กู้หนิง กู้อัน และเสี่ยวหู่เดินทางมาถึงเมืองอี้ก็เข้ายามเซิน (15.00 – 16.59 น.) แล้ว อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะได้เวลาพลบค่ำ พวกเขาจำเป็ต้องหาที่พักก่อนที่จะเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้
“อาหู่ เราหาโรงเตี๊ยมพักค้างคืนกันก่อนเถิด หาที่ที่มีโรงพักม้าด้วยนะ” กู้หนิงะโสั่ง
“ขอรับ” เสี่ยวหู่ขานรับก่อนบังคับรถม้าเข้าประตูเมือง
“หยุดก่อน!” เ้าหน้าที่รักษาประตูเมืองะโ “พวกเ้าลงจากรถม้ามาให้หมด”
“ท่านเ้าหน้าที่ขอรับ พวกเราแค่้าเข้าเมืองไปหาที่พักเท่านั้น” เสี่ยวหู่รีบบอก
“บอกให้ลงก็ลงมาสิ หรือต้องให้ข้าสั่งคนมาจัดการพวกเ้า” เ้าหน้าที่ตวาดเสียงดัง
“พวกเราจะลงไปเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ” กู้หนิงเปิดม่านรถม้าแล้วก้าวลงมา กู้อันตามลงมาด้วยเช่นกัน
“คารวะท่านเ้าหน้าที่ เราสามคนพี่น้องเดินทางมาจากเมืองชิ่งเพื่อเดินทางเข้าเมืองหลวง เห็นว่าเวลานี้ใกล้ค่ำแล้ว เราจึงต้องเข้าเมืองอี้เพื่อมาหาที่พักขอรับ” กู้อันพูดอย่างนอบน้อม เขาไม่อยากให้พี่สาวเป็คนไปสนทนากับเ้าหน้าที่ อย่างไรพี่สาวก็เป็สตรี เื่นี้จึงเป็เขาที่ต้องออกหน้า
เ้าหน้าที่รักษาประตูเมืองเห็นว่าคุณชายหน้าตาหล่อเหลา คุณหนูก็หน้าตาสะสวย ทั้งยังมีกิริยามารยาทเรียบร้อย ยิ่งได้ยินว่าทั้งคู่กำลังจะเดินทางเข้าเมืองหลวง เขาเกรงว่าทั้งสองคนจะเป็บุคคลที่เขาไม่ควรล่วงเกิน เขาจึงลดท่าทางแข็งกร้าวลง “ต้องขออภัยคุณชาย สถานการณ์ในอำเภอไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เราจำเป็ต้องตรวจคนเข้าออกอย่างเคร่งครัด พวกท่านแค่แสดงหลักฐานประจำตัวออกมาให้เราดูเท่านั้น”
กู้อันหยิบหลักฐานส่วนตัวของพวกเขาออกมาให้เ้าหน้าที่ตรวจสอบ
เ้าหน้าที่อ่านเอกสารแล้วถาม “พวกเ้าจะเดินทางเข้าเมืองหลวงด้วยธุระใด”
“ข้ากับพี่สาวจะไปหาญาติขอรับ” กู้อันยิ้มตอบ “เราจะเอาอัฐิของท่านแม่กลับไปทำพิธีที่เมืองหลวงด้วย”
ก่อนหน้านั้นเ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นบนรถม้าแล้ว และเห็นว่าพวกเขามีโถกระเบื้องบรรจุอัฐิอยู่จริงๆ “พวกเ้าเข้าเมืองได้ แต่ข้าขอเตือนว่ายามวิกาล พวกเ้าไม่ควรออกมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก หากถูกคนร้ายจับตัวไปจะยุ่ง”
“ขอบคุณสำหรับคำเตือนของท่านขอรับ” กู้อันยื่นถุงใบใหญ่ให้เ้าหน้าที่ “นี่เป็ซาลาเปาไส้หมูสับที่พวกเรานำติดตัวมาด้วย เห็นว่าพวกท่านทำงานหนัก ข้ามอบให้ท่านเพื่อเป็การแสดงความขอบคุณที่ท่านดูแลพวกเาาวบ้านตาดำๆ เป็อย่างดีนะขอรับ”
ได้ยินคำชมอันแสนรื่นหู เ้าหน้าที่รักษาประตูเมืองต่างก็ยิ้มกันไม่หุบ บางคนถึงกับยืนยืดอกหลังตึงอย่างองอาจ นานเท่าไหร่แล้วที่พวกเขาไม่ได้รับคำชม
“มันเป็หน้าที่ของพวกข้าอยู่แล้ว พวกเ้าจะรีบเข้าไปหาที่พักไม่ใช่หรือ ไปเถอะ...ประเดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน” เ้าหน้าที่รักษาประตูเมืองรับถุงใส่ซาลาเปามาถือไว้ “ข้ากับพวกพี่น้องก็ขอบใจในน้ำใจของเ้าเช่นกัน”
กู้หนิงกับกู้อันกลับขึ้นไปนั่งบนรถม้า เสี่ยวหู่ก็ทำหน้าที่สารถีบังคับรถม้าเข้าเมืองไปอย่างอารมณ์ดี พี่ใหญ่อันของเขาช่างมีวาจาเป็เอก ต่อให้พี่ใหญ่พูดโกหกก็ยังพร้อมที่จะมีคนเชื่อ ดูอย่างเ้าหน้าที่รักษาประตูเมืองสิ พอได้ฟังคำชมจากพี่ใหญ่อันของเขาก็ยิ้มกันแก้มแทบปริ แต่ใครจะรู้ว่าพี่ใหญ่ของเขาแค่พูดไปเพราะอยากผ่านเข้าเมืองเร็วๆ เท่านั้น
ส่วนในรถม้า กู้หนิงถึงกับส่ายหน้าให้น้องชาย “นี่ขนาดบุรุษได้ยินคำของเ้ายังเคลิบเคลิ้ม หากเป็แม่นางน้อยไม่ประสีประสาได้ฟังคำชมจากปากเ้าทุกวัน มีหวังพวกนางได้หลงรักเ้าจนหัวปักหัวปำแน่ เ้าอย่าเที่ยวไปพูดจาแบบนี้กับสาวๆ ที่ไหนเชียว”
“โธ่...พี่หญิง ข้ากับท่านมีชีวิตมาสองชาติแล้ว เื่แค่นี้ข้ารู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรน่า” กู้อันบอกพี่สาว
“รู้ไว้ก็ดี เ้าต้องจำเอาไว้ว่าในยุคนี้ไม่เหมือนกับยุคที่เราจากมา ยุคนั้นต่อให้นอนด้วยกันแต่ถ้าไม่ถูกใจกันก็พร้อมที่จะเดินแยกทาง แต่สำหรับคนในยุคนี้ แค่เ้าััถูกชายเสื้อของอีกฝ่าย เ้าก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของพวกนางแล้ว” กู้หนิงเตือนน้องชายอย่างจริงจัง นางรู้ว่าน้องชายไม่เคยทำตัวเหลวไหล แต่เพราะน้องชายเป็คนรักสนุกและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี นางกลัวว่าน้องชายจะไปพูดให้แม่นางน้อยทั้งหลายเข้าใจผิดจนกลายเป็เื่ใหญ่
“เอาเป็ว่าข้าจะระวังคำพูดให้มาก” กู้อันพูดตัดบทก่อนที่จะพูดเื่ที่ตัวเองสงสัย “แต่ว่านะพี่หญิง เกิดเื่อะไรขึ้นที่เมืองอี้นี้หรือเปล่า ทำไมทหารถึงได้ตรวจสอบคนเข้าเมืองเคร่งครัดนัก อีกทั้งเ้าหน้าที่ยังเตือนไม่ให้เราออกไปเดินข้างนอกตอนกลางคืนอีก”
“เราแค่ผ่านทางมา เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ต้องออกเดินทางกันต่อแล้ว ข้าขอเตือนว่าเ้าอย่าได้คิดที่จะออกไปสร้างปัญหาเป็อันขาด ถ้าไม่เชื่อฟัง ข้าจะอัดเ้าให้น่วมเลย” กู้หนิงชูกำปั้นให้น้องชาย
ไม่นานเสี่ยวหู่ก็บังคับรถม้ามาถึงโรงเตี๊ยมขนาดเล็กแห่งหนึ่ง กู้หนิงกับกู้อันไม่ได้ว่าอะไร ขอแค่มีที่ให้พักและมีที่ให้ม้าได้พัก เท่านี้พวกเขาก็พอใจแล้ว เดิมทีพวกเขาจะจองห้องพักสองห้อง สำหรับกู้หนิงหนึ่งห้อง และอีกห้องหนึ่งให้กู้อันกับเสี่ยวหู่พักด้วยกัน แต่เสี่ยวหู่ปฏิเสธ เขาจะนอนบนรถม้า
กู้หนิงกับกู้อันจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าทำไมเสี่ยวหู่ถึงปฏิเสธ พวกตนดูแลเสี่ยวหู่มาเหมือนน้องชาย แต่เสี่ยวหู่กลับวางตัวเองเป็เหมือนบ่าวรับใช้ สองพี่น้องตั้งใจว่าพอไปถึงเมืองหลวง พวกเขาจะต้องปรับความคิดของเสี่ยวหู่เสียใหม่ ส่วนเวลานี้ก็ปล่อยให้เขาได้ทำตามใจตัวเองไปก่อน
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันเข้าห้องพัก พวกเขาต่างก็จัดการธุระของตัวเองแล้วรีบเข้านอน การเดินทางไกลตลอดทั้งวันโดยไม่ได้พักทำให้พวกเขาเหนื่อยมากจริงๆ ในขณะที่กู้หนิงกับกู้อันกำลังหลับสนิท แหวนปานจื่อที่พวกเขาร้อยเชือกแล้วห้อยไว้บนคอเวลาเวลานี้กลับร้อนจนลวกหน้าอก กู้อันรีบวิ่งมาเคาะประตูห้องพี่สาว กู้หนิงก็รีบเปิดประตูให้น้องชายเช่นกัน
“พี่หญิง! แหวนปานจื่อของข้าร้อนมากเลย ร้อนจนหน้าอกของข้าแทบจะไหม้แล้วขอรับ” กู้อันจับปลายเชือกแล้วแกว่งแหวนไปมา “ร้อนอย่างนี้ข้าคงสวมมันไว้บนคอไม่ได้แล้ว”
“ของข้าก็ร้อนเหมือนกัน” กู้หนิงบอก
กู้อันเดินไปยกถังน้ำในห้องน้ำออกมา “เราลองเอามันแช่ลงไปในน้ำดีหรือไม่ขอรับ”
กู้หนิงทำตามคำแนะนำของน้องชาย ทั้งคู่สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง พอลองใช้มือััน้ำ น้ำก็ยังเย็นเป็ปกติ
กู้หนิงกับกู้อันเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจึงล้วงมือลงไปในถังน้ำแล้วหยิบแหวนปานจื่อของตัวเองออกมา แต่แหวนกลับยังร้อนอยู่ รอสักพักความร้อนก็หายไป
“เสี่ยวอัน! ดูที่ฝ่ามือเร็วเข้า” กู้หนิงแบมือให้น้องชายดู “ฝ่ามือของข้ามีปานรูปพระจันทร์เสี้ยวเกิดขึ้น”
กู้อันรีบแบมือตัวเองดูก็เห็นว่าบนฝ่ามือมีปานรูปพระจันทร์เสี้ยวเกิดขึ้นเหมือนกัน สักพักก็มีแสงเปล่งประกายออกจากฝ่ามือ จากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปอยู่ในมิติ
ห้างสรรพสินค้าในมิติเวลานี้ขึ้นป้ายว่าเปิดทำการ และฟาร์มปศุสัตว์ก็มีแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นมา ความรู้สึกที่สองพี่น้องััได้คือมิติของพวกเขาถูกเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แล้ว พวกเขาสามาถเข้าออกมิติเมื่อไหร่ก็ได้ และพวกเขาจะพาใครเข้ามาในมิติก็ได้เช่นกัน
“นอกจากครั้งแรกที่เราเข้ามาในมิติพร้อมกันทั้งสองคน แต่หลังจากนั้นเราจะเข้ามิติมาได้แค่ทีละคน แถมยังจำกัดเวลาเข้าออก ห้างสรรพสินค้าก็ยังเข้าไปใช้บริการไม่ได้ ฟาร์มปศุสัตว์ก็ขาดแหล่งน้ำ แต่ตอนนี้ทุกอย่างในมิติพร้อมใช้งานทั้งหมด แสดงว่าเราเชื่อมมิติกันอย่างสมบูรณ์แล้ว” กู้หนิงวิเคราะห์ให้น้องชายฟัง
“ดีสิขอรับ ต่อไปเราก็จะเข้ามิติมาพร้อมกันได้ อีกอย่างการต้องเข้าออกมิติโดยอาศัยแหวนก็ทำให้ข้ากังวล” กู้อันพูดอย่างโล่งใจ
“เ้ากังวลเื่อะไร”
“ก็ถ้าแหวนของเราหายหรือถ้ามันแตกไปเล่าขอรับ เราก็เข้ามาใช้ประโยชน์ในมิติไม่ได้น่ะสิ เปลี่ยนเป็ปานแบบนี้ดีกว่ากันตั้งเยอะ”
“มันก็จริง ถ้าเกิดเรากลับจวนโหวแล้วท่านพ่ออยากได้แหวนคืน เราจะได้ไม่ต้องคิดแผนที่จะยึดแหวนไว้กับเราเอง”
สองพี่น้องทดลองเข้าออกมิติพร้อมกันอยู่หลายรอบ เมื่อเห็นว่ามิติยังเป็ปกติดี พวกเขาจึงแยกย้ายกันเพื่อจะนอนพักผ่อนต่อ
แต่หลังจากที่กู้อันกลับห้องพักของตัวเองไปได้สักพัก หน้าต่างห้องพักของกู้หนิงก็ถูกคนงัดแล้วปีนเข้ามา กู้หนิงที่ยังไม่หลับสนิทดีรู้สึกตัว นางอยากหายเข้าไปในมิติแต่ความอยากรู้กลับทำให้นางแกล้งนอนหลับอยู่บนเตียง
ชายชุดดำตรงมาที่เตียงแล้วใช้มือปิดปากนางไว้ “หากเ้าไม่ส่งเสียงข้าก็จะไม่ทำร้ายเ้า ถ้าเ้ากล้าะโ ข้าจะฆ่าเ้าซะ”
กู้หนิงพยักหน้ารัวๆ เมื่อปากเป็อิสระนางรีบพูด “ขอแค่ท่านไว้ชีวิต ทรัพย์สินที่ข้ามีข้าจะมอบให้ท่านทั้งหมด”
“ข้าไม่ได้้าสมบัติของเ้า” ชายชุดดำพูดจบก็จ้องตากู้หนิงในความมืด เขามองเห็นแววตาที่เป็ประกายของนาง อีกทั้งกลิ่นกายของสตรีที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมาก็ทำให้เขาเผลอไปชั่วขณะ
“เอ่อ...ท่านจอมยุทธ์ ท่านลุกขึ้นก่อนดีหรือไม่” กู้หนิงบอก เพราะอีกนิดเดียวชายชุดดำก็จะนอนทับมาบนร่างของนางแล้ว
ชายชุดดำเปลี่ยนเป็ท่านั่ง จากนั้นเขาก็ฉุดให้กู้หนิงลุกขึ้นนั่งตาม “ข้าเห็นว่าพวกเ้ามีรถม้า พวกเ้ากำลังจะเดินทางไปที่ใด”
“ข้ากับน้องชายกำลังจะเดินทางเข้าเมืองหลวง” กู้หนิงตอบ นางััได้ว่าชายชุดดำผู้นี้มีวรยุทธ์สูงกว่านางหลายเท่า นางจึงได้แต่นั่งนิ่ง เพราะต่อให้นางคิดจะสู้ นางก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี
“ข้าจะขอติดรถม้าของพวกเ้าเข้าเมืองหลวงด้วย”
“หืม...ท่านอยากเข้าเมืองหลวงหรือ แล้วทำไมต้องเป็รถม้าของข้าด้วยเล่า ข้าให้เงินท่านจำนวนหนึ่งแล้วให้ท่านไปเช่ารถม้าส่วนตัวเพื่อเดินทางจะไม่สะดวกกว่าหรือ”
“เ้าจะปฏิเสธคำขอของข้าสินะ” ชายชุดดำใช้มือเชยคางหญิงสาว “ข้ารู้ว่าเ้ามีวรยุทธ์ แต่เ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้น...”
กู้หนิงที่มองสบตาคมเข้มของเขา แววตาของชายชุดดำผู้นี้แฝงไว้ด้วยความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว และแววตาของเขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้าย ตามสัญชาตญาณ นางรู้สึกว่าชายชุดดำคนนี้ก็ไม่ใช่คนเลว นางจึงตกลงใจที่จะช่วยเขา แต่นางก็ยังถามอย่างใจเย็น “เพราะฉะนั้นอะไร?”
“เพราะฉะนั้นเ้าก็ทำตามคำขอของข้าแต่โดยดีเถอะ รับรองว่าข้าจะไม่ทำร้ายเ้ากับน้องชายของเ้าอย่างแน่นอน”
กู้หนิงพยักหน้า “ได้ ข้าจะพาท่านเข้าเมืองหลวงไปด้วยกัน แต่ว่าข้าอยากขอ...”
“เ้ายังกล้ามีเงื่อนไขกับข้าอีกรึ” ชายชุดดำหรี่ตามอง
“ข้าแค่จะบอกว่าก่อนถึงประตูเมืองหลวง ท่านต้องลงจากรถม้าของข้าไป เพราะถ้าเ้าหน้าที่ถาม ข้าก็ไม่รู้ว่าจะตอบพวกเขาอย่างไร”
“ตกลง ก่อนถึงประตูเข้าเมืองหลวง ข้าจะจากไปทันที”
กู้หนิงนึกอะไรได้บางอย่าง นางลงจากเตียงแล้วเดินไปจุดเทียน ก่อนที่นางจะรินน้ำชาใส่ถ้วยมาให้เขาหนึ่งถ้วย “ท่านจะดื่มน้ำชาสักหน่อยไหม”
ชายชุดดำมองเห็นใบหน้าของนางชัดๆ ก็ต้องตะลึงอีกครั้ง นางช่างงดงามและบริสุทธิ์ แตกต่างจากคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงที่เขาเคยพบมาเสียอีก เขาสบตานางอยู่นาน เมื่อรู้ว่าตัวเองเสียกิริยาจึงพูดแก้เก้อ “เ้าไม่ได้ใส่อะไรลงไปในน้ำชาให้ข้าดื่มกระมัง”
“ให้ข้าลองดื่มก่อนดีหรือไม่”
“ไม่ต้อง” ชายชุดดำคว้าแก้วน้ำชาไปดื่มจนหมด ไม่นานเขาก็ฟุบหน้าลงไปนอนกับโต๊ะ