบสินะ?”
นั่นไงล่ะ!
ความตั้งใจข้ามันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรือ?
ม่านตาของิญญาอาวุธหดแคบลงทันที เ้าหมอนี่ดูภายนอกเหมือนแค่อายุสิบกว่าปี แต่ทำไมความคิดความอ่านถึงเฉียบคมขนาดนี้!
เหมือนกับพวกตาเฒ่าเ้าเล่ห์ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนไม่มีผิด!
“เพียงแต่ภายหลัง แผนการที่เ้าวาดฝันไว้กลับล้มเหลวไม่เป็ท่า”
เจียงหลิงเทียนเปลี่ยนน้ำเสียงแล้วเอ่ยต่อว่า “แต่ว่า เื่นี้สร้างาแทางร่างกายและจิตใจให้ข้าอย่างรุนแรง ในอนาคตมันจะทำให้ข้าไว้ใจใครได้ยากยิ่งขึ้น…าแทางจิตใจน่ะ เ้าจะรู้หรือไม่ว่ามันรุนแรงขนาดไหน?
ข้ายังเป็เพียงเด็กคนหนึ่งนะ หากเด็กคนหนึ่งไม่กล้าไว้ใจโลกใบนี้อีกต่อไป เ้าคิดว่ามันร้ายแรงหรือไม่ล่ะ? ดังนั้น เ้าควรแสดงความจริงใจออกมา และชดเชยให้ข้าอย่างงาม”
ิญญาอาวุธ: “...”
เป็เพียงแค่เด็ก? าแทางจิตใจ? ไว้ใจคนอื่นได้ยากขึ้น??
เ้าดูเป็จอมขูดรีด อันธพาลชัดเจนเลยต่างหาก!
ิญญาอาวุธรู้สึกว่าสามัญสำนึกของเขากำลังพังทลาย
“หืม? หรือเ้าคิดว่าข้าเรียกร้องมากเกินไป?” รอบกายของเจียงหลิงเทียนพลันปรากฏปราณแห่งความโกลาหลขึ้นทันที!
ภาพมายาของบงกชโกลาหลค่อย ๆ ปรากฏออกมาพร้อมกับจิตสังหารอันเข้มข้น!
ิญญาอาวุธใจนตัวสั่น รีบส่ายหน้ารัว ๆ “ไม่ ๆ ท่านพูดถูกแล้ว ถูกต้องที่สุด! นี่มันเป็คุณธรรมขั้นพื้นฐานเลยชัด ๆ! ไม่ทราบว่าท่านผู้สูงส่ง ้าค่าตอบแทนแบบใดหรือ?”
วูบ!
บงกชโกลาหลเลือนหายไป
เจียงหลิงเทียนกลับสู่สภาพปกติและยิ้มบาง ๆ “ข้า้าให้เ้าทำพันธสัญญามหาวิถีกับข้า ยอมเป็ทาสของข้า”
ิญญาอาวุธ: ???
เฮือก…
……
ด้านนอกแท่นเทพโบราณ ร่างที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายมรรคาวิถีทั้งห้ายืนอยู่หน้าแท่นเทพ และกำลังหารือบางอย่างกัน
“ท่านเจียง ข้าว่าช่างมันเถอะ กระจกสัมฤทธิ์บานนี้อย่างน้อยก็เป็อาวุธระดับมหาจักรพรรดิ ลำพังพวกเราไม่มีทางเปิดมันได้แน่ การฝืนใช้พลังกับอาวุธจักรพรรดิ ต่อให้พวกเราทั้งห้าร่วมมือกันก็ต้องสูญเสียพลังรากฐานไม่น้อย ที่สำคัญที่สุดคือ อาวุธระดับนี้มีิญญาสถิตอยู่ หากมันขัดขืนขึ้นมาล่ะก็...”
“จะเป็หรือตาย ข้าก็ต้องเห็นเขาด้วยตาตนเอง”
บรรพชนเจียงิกล่าวอย่างราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจโต้แย้ง
“ทรัพยากรที่เสียไป สกุลเจียงของข้ายังพอรับไหว ขอเพียงทุกท่านยินดีช่วยข้าออกแรง ต่อให้สิ่งที่พาออกมาจะเป็เพียงร่างที่ไร้ิญญา สกุลเจียงย่อมต้องทดแทนให้สิบเท่า!”
ผู้แข็งแกร่งะหลายท่านต่างตกตะลึง เจียงิผู้นี้มีอำนาจล้นพ้นในพันธมิตรอวิ๋นฮวงมานับแสนปี เป็คนที่พูดคำไหนคำนั้นเสมอ
แต่เพื่อหลานคนเดียวที่ไม่รู้ว่าเป็หรือตาย มีความจำเป็ต้องทุ่มสุดตัวถึงขนาดนี้เลยหรือ?
และในวินาทีนั้นเอง แท่นเทพโบราณก็พลันะเิแสงิญญาพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า!
“เอ๊ะ?!”
ผู้แข็งแกร่งทั้งห้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ใกับการเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันนี้ รีบะโถอยหลังไปตั้งหลัก แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็พบว่า ผิวกระจกของแท่นเทพโบราณได้กลับมาใสกระจ่างดังเดิมแล้ว!
เมื่อแสงิญญาจางลง ร่างของเจียงหลิงเทียนก็เดินออกมาจากผิวกระจก
“หลิง... หลิงเทียน เ้า... เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?”
บรรพชนเจียงิชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ และเปลี่ยนเป็ความดีใจอย่างหาที่สุดไม่ได้!
“หืม? ท่านบรรพชน”
เจียงหลิงเทียนยิ้มให้เจียงิก่อนเป็อันดับแรก ทว่าต่อมาเขาก็พบว่า สภาพแวดล้อมภายนอกมันดู... พิลึกพิลั่นอย่างบอกไม่ถูก
คนเยอะมาก ยืนกันเต็มไปหมด แต่สิ่งที่พวกเขากำลังทำกันอยู่นี่มัน...
“ทำไมคนพวกนั้นถึงไปยืนซะไกลขนาดนั้น แถมยังมีช่อดอกไม้เยอะแยะไปหมด? แล้วคนกลุ่มนั้นเขากำลังเผากระดาษเงินกระดาษทองอย่างนั้นหรือ? ยังมีคนกำลังตั้งวงกินเลี้ยงกันอีก??”
ในขณะเดียวกัน เมื่อเจียงหลิงเทียนเดินออกมา แท่นเทพโบราณที่อยู่ในร่างกระจกสัมฤทธิ์ก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จนสุดท้ายกลายเป็กระจกสัมฤทธิ์บานจิ๋ว และห้อยติดอยู่ที่เอวของเจียงหลิงเทียนอย่างพอดิบพอดี
เอ่อ…
ความเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์นี้ดึงดูดสายตาของทุกคนทันที
ผู้แข็งแกร่งะหลายคนเผลออุทานออกมาอย่างลืมตัว “นี่... นี่มันอะไรกัน? เกิดอะไรขึ้นกับแท่นเทพโบราณ?”
“แท่นเทพโบราณความจริงแล้วเป็อาวุธจักรพรรดิชิ้นหนึ่งขอรับ และมันยังมีที่มาไม่ธรรมดาด้วย”
เมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้ยืนอยู่กับบรรพชนของตน และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เจียงหลิงเทียนจึงไม่ได้ปกปิดความลับ
“นี่คือของสืบทอดมรดกของจักรพรรดินีเพียงหนึ่งเดียวในหน้าประวัติศาสตร์เมื่อสองล้านปีก่อน…จักรพรรดินีะขอรับ”
เหล่าผู้แข็งแกร่งะ: “...”
บุตรจักรพรรดิหลิงเทียนได้รับมรดกอาวุธจักรพรรดิอีกแล้วงั้นหรือ?!
นี่มันเข้าตำรา...วัวน้อยท่องโลก…ไปที่ไหนก็โชว์เหนือที่นั่นจริง ๆ !