The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่133 บุกดันเจี้นน36 (มุ่งหน้าสู่ชั้นล่างสุด3)

              ทุกคนมองเซเลน่าด้วยสีหน้าแปลกใจหลังจากเซนทอร์ถูกจัดการเรียบร้อย

              “บทร่ายสกิลเมื่อกี้นี้มัน…”

              ‘เหมือนของเราเลยนิ’

              เรเวลพึมพัมออกมาพร้อมกับคิดบางอย่างในใจ

              “ร่ายสกิลเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์งั้นหรอ!?”

              “ไม่น่าเชื่อ!?” 

              ดูเหมือนจะมีแค่เรเวลกับเซเลน่าเท่านั้นที่ตั้งแต่ก้าวผ่านระดับ LV45 ขึ้นมาจะปลดล็อคสกิลที่มีบทร่ายแปลกๆที่ไม่เหมือนชาวบ้านเขา 

              ‘บางทีมันอาจจะอยู่ที่ระดับค่าเอกสิทธิ์ของอาร์ติเฟกซ์แต่ละอันก็ได้..แบบว่าเงื่อนไขการปลดล็อคอาจต้องเป็นอาร์ติเฟกซ์ระดับตำนานขึ้นไปจนถึงเทวทัณฑ์’

              ------------------------

              เรเวล (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘47 → 50’

              ‘HP +12,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              ------------------------

              รูอัน เอิร์สเปล (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘47 → 50’

              ‘HP +15,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              ------------------------ 

              เซเลน่า รีเซล เดอฟอน เบลฟาร์ส (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘47 → 50’

              ‘HP +12,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              ------------------------  

              เซซิเลีย แคทเทอรีน เดอฟอน เบลฟาร์ส (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘47 → 50’

              ‘HP +12,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              ------------------------  

              “เห้อ..ในที่สุดก็ LV50 ซะที”

              เรเวลกล่าวออกมาพร้อมกับเดินไปเก็บดรอปไอเท็ม

              “ถ้ารวมกับบัพสัตว์เทพเข้าไปแสดงว่าตอนนี้พวกเรามีเลเวลประมาณ60สินะครับ..ถึงจะแค่ชั่วคราวก็ตาม”

              รูอันรับดรอปไอเท็มจากเรเวลเพื่อนำมันไปเปลี่ยนเป็นมานาโพชั่น

              “ไม่ใช่เรื่องน่าดีใจหรอก…ฉันว่าหลังจากนี้พวกเรามีปัญหาใหญ่แล้วล่ะ”

              เรเวลกล่าวพร้อมกับก้มหน้าครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

              “มีเรื่องอะไรหรอครับ..เรเวล..”

              รูอันทำท่าจะถามต่อแต่ตอนนั้นเอง..มีเสียงตะโกนดังขึ้นจนทั้งสองคนต้องหันไปมอง

              “เซเลน่า!!..เป็นอะไรมั้ย!”

              เซซิเลียสีหน้าเป็นกังวลร้องเรียกเซเลน่าอยู่ข้างๆ          

              “อึก..ไม่หรอก..เซซิเลีย”

              เซเลน่าจับแขนขวาของตัวเองที่มีเลือดไหลอาบจนทั่ว

              เธอนั่งชันเข่าข้างหนึ่งพร้อมกับทำสีหน้าเจ็บปวดทรมาน 

              แขนขวาข้างที่ใช้สกิลซึ่งต้องร่ายเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ไปเมื่อกี้กระดูกแหลกเละไปทั่วทั้งแขน..บัดนี้สั่นระริก..ไม่ต้องบอกก็รูัว่าบางทีนี่อาจเป็นค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับพลังมหาศาลในชั่วพริบตาก็ได้

              “ชิ..บ้าเอ้ย..แขนขวาแม้แต่ขยับนิ้วยังทำไม่ได้เลย”

              “เดี๋ยวผมร่ายเวทรักษาให้นะครับ!!..ท่านเซเลน่า”

              รูอันรีบวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรนแล้วรีบร่ายสกิลรักษาในทันที

              ‘เวทลม-ความเมตตาแห่งสายลม’

              สายลมเต็มไปด้วยแสงสีเขียวพุ่งออกจากปลายคทาแล้วซึมซาบเข้าไปในแขนขวาของเซเลน่าจนเลือดหยุดไหล..กระดูกทุกชิ้นสมานกันราวกับปาฎิหาริย์และในที่สุดรอยเลือดต่างๆก็หายไปด้วย..ไม่เพียงแค่นั้น..บาดแผลส่วนอื่นๆในร่างกายก็ค่อยๆทยอยหายตามไปจนในที่สุดเด็กสาวผมแดงก็มีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ขัด..แต่ทว่า

              “แขนขวาก็ยังขยับไม่ได้อยู่ดี..” 

              เซเลน่ายืนขึ้นในสภาพแขนขวาที่ห้อยต่องแต่งราวกับไม่มีแรง..ในขณะที่แขนซ้ายยังใช้ได้ตามปกติ

              “เดี๋ยวผมร่ายสกิลบรรเทาความอ่อนล้าให้นะครับ”

              ‘เวทลม-อีลิมิเนทฟาทิค’

              แสงสีเขียวปนออร่าสีชมพูพุ่งออกจากปลายคฑาของรูอันกระจายเข้าไปห่อหุ้มทั่วทั้งร่างของเซเลน่าและไปรวมตัวกันหนาแน่นที่สุดบริเวณแขนขวา..เซเลน่ารู้สึกสดชื่นขึ้นเป็นอย่างมาก ความเมื่อยล้าต่างๆหายเป็นปลิดทิ้ง..

              “นี่สกิลใหม่ของนายงั้นหรอ..”

              “ใช่แล้วล่ะครับท่านเซเลน่า..ผมเมื่อเพิ่งได้มาก่อนหน้านั้น ตอนศึกสู้กับสกูร์ชิพ3ตัวเสร็จ"

              เมื่อสกิลทำงานเสร็จสิ้นเรียบร้อย..รูอันจึงถามอีกครั้ง

              “เป็นยังไงบ้างครับ?”

              “อืม..”

              เซเลน่าซึ่งตอนนี้บาดแผลทั่วทั้งตัวหายไปหมดแล้ว..แถมความอ่อนล้าก็หายไปด้วย..

              ตัวเธอพยายามขยับแขนขวา..แต่ดูเหมือนจะขยับได้แค่นิ้วเท่านั้น..รูอันจึงพยายามร่ายสกิล<อิลิมิเนทฟาทิค>ซ้ำอีกครั้ง แต่ดูเหมือนผลลัพธ์จะเหมือนเดิม

              “ช่างมันเถอะ..พอแล้วล่ะ..นายเก็บพลังเวทของนายไว้เถอะรูอัน”

              เซเลน่าปฎิเสธรูอันที่พยายามจะร่ายสกิลต่อไปเรื่อยๆ

              “เอ๋!..ทำไมล่ะครับ?”

              “ปล่อยไว้แบบนี้คงจะดีขึ้นเองแหละ..นี่อาจเป็นความเสียหาย..ไม่สิ..ค่าตอบแทนที่ฉันต้องรับสำหรับใช้สกิลนี้”

              “คงไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดชีวิตใช่มั้ยคะ”

              เซซิเลียทำสีหน้ากังวล..แต่เด็กสาวผมแดงก็ส่ายหน้า

              “ไม่หรอกเซซิเลีย..แค่พักสักเดี๋ยวก็คงดีขึ้นเองแหละ”

              เธอกล่าวพร้อมกับยิ้มตอบเซซิเลียไป

              “สกิล NailGunPuch งั้นหรอ”

              เรเวลซึ่งกล่าวถามขึ้นมาขณะกำลังเดินเข้ามาใกล้

              “อา..ใช่แล้วล่ะ..บทร่ายสกิลมันจะแปลกๆนิดหน่อยตรงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาศักดิ์สิทธิ์และเขียนด้วยภาษาศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด..ถ้าแปลตามตัวก็คงเป็นหมัดปืนตะปูละมั้ง เป็นการสร้างความเสียหายแบบทะลุทะลวงอย่างรุนแรงหลายครั้งในช่วงเวลาเดียวกันและจุดเดียวกัน ซึ่งผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นเมื่อกี้” 

              เซเลน่ามองไปยังแขนขวาของตัวเองตอนนี้ซึ่งใช้การไม่ได้ทั้งแขน เธอจึงใช้นิ้วชี้บนมือข้างซ้ายแตะที่สัญลักษณ์ดาวสีเหลืองบนถุงมือสีแดงข้างขวาแทนจากนั้นก็มีหน้าต่างสเตตัสโผล่ขึ้นมา เธอเลื่อนไปเรื่อยๆจนเจอสกิลอันหนึ่งจากนั้นจึงหันหน้าต่างสเตตัสแสดงให้ทุกคนดู

              “ถ้าสงสัยกันนัก..มันก็ประมาณนี้แหละ”

             ---------------------

              <NailGunPuch>

              -บทร่ายเริ่มต้นด้วย FireMagic + ชื่อสกิล

              -ควบแน่นเวทแห่งเปลวเพลิงรวมไว้ที่หมัดแล้วชกเข้าไปเพื่อสร้างความเสียหายคล้ายการตอกตะปูหลายครั้งในจุดเดียว

              -ผลทับซ้อนของสกิล <NaiGunPuch> จะสัมพันธ์กับค่าสเตตัสในปัจจุบัน:

              →สามารถกำหนดผลทับซ้อนที่จะใช้ได้ตามปราถนา แต่จะไม่เกินขีดจำกัดสูงสุดของร่างกายที่รับไหว

              →ค่าตอบแทนของสกิลนี้คือความเสียหายของร่างกายที่ต้องได้รับ (เฉพาะแขนข้างที่ใช้)

              -ทำลายเกราะกายภาพระดับ ‘สูงสุด’

              -ทำลายเกราะเวทระดับ ‘สูงสุด’

              -เพิกเฉยต่อสกิลป้องกันของศัตรู

              -ความเสียหายต่อ 1 ดอก:

              →Physical Attack 200,000%

              →Magic Attack 100,000%

              -ไม่ใช้พลังเวท

              ---------------------

              เกิดเสียฮือฮาขึ้นเล็กน้อย...เพราะดาเมจนั้นแรงที่สุดในบรรดาสกิลของทุกคนที่ปลดล็อคมาและแน่นอนว่าแรงกว่าสกิลที่ต้องเก็บสแตคของเรเวลทุกอันด้วยหากไม่นับ Holy Skill ที่ไม่มีดาเมจละบุไว้ละก็นะ

              “รายละเอียดแตกต่างจากสกิลธรรมดาทั่วไปจริงๆด้วยนะครับเนี่ย”

              “นั่นสินะคะ..แต่ว่าแขนขวาข้างนั้นคงไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดไปใช่ไหมคะ..ถ้าเกิดพักแล้วมันไม่หายขึ้นมา..”

              “ฉันคิดว่าคงไม่หรอก..ผลลัพธ์ของสกิลดูรุนแรงก็จริง..แต่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ถึงขนาดที่ต้องเสียแขนขวาเพื่อใช้งานสกิลแค่นี้หรอกนะ..และในฐานะของผู้ใช้งานสกิลนี้ฉันคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาสักพักแขนขวาถึงจะใช้งานได้อีกครั้งน่ะ..ยังไงฉันก็ยืนยันคำเดิม”

              “ฟู่ววว….งั้นก็ค่อยยังชั่วนะคะเนี่ย..”

              เซซิเลียคลายท่าทีกังวล เพราะกลัวว่าเพื่อนสาวของเธออาจต้องกลายเป็นคนพิการตลอดชีพไปซะแล้ว

              ทั้งนี้มีเพียงแค่เรเวลเท่านั้นที่ยืนมองนิ่งๆโดยไม่กล่าวสิ่งใด..ยกเว้น

              "พวกเรารีบไปกันต่อเถอะ..แต่หลังจากนี้ฉันว่าน่าจะเกิดปัญหาใหญ่แล้วล่ะ"

     

     

     

     

     

              #คุยกับไรท์(คนเขียน)#

              -ขออภัยที่อัพช้าครับ จริงๆมันมีสาเหตุนิดหน่อย เพราะที่ผ่านมาเกือบ2อาทิตย์ไรท์ลองไปทำงาน part-time ที่ ร้านสเต็กชื่อดังแห่งหนึ่งดูตอนแรกคิดว่ามันจะชิวๆ แต่ว่ามันหนักเกินไปจนไม่มีเวลาเหลือเลย 

              ถ้าถามว่าหนักแค่ไหน (ไรท์ทำที่สาขาหนึ่งในห้างซึ่งอยู่ในกรุงเทพนี่แหละ แต่ไม่รู้ว่าที่อื่นจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า): แม้จะขึ้นชื่อว่า part-time แต่บังคับไม่ต่างจาก Full Time เลย

               →บังคับทำ 8 ชม./วัน แต่ที่ทำจริงคือเกือบ 9 ชม. เพราะต้องทำงานก่อนกลับด้วยและบังคับทำทุกคน แถม ชม.ส่วนที่เกินมานี้เราจะไม่ได้ค่าแรง (ต้องทำให้เขาฟรี นับว่าเหนื่อยใจสุดๆ555)

              →เดินทางไปกลับรวมกันเกือบ2ชม.ครึ่ง เมื่อรวมกับเวลางาน 9 ชม. และรวมเวลาอาบน้ำ แปรงฟัน กินข้าวแล้ว ทำให้ใน1วันเวลาแทบไม่เหลือเลย (แค่เวลาบันเทิงส่วนตัวยังแทบไม่มี ไม่ต้องพูดถึงแต่งนิยาย555)

              →หยุดได้แค่1วันต่อสัปดาห์ (แต่สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้หยุด)

              ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆอย่างไรท์จึงคิดว่าจะเลิกทำงาน part-time นี้แล้วครับ โดยจะออกในวันที่30พ.ย.64นี้แหละ(ทำครั้งแรกวันที่16 พ.ย.64) 

               โดยหลังจากลาออกจากงานนี้แล้วไรท์ยังคงมีความคิดเหมือนเดิมที่จะพยายามอัพนิยายให้ได้ถี่ขึ้นจริงๆ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคืออัพวันเว้นวันไม่ก็อัพทุกวัน (ถ้าทำได้นะ) ยังไงก็ขอขอบคุณนักอ่านที่ติดตามมาตลอดและให้อภัยต่อความที่ไม่ค่อยตรงต่อเวลาของไรท์ด้วยแล้วกันครับ จริงๆท้ายตอนนี้ไม่มีอะไรมาก แค่จะมาชี้แจงเหตุผล+ระบายนิดหน่อยเฉยๆ

               

           

              

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน