เปี๋ยปู้ซือหม่าผู้นั้นนำกำลังทหารติดตามหยางเจาไป ทหารหลายร้อยนายพร้อมใจกันกรูกันเข้าห้ำหั่นกับพวกทหารโพกผ้าเหลือง
ขวัญกำลังใจของพวกเขาได้รับการกระตุ้นจากหยางเจาจนเลิกตื่นตระหนก และสามารถกำจัดศัตรูที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงเมืองเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
หยางเจายิ่งฆ่ายิ่งฮึกเหิม
ศพของศัตรูอีกกว่าสิบร่างล้มฟุบลงข้างกายเขา
ระดับเลเวลของระบบยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
[ระดับเพิ่มขึ้นเป็ lv3]
พร้อมกับการปรากฏขึ้นของเสียงกลไกจากระบบ พลังเทพแต่กำเนิดของเขาก็ได้รับการยกระดับเสริมความแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าถูกชำระล้างจนหมดสิ้น
'เพิ่มแต้มวิชาดาบ'
หยางเจาสั่งการในใจ ก่อนจะพุ่งเข้าหาศัตรูอีกครั้ง
วิชาดาบแปรเปลี่ยนเป็ระดับเริ่มต้น ขั้นกลาง ทำให้เขาได้ทักษะการสังหารเพิ่มขึ้นอีกมากมาย
เปี๋ยปู้ซือหม่าผู้รับผิดชอบนำทัพ เห็นหยางเจายิ่งฆ่ายิ่งเก่งกาจถึงกับต้องกลืนน้ำลาย พลางคิดในใจว่า ‘เขาเป็แค่พลทหารจริงหรือ?’
หยางเจาไม่สนใจความคิดของผู้อื่น ในใจจดจ่ออยู่เพียงค่าประสบการณ์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าทหารป้องกันเมืองคนอื่น ๆ ภายใต้การนำของตน ต่างช่วยกันไล่สังหารศัตรูที่ปีนขึ้นมาจนหมดสิ้น
ทว่าที่บันไดลิงจุดอื่นกลับสูญเสียการป้องกันไปอีกครั้ง และยังมีทหารโพกผ้าเหลืองอีกกลุ่มใหญ่ไต่ขึ้นมาอย่างไม่กลัวตาย
เมื่อหยางเจาเห็นศัตรูมากขึ้น ในใจก็ยิ่งตื่นเต้น
เขาตวัดดาบสังหารทหารโพกผ้าเหลืองไปอีกนาย เืสดสาดกระเซ็นเปรอะใบหน้าจนชุ่มโชก
ทว่าเขากลับไม่รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย กลับมีความรู้สึกกระหายบางอย่างพลุ่งพล่าน เขาพุ่งเข้าใส่ศัตรูอีกครั้ง ตวัดดาบออกไปทางซ้ายและขวา ทหารโพกผ้าเหลืองสองนายถูกฟันล้มตึงลงไปทันที
ค่าประสบการณ์จากการสังหารศัตรูเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ระดับเลเวลของระบบเพิ่มเป็ lv4 และเขาก็เพิ่มแต้มวิชาดาบอีกครั้ง
แม้ตามร่างกายจะมีาแอยู่บ้าง แต่หยางเจาไม่สนใจ ราวกับไม่รู้สึกถึงความเ็ป การฆ่าฟันทำให้ผู้คนลืมความเ็ปไปสิ้น
"คนผู้นี้แม้แต่เกราะยังไม่มี ไม่ใช่แค่พลทหารใหม่ที่เพิ่งถูกเกณฑ์มาหรอกหรือ!"
"ดาบเดียวฟันสองคน เขาทำได้อย่างไร ดุดันเกินไปแล้ว!"
"รีบตามเขาไปเร็ว! แม้แต่พลทหารยังไม่กลัวตาย พวกเราจะกลัวอะไร!"
"นั่นสิ พี่น้องทั้งหลาย ฆ่า!"
ทหารบนหอคอยกำแพงเมืองต่างพากันโถมเข้าใส่ศัตรู ดาบหัวแหวนในมือฟันฉับลงบนร่างศัตรูอย่างเด็ดขาด
เืหลั่งไหลจนแทบจะย้อมพื้นหอคอยกำแพงเมืองเป็สีแดง
ในที่สุดทหารโพกผ้าเหลืองก็พบว่า แหล่งที่มาของขวัญกำลังใจทหารบนหอคอยกำแพงเมืองตอนนี้คือหยางเจา และคนที่สู้ดุร้ายที่สุดก็คือหยางเจาเช่นกัน
พวกมันจึงพร้อมใจกันระดมอาวุธเข้าใส่หยางเจา
หยางเจาตวัดดาบปัดป้องและสังหารศัตรูไปอีกสองคน ทันใดนั้น เห็นเพียงดาบหัวแหวนเล่มหนึ่งฟันมาจากด้านหลัง ช่วยปัดการโจมตีจากศัตรูคนอื่นให้
เ้าของดาบเล่มนั้นก็คือเปี๋ยปู้ซือหม่าคนเดิม เขาแผดเสียงสั่งการว่า "ทุกคนรีบตามไป ฆ่าพวกโจรแมลงเม่าพวกนี้ซะ!"
"ฆ่า!"
ทหารป้องกันทุกคนส่งเสียงกู่ร้องพร้อมกัน
‘นี่แหละคือความรู้สึกของการสู้รบและสังหารศัตรูร่วมกันในสนามรบ’
หยางเจาเลียคราบเืที่ริมฝีปาก ฟังเสียงร้องะโสังหาร แล้วเหวี่ยงดาบตัดศีรษะศัตรูขาดกระเด็น
[สังหารศัตรู 1 ราย ค่าประสบการณ์ +10]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนนี้ หยางเจาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนหน้านี้ที่ฆ่าไป แต่ละคนได้ค่าประสบการณ์เพียง 1 แต้ม เขาหันไปมองทหารโพกผ้าเหลืองที่ล้มลง ซึ่งเสื้อผ้าและเกราะดูต่างจากทหารโพกผ้าเหลืองทั่วไป
ดูเหมือนจะเป็นายสิบ
ผู้คุมกำลังสิบคนเรียกว่านายสิบ
'สังหารนายสิบหนึ่งคน เท่ากับสังหารทหารโพกผ้าเหลืองทั่วไปสิบคน'
'หากอนาคตฉันสังหารแม่ทัพที่คุมกำลังหมื่นนายได้ ไม่เท่ากับว่าจะมีค่าประสบการณ์เป็หมื่นแต้มหรือ?'
หยางเจาพบแนวทางใหม่ทันที กวาดสายตามองหาพวกหัวหน้าหมู่ นายสิบ หรือกระทั่งหัวหน้ากองร้อยเพื่อไล่สังหาร
ชั่วครู่ต่อมา นายสิบสามคนและหัวหน้าหมู่หนึ่งคนก็จบชีวิตลงด้วยคมดาบของเขา
[ระดับเพิ่มขึ้นเป็ lv5]
[ได้รับทักษะใหม่ : วิชาธนู (ยังไม่เริ่มต้น)]
หน้าต่างสถานะปรากฏขึ้นตามมา
[โฮสต์] : หยางเจา
[ระดับ] : lv5 (0/50)
[ทักษะ] : วิชาดาบ (ระดับเริ่มต้น ขั้นสูง), วิชาธนู (ยังไม่เริ่มต้น)
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร] : 1
หยางเจามองผ่านหน้าต่างเล็กน้อย แล้วเอ่ยในใจว่า 'เพิ่มแต้มวิชาธนู'
[เพิ่มแต้มสำเร็จ วิชาธนู (ระดับเริ่มต้น)]
ในตอนนี้ไม่มีธนูให้ใช้ จึงยังคงต้องใช้ดาบหัวแหวนสังหารศัตรูต่อไป การต่อสู้ระยะประชิด วิชาธนูแทบไม่มีประโยชน์
เหล่าค่าประสบการณ์ที่มีชีวิตเ่าั้ เขาไม่คิดจะปล่อยให้หลุดมือไปแม้แต่คนเดียว
เหนือประตูเฟิ่งหยาง เหล่าทหารป้องกันร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้าน ในที่สุดก็สามารถกดดันศัตรูที่ปีนขึ้นมาให้ถอยร่นลงไปได้
เปี๋ยปู้ซือหม่าสั่งการให้ทหารยกท่อนไม้และก้อนหิน ทุ่มทับลงไปยังบันไดลิงอย่างหนักหน่วง
ทหารโพกผ้าเหลืองจำนวนมากถูกกระแทกร่วงลงไป เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นจากใต้กำแพงเมือง
เดิมทีพวกทหารโพกผ้าเหลืองที่ฮึกเหิมและได้เปรียบค่อย ๆ ถูกตีกลับจนกลายเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
แก๊ง!
ในตอนนั้นเอง มีเสียงระฆังถอยทัพดังขึ้นจากนอกเมือง
อาจเป็เพราะแม่ทัพของกองทัพโพกผ้าเหลืองรู้สึกว่าการสู้รบครั้งแรกยากจะยึดเมืองเยี่ยเฉิงได้ เมื่อเห็นประตูเฟิ่งหยางสูญเสียหนัก จึงจำต้องสั่งถอยทัพไปก่อน
ประตูเฟิ่งหยาง รักษาไว้ได้แล้ว!
เหล่าทหารป้องกันถอนหายใจด้วยความโล่งอก พากันนั่งลงบนพื้นด้วยความอ่อนแรง
แต่ทว่านี่เป็เพียงแค่หอคอยกำแพงเมืองเหนือประตูเฟิ่งหยางเท่านั้น การสู้รบที่ประตูเมืองอื่นยังคงดำเนินต่อไป
เืที่เดือดพล่านของหยางเจาค่อย ๆ สงบลง เขาเปิดหน้าต่างสถานะดู ก่อนจะพบว่าระดับเพิ่มขึ้นเป็ lv8
"เพิ่มแต้มวิชาดาบ 1 แต้ม วิชาธนู 2 แต้ม"
[เพิ่มแต้มสำเร็จ วิชาดาบ (ระดับชำนาญ), วิชาธนู (ระดับเริ่มต้น ขั้นกลาง)]
ในห้วงความคิดของหยางเจาพลันมีกระบวนท่าการใช้ดาบสังหารศัตรู และเทคนิควิชาธนูเพิ่มเข้ามามากมาย
หลังจากเพิ่มแต้มเสร็จ เขากำลังจะนั่งพักผ่อน ก็เห็นเปี๋ยปู้ซือหม่าเดินตรงเข้ามาหา
"ประตูเฟิ่งหยางรักษาไว้ได้ ต้องยกความดีความชอบให้การนำของเ้า"
เปี๋ยปู้ซือหม่ายิ้มกล่าวต่อ "รอจนกว่าจะขับไล่พวกโจรแมลงเม่าภายนอกได้ ข้าจะขอตบรางวัลให้เ้าเอง"
หยางเจารีบลุกขึ้นประสานมือกล่าว "ขอบพระคุณท่านซือหม่าขอรับ!"
"จริงสิ เ้ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร?"
"ผู้น้อยนามว่าหยางเจา ส่วนนามรอง... ยังไม่มีนามรองขอรับ!"
หยางเจาอยากจะทำตามแบบในสามก๊ก เวลาแนะนำตัวต้องบอกนามรองด้วย แต่ในฐานะชาวบ้าน เขาเพิ่งพบว่าตนไม่มีนามรอง การมีชื่อแซ่ติดตัวมาด้วยก็ถือว่าดีมากแล้ว
"หยางเจา!"
เปี๋ยปู้ซือหม่าพึมพำชื่อนี้ซ้ำหนึ่งรอบ แล้วกล่าวต่อว่า "ข้าชื่อหลินผู่ เมื่อครู่มีนายสิบตายไปหลายคน กำลังพลในกองทัพไม่เพียงพอ และผู้มีความสามารถยิ่งมีน้อย ข้าขอแต่งตั้งให้เ้าเป็นายสิบชั่วคราว เ้าคิดว่าทำหน้าที่นี้ไหวหรือไม่?"
หยางเจาไม่คิดว่าการเลื่อนตำแหน่งจะง่ายดายถึงเพียงนี้ จึงตอบเสียงดังว่า "ผู้น้อยทำได้ขอรับ!"
หลังจากนั้น หลินผู่ก็นำทหารมาให้อีกเก้านาย
รวมกับตัวนายสิบอย่างหยางเจา ก็เป็สิบคนพอดี
การแต่งตั้งชั่วคราวเช่นนี้ เป็เพียงเพราะไม่้าให้ทหารเสียระบบจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เสียขวัญกำลังใจ
หยางเจาในฐานะนายสิบชั่วคราว ไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรมากมายนัก หากต้านทานการบุกของพวกโพกผ้าเหลืองในระลอกถัดไปได้ และรอดไปจนจบศึก ตำแหน่งนี้ก็น่าจะถูกเรียกคืน หากต้านไม่ไหวก็หมายถึงการเสียสละชีวิต
'เป็นายสิบชั่วคราว ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย'
หยางเจาคิดในใจว่า อย่างน้อยตนเองก็ถือเป็นายทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่งแล้ว สามารถคุมกำลังคนได้ จากนั้นจึงกล่าว "รวมพลทั้งหมด!"