ห้องรับรองแขก
มือยาวยกแตะกลอนประตู แต่ยังไม่ทันได้เปิด โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้น แซมเมอร์เหลือบมองชื่อของบุคคลที่โทรเข้ามา
- อัลเบิร์ต -
เป็ไปได้ว่าบิดาคงเห็นเอกสารที่เขาลืมเอาไว้..
คงโทรมาบ่นแน่ๆ .. ร่างสูงคิด
เขาไม่้าความเครียดมากกว่าที่มีอยู่เขาจึงตัดสินใจส่งโทรศัพท์ให้เลขาของเขา
“ฝากบอกว่าผมกำลังจะเข้าประชุมสำคัญ เดี๋ยวโทรกลับ” เสียงทุ้มสั่ง ไม่รอฟังคำตอบของเลขาสาว
เลขารับโทรศัพท์ส่วนตัวของเ้านาย ก่อนจะรีบกดรับสายทันที
“สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็เลขาของคุณแซมเมอร์นะคะ.. คุณแซมเมอร์ต้องรีบเข้าประชุม.. คะ? อะไรนะคะ? จริงเหรอคะ? ไม่ทราบว่าคุณอยู่ที่ไหนเหรอคะ”
เมื่อเห็นว่าร่างสูงของเ้านายหายลับเข้าไปในห้องประชุมรีบร้อยแล้ว.. เลขาสาวจึงตัดสินใจไม่เรียกเขา แต่กลับกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังหน้าลิฟต์ของโรงแรม
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา.. เสียงลิฟต์และร่างของหญิงแปลกหน้าคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เลขาสาวยิ้มกว้างขึ้นอย่างตื่นเต้น เธอย่างก้าวเข้าไปหาคนมาใหม่
มธุรดากวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวตึกโรงแรมที่โอ่อ่าหรูหรา แม้จะรู้ว่าไม่ควรเสียเวลาชื่นชมบรรยากาศ แต่เธอก็อดไม่ได้จริงๆ
“ใช่คุณหรือเปล่าคะ” หญิงสาวคนหนึ่งเดินตรงมาที่เธอพร้อมกับเอ่ยถามขึ้น
มธุรดาพยักหน้าตอบรัว ๆ
“คุณคือเลขาของคุณแซมเมอร์ที่คุยโทรศัพท์กับฉันหรือเปล่าคะ” เสียงหวานพร้อมสำเนียงแปร่งทำให้เลขารู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงเป็ชาวต่างชาติแน่นอน
“ใช่ค่ะ” เลขาสาวพยักหน้าตอบ
ได้ยินเช่นนั้นมธุรดาก็มีสีหน้าโล่งใจขึ้น..
เมื่อเกือบ 2 ชั่วโมงก่อน ในระหว่างที่เธอนั่งวาดรูปภายในห้องนั่งเล่นอยู่นั้น จู่ ๆ อัลเบิร์ตก็เดินกลับออกมาจากห้องทำงาน สีหน้าเคร่งเครียด ในมือถือเอกสารบางอย่าง มธุรดาจับใจความได้ว่าเอกสารที่อีกฝ่ายถืออยู่นั้นสำคัญมาก และแซมเมอร์จำเป็ต้องใช้.. ตอนแรกอัลเบิร์ตจะรีบนำเอกสารไปยังบริษัท มธุรดาจึงอาสาเป็คนจัดการให้เพราะอีกฝ่ายยังคงสุขภาพไม่แข็งแรง ยิ่งเครียดยิ่งดูเหนื่อยขึ้นไปอีก.. ชายสูงวัยจึงรีบส่งเธอขึ้นรถแท็กซี่พร้อมให้โทรศัพท์มือถือและป้ายชื่อของตัวเองมาเพื่อติดต่อแซมเมอร์
มธุรดาใช้มือถือเครื่องนั้นโทรหาชายหนุ่มกว่าสิบสาย ก่อนสายสุดท้ายจะถูกรับโดยเลขาของเขา..
“คุณมาทันเวลาพอดีเลย เกือบจะไม่ทันแล้วค่ะ” คุณเลขากล่าว
“ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นค่ะ ว่าแต่คุณแซมเมอร์อยู่ไหนเหรอคะ” มธุรดาเอ่ยถามต่อ
“คุณแซมเมอร์เข้าไปประชุมแล้วค่ะ เอาเอกสารให้ฉันก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบเอาไปให้คุณแซมเมอร์” เลขารีบเอ่ยตอบ
มธุรดายังคงถือเอกสารในมือแน่น พร้อมตอบด้วยน้ำเสียงเกรงใจ
“ขอโทษนะคะ พอดีฉันถูกกำชับมาว่าต้องให้ถึงมือเขา”
เลขาสาวชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ คุณรีบเดินตามฉันมา”
ว่าแล้วสองสาวก็เร่งเดินจ้ำอ้าวไปยังห้องรับแขกของโรงแรมที่อยู่อีกฟากหนึ่งของลิฟต์
เมื่อเดินถึงห้อง เลขาสาวก็รีบเปิดประตูตรงดิ่งเข้าไปกระซิบข้างหูแซมเมอร์ที่กำลังกล่าวต้อนรับแขก ั์ตาดำขลับตวัดมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยเพราะเห็นว่าเลขาเข้ามาภายในห้องค่อนข้างช้า
เลขาสาวกระซิบกระซาบเล็กน้อย แซมเมอร์รับฟังนิ่ง ๆ เมื่อเธอพูดจบ ใบหน้าหล่อเหลาก็หันไปยังประตูห้องรับแขกที่ถูกเปิดอ้าเอาไว้..
เขาเห็นหญิงสาวในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนขาสั้นเผยให้เห็นขาเรียวยาวที่หน้าแข้งถูกปกปิดด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวเปรอะสีมอมแมม มธุรดายืนยิ้มกว้างให้เขาอย่างสดใส ั์ตากลมหยีเล็ก พร้อมมือเรียวโบกไปมาให้เขาอย่างทักทาย อีกมือหนึ่งชูซองเอกสารสีน้ำตาลให้เขาเห็น
ั์ตาดำขลับจ้องมองเธอั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า สีหน้านิ่งเรียบราวกับอีกฝ่ายไม่มีตัวตนยืนอยู่ตรงนั้น
ทำหน้าเก๊กอีกละ.. มธุรดาบ่นในใจ
คนร่าเริงค่อยๆ หุบยิ้มลงเมื่อไม่ได้รับการทักทายกลับ แม้ว่าการมองของเขาทำให้เธอเอะใจเล็กน้อย เมื่อก้มลงมองสำรวจตัวเอง มธุรดาจึงถึงบางอ้อ..
มือบางยกขึ้นเกาศีรษะแกรกๆ .. เธอรีบเร่งมาที่โรงแรมมากจนลืมไปด้วยซ้ำว่าตัวเองสวมผ้ากันเปื้อนสีอยู่.. ดีนะที่ทางโรงแรมยอมให้เธอเข้ามา คงเป็เพราะป้ายชื่อของอัลเบิร์ตที่เธอโชว์ให้พนักงานดูแหงๆ .. สภาพการแต่งตัวที่ดูไม่ถูกกาลเทศะคงเป็เหตุผลที่บอกได้ว่าทำไมแซมเมอร์มองเธอเช่นนั้น..
ขณะเดียวกันผู้บริหารหนุ่มก็ก้มลงกระซิบเลขาสาว ก่อนอีกฝ่ายจะเดินกลับไปหามธุรดา
ประตูห้องรับแขกถูกปิดลง มธุรดาได้แต่มองคนที่เดินตรงมายังเธอ
“คุณแซมเมอร์บอกว่าให้ฉันนำเอกสารเข้าไปให้เขาค่ะ” เลขากล่าวบอกมธุรดา
หญิงสาวยอมส่งเอกสารให้คุณเลขา เพราะอย่างน้อยเธอก็เห็นแล้วว่าแซมเมอร์อยู่ในห้องประชุมนั้น
เลขารีบนำเอกสารหายลับเข้าไปในห้องประชุมอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงแต่มธุรดาที่ตอนนี้หันซ้ายหันขวา ใช้เวลาหลายวินาทีก่อนจะตั้งสติคืนให้ตัวเอง..
ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี.. ตอนนี้ก็กลับได้แล้ว.. หญิงสาวพยักหน้าให้กับตัวเอง
แต่… จะกลับยังไงล่ะเนี่ย!? รีบเอาเอกสารมาให้อีกตาขี้เก๊กนั้น จนลืมคิดถึงตอนขากลับเลย.. จะนั่งแท็กซี่ เธอก็ไม่มีที่อยู่ด้วยซ้ำ..
มือเรียวยกมือเกาศีรษะ.. พยายามนึกถึงที่อยู่หน้าซองจดหมายที่เธอเขียนส่งให้อัลเบิร์ต.. อย่างน้อยถ้าจำที่อยู่ได้ ก็น่าจะบอกแท็กซี่ได้แหละน่า.. มธุรดาคิด ทันใดนั้นตากลมก็ยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นโทรศัพท์มือถือในมือของเธอ! ถ้าเข้าอินเทอร์เน็ตได้.. เป็ไปได้ว่าที่อยู่คงอยู่ที่ไหนสักแห่งในอีเมลของเธอ
ร่างบางรีบพาตัวเองเดินออกไปนั่งยังชั้นล่างของโรงแรม ก่อนจะจิ้มแอปพลิเคชันเพื่อเปิดเข้าอีเมล..
Cannot find your connection.. Please try again (ไม่พบสัญญาณ กรุณาลองใหม่อีกครั้ง) ข้อความที่แสดงขึ้นบนหน้าจอทำเอาหญิงสาวหุบยิ้ม..
ไม่มีอินเทอร์เน็ต!!!!!
โถคุณลุง.. นี่มันยุคไหนกันแล้ว.. ทำไมมีมือถือแต่ไม่มีอินเทอร์เน็ตล่ะคะ ? หญิงสาวพร่ำบ่นในใจ ใบหน้าหวานหันซ้ายหันขวา..
ไม่เป็ไร.. โรงแรมใหญ่ขนาดนี้ต้องมี wifi สิ.. เธอคิดอย่างมีความหวัง ก่อนจะพยายามลงมือเชื่อมต่อสัญญาณ wifi เข้ากับมือถือ
หลังจากพยายามอยู่กว่าเกือบครึ่งชั่วโมง.. หญิงสาวก็ได้แต่นั่งมองโทรศัพท์มือถือในมืออย่างหมดหวัง.. ร่างบางลุกขึ้นยืนถอนหายใจ ตั้งใจว่าจะเดินไปถามพนักงานที่ยืนประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์อย่างน้อยก็ช่วยให้เธอเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ได้
ขณะที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้า ขาเรียวก็หยุดชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงที่ก้าวออกมาจากลิฟต์ตัวใหญ่ของโรงแรม.. ครั้งนี้แซมเมอร์ไม่ได้ออกมาเพียงลำพัง.. มีชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาค่อนไปทางประเทศแถบอาหรับ พร้อมกับทีมงานและเลขาของแซมเมอร์รวมแล้วกว่าเกือบ 10 คนเดินออกมาพร้อมกัน..
เมื่อก้าวออกมาจากลิฟต์ ั์ตาสีดำสนิทสะดุดกับร่างบางที่ยืนเด่นพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาวที่ยังคงถูกสวมอยู่.. แซมเมอร์ตวัดสายตากลับภายในเสี้ยววินาที ชายหนุ่มหันไปยิ้มให้กับลูกค้าคนสำคัญของเขา
มธุรดาเห็นเช่นนั้นก็เบ้ปากทำหน้าทำตาล้อเลียนเขาก่อนจะยิ้มขำตัวเอง
ั์ตากลมมองตามพวกเขาไป แซมเมอร์พร้อมกับเลขาของเขาเดินนำทั้งคณะตรงไปยังทางออกของโรงแรมที่ตอนนี้มีรถยนต์สีน้ำเงินเข้มวาววับราคาคงไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน รอจอดอยู่เบื้องหน้า
ชีวิตคนรวยที่เธอคงเข้าไม่ถึงจริงๆ .. ร่างบางคิดในใจ เธอรอจนแซมเมอร์ส่งลูกค้าคนสำคัญของเขาเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปดักรอเขา
ร่างสูงหมุนตัวกลับเดินฉับๆ ก่อนจะหยุดเมื่อเห็นมธุรดาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ั์ตาดำขลับจ้องมองหน้าเธอด้วยเครื่องหมายคำถามที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
คนตัวเล็กกว่ายื่นมือถือให้เขา.. แซมเมอร์มองมัน และตวัดสายตากลับมองเธอด้วยเครื่องหมายคำถามเช่นเดิม
“คุณเขียนที่อยู่ที่บ้านให้ฉันหน่อยสิคะ” เสียงหวานกล่าวบอก ทว่าคนถูกถามยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ มธุรดาทำแก้มป่อง สูดลมหายใจเข้าลึก
“ฉันไม่รู้จะกลับบ้านยังไง คุณเขียนที่อยู่ให้หน่อยสิคะ ฉันจะเอาไว้บอกแท็กซี่” เมื่อคนตัวเล็กกว่าอธิบายอย่างละเอียด คนถูกถามจึงได้ถึงบางอ้อ
ร่างสูงมองโทรศัพท์มือถือบนอุ้งมือเล็ก มือใหญ่หยิบมันขึ้นมา ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อสูทของตัวเองเสร็จสรรพเรียบร้อย มธุรดามองเขางง ๆ แต่ก่อนที่เธอจะทวงถาม ร่างสูงก็พูดตัดขึ้นมาเสียก่อน
“เดี๋ยวผมรบกวนเรียกแท็กซี่ไปส่งเธอที่ 4 # (@*$ road () %@@ หน่อยนะครับ” เสียงทุ้มกล่าวบอกเลขาส่วนตัวของเขา เขาพูดเร็วเสียจนมธุรดาฟังชื่อถนน และพื้นที่ไม่ทัน ว่าแล้วร่างสูงหันหลังกลับออกเดินไม่แม้แต่จะมองหน้ามธุรดาด้วยซ้ำ
“เฮ้! เดี๋ยวสิคุณ แล้วคุณจะเอาโทรศัพท์ไปทำไม” หญิงสาวยกไม้ยกมือ ส่งเสียงทวงถาม
“มันไม่ใช่โทรศัพท์ของเธอ ฉันจะเอาไปคืนเอง” เสียงทุ้มกล่าว เดินหน้าต่อไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะหันกลับมา
มธุรดาเบ้หน้าใส่เขาอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าท่าทางของเธอนั้นถูกเลขาส่วนตัวของเขาเฝ้าสังเกตโดยตลอด.. ใบหน้าหวานยิ้มเขินๆ อย่างขอโทษ ขณะที่คุณเลขายิ้มบางกลับให้เธอ ภายในใจได้แต่สงสัยว่าผู้หญิงแปลกหน้าที่ปรากฏตัวขึ้นนี้มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเ้านายของเธอกันแน่
สิบนาทีหลังจากที่เลขาของแซมเมอร์ช่วยจัดการทุกอย่างให้ มธุรดานั่งรอรถแท็กซี่ตรงลอบบี้ของโรงแรมโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนจับตามองเธอั้แ่ก่อนที่แซมเมอร์จะหายลับไป.. ชายหนุ่มที่ดูไม่หนุ่มนักในชุดแฟชั่นสีฉูดฉาดยกมือถูไปมาที่คางท่าทางครุ่นคิด เขานั่งไขว่ห้างขณะที่สายตาหลังกรอบแว่นรูปพระจันทร์เสี้ยวสีเหลืองอ่อน ไล่มองเรียวขายาวของหญิงสาวด้วยสีหน้าพึงพอใจ เขาพยักหน้าให้กับตัวเอง และยกกล้องมือถือถ่ายรูปเธอเก็บเอาไว้
เมื่อมธุรดาเดินไปขึ้นแท็กซี่หน้าโรงแรม ชายหนุ่มก็ลุกเดินไปขึ้นลิฟต์ ตรงไปยังชั้นห้องทำงานของแซมเมอร์ทันที..
กลางดึกคืนวันเดียวกัน..
ฮึก.. ฮึก.. #$) % (! @) $^..
เสียงสะอึกสะอื้นถอนหายใจที่ดังขึ้นท่ามกลางความมืดทำให้แซมเมอร์ชะงักงัน ชายหนุ่มกำลังยืนรับลมเย็นบริเวณสระว่ายน้ำของตัวบ้าน มือยาวถือกระป๋องเบียร์ค้าง แสงไฟสีส้มที่ปลายทางส่องให้เขาเห็นเงาตะคุ่มของหญิงสาวร่างบางที่เ้าตัวเดาได้ทันทีว่าเป็ใคร
มธุรดาปาดน้ำตาข้างแก้มที่ไหลแล้วไหลเล่าไม่ว่าเธอจะพยายามหยุดยั้งอย่างไร ร่างบางย่างเดินไปยังขอบสระก่อนจะลดตัวลงนั่งปล่อยหน้าแข้งให้จุ่มลงไปในน้ำ มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาอีกครั้ง
“ฮึก.. จะร้องไห้ไปถึงไหนเนี่ย” เสียงหวานบ่นตัวเอง จะว่าหงุดหงิดก็หงุดหงิด แต่เธอหยุดไม่ได้จริงๆ .. มธุรดาคิด..
่กลางวันชีวิตที่วุ่นวายทำให้เธอลืมหลายๆ เื่ไปทั้งเื่แม่และเื่ศตวรรษ.. แต่เมื่อมีเวลาอยู่กับตัวเอง ความรู้สึกและความคิดหลายอย่างกลับพรั่งพรูเข้ามาไม่จบไม่สิ้น
เ้าหล่อนชะโงกหน้ามองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ
“น้ำผึ้ง.. แกไม่ใช่คนที่โชคร้ายที่สุดในโลกเสียหน่อย ยังมีคนอีกตั้งหลายคนที่ทุกข์ทรมานมากกว่าแก นึกถึงสิ่งดี ๆ เอาไว้สิ” เธอบอกกับตัวเอง
มธุรดาส่งยิ้มให้กับตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาอีกคู่หนึ่งจับจ้องมองเธออยู่ หญิงสาวผลักตัวเองขึ้นจากขอบสระ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ค่อย ๆ หยุดไหล ร่างบางยังคงยืนจังก้าริมขอบสระน้ำ ั์ตากลมจ้องมองออกไปในความมืด วิวของหมู่บ้านเบื้องหน้าตอนนี้ ท้องถนนมืดมิด ทว่าประดับประดาไปด้วยแสงไฟสีส้มระยิบระยับ มธุรดาสูดลมหายใจลึก ทำแก้มป่อง ร่างเรียวย่อลงเล็กน้อย มือสองข้างยกตั้งขึ้นระดับหน้าอก ท่าทางของอีกฝ่ายทำให้แซมเมอร์ถลึงตามองด้วยความประหลาดใจ
ยายนั่นทำอะไรน่ะ.. ไวเท่าความคิด ร่างสูงขยับตัวออกจากมุมมืดตามสัญชาตญาณ ขณะที่ยังคงจับจ้องมธุรดาอย่างไม่ละสายตา
“ฟู่~”
หญิงสาวปล่อยลมหายใจออกทางปากเสียงดังกว่าปกติ ขณะที่เคลื่อนมือไปข้างหน้าราวกับพยายามผลักอากาศ ท่าทางของเธอเหมือนลอกเลียนแบบมาจากหนึ่งในหนังจีนกำลังภายในเื่ใดเื่หนึ่ง..
“ฮึ..อุ๊บ ฮ่าๆ ๆ ๆ ” แซมเมอร์ปล่อยเสียงหัวเราะอย่างอดกลั้นไว้ไม่อยู่
มธุรดาผงะด้วยความใ ร่างบางหันขวับไปตามเสียงที่ได้ยิน ก่อนร่างกายจะสูญเสียสมดุลในวินาทีต่อมา..
“หวะ..เหว..เหวยยยยยย” เสียงหวานร้องเสียงหลง แซมเมอร์เบิกตาโตมองเธอก่อนจะก้าวสวบ ๆ เอื้อมมือไปหมายจะดึงร่างหญิงสาวที่กำลังจะร่วงหล่นลงไปในสระว่ายน้ำ
แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ.. แถมเขาเองก็เสียสมดุลเช่นกัน..
ร่างของทั้งคู่ร่วงค่อยๆ ลงไปในสระว่ายน้ำยามค่ำคืน.. หยดน้ำแตกฟู่กระจายตัวล้อเลียนแสงไฟสีส้ม ั์ตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มที่ร่วงตามแรงโน้มถ่วงไปพร้อมกับเธอ แซมเมอร์เองก็ใไม่แพ้กัน ั์ตาดำขลับตวัดกลอกขึ้นอย่างเสียไม่ได้เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังตกลงไปในน้ำอย่างไม่สมเหตุสมผล.. ่จังหวะที่เกิดขึ้นเร็วภายในพริบตา แต่ก็ช้าพอที่ทำให้ทั้งคู่รู้ตัวถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ตูมมม!!! เสียงน้ำสาดกระจายจากสระดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน
ภายในไม่กี่วินาที ร่างสูงก็โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ เผยให้เห็นสัดส่วนกล้ามที่ถูกฟิตให้เข้ากันกับร่างกายพอดี แซมเมอร์สวมเพียงกางเกงนอนสีเทาเข้มที่ตอนนี้เปียกน้ำล่อกแล่ก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง เขากลอกสายตามองบนอีกครั้งก่อนจะมองกระป๋องเบียร์ที่หลุดลอยจากมือเขาไปอยู่บนผิวสระน้ำ ชายหนุ่มส่งเสียงคำรามในลำคออย่างไม่พอใจ
มธุรดาโผล่ขึ้นจากผิวน้ำเช่นกัน.. ร่างบางยืนตัวแข็งไม่กล้าหันไปมองมนุษย์อีกคนหนึ่งที่ยืนห่างจากเธอออกไปไม่ไกลนัก.. หญิงสาวหลับตาภาวนาให้กับตัวเอง..
“ฉันไม่ได้ทำผิดอะไรนี่นา.. ทำไมต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะ” เธอพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้นตากลมโตก็เปิดขึ้น ก่อนจะหันขวับไปหาเขา
ั์ตาโตกะพริบปริบ ๆ เมื่อเห็นร่างกายท่อนบนของแซมเมอร์ กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เป็ลอนชัดเจนนั้นตรึงสายตาของมธุรดาเอาไว้ หญิงสาวอ้าปากค้างอยู่หลายวินาทีก่อนจะสะบัดศีรษะไปมา ทันทีที่ั์ตากลมสบเข้าั์ตาดำขลับของกับอีกฝ่าย มธุรดายืนตัวแข็งอีกครั้ง แซมเมอร์เม้มริมฝีปากจ้องมองเธออย่างบึ้งตึง
“ฉันควรจะเป็คนที่มองคุณแบบนั้นมากกว่านะ” เสียงหวานเหวใส่เขา
ใบหน้าหล่อบึ้งตึงมากขึ้นไปอีก
“เธอว่าไงนะ” เขาแยกเขี้ยวใส่เธอ ย่างสามขุมแหวกน้ำเข้ามา
“อย่าเข้ามานะ” เสียงหวานกรีดร้อง กล้ามหน้าท้องที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ทำให้หญิงสาวยกสองมือขึ้นปิดตา แซมเมอร์เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มขึ้นอย่างโดยไม่รู้ตัว
“อย่าแอ๊บหน่อยเลยวันก่อนยังนั่งคร่อมพ่อฉันอยู่เลย แค่ฉันไม่ได้ใส่เสื้อทำมาปิดตา” ร่างสูงยังคงไม่หยุดเดินจนกระทั่งเขายืนห่างจากเธอไปไม่ถึงครึ่งไม้บรรทัด
“ฉันตกน้ำก็เพราะคุณนะ อยู่ ๆ ก็โผล่มา โรคจิต” เสียงหวานสูงขึ้น มือยังคงยกค้างอยู่
แซมเมอร์มองลงยังร่างเล็กที่เตี้ยกว่าเขาเล็กน้อย คาดคะเนเอาว่าเธอคงสูงราวๆ 170 ซม. ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยเทียบกับการเป็ผู้หญิงเอเชีย.. แม้ว่าส่วนสูง 188 ซม. ของเขาก็ทำให้เขาต้องก้มมองเธออยู่ดี
คนตัวสูงกว่านึกสนุกจึงจับข้อมือของอีกฝ่ายที่ปิดตาอยู่ ก่อนจะดึงมันลง มธุรดาเอียงหน้าหลบ หลับตาปี๋ไม่ยอมมองอีกฝ่าย แซมเมอร์ยิ้มขำ เขาย่อตัวลงเล็กน้อย
“ใครโรคจิต? ฉันยืนอยู่ตรงนั้นตั้งนานแล้ว.. จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงเพื้ยนคนหนึ่งเดินไปร้องไห้ไป แถมลุกขึ้นมารำไทเก๊กกลางดึก เธอคิดว่าเป็ความผิดของใคร” เสียงทุ้มกระซิบถาม น้ำเสียงที่อยู่ใกล้มากทำให้มธุรดารู้สึกถึงความปั่นป่วนในช่องท้อง
ใครจะไปคิดว่าจะเขาจะยืนอยู่ตรงนั้น.. ใจหนึ่งรู้สึกอายไม่น้อยที่เขาเห็นทุกอย่างที่เธอทำ ขณะที่อีกใจกลับรู้สึกโทษอีกฝ่ายอยู่ดี
“ก็แล้วทำไมคุณไม่ออกมาั้แ่ฉันเดินมาเล่า!!! ” เธอรีบเถียงตอบ น้ำเสียงดื้อดึง เธอเปิดตาขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
แซมเมอร์เงียบ.. เขาละสายตาจากเธอ มองไปยังบรรยากาศรอบ ๆ
ขณะเดียวกันมธุรดาก็พบว่าตัวเองกำลังจ้องแผงหน้าอกของอีกฝ่ายอีกครั้ง ใบหน้าหวานร้อนผ่าว ถ้าหากเป็ตอนกลางวันแซมเมอร์คงเห็นได้ว่าเธอหน้าแดงขึ้นอย่างชัดเจน
คนตัวเล็กไม่รอคำตอบ เธอรีบเดินแหวกน้ำตรงไปยังทางขึ้นที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แซมเมอร์มองอีกฝ่าย กลอกสายตาไปมา ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระป๋องเบียร์ที่ตอนนี้ว่างเปล่า..
มธุรดาดันตัวขึ้นโผล่พ้นจากผิวน้ำ คนตัวเล็กหันมากลับไปมองอีกฝ่าย ั์ตากลมจับจ้องไปยังกระป๋องเบียร์ในมือของเขา โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าั์ตาคมกริบนั้นจับจ้องอยู่บนขาเรียวและทรวดทรงที่เด่นชัดขึ้นเพราะชุดนอนของเ้าตัวเปียกลู่ไปกับผิวกายของเธอ