ทุกคนมองเซเลน่าด้วยสีหน้าแปลกใจหลังจากเซนทอร์ถูกจัดการเรียบร้อย
“บทร่ายสกิลเมื่อกี้นี้มัน…”
‘เหมือนของเราเลยนิ’
เรเวลพึมพัมออกมาพร้อมกับคิดบางอย่างในใจ
“ร่ายสกิลเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์งั้นหรอ!?”
“ไม่น่าเชื่อ!?”
ดูเหมือนจะมีแค่เรเวลกับเซเลน่าเท่านั้นที่ตั้งแต่ก้าวผ่านระดับ LV45 ขึ้นมาจะปลดล็อคสกิลที่มีบทร่ายแปลกๆที่ไม่เหมือนชาวบ้านเขา
‘บางทีมันอาจจะอยู่ที่ระดับค่าเอกสิทธิ์ของอาร์ติเฟกซ์แต่ละอันก็ได้..แบบว่าเงื่อนไขการปลดล็อคอาจต้องเป็นอาร์ติเฟกซ์ระดับตำนานขึ้นไปจนถึงเทวทัณฑ์’
------------------------
เรเวล (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘47 → 50’
‘HP +12,000’
‘ปรับเพิ่มความสามารถ’
‘ปลดล็อคสกิลใหม่’
------------------------
รูอัน เอิร์สเปล (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘47 → 50’
‘HP +15,000’
‘ปรับเพิ่มความสามารถ’
‘ปลดล็อคสกิลใหม่’
------------------------
เซเลน่า รีเซล เดอฟอน เบลฟาร์ส (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘47 → 50’
‘HP +12,000’
‘ปรับเพิ่มความสามารถ’
‘ปลดล็อคสกิลใหม่’
------------------------
เซซิเลีย แคทเทอรีน เดอฟอน เบลฟาร์ส (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘47 → 50’
‘HP +12,000’
‘ปรับเพิ่มความสามารถ’
‘ปลดล็อคสกิลใหม่’
------------------------
“เห้อ..ในที่สุดก็ LV50 ซะที”
เรเวลกล่าวออกมาพร้อมกับเดินไปเก็บดรอปไอเท็ม
“ถ้ารวมกับบัพสัตว์เทพเข้าไปแสดงว่าตอนนี้พวกเรามีเลเวลประมาณ60สินะครับ..ถึงจะแค่ชั่วคราวก็ตาม”
รูอันรับดรอปไอเท็มจากเรเวลเพื่อนำมันไปเปลี่ยนเป็นมานาโพชั่น
“ไม่ใช่เรื่องน่าดีใจหรอก…ฉันว่าหลังจากนี้พวกเรามีปัญหาใหญ่แล้วล่ะ”
เรเวลกล่าวพร้อมกับก้มหน้าครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มีเรื่องอะไรหรอครับ..เรเวล..”
รูอันทำท่าจะถามต่อแต่ตอนนั้นเอง..มีเสียงตะโกนดังขึ้นจนทั้งสองคนต้องหันไปมอง
“เซเลน่า!!..เป็นอะไรมั้ย!”
เซซิเลียสีหน้าเป็นกังวลร้องเรียกเซเลน่าอยู่ข้างๆ
“อึก..ไม่หรอก..เซซิเลีย”
เซเลน่าจับแขนขวาของตัวเองที่มีเลือดไหลอาบจนทั่ว
เธอนั่งชันเข่าข้างหนึ่งพร้อมกับทำสีหน้าเจ็บปวดทรมาน
แขนขวาข้างที่ใช้สกิลซึ่งต้องร่ายเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ไปเมื่อกี้กระดูกแหลกเละไปทั่วทั้งแขน..บัดนี้สั่นระริก..ไม่ต้องบอกก็รูัว่าบางทีนี่อาจเป็นค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับพลังมหาศาลในชั่วพริบตาก็ได้
“ชิ..บ้าเอ้ย..แขนขวาแม้แต่ขยับนิ้วยังทำไม่ได้เลย”
“เดี๋ยวผมร่ายเวทรักษาให้นะครับ!!..ท่านเซเลน่า”
รูอันรีบวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรนแล้วรีบร่ายสกิลรักษาในทันที
‘เวทลม-ความเมตตาแห่งสายลม’
สายลมเต็มไปด้วยแสงสีเขียวพุ่งออกจากปลายคทาแล้วซึมซาบเข้าไปในแขนขวาของเซเลน่าจนเลือดหยุดไหล..กระดูกทุกชิ้นสมานกันราวกับปาฎิหาริย์และในที่สุดรอยเลือดต่างๆก็หายไปด้วย..ไม่เพียงแค่นั้น..บาดแผลส่วนอื่นๆในร่างกายก็ค่อยๆทยอยหายตามไปจนในที่สุดเด็กสาวผมแดงก็มีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ขัด..แต่ทว่า
“แขนขวาก็ยังขยับไม่ได้อยู่ดี..”
เซเลน่ายืนขึ้นในสภาพแขนขวาที่ห้อยต่องแต่งราวกับไม่มีแรง..ในขณะที่แขนซ้ายยังใช้ได้ตามปกติ
“เดี๋ยวผมร่ายสกิลบรรเทาความอ่อนล้าให้นะครับ”
‘เวทลม-อีลิมิเนทฟาทิค’
แสงสีเขียวปนออร่าสีชมพูพุ่งออกจากปลายคฑาของรูอันกระจายเข้าไปห่อหุ้มทั่วทั้งร่างของเซเลน่าและไปรวมตัวกันหนาแน่นที่สุดบริเวณแขนขวา..เซเลน่ารู้สึกสดชื่นขึ้นเป็นอย่างมาก ความเมื่อยล้าต่างๆหายเป็นปลิดทิ้ง..
“นี่สกิลใหม่ของนายงั้นหรอ..”
“ใช่แล้วล่ะครับท่านเซเลน่า..ผมเมื่อเพิ่งได้มาก่อนหน้านั้น ตอนศึกสู้กับสกูร์ชิพ3ตัวเสร็จ"
เมื่อสกิลทำงานเสร็จสิ้นเรียบร้อย..รูอันจึงถามอีกครั้ง
“เป็นยังไงบ้างครับ?”
“อืม..”
เซเลน่าซึ่งตอนนี้บาดแผลทั่วทั้งตัวหายไปหมดแล้ว..แถมความอ่อนล้าก็หายไปด้วย..
ตัวเธอพยายามขยับแขนขวา..แต่ดูเหมือนจะขยับได้แค่นิ้วเท่านั้น..รูอันจึงพยายามร่ายสกิล<อิลิมิเนทฟาทิค>ซ้ำอีกครั้ง แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะเหมือนเดิม
“ช่างมันเถอะ..พอแล้วล่ะ..นายเก็บพลังเวทของนายไว้เถอะรูอัน”
เซเลน่าปฎิเสธรูอันที่พยายามจะร่ายสกิลต่อไปเรื่อยๆ
“เอ๋!..ทำไมล่ะครับ?”
“ปล่อยไว้แบบนี้คงจะดีขึ้นเองแหละ..นี่อาจเป็นความเสียหาย..ไม่สิ..ค่าตอบแทนที่ฉันต้องรับสำหรับใช้สกิลนี้”
“คงไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดชีวิตใช่มั้ยคะ”
เซซิเลียทำสีหน้ากังวล..แต่เด็กสาวผมแดงก็ส่ายหน้า
“ไม่หรอกเซซิเลีย..แค่พักสักเดี๋ยวก็คงดีขึ้นเองแหละ”
เธอกล่าวพร้อมกับยิ้มตอบเซซิเลียไป
“สกิล NailGunPuch งั้นหรอ”
เรเวลซึ่งกล่าวถามขึ้นมาขณะกำลังเดินเข้ามาใกล้
“อา..ใช่แล้วล่ะ..บทร่ายสกิลมันจะแปลกๆนิดหน่อยตรงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาศักดิ์สิทธิ์และเขียนด้วยภาษาศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด..ถ้าแปลตามตัวก็คงเป็นหมัดปืนตะปูละมั้ง เป็นการสร้างความเสียหายแบบทะลุทะลวงอย่างรุนแรงหลายครั้งในช่วงเวลาเดียวกันและจุดเดียวกัน ซึ่งผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นเมื่อกี้”
เซเลน่ามองไปยังแขนขวาของตัวเองตอนนี้ซึ่งใช้การไม่ได้ทั้งแขน เธอจึงใช้นิ้วชี้บนมือข้างซ้ายแตะที่สัญลักษณ์ดาวสีเหลืองบนถุงมือสีแดงข้างขวาแทนจากนั้นก็มีหน้าต่างสเตตัสโผล่ขึ้นมา เธอเลื่อนไปเรื่อยๆจนเจอสกิลอันหนึ่งจากนั้นจึงหันหน้าต่างสเตตัสแสดงให้ทุกคนดู
“ถ้าสงสัยกันนัก..มันก็ประมาณนี้แหละ”
---------------------
<NailGunPuch>
-บทร่ายเริ่มต้นด้วย FireMagic + ชื่อสกิล
-ควบแน่นเวทแห่งเปลวเพลิงรวมไว้ที่หมัดแล้วชกเข้าไปเพื่อสร้างความเสียหายคล้ายการตอกตะปูหลายครั้งในจุดเดียว
-ผลทับซ้อนของสกิล <NaiGunPuch> จะสัมพันธ์กับค่าสเตตัสในปัจจุบัน:
→สามารถกำหนดผลทับซ้อนที่จะใช้ได้ตามปราถนา แต่จะไม่เกินขีดจำกัดสูงสุดของร่างกายที่รับไหว
→ค่าตอบแทนของสกิลนี้คือความเสียหายของร่างกายที่ต้องได้รับ (เฉพาะแขนข้างที่ใช้)
-ทำลายเกราะกายภาพระดับ ‘สูงสุด’
-ทำลายเกราะเวทระดับ ‘สูงสุด’
-เพิกเฉยต่อสกิลป้องกันของศัตรู
-ความเสียหายต่อ 1 ดอก:
→Physical Attack 200,000%
→Magic Attack 100,000%
-ไม่ใช้พลังเวท
---------------------
เกิดเสียฮือฮาขึ้นเล็กน้อย...เพราะดาเมจนั้นแรงที่สุดในบรรดาสกิลของทุกคนที่ปลดล็อคมาและแน่นอนว่าแรงกว่าสกิลที่ต้องเก็บสแตคของเรเวลทุกอันด้วยหากไม่นับ Holy Skill ที่ไม่มีดาเมจละบุไว้ละก็นะ
“รายละเอียดแตกต่างจากสกิลธรรมดาทั่วไปจริงๆด้วยนะครับเนี่ย”
“นั่นสินะคะ..แต่ว่าแขนขวาข้างนั้นคงไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดไปใช่ไหมคะ..ถ้าเกิดพักแล้วมันไม่หายขึ้นมา..”
“ฉันคิดว่าคงไม่หรอก..ผลลัพธ์ของสกิลดูรุนแรงก็จริง..แต่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ถึงขนาดที่ต้องเสียแขนขวาเพื่อใช้งานสกิลแค่นี้หรอกนะ..และในฐานะของผู้ใช้งานสกิลนี้ฉันคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาสักพักแขนขวาถึงจะใช้งานได้อีกครั้งน่ะ..ยังไงฉันก็ยืนยันคำเดิม”
“ฟู่ววว….งั้นก็ค่อยยังชั่วนะคะเนี่ย..”
เซซิเลียคลายท่าทีกังวล เพราะกลัวว่าเพื่อนสาวของเธออาจต้องกลายเป็นคนพิการตลอดชีพไปซะแล้ว
ทั้งนี้มีเพียงแค่เรเวลเท่านั้นที่ยืนมองนิ่งๆโดยไม่กล่าวสิ่งใด..ยกเว้น
"พวกเรารีบไปกันต่อเถอะ..แต่หลังจากนี้ฉันว่าน่าจะเกิดปัญหาใหญ่แล้วล่ะ"
#คุยกับไรท์(คนเขียน)#
-ขออภัยที่อัพช้าครับ จริงๆมันมีสาเหตุนิดหน่อย เพราะที่ผ่านมาเกือบ2อาทิตย์ไรท์ลองไปทำงาน part-time ที่ ร้านสเต็กชื่อดังแห่งหนึ่งดูตอนแรกคิดว่ามันจะชิวๆ แต่ว่ามันหนักเกินไปจนไม่มีเวลาเหลือเลย
ถ้าถามว่าหนักแค่ไหน (ไรท์ทำที่สาขาหนึ่งในห้างซึ่งอยู่ในกรุงเทพนี่แหละ แต่ไม่รู้ว่าที่อื่นจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า): แม้จะขึ้นชื่อว่า part-time แต่บังคับไม่ต่างจาก Full Time เลย
→บังคับทำ 8 ชม./วัน แต่ที่ทำจริงคือเกือบ 9 ชม. เพราะต้องทำงานก่อนกลับด้วยและบังคับทำทุกคน แถม ชม.ส่วนที่เกินมานี้เราจะไม่ได้ค่าแรง (ต้องทำให้เขาฟรี นับว่าเหนื่อยใจสุดๆ555)
→เดินทางไปกลับรวมกันเกือบ2ชม.ครึ่ง เมื่อรวมกับเวลางาน 9 ชม. และรวมเวลาอาบน้ำ แปรงฟัน กินข้าวแล้ว ทำให้ใน1วันเวลาแทบไม่เหลือเลย (แค่เวลาบันเทิงส่วนตัวยังแทบไม่มี ไม่ต้องพูดถึงแต่งนิยาย555)
→หยุดได้แค่1วันต่อสัปดาห์ (แต่สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้หยุด)
ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆอย่างไรท์จึงคิดว่าจะเลิกทำงาน part-time นี้แล้วครับ โดยจะออกในวันที่30พ.ย.64นี้แหละ(ทำครั้งแรกวันที่16 พ.ย.64)
โดยหลังจากลาออกจากงานนี้แล้วไรท์ยังคงมีความคิดเหมือนเดิมที่จะพยายามอัพนิยายให้ได้ถี่ขึ้นจริงๆ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคืออัพวันเว้นวันไม่ก็อัพทุกวัน (ถ้าทำได้นะ) ยังไงก็ขอขอบคุณนักอ่านที่ติดตามมาตลอดและให้อภัยต่อความที่ไม่ค่อยตรงต่อเวลาของไรท์ด้วยแล้วกันครับ จริงๆท้ายตอนนี้ไม่มีอะไรมาก แค่จะมาชี้แจงเหตุผล+ระบายนิดหน่อยเฉยๆ