“ม่านเหมย ช่างเพราะพริ้งเสียจริง”
“เพคะ”
“เ้าช่างพูดน้อยเสียจริง”ดอกอิงฮวาถูกลมโชยพัดกลีบสีสวยปลิวว่อนในอากาศก่อนจะตกลงพื้นช้าๆ
“ม่านเหมยเดิม ไม่ได้เสวนากับผู้คนมากนักเพิ่งจะเข้ามาในเมืองหลวงได้ไม่นานเื่ราวข้างนอกล้วนไม่กล้าออกความเห็น”อินถงเอื้อมมือกุมมือบาง ม่านเหมยแสร้งดึงมือออกช้าๆ เบือนหน้าหนีแววตาเขินอาย
“ข้าเต็มใจปกป้องเ้าต่อจากนี้ เื่ราวอื่นใดหนักหนาจนเกินรับไหวหรือไม่อาจ แบกรับมันไว้เพียงลำพัง ข้าอินถงยินดีแบ่งเบา”ม่านเหมยยิ้มหวานปานจะหยด
“แค่เพียงคำพูดของฝ่าา เช่นไรม่านเหมยจะวางใจ”ตาคมสบตาหวานเยิ้มก่อนจะคว้ามือบางขึ้นมาจุมพิตเบาๆ
“ข้าขออาหญิงเ้าเลยดีไหม แต่งตั้งเ้าเป็สนมเข้าไปอยู่กับข้าในวังหลวงเสีย”
“ม่านเหมยมิกล้าคิดไปไกลกว่านั้น ฝ่าามีสนมนางในมากมายอีกทั้งตอนนี้ อาหญิงเข้มงวดเหลือเกิน เกรงว่าม่านเหมยถูกกำหนดให้แต่งกับคนผู้หนึ่งไว้แล้ว”เป็หนึ่งในแผนการที่ทำให้อินถงรู้สึกว่า กว่าจะได้ม่านเหมยช่างยากเย็นมิใช่ใส่พานรอถวายเหมือนเช่นสนมคนอื่น
“ข้าคุยกับอาเขยของเ้าดีหรือไม่ ให้เขาพูดกับอาหญิงแทนเ้า”
“ฝ่าาเมตตาม่านเหมยเหลือเกินเดิมม่านเหมยฝืนใจที่ต้องแต่งกับคนผู้นั้นแต่หลายวันมานี้ เริ่มจะทำใจว่าต้องแต่งอย่างไม่มีเงื่อนไขเกรงว่าเื่ที่ฝ่าาพูดจะทำให้ม่านเหมยบังเกิดความหวังขึ้นอีกครั้งว่าไม่ต้องแต่งกับคนผู้นั้น”
“เ้าเต็มใจจะเป็ของข้าเป็คนของข้าหรือไม่”
“ม่านเหมยไม่กล้าคิดไปไกลเพียงนั้น”ยังย่ำคำเดิมให้รุ้สึกว่าอินถงมีอำนาจที่จะช่วยเหลือม่านเหมยได้
“ข้าพบเ้าในครั้งแรกก็รู้สึกว่าเ้าต้องเป็ของข้า”
“ฝ่าาม่านเหมยไร้วาสนา”
“เ้าไม่อยากเป็คนของข้าหรือไร”
“ม่านเหมยมิบังอาจแค่ฝ่าาเมตตา ยอมพูดคุยกับม่านเหมยเพียงนี้ก็ถือว่า.. ดีหนักหนาแล้วม่านเหมยแค่เพียง สาวบ้านป่าไร้ชาติตระกูลเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในวังหลวง อาศัยอาหญิงคอยสั่งสอนเื่ดีเพียงนั้นเช่นไรจะกล้าฝันถึง”
“หากข้าจะบอกเ้าว่าบัดนี้ข้า อยากให้เ้า รั้งตำแหน่งสนมของข้าเสียเล่าข้าจึงจะมีโอกาสพบเ้าทุกวันคืน”ร่างบางซบลงที่อกกว้างของอินถง ที่เอื้อมมือกอดรอบเอวบางไว้ด้วยดวงตาหมายมาด
“ม่านเหมยรอเวลานั้นเพคะ”
“เช่นนั้นข้าจะทำทุกวิถีทางให้เราได้อยู่ด้วยกัน”เืในกายพลุ่งพล่านด้วยร่างนุ่มนิ่มที่กอดรอบเวฉุดดึงให้บังเกิดความรู้สึกพิศวาส
ย่อกายลงอย่างอ่อนช้อย อินถงจับไหล่บางให้ลุกขึ้นเดินเคียงข้างบนทางเดินทอดยาวที่กลีบดอกอิงฮวาร่วงหล่นคล้ายดังพรพมสีชมพูดระเรื่อ
อินถงฮ่องเต้ก้าวขึ้นบนเกี้ยวตามองสบส่งสายตาหวานฉ่ำให้ม่านเหมยที่ยืนรอส่งอยู่ข้างๆ อินโยว่และเยว่ฉิง
“อินโยว่พรุ่งนี้ข้าอยากหารือกับเ้าเข้าไปพบข้าที่วังหลวงในยามเช้า”อินโยว่ประสานมือเหลือบตามองม่านเหมย
ห้องทำงานอินโยว่ในจวนอ๋อง
“ิน่าเื่ที่ข้าสั่งไปได้ผลเช่นไร”
“ฮองเฮาทรงกริ้วไม่น้อยที่ฝ่าา มาพบมู่หลันม่านเหมยเพียงวันแรกคิดจะแต่งตั้งนางเป็สนม ฮองเฮาพยายามที่จะ พูดให้ฝ่าาเห็นว่ามู่หลันม่านเหมยเป็คนของจวนอินโยว่อ๋อง”
“คาดการณ์ไว้ไม่ผิด วังหลวงมิได้เพียงอินถงเท่านั้นในวังหลังยังมีฮองเฮาและเหล่าสนมที่จ้องจะขัดขว้างเื่นี้ เช่นนั้นต้องให้อินถงเกิดความฮึกเหิมและรู้สึกว่าม่านเหมยกำลังจะหลุดมือ เขาจึงตัดสินใจเด็ดขาด ฮองเฮาหากอินถงโมโหขึ้นมาก็ไม่อาจทัดทานได้เช่นกัน”
“ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่ววังหลวงว่าท่านอ๋องจงใจหาหญิงงามเพื่อสวามิภักด์ฝ่าา”
“5555 ให้เป็เช่นนั้นจึงเหมาะ ข้า้าให้เป็เช่นนั้นหากว่าความภักดีแลกมาด้วยหญิงงามข้าก็น้อมรับ”
“หญิงงามเพียงหนึ่งล่มเมืองตามคำโบราณว่าไว้ หากแต่มู่หลันม่านเหมยจะกระทำได้ดั่งโบราณว่าไว้หรือไม่”
“ ข้าจะต้องคอยหนุนหลังนางให้ถึงที่สุด เ้าก็รู้ศัตรูของข้ากับนางล้วนเป็คนผู้เดียวกัน”
“ิน่าไม่เข้าใจทำไมไม่เป็คนอื่น เหตุใดต้องเป็ลูกสาวขององครักษ์ฉินด้วยนางสดใสน่ารักเหมาะที่จะมีชีวิต ที่สดใสสวยงาม”
“เ้าคิดว่าคนผู้หนึ่งที่มีความเจ็บแค้นอยู่ในใจยังกล้าที่จะให้ชีวิตสวยงามได้อีกหรือ ตราบใดที่ยังไม่ได้ชำระแค้น เป็หญิงอื่นเ้าคิดว่าเขาพร้อมเช่นม่านเหมย เข้าถึงรอยซ้ำในความแค้นเช่นม่านเหมยหรือไร”
ิน่าถอนหายใจ หลายปีมานี้สิ่งที่เป็ตราบาปในใจของอินโยว่อย่างที่สุดก็คือการฆ่าล้างตระกูลขององครักษ์ฉินบิดาม่านเหมย
10ปีก่อนหน้านั้น
“อินโยว่ องครักษ์ฉินเป็ผู้สั่งการให้มีการลอบสังหารข้า เ้ารู้เื่นี้หรือไม่”อินถงตวาดดังๆ เพียงโยนหินถามทาง อินโยว่เพียงแต่คุกเข่าประสานมือตรงหน้า
“ฝ่าาจับคนร้ายไม่ได้เหตุใดคิดว่าเป็องครักษ์ฉินชาง”
“ปกป้องเขาอย่างนี้ หรือว่าองครักษ์ผู้นั้นมิได้สั่งการเพียงลำพัง อินโยว่ข้าอยากรู้เื่จากปากเ้า อย่างไรเราสองคนก็เป็พี่น้องกันบอกข้ามา ว่าเ้าไม่ได้สั่งให้ฉินชางส่งคนมาสังหารข้า”
กลืนน้ำลายลงคอยากเย็นไม่กล้ากล่าวคำใดในเมื่อหากปกป้องฉินชาง อาจต้องรับโทษทัณฑ์ อินโยว่ในเวลานั้นอายุเพียงสิบแปดความกล้าบ้าบิ่นหามีไม่ แต่เพราะฉินชางที่เป็เหมือนพี่น้อง เข้าใจความรู้สึกของอินโยว่ได้ดี เขาจึงจัดการทุกอย่างแทน ...เพียงแต่พลาดไป
เกลียดแลโกรธตัวเองที่ไม่กล้าออกรับแทนฉินชาง
อินโยว่กอดร่างไร้ิญญาของฉินชาง ร้องไห้เหมือนเด็กๆ ในวันที่ฉินชางถูกฆ่าล้างตระกูล เด็กหญิงตัวน้อย นอนหมดสติบนแท่นนอน แล้วยังถูกพิษไข้รุมเร้า องครักษ์คนหนึ่งเงื้อดาบในมือ อินโยว่ชักกระบี่ปลิดชีพมันเสีย อุ้มร่างกระจ้อยร่อยไว้ในอ้อมแขน วิ่งฝ่าความมืดหายไป
“ท่านอา”เสียงเล็กๆ พอให้ได้รู้ว่ายังมีลมหายใจ เขาหอบร่างเล็กไปไว้ที่ตระกูล ฟางของเยว่ฉิงเก็บกำเื่การรอดชีวิตของฉินชิงเชี่ยไว้เป็ความลับเปลี่ยนชื่อแช่เสียใหม่เป็มู่หลันม่านเหมย
เช้าวันต่อมา ฮ่องเต้ในท้องพระโรงหัวเราะเสียงดังลั่นเมื่อรู้ข่าวตระกูลฉิน ไม่มีใครเหลือรอดสักคน อินโยว่ในใจยิ้มเยาะเก็บงำลิงโลดและเย้ยหยันแสดงออกเพียงว่าเศร้าโศก
“ฉินชางทำผิดสมควรได้รับโทษ”
คือคำกล่าวเดียวที่เขาพูดออกไปในเช้านั้น ต่อหน้าพระพักตร์ในท้องพระโรง มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขาบังเกิดความหวังคือมู่หลันม่านเหมยที่อาการดีวันดีคืน สิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือ์เมตตาให้ฉินชางจากไปแต่มอบ บุตรีของฉินชางให้เป็ตัวแทนของบิดา
“ท่านอา”ย่อกายลงตรงหน้า อินโยว่สะดุ้งกลับมาสู่ความเป็จริง
“เช่นไร”
“ม่านเหมย ม่านเหมย”ยกเครื่องเสวยวางตรงหน้า
“อืม ขอบใจเ้าออกไปเสีย สักพักข้าจะลองลิ้มรสมันดู”ม่านเหมยย่อตัวลงช้าๆ หันหลังแต่กลับถูกคว้ามือไว้
“อินถง..ล่วงเกินเ้าหรือไม่”ม่านเหมยยิ้ม ด้วยหัวใจพองโตคิดว่าเป็คำห่วงใย
“เขาแค่ ฝ่าาเพียงแค่จุมพิตที่มือของม่านเหมย”พูดความจริงทั้งหมด
“555 เช่นนั้นเห็นได้ชัดว่าเขา้าตัวเ้าในครั้งแรกที่พบ อินถงเอ๊ยอินถง เ้าติดกับข้าเสียแล้ว”
ก้มหน้ามองมือตัวเอง
“ม่านเหมย หากจะให้เขาติดตรึงใจในตัวเ้า เ้าจะต้อง เป็ฝ่ายรุกเสียก่อนจึงดี
“ท่านอา ม่านเหมย ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร”ก้มหน้านิ่ง
“ลองเป็ฝ่ายจูบข้าดู ..ว่า…. เ้าทำได้ดีเพียงใด”สาวเท้าเข้าประชิดตัวหันหน้ามองสบตาม่านเหมย
ฝากอีบุ๊คด้วยเ้าค่ะพลีส ไรท์หาค่าไฟแป็บ มีตอนพิเศษฟินๆเฉพาะในอีบุ๊ค ให้อ่านกันเหมือนเดิมค่ะแนวนี้ดราม่าเื่หน้าก็ดราม่าอีก555
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTYzMjIyMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE0NDUyMSI7fQ