บุคคลปริศนาหิ้วตัวของเขาลงไปจากต้นไม้ อีกฝ่ายดูท่าทางน่าสงสัยแต่งตัวรุ่มร่ามมีพิรุธชอบกล เมื่อเห็นว่าทางนั้นไม่มีจิตคิดสังหารทั้งกำลังเผลอตัวไม่ระวังคนที่เดินตามมา ซิ่วอิงจึงจัดการกระชากชุดคลุมบนตัวฝ่ายนั้นออก ถึงได้เห็นกับตาว่าคนตรงหน้าไม่ใช่สิงเทียนแต่เป็หูเซินต่างหาก
“ทะ ท่านหูเซินหรือ”
อีกฝ่ายท่าทางดูหวาดระแวงพอสมควร ก่อนจะคว้าแขนเขาให้รีบเดิน “มาเร็วอย่ามัวยืดยาด!”
ซิ่วอิงยืนนิ่ง หูเซินพยายามลากตัวเขาออกจากวังไป แต่เ้าตัวกลับขัดขืนและไม่ยอมทำตาม หากเขาออกไปจากวังล่ะก็ ไม่รู้ว่าจะมีอันตรายรูปแบบไหนรออยู่ คนตรงหน้าจะใช่หูเซินตัวจริงหรือไม่ก็มิอาจเดาได้ หากการตามออกไปเป็เื่ลวงล่ะ หากถูกหลอกให้ไปตายล่ะจะทำอย่างไร
“เดี๋ยวสิท่าน คุยกันก่อนไม่ได้รึจะรีบไปไหน”
“เงียบน่า ตามมาเร็ว!”
หลังจากยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา เสียงฝีเท้าของบุคคลที่สามก็ได้ดังขึ้น
“จับตัวมันได้แล้วรึ”
เมื่อได้ยินเสียงเอ่ยทักขึ้นทั้งคู่จึงนิ่งไป ซิ่วอิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก น้ำเสียงเย็นะเืเช่นนี้คงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพระเอกอย่างสิงเทียน!
เพียงชั่วครู่ที่เขามัวแต่ระแวงเสียงฝีเท้าจากด้านหลังซึ่งค่อย ๆ ดังใกล้เข้ามา หูเซินกลับกระทำเื่บางอย่างได้รวดเร็วจนสมองประมวลผลไม่ทัน จับแขนข้างนั้นของเขาหักไปด้านหลังจนผิดรูป ใช้ท่อนเหล็กที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหน หวดหน้าแข้งของเขาจนกระดูกร้าว
ซิ่วอิงล้มฟุบลงกับพื้นนอนตาค้างโดยไม่ส่งเสียงร้องใด ๆ เขาเพียงรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าตกลงแล้วมันเป็มายังไงกันแน่ การแสดงออกของหูเซินก่อนหน้าและตอนนี้เหตุใดจึงกลับกลอกได้รวดเร็วนัก
ในที่สุดสิงเทียนก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ซิ่วอิงไล่มองั้แ่ปลายเท้าไปจนถึงศีรษะของอีกฝ่าย เมื่อสบตาเข้ากับเ้าของดวงหน้าสีซีดนั่น เขาก็ถึงกับต้องผงะรีบกระถดตัวถอยหนีออกมา
“คะ คุณชาย!”
สิงเทียนกำผมของเขาแล้วยกขึ้น หิ้วตัวคนเจ็บให้ลอยอยู่ในระดับไหล่ เผยรอยยิ้มน่าสยดสยองออกมาจนซิ่วอิงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“เอ่อ คุณชาย! คุณชายโปรดฟังข้าก่อนนะขอรับ!”
สิงเทียนว่า “ข้าฟังแน่ แต่ไม่ใช่ตรงนี้”
จากนั้นเขาก็ถูกลากตัวไปตามทางเดิน มือข้างหนึ่งจับกระจุกผมไว้มั่น ทั้งเจ็บทั้งกลัวปนกันไปหมด ส่วนแขนอีกข้างนั้นได้หักไปแล้วซ้ำยังถูกโซ่ทองแดงล่ามคออีก ทำให้ไม่สามารถรักษาร่างกายได้ จึงต้องทนถูกลากไปตามทางอย่างเ็ป
ซิ่วอิงน้ำตาคลอหน่วย ในระหว่างที่เขาติดอยู่ในคุกนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับสิงเทียนกัน เหตุใดอีกฝ่ายจึงมีนิสัยเหี้ยมเช่นนี้ อย่าบอกนะว่าถูกธาตุไฟเข้าแทรกเสียแล้ว?
เวรกรรมหนอเวรกรรม เพิ่งออกจากคุกมายังไม่ทันได้หายใจทั่วท้องสักนิด หมดกันความตั้งใจที่จะช่วยพระเอกของเื่ให้ขึ้นสู่จุดสูงสุด แค่ป้องกันไม่ให้ธาตุไฟเข้าแทรกเขาก็ยังทำไม่ได้แล้วเื่อื่นมันจะไปสำเร็จได้ไง!
สิงเทียนเหวี่ยงร่างเขาลอยกระเด็นเข้าไปในห้อง จากนั้นนำโซ่อีกข้างไปเชื่อมติดกับเสาที่อยู่ตรงข้ามปลายเตียง ซิ่วอิงนั่งมองทุกการกระทำ ไม่มีท่าทีขัดขืนและดิ้นรนให้เห็น ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากหนี แต่หากคิดหนีสิงเทียนต้องทุบตีเขาอีกเป็แน่ แม้นว่าอีกฝ่ายจะไม่กล้าลงมือฆ่า แต่แค่ทรมานให้เจียนตายย่อมทำได้เช่นกัน ซิ่วอิงไม่อยากหาเื่ใส่ตัวจึงนั่งนิ่ง ๆ รอดูท่าทีของอีกฝ่ายต่อ
สิงเทียนปัดฝุ่นตามเนื้อตัว จากนั้นเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ไม้ เท้าคางมองต่ำลงมายังปลายเท้าที่ซึ่งซิ่วอิงกำลังนั่งก้มหน้าอยู่
“เ้ามีอะไรจะกล่าวกับข้าหรือไม่”
ซิ่วอิงก้มหน้าตอบ “ขะ ข้า..”
ให้ตายเถอะ! ถูกพระเอกนั่งจ้องตาเขียวซะขนาดนี้ใครมันจะไปนึกคำพูดออกวะ เกิดฉันพูดไม่ถูกใจนายขึ้นมานายจะไม่ตัดลิ้นฉันใช่ไหมพ่อหนุ่ม!
สิงเทียนยกถ้วยน้ำชาขึ้นมา ก้มมองไม่นานจึงว่า “เหตุใดจึงเงียบ ปากถูกเย็บติดกันหรือไร ไหนเมื่อครู่บอกว่ามีเื่จะเอ่ยกับข้า ตอนนี้ข้าพร้อมจะรับฟังแล้วเหตุใดยังเงียบปากอยู่อีก”
ซิ่วอิงประคองแขนข้างที่หักให้อยู่นิ่ง ก่อนกล่าว “คุณชาย ข้าน้อยมีเื่ที่อยากพูดตั้งมากมายแต่ ณ เวลานี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ข้าน้อยเกรงว่าหากพูดไปคงไม่มีอะไรดีขึ้น สู้หุบปากและทำตัวเชื่อฟังจะดีที่สุดขอรับ”
สิงเทียนวางถ้วยน้ำชา ลุกขึ้นเดินไปยังริมหน้าต่าง ทอดสายตามองไปบนท้องนภา เขาว่า “หากไม่อยากพูด แล้วจะเอ่ยให้สงสัยทำไมั้แ่แรก ครั้งที่ข้าไม่อยากรับฟัง เ้ากลับเอาแต่พ่นวาจาไม่ยอมหยุด พอข้าจะรับฟังกลับเลือกที่จะเงียบเสียอย่างนั้น เ้าเห็นข้าเป็คนโง่หรือ”
“ข้าน้อยมิเคยคิดเช่นนั้นขอรับ เพียงแต่..ข้าน้อยเคยเตือนคุณชายแล้ว หากท่านยังดื้อรั้นและไม่รับฟังท่านจะต้องเสียใจ”
สิงเทียนหันหน้ากลับมา สายตาดูน่ากลัวราวกับเป็ผีร้ายตนหนึ่ง “เ้ากำลังสั่งสอนข้าหรือ คิดว่าตนเองเป็ใคร เ้าคิดว่าที่ข้าให้มาถ่ายลมปราณและท่องตำรามันเป็เพราะสาเหตุใด หัดสำเหนียกตนไว้เสียบ้าง ทุกอย่างที่ข้าต้องเผชิญล้วนเป็ความผิดของเ้า! ความเ็ปที่ข้าได้รับทั้งหลายทั้งปวงมันก็เกิดจากเ้า!”
ซิ่วอิงก้มหน้าไม่ตอบ ลอบมองสีหน้าอีกฝ่ายแล้วเกิดใจสั่น เขาไม่กล้าพูดอะไรต่ออีกเพราะคำพูดเมื่อครู่คงทำให้สิงเทียนหงุดหงิดมากแน่ ั์ตาถึงกลับฉายแววดุดันขึ้นมา
สิงเทียนถาม “เหตุใดจึงเงียบอีกแล้วเล่า มิปากกล้าขาแข็งแล้วรึ”
“ข้าน้อยไม่มีคำจะกล่าวขอรับ”
“หึ ช่างน่าขันสิ้นดี! ทำไมสิบปีก่อนข้าไม่ฆ่าเ้าให้ตายไปเสียแต่ทีแรก ไม่ยักรู้ว่าที่ผ่านมาจะเลี้ยงอสรพิษไว้ข้างกายเช่นนี้ ข้าผิดหวังในตัวเ้านัก คนเช่นเ้ามันกลับกลอก ดีแต่หลอกลวงผู้อื่นด้วยสีหน้าจริงใจ เสแสร้งแกล้งทำดีด้วยแต่ลับหลังกลับรอจังหวะเชือดให้ตาย เ้ามันสารเลวชาติชั่วหาใดเปรียบจริง ๆ”
ซิ่วอิงเหมือนอยากพูดแก้ตัวบ้าง แต่เมื่อเห็นแววตาเกลียดชังของอีกฝ่ายจึงไม่กล้าขยับปากเอ่ย เพียงพึมพำเบา ๆ “ข้าน้อย..ขออภัยขอรับ”
สิงเทียนเก็บงำสีหน้าปวดใจแล้วหันหนีไปอีกทาง เขาว่า “เ้ามันต่ำช้านัก ข้าต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกกี่สิบกี่ร้อยปีกันจึงจะพอใจ ไย์ไม่สงสารข้าบ้าง เหตุใดต้องกำหนดชะตาให้ข้ามาเจอคนเช่นเ้าด้วย”
ซิ่วอิงรู้สึกสงสารสิงเทียนจับใจ แต่ไม่อาจพูดปลอบออกไปได้ จะโทษฟ้าดินไปก็เปล่าประโยชน์ ตัวเขาก็เป็แค่เพียงหุ่นเชิดเท่านั้น ถูกสร้างขึ้นจากความคิดของผู้แต่งให้เป็ไปตามบริบท ต่อให้บุกไปทำลาย์ชั้นฟ้าก็คงไม่ช่วยอะไร ยิ่งเห็นอีกฝ่ายเศร้าระทมซิ่วอิงก็ยิ่งนึกสงสาร สุดท้ายความตั้งใจของเขาก็ช่วยเหลือใครไม่ได้ กระทั่งรักษาชีวิตตัวเองในชาตินี้ยังยากเย็น เขาจึงก้มหน้าร้องไห้คนเดียว
สิงเทียนได้ยินเสียงร่ำไห้จึงรีบเดินเข้ามากระชากผมของเขาขึ้นดู “เ้าร้องไห้เสียใจเป็ด้วยรึ หรือที่หลั่งน้ำตาในครั้งนี้ก็เป็หนึ่งในการแสดงอีก ข้านับถือความสามารถของเ้านัก หากมิใช่เพราะข้าถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนมีสภาพเช่นนี้ ข้าคงนึกว่าน้ำตานั่นเกิดจากความสงสารไปแล้ว”
ซิ่วอิงว่า “คุณชาย ข้าขอพูดในส่วนของตนเองบ้าง ข้าน้อยมิได้หลอกลวงท่าน ข้าน้อยจริงใจและซื่อสัตย์ต่อท่านมาตลอด การหายตัวไปของคุณหนูเหมยลี่ ข้าเองก็มิได้รู้เื่สักนิด ข้ามิได้ทำอะไรทั้งนั้นนะขอรับ แม้คุณชายจะกลายเป็มารแต่จิตใจของท่านก็ใช่จะต้องเป็มารไปด้วยเสียเมื่อไหร่ หากนำพลังมาใช้อย่างถูกวิธี มันจะต้องดีขึ้นแน่นอนขอรับ”
สิงเทียนมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ “งั้นหรือ เ้าจะบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็เพราะบังเอิญเช่นนั้นหรือ คนรักข้าหายตัวไปในคืนแต่งงาน ตัวข้าที่คลุ้มคลั่งขาดสติจนถูกธาตุไฟเข้าแทรก กลายเป็มารร้ายในสายตาของผู้อื่น เ้าจะให้ข้าทำใจยอมรับเื่ทั้งหมดนี่ได้อย่างไร ข้าควรจะทำตัวยินดีกับเื่ที่เกิดอย่างนั้นหรือ เ้าช่างพูดได้ง่ายดายนัก ลองมาเจอกับตัวดูบ้าง หรือลองมาเป็แบบข้าสักครั้งเ้ายังจะกล้าพูดเช่นนั้นปลอบใจตนเองหรือไม่!”
ซิ่วอิงก้มหน้าอีกครั้ง แต่หนนี้กลับไปกระตุกต่อมความโกรธของอีกฝ่ายเข้า สิงเทียนหวดหลังมือใส่ใบหน้าเขาเต็ม ๆ จนต้องใช้มือข้างที่ยังดีอยู่ดันพื้นไว้