บทที่ 8 สัตว์ปราณ
"ไม่ต้องห่วงท่านพ่อท่านแม่ พี่มู่ ข้าจะโค่นทุกคนลงให้หมดเอง" เฉิงซินยืดหลังตรงและตบอก น้ำเสียงของนางมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม จากนั้นนางหันมามองพี่ชาย "ท่านพี่ ข้าจะจัดการแก้แค้นแทนท่านพี่ให้เอง"
"ลูกซินถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน แม่ไม่้าเห็นเ้าได้รับาเ็" ไป่ฉิงเตือนสติบุตรสาว นางรู้นิสัยของบุตรสาวเป็อย่างดีและไม่อยากให้บุตรสาวทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายมากเกินไป
เฉิงมู่ยิ้มเล็กน้อย "ขอบใจเ้ามาก แต่อย่าลืมว่าความสำคัญของตัวเองต้องมาก่อน ส่วนเื่การแก้แค้นให้พี่ ชาย เ้าไม่ต้องใส่ใจมากนัก"
ในใจเฉิงมู่รู้สึกเ็ป ตัวเองมีสถานะเป็พี่ชาย แต่กลับต้องให้น้องสาวมาช่วยสะสางเื่ราวแทน
วันเวลาผ่านไปอย่างฉับไว
เฉิงมู่ยืนอยู่นอกบ้าน มันกำลังออกกำลังเบาๆด้วยการยืดเส้นยืดสาย สายตามองไปบนถนนเส้นนึง ด้านหน้ามีหญ้า ต้นไม้งอกเงยขึ้นหนาทึบ เป็เส้นทางทอดยาวเข้าสู่ผืนป่า
การกระทำของเฉิงมู่คล้ายวันอื่นๆ
มันกำลังเตรียมตัวเข้าป่า!
ครั้งนี้เฉิงมู่ไม่ใช่เข้าป่าเพื่อค้นหาสมุนไพร ผลไม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันมีเป้าหมายอื่นแฝงด้วย ซึ่งมัน้าทดสอบพลังปราณของตนเอง
่ระยะเวลาที่ผ่านมา เฉิงมู่ได้ฝึกฝนการควบคุมพลังปราณบ้างแล้ว ตอนนี้มันอยากสนองความ้า
"ท่านพี่จะเข้าป่าอีกแล้ว? อย่าไปเลยท่านพี่ ท่านเพิ่งหายดีเพียงไม่กี่วันเท่านั้น" เมื่อเฉิงซินเห็นพี่ชายกำลังเตรียมตัวเข้าป่า นางรีบวิ่งออกมารั้ง
เฉิงซินกับเฉิงมู่เติบโตมาด้วยกัน นางพอคาดเดาการกระทำของพี่ชายนางได้บ้าง พี่ชายนางเป็คนกล้าหาญและไม่ค่อยเกรงกลัวสิ่งใด ไม่ว่าพี่ชายนางจะได้รับาเ็จากสัตว์อสูรในป่าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่พี่ชายนางก็ไม่เคยหวั่นกลัวและกลับเข้าป่าอยู่ทุกเมื่อ
พี่ชายทำตัวเหมือนไม่มีอะไรน่ากลัว
พี่ชายนางยังคงชอบออกไปค้นหาสมุนไพรตลอด ต่อให้เผชิญหน้าสัตว์อสูรอีกก็ตาม จนทุกวันนี้การเข้าป่ากลายเป็กิจวัตรประจำวันเรียบร้อย
เมื่อเฉิงมู่เห็นน้องสาวกำลังเหนี่ยวรั้งและไม่้าให้มันเข้าป่า มันเปิดปาก "เ้าไม่ต้องห่วง พี่เข้าไปแปบเดียว เดียวพี่ก็กลับออกมาแล้ว พี่้าทดสอบพลังปราณตัวเองด้วย"
ต่อให้เฉิงมู่จะพูดออกมาแบบนั้นออกมา แต่เฉิงซินก็ไม่มีทีท่าจะยอมปล่อย
...
แมกไม้น้อยใหญ่ขึ้นเต็มบนผืนปฐี ใบไม้เขียวขจีลิ่วไปตามลม หนุ่มสาวทั้งสองเดินทอดน่องไปตามทาง
ทั้งคู่เป็สองพี่น้องตัวติดกัน
"อย่าเดินห่างจากข้าละ" เฉิงมู่กล่าวจริงจัง ท้ายสุดมันต้องพาน้องสาวมาด้วย
เฉิงซินตอบ "ทราบแล้วท่านพี่"
ตลอดการเดินทาง สองพี่น้องพบเห็นสัตว์ป่าคอยดักซุ่มและแอบออกมาเล่นงานตลอดทาง พวกมันจะโผล่เข้ามาจู่โจมสองพี่น้องเป็ระยะๆ
ส่วนใหญ่พวกมันเป็สัตว์ป่าที่มีความแข็งแกร่งประมาณสัตว์ปราณระดับปราณกำเนิดขั้นต้น (ขั้นหนึ่ง-สาม)
ความแข็งแกร่งระดับนี้ไม่ใช่เื่เหนือบ่ากว่าแรงของสองพี่น้องคู่นี้
เฉิงมู่รู้สึกยินดีไม่น้อย ยิ่งสัตว์ป่าโผล่ออกมาเล่นงานมากเท่าไหร่ มันยิ่งได้รับประสบการณ์การต่อสู้มากขึ้น การควบคุมปราณยิ่งชำนาญมากขึ้น
หลังจากสองพี่น้องเดินป่าสักพัก เฉิงมู่หยุดเดินและสำรวจบริเวณข้างทาง
มันหันมามองน้องสาว "จากนี้ไปจะยิ่งมีอันตรายมากขึ้น" มันเตือนน้องสาวให้ระวังตัวเพิ่มมากขึ้นทันที
ยิ่งเข้าไปในป่าลึกมากเท่าไหร่ ความอันตรายย่อมเพิ่มขึ้นเป็เงาตามตัว
เฉิงซินพยักหน้าและถามด้วยความกังวล "ท่านพี่ พวกเราจะเดินไปที่ไหนกัน? " หลังจากทั้งคู่เดินเข้ามาในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆเื่ราวที่เ็ปในอดีตพลันปรากฏขึ้นในหัวเฉิงซิน เหตุการณ์นั้นเป็เหตุให้เส้นชีพจรปราณของพี่ชายต้องฉีกขาด
มันกลายเป็ความเ็ปฝังใจ!
เฉิงซินเป็ห่วงความปลอดภัยพี่ชายขึ้นมาทันที แม้ตอนนี้เฉิงมู่จะปลุกชีพจรปราณได้แล้ว แต่ในป่าลึกยังมีสัตว์อสูรที่มีระดับปราณกำเนิดขั้นสูงซ่อนตัวและยังไม่โผล่ออกมา ถ้าเกิดเจอสัตว์อสูรระดับปราณกำเนิดขั้นสูง พี่ชายนางอาจตกอยู่ในอันตรายได้
สัตว์ป่าที่ต่อสู้ก่อนหน้าเทียบไม่ติด!
ความแข็งแกร่งระหว่างสัตว์ป่ากับสัตว์ปราณแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
ต่อให้สัตว์ป่ามีความสามารถต่อสู้มากแค่ไหน พวกมันก็ไม่มีทางเทียบชั้นกับสัตว์ปราณในระดับพลังเดียวกัน
โดยเฉพาะสัตว์ปราณที่มีแกนอสูร พวกมันจะถูกเรียกว่า สัตว์อสูร สัตว์พวกนี้มีพลังปราณมากเป็พิเศษ แกนอสูรจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้มีพลังความสามารถต่อสู้อย่างก้าวะโ
นอกจากนี้ถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าและสัตว์ปราณยังคงแตกต่าง สัตว์ป่าอาศัยบริเวณชายป่า แต่สัตว์อสูรอยู่ในป่าลึก
เฉิงมู่ไม่ตอบคำถาม แต่บอกให้น้องสาวเดินเร็วขึ้น มัน้าให้ถึงจุดหมายก่อนมืดค่ำ
หลังจากเฉิงมู่เข้าป่าเป็กิจวัตรประจำวัน ทำให้มันรับรู้สภาพแวดล้อมและความอันตรายในป่าเขาเป็อย่างดี
ยิ่งตะวันคล้อยต่ำลงขึ้นเรื่อยๆ จันทราจะย่างกรายโผล่มาแทนที่แล้วสัตว์ร้ายจะปรากฏตัวขึ้นจากความมืด