ตอนที่ 2
เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจนวนมาถึงวันเกิดปีที่สิบเจ็ดของโรเซล องค์หญิงน้อยผู้ซุกซนแห่งพระราชวังวาเรนดอร์
จิ๊บจิ๊บ จิ๊บ
เสียงนกร้องและแสดงแดดยามเช้าสาดส่องรอดผ้าม่านสีขาวกระทบบนเปลือกตาของหญิงสาวที่หลับอยู่บนเตียงหรูขนาดใหญ่มือเรียวสวยขยับเขยื้อนขยี้ตาไปมาด้วยความรำคาญ
เธอถอนหายใจยาวก่อนจะดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมทั้งตัวเพื่อนบดบังไม่ให้แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามารบกวนการนอนของเธอแสงแดดยามเช้าเป็สิ่งที่เธอไม่ชอบเป็ที่สุด เธอพยายามคัดค้าการตื่นด้วยการไม่ยอมเปิดเปลือกตาขึ้นหวังจะหลับต่อ
ทว่าเธอกับพ่ายแพ้ให้กับเสียงนกที่ร้องไม่เลิกและแสงแดดยามเช้าอันเจิดจ้าอีกครั้ง
ร่างบางอรชรของเธอค่อยๆลุกขึ้นมาจากเตียงบิดไปมา
ก๊อกก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูของหญิงรับใช้ที่เข้ามาปลุกในยามเช้าดังขึ้น
‘ลิลลี่’ หญิงรับใช้คนสนิทของเธอเปิดประตูเข้ามา
“สุขสันต์วันเกิดปีที่สิบเจ็ดนะเพคะปีนี้ก็ขอให้พลานามัยขององค์หญิงแข็งแรงดังเดิม”น้ำเสียงอันนุ่มละมุนของสาวใช้ทำให้หญิงสาวอยากหลับต่ออีกรอบ
“ขอบใจนะลิลลี่” เธอพูดพลางสัปหงกไปพลาง
สาวใช้รู้สึกเอ็นดูองค์หญิงที่ตนดูแลมาอย่างดีั้แ่เด็กจนโตได้ยิ้มออกมา
หญิงสาวลุกไปอาบน้ำทานอาหารเช้า และเตรียมตัวสำหรับไปงานเลี้ยงวันเกิดของตนในค่ำคืนนี้
แม้จะเป็งานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆภายใยพระราชวังที่เชิญบรรดาคนสนิทมาเท่านั้นกลับยังคงความงดงามหรูหราไว้โคมไฟระย้าห้อยอยู่ตรงกลางของโถงจัดงานส่องแสงออกมาราวกับประกายของคริสตัลที่เจิดจรัสไปทั่วทั้งงาน
“องค์หญิงโรเซล เอเวลีน เดอ วาเรนดอร์ เสด็จ!!”เสียงประกาศของมหาดเล็กหน้าประตูดังขึ้น
หญิงสาวปรากฎสู่สายตาของผู้คนในงานเลี้ยงใบหน้าเรียวรับกับลำคอระหงั์ตาสีเขียวมรกตเป็ประกายงดงามเข้ากับเรือนผมสีทองอ่อนให้ความรู้สึกถึงความสง่งามอันเป็สัญลักษณ์ของเชื้อพระวงศ์ผิวกายขาวเนียนราวหิมะ ริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อเหมือนเชอรี่สุกงอม
เรือนรางอรชรในชุดราตรีตัดเย็บด้วยผ้าไหมบางเบาโอบล้อมร่างกายอย่างงดงามราวแสงอาทิตย์ยามอัสดงท่อนบนเป็ผ้าขาวเนียนปักลายทองละเอียดลออคล้ายเถาวัลย์แขนเสื้อพองแต่พอดีเพิ่มความหรูหราและผูกด้วยริบบิ้นสีส้มตรงปลายเสื้อก่อนถึงข้อศอกทั้งสองข้างถัดลงมา่เอวผูกด้วยริบบิ้นสีส้มอำพันไขว้ซ้ายขวาเพื่อเน้นให้เอวบางอรชรแทนการใส่คอร์เซตท่อนร่างเป็กระโปรงสองชั้นฟูฟ่าด้านหน้าสั้นเท่าเข่าด้านหลังปล่อยยาวลงมาถึงพื้นต้นขาด้านขวาผูกด้วยริบบิ้นสีส้มอำพันเป็โบว์ใหญ่เล็กน้อยชั้นนอกของกระโปรงสีเขียวเข้มตัดกับชั้นในสีทองอ่อน พริ้วไหวราวใบไม้ต้องลมยามร่วงหล่นปลายฤดูให้ภาพลักษณ์ราวกับใบไม้ที่ล่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วงที่แสนโรแมนติกแต่ยังคงความสง่างามและสดใสในคราวเดียวกัน
หญิงสาวย่างก้าวอย่างสง่างามไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มผู้หนึ่ง
ชายผู้มีเรือนผมประกายสีขาวดุจหิมะขนตายาวงอนกับั์ตาสีฟ้าครามชวนให้ลุ่มหลง ใบหน้างดงามคมคายแต่สงบนิ่ง
“สวัสดีค่ะเอเดรียน ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ”เธอยิ้มหยาดเยิ้มสายตาหวานประดุจน้ำผึ้งขณะจ้องมองหน้าเขาพร้อมกับเอื้อนเอ่ยไปด้วย
หญิงสาวยื่นมือเรียวสวยออกไปชายหนุ่มประคองมือที่ยื่นออกมาแล้วเขาก้มศีรษะลงต่ำก่อนจะประทับริมฝีปปากลงเบาๆที่หลังมือของหญิงสาว
ััเพียงชั่วอึดใจอบอวลไปด้วยความอุ่นทำหญิงสาวหน้าแดงก่ำราวมะเขือเทศด้วยความเขินอายพร้อมกับชักมือคืนอย่างหงึกหงัก
“ขอให้ทรงมีพลานามัยแข็งแรงพะย่ะค่ะ”เขากล่าวอวยพรด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายปราศจากรอยยิ้มหรือความรู้สึกใดๆดวงตาจ้องไปที่หญิงสาวใบหน้าเรียบเฉย
หญิงสาวส่งยิ้มหวานก่อนจะเดินไปทักทายแขกท่านอื่น
หญิงสาวออกมาสูดอากาศตรงริมระเบียงใบหน้าแฝงความเหนื่อยเล็กน้อย
เธอได้ยินเสียงประตูเปิดออกจึงหันไปมอง
ชายหนุ่มที่มาทีหลังสังเกตุเห็นว่าระเบียงมีเ้าของแล้วจึงหันหลังกลับไปและกำลังก้าวออกแต่หญิงสาวกับรั้งแขนข้างหนึ่งของเขาไว้แล้วขอให้อยู่คุยกันสักพัก
“วันเกิดข้าปีหน้า หากท่านสนใจจะมาเอสคอร์ตให้ข้าคงจะดีใจมากเลยค่ะตัวข้าในอนาคตบอกมาแบบนั้น”หญิงสาวพูดเชิงหยอกล้ออย่างสนุกสนานหวังจะให้ชายหนุ่มเปลี่ยนท่าทีสีหน้าสักเล็กน้อยก็ตามทว่าสีหน้าของชายหนุ่มไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว
“เป็เกียรติอย่างยิ่งพะย่ะค่ะที่ได้ดูแลรับใช้องค์หญิงในวันบรรลุนิติภาวะของพระองค์กระหม่อมเชื่อว่าคงมีท่านชายอีกจำนวนมากที่้าทำหน้าที่นั้น”เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์สีหน้านิ่งสงบเหมือนผิวน้ำนิ่ง
หญิงสาวทอดถอนหายใจยาวยืนพิงราวจับระเบียงพร้อมกับมองหน้าชายหนุ่มท่ามกลางแสงจันทร์เธอเคยชินกับคำปฏิเสธทที่แสนเ็าและใบหน้าที่นิ่งเฉยแสนสุขุมของเขาเสียแล้วแม้เขาจะมีอุปนิสัยเ็าทว่าเธอก็ยังชอบที่เขาเป็แบบนั้นเพราะเขามีใบหน้าอันงดงามตรงกับความชอบของเธอหญิงสาวทำได้เพียงบ่นอุบอิบในใจก่อนที่จะเดินออกจากระเบียงไป
ห้องรับรองของตำหนักองค์หญิงโรเซล
เสียงของบรรดาเหล่าเลดี้กำลังบรรยายเื่ความรักของตนเองก้องไปทั่วห้องด้วยความครื้นเครงด้วยความสนุกสนานแต่โรเซลกลับนั่งหดหู่อยู่เพียงลำพัง เหล่าเลดี้เห็นดังนั้นจึงเข้าไปซักถาม
“ทรงโดนท่านมาร์ควิสปฏิเสธมาอีกแล้วหรือเพคะ” เลดี้ท่านหนึ่งถามขึ้น
โรเซลพยักหน้าเบาๆใบหน้าของเธอไร้ซึ่งการแสดงออกใดๆ สายตาเหม่อลอย
“เหตุใดถึงปักใจกับเ้าเด็กมีปมนั่นขนาดนั้นเล่า...เหล่าคุณชายท่านอื่นที่สนใจเ้าก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว”เสียงขององค์หญิง ไนเจลลา ผู้เป็พี่สาวคนโตดังขึ้น เหล่าเลดี้เห็นด้วยกันยกใหญ่
โรเซลถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบผู้เป็พี่สาวคนโตกลับไป“เพราะเอเดรียนตรงกับรสนิยมความชอบข้าที่สุดแล้วยังไงล่ะคะ” เมื่อได้คำตอบดังนั้นไนเจลลาถึงกลับถอนหายใจหนึ่งเฮือกพลางส่ายศีรษะเบาๆอย่าเหนื่อยหน่าย
“ว่าแต่เมื่อไหร่องค์รัชทายาทกับองค์ชายสองจะกลับมาหรือเพคะ”เสียงเลดี้คนหนึ่งถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“นั่นสิคะ หม่อมฉันน่ะคิดถึงใบหน้างดงามและอ่อนโยนของท่านลูเชียนมากเลยค่ะถ้าให้นิยยามรูปโฉมของพระองค์ละก็พระองค์ทรงมีใบหน้าที่หล่อเหลางดงามดวงตาอบอุ่นและอ่อนโยนดั่งสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ทุกท่วงท่าสง่างามสุภาพราวกับท่านเกิดมาเพื่อปลอบประโลมหัวใจของพวกหม่อมฉันเลยเพคะ”เลดี้พูดขึ้นด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นราวกับตกหลุมรักองค์ชายผู้เป็รักแรก
บรรดาองค์หญิงทั้งสามกลับทำหน้าประหลานใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน
“แต่หม่อมฉันว่า องค์รัชทายาทก็ทรงงดงามมีเสน่ห์เป็ที่หมายปองของสาวๆไม่แพ้กันนะเพคะพระองค์ทรงเป็ชายหนุ่มร่างสูง กล้ามเนื้อแน่นชัดแม้จะทรงสวมใส่ชุดเกราะอยู่ก็ตามใบหน้าคมคายเรื่อนผมสีทองอ่อนที่นุ่มสลวย ั์ตาสีเขียวมรกตคล้ายจะอบอุ่นแต่แฝงความเ็าแต่สายตาก็ยังคงเฉียบคมดุดันราวกับไม่มีที่ว่างให้ความอ่อนโยนแม้แต่น้อย”เหล่าเลดี้พูดคุยกันอย่างออกรสในขณะที่องค์หญิงสามพี่น้องนั่งทำหน้าเหยเกกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่
“ถึงเื่ราวของท่านพี่ลูเชียนจะมีความคล้ายคลึงอยู่บ้างแต่ท่านพี่อันฟอนโซอาจจะผิดพลาดไปหน่อยนะคะ” เซเลียองค์หญิงลำดับที่สองพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะแหะๆ
“หากเ้ามีใจต่อเ้าคนมีปมนั่นจริงๆข้ามีของดีจะให้” ไนเจลลาเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังพร้อมกับหยิบสมุดเล็กหนึ่งเล่มขึ้นมา“บอกไว้ก่อนหนังสือเล่มนี้รวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดของข้าและข้าก็ทำขึ้นมาเองเลยนะใช้ให้คุ้มล่ะ”
โรเซลพยักหน้าตอบรับดวงตาสองข้างเป็ประกายด้วยความตื่นเต้นพี่สาวถอนหายใจเบาๆก่อนจะยื่นสมุดเคล็ดลับการจีบหนุ่มที่ตนเป็คนเขียนขึ้นให้กับโรเซล
โรเซลดวงตาลุกวาวราวทั้งคู่มองหน้าและสบตาราวกับรู้ใจซึ่งกันและกันเซเลียหยิบหนังสือดังกล่าวไปเปิดดูถึงกลับตกตะลึงใบหน้าแดงก่ำรีบปิดหนังสือลงอย่างเร่งรีบด้วยความเขินอายโรเซลหยิบหนังสือพร้อมลุกจากเก้าอี้แล้ววิ่งออกไป
“ข้าจะใช้อย่างดี ขอบคุณนะคะท่านพี่”