#วันจันทร์สีชมพู 9
“แล้วนี่จะไปไหนกันต่อ”
“ว่าจะกลับเลยล่ะ ง่วงยังไงไม่รู้” เหล่าคุณหมอต่างทานอาหารและพูดคุยกันเสร็จแล้วเรียบร้อย และตอนนี้เป็เวลาที่ฉันรอคอยเมื่อพวกเขากำลังจะแยกย้ายกันกลับ อ้อ คุณหมออิงที่นั่งมองฉันอย่างไม่พอใจจู่ ๆ ก็ขอตัวกลับ พอกลับไปไม่นานเหล่าคุณหมอผู้หญิงที่ยังอยู่ต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าโล่งใจที่คุณหมอพิงค์หลุดพ้น ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าหลุดพ้นอะไร คุณหมอพิงค์ไม่ยอมปล่อยมือฉันเลยแม้เราจะเดินออกมาจนถึงหน้าร้านอาหาร เขาเข้ามาเข็นรถเข็ญช่วยรวมถึงขนย้ายของที่ซื้อไปใส่ท้ายรถให้
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเตรียมตัวจะขึ้นรถกลับแต่ติดที่ว่ามีมือหนา ๆ ของคุณหมอดึงกุญแจรถไป พร้อมกับดึงมือฉันให้เดินไปอีกด้าน เขาเปิดประตูเบาะด้านหน้าคู่คนขับให้และดันไหล่ให้ขึ้นไปนั่ง
“อะไรคะ”
“กลับบ้านกันไงครับ”
“เราขับเอง...”
“พี่จะขับให้”
“รถคุณล่ะ”
“พี่มากับพล แล้วตกลงหนูโกรธอะไรพี่”
“ไม่ได้โกรธค่ะ” ฉันรีบเอ่ยปฏิเสธ แต่เหมือนอีกฝ่ายก็ยังคงไม่เชื่อถึงได้ถามจี้มาอีกแบบนั้น
“งั้นหลบหน้าพี่ทำไม ั้แ่วันที่ไปดูเธิร์สแข่ง”
“หนูไม่ได้หลบ...”
“ทำไมไม่รับสายพี่ ไปหาที่ห้องก็ไม่ยอมเปิดประตู กับข้าวที่ซื้อมาให้ทำไมต้องเอาไปแขวนคืนที่ห้องพี่ ถ้าไม่ได้โกรธทำแบบนั้นทำไมครับ”
“...” ไม่มี ไม่มีคำแก้ตัวอะไรเลยสักอย่าง ฟังดูงี่เง่าดีจัง ฉันนี่แหละงี่เง่า
“ขอโทษที่วันนั้นเงียบใส่หนู แล้วก็ที่บอกว่าเราเป็เพื่อน พี่กลัวหนูไม่ชอบ”
“...”
“แต่พี่ไม่ได้มีใครเลยนะ อย่าโกรธพี่เลยนะครับพี่ไม่มีความสุขเลยที่เราเป็แบบนี้”
“...”
“มันเดย์ครับ มีอะไรข้องใจถามพี่นะ อย่าเงียบหรือโกรธพี่เลยนะครับ”
“หนูไม่ชอบ...”
“ครับ?”
“บอกว่าเป็เพื่อน หนูไม่ชอบ มันเจ็บมาก ๆ เลย ไหนจะไปกับคนอื่น...” ฉันนั่งเงียบรถหยุดนิ่งเมื่อถึงลานจอดรถของคอนโด คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยหันมารั้งฉันเข้าไปกอดจนแน่น
“ขอโทษครับ พี่ขอโทษ ขอโทษที่พูดแบบนั้น จะไม่พูดแบบนั้นอีกแล้วครับ ถ้าจะไปกับเพื่อนหรือน้องหรือพี่สาวพี่จะบอกหนูนะ บอกทุกอย่างเลย” อ้อมแขนอบอุ่นโอบกอดฉันไว้ ฝ่ามือร้อนลูบเรือนผมไปมาอย่างเบามือ เรานั่งกอดกันอยู่ในรถนานจนเริ่มเขิน
“ปล่อยได้แล้วค่ะ จะขึ้นห้องแล้ว”
“ครับ เดี๋ยววันนี้มาดูหนังด้วยกันนะ ที่ห้องพี่”
“ขอคิดดูก่อน”
“ไม่ต้องคิดแล้วคนเก่ง พี่อยากอยู่กับหนู ไม่เจอตั้งหลายวันพี่คิดถึงรู้ไหม”
“เวอร์แล้ว ปล่อยได้แล้วค่ะจะขึ้นห้องแล้ว”
“ไปด้วยกันครับ ว่าจะถามอยู่ทำไมหนูซื้ออาหารแมว”
“ก็ซื้อมาให้เ้าหญิง”
“ครับ? เ้าหญิงเหรอ”
“ใช่ค่ะ เดี๋ยวเธิร์สจะพามาส่ง น้องไปเพิ่งมาถึงค่ะ” ระหว่างเล่าถึงเ้าหญิงฉันก็ยิ้มกว้างอย่างตื่นใจ เพราะฉันรักเ้าหญิงมาก ๆ แต่่นี้น้องป่วยเลยต้องพาไปอยู่โรงพยาบาลมา วันนี้คุณหมอให้น้องกลับมาแล้วเธิร์สจึงอาสาไปรับน้องมาให้ เราจึงตั้งใจว่าจะทำมื้อเย็นทานด้วยกัน เธิร์สบอกว่าวันนี้จะค้างที่นี่ด้วย ตื่นเต้นอีกแล้วล่ะ
“ยิ้มกว้างเชียว” คนข้าง ๆ เอ่ยแซว
“ก็ดีใจนี่คะ”
“อย่าลืมแนะนำพี่ให้รู้จักเ้าหญิงของหนูด้วยนะครับ”
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูแนะนำเอง เ้าหญิงน่ะน่ารักมากเลยนะ ชอบอ้อนแต่ก็ไม่ชอบให้เราจับตัว บางทีหนูก็งงเหมือนกัน”
“น่ารักจังเลยนะ”
“ใช่ค่ะ เ้าหญิงน่ารักมาเลย”
“พี่หมายถึงหนูครับที่น่ารัก...”
“อะ อะไรกันเล่า เดินไปเลยค่ะไม่ต้องหันมามองด้วย” ฉันดันหลังคนตัวโตให้เดินนำไปข้างหน้าส่วนตัวเองได้แต่ก้มหน้าเขินกับคำพูดของเขา คิดจะหยอดก็หยอด สนุกมากนักหรือไงที่ทำให้ฉันเขินได้แบบนี้น่ะ
“เดี๋ยวพี่ช่วยครับ” คุณหมอยิ้มขำพรางช่วยเปิดประตูเมื่อเห็นท่าทางเงอะงะของฉัน ถุงข้าวของถูกวางไว้ที่ห้องครัว คุณหมอเดินเข้าไปนั่งที่โซฟา ฉันเองก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงไม่รีบกลับแต่ถึงแม้จะสงสัยแต่ก็เทน้ำใส่แก้วไปให้เขา มันเป็มารยาทที่ดีของเ้าบ้านนี่นา
“ขอบคุณครับ เธิร์สมาตอนไหน”
“ใกล้ถึงแล้วค่ะ”
“หนูจะทานข้าวได้ไหม เพิ่งทานมาเอง”
“ได้สิคะ หนูน่ะทานไปนิดเดียวเองตั้งใจไว้แล้วว่าจะทานกับเธิร์ส โอ๊ะ เดี๋ยวไปทำกับข้าวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวพี่ช่วยครับ” คุณหมอพิงค์เดินตามมาที่ห้องครัว ฉันเริ่มทำอาหารง่าย ๆ สองสามอย่างส่วนคุณหมอเป็คนอาสาหุงข้าวให้ ทำอาหารเสร็จประตูห้องก็ถูกเคาะเป็จังหวะ บ่งบอกได้ว่าคนเป็น้องชายได้เดินทางมาถึงแล้ว
“เดี๋ยวพี่เปิดเองครับ” หมอพิงค์เดินไปเปิดประตู เสียงพูดคุยกันที่ดังอยู่หน้าห้องเสียงร้องของเ้าหญิงทำให้ฉันรีบล้างมือและเดินเข้าไปหาคนที่เพิ่งมาใหม่
“เ้าหญิง” ฉันเอ่ยเรียกแมวตัวสีขาวปุกปุยทันที หน้าเชิด ๆ นั่นทำให้ฉันหลุดยิ้มทันที เสียงร้องเหมียวตอบกลับมาอย่างน่ารัก
“อะไรกันน้องมาหาแต่ทักแมวเนี่ย” เธิร์สเดย์บ่นไม่จริงจัง ส่งกรใส่เ้าหญิงมาให้ฉัน
“น้องไม่ใช่แมว” ฉันเถียงกลับรับเ้าหญิงมาก็พาไปที่ห้องนั่งเล่น เปิดกรงและอุ้มน้องมานั่งตัก เล่นหยอกล้อกันอยู่นาน
“คิดถึงจังเลย หนูคิดถึงแม่ไหมลูก อยู่ที่นู่นคุณหมอดุไหมคะ” เสียงเล็กเสียงน้อยที่ฉันใช้คุยกับเ้าหญิงทำให้ใครอีกคนที่เดินตามมาหัวเราะน้อย ๆ
“ทานข้าวครับ”
“อ้อ ค่ะ เ้าหญิงแม่ซื้อของเล่นใหม่มาให้ดูด้วยนะ เดี๋ยวแม่จะเอามาให้หนูเล่นรอนะลูก” อุ้มเ้าหญิงเดินเข้าห้องนอนก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับของเล่นชิ้นใหม่ ฉันเล่นกับเ้าหญิงอีกเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจไปล้างมือเพื่อไปทานข้าว ที่จริงก็ยังอยากเล่นต่ออยู่นะแต่สายตาดุ ๆ ของคุณหมอพิงค์นี่สิ ฉันไม่กล้าที่จะดื้อเลย กลัวเขาจะดุเอา เวลาเขาดุน่ากลัวมากเลยนะ เคยเห็นเขาดุพนักงานของคลินิกเขาอยู่ครั้งสองครั้ง
“ล้างมือหรือยัง” เธิร์สเดย์เอ่ยถาม มือยังถือโทรศัพท์และจับจ้องอยู่อย่างสนใจ เอ่ยถามพี่แต่สนใจโทรศัพท์ตลอดเนี่ยนะ น่าตีจังน้องใคร
“ล้างแล้วเถอะ ทานข้าวได้แล้ว”
“ครับ ๆ วันนี้ไม่ได้ค้างด้วยนะ”
“ไปไหน?” ก็อยากรู้นี่นาว่าน้องจะไปไหน เพราะเ้าตัวบอกเองว่าจะมานอนด้วย จู่ ๆ มาบอกว่าไม่ได้ค้างด้วยแบบนี้น่ะมันใช่ไม่ได้เลย มันเป็เสียใจ
“น้องสะใภ้พี่ไม่สบายน่ะสิ”
“ฮะ? ไปแกล้งอะไรเขาอีก”
“เปล่าเหอะ ตากฝนไปซื้อกล้วยทอดเลยเป็ไข้ เป็ไงดีไหมล่ะน้องสะใภ้พี่อ่ะ”
“เยี่ยมสุด ๆ ไปเลยล่ะ รีบทานจะได้กลับไปดูน้องสะใภ้พี่” ครึ่งชั่วโมงต่อมาเธิร์สเดย์ทานข้าวเสร็จก็รีบกลับไปหาแฟน ส่วนฉันล้างจานทำความสะอาดห้องครัวเสร็จก็เตรียมจะเล่นกับเ้าหญิง แต่พอออกมาก็เจอกับคุณหมอนั่งลูบพุงให้เ้าหญิงอยู่
“เสร็จแล้วเหรอ”
“ค่ะ จะกลับตอนไหนคะ”
“ขออยู่ต่อก่อนนะครับ ว่าแต่เ้าหญิงพันธุ์อะไรเนี่ย”
“มันช์กิ้นค่ะ น้องน่ารักไหม”
“น่ารักครับ” เมื่อได้คำตอบที่น่าพอใจฉันก็ยิ้มกว้าง ก้มหน้าลงฟัดพุงกลม ๆ ของเ้าหญิงขาสั้น ๆ นั้นตีไปมาไม่รู้ว่าสนุกหรือรำคาญกันแน่น แต่ฉันมีความสุขล่ะได้อยู่กับน้องแบบนั้น ห่างกันไปตั้งนาน
“เ้าหญิง ๆ ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่อาบน้ำให้นะลูก จะได้สบายตัว”
“พรุ่งนี้ไม่เข้าร้านเหรอ?” คุณหมอที่นั่งอยู่บนโซฟาข้าง ๆ เอ่ยถาม บนตักนั้นมีเ้าหญิงนอนอยู่โดยมีฉันโน้มหน้าเข้าไปหยอกเอินเ้าหญิง พอรู้ตัวว่ามันใกล้เขาเกินไปก็ถอยออกห่างพร้อมกับอุ้มเ้าหญิงออกจากตักเขา แต่เหมือนเ้าของตักจะไม่ยอมเขายกท่อนแขนโอบไหล่ฉันไว้และรั้งให้เอนเอียงไปซบไหล่เขาและไม่ยอมลดท่อนแขนลงกลายเป็ว่าตอนนี้เขากอดฉันไว้โดยที่ฉันมีเ้าหญิงอยู่ในอ้อมกอด
“ปล่อยก่อน” กระซิบสียงเสียงเบา เขินก็เขิน หัวใจบ้านี่ก็เต้นแรง
“ไม่ครับ อยากกอด ไม่เจอตั้งหลายวัน”
“อะไรกันเล่า” เขินแหละ เขาคงดูออกว่าฉันเขินก็หัวใจเต้นแรงขนาดนี้นี่นา
“เื่พี่มันไม่มีอะไรเลยจริง ๆ นะ ทุกอย่างพี่บอกหนูหมดแล้วนะครับ”
“...”
“พี่กับเขาไม่เคยมีอะไรเลย ไม่เคยมีเลย ถ้าหนูไม่ชอบอะไรบอกพี่นะ บอกพี่เลย”
“บอกไม่ได้ มันดูล้ำเส้นเกินไป เรายัง...”
“เป็แฟนกับพี่นะครับ”
“ฮะ?” อะไรของเขากัน
“ก็เป็แฟนกันไงครับ หนูหวงพี่ได้เต็มที่เลย เรารู้สึกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“ก็ใช่ แต่เราไม่เคยมีแฟน...”
“ก็พี่ไงแฟนหนู เราเป็แฟนกันนะครับ”
“คุณหมอ...” น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกเขามันเต็มไปด้วยความกังวล
“ก็ได้ครับ ๆ งั้นไม่เป็แฟนแล้ว เป็พ่อของเ้าหญิงเลยแล้วกัน” เดี๋ยว! เป็พ่อของเ้าหญิง โดยที่ฉันเป็แม่ของเ้าหญิง คือ? นั่นหมายถึงฉันกับเขา...
“อือ” ฝ่ามือร้อนประคองแก้มให้แหงนหน้ารับจูบจากเขาเบาๆ ความอุ่นชื้นแตะลงบนริมฝีปากอย่างแ่เบา ฉันได้แต่รับจูบเขามาด้วยความเต็มใจ ััอ่อนนุ่มของเขาทำเอาฉันแทบเผลอไผล
“พี่เป็พ่อของเ้าหญิงแล้วนะครับ ฝากหัวใจพี่ด้วยนะ”
======
สวัสดีค่ะ คือนามีเื่ชี้แจง อยากให้นักอ่านทุกท่านเข้าไปอ่านโพสที่ถูกปักหมุดไว้บนเพจ Nanaกะหอยทาก หน่อยนะคะ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน