ผู้หญิงวัยนี้มักจะชอบทำตัวเป็นแม่สื่อ คังอิงก็รู้ดีว่าพวกเธอไม่ได้มีเจตนาร้าย เพียงแค่หวังดีอยากจะแนะนำให้เธอรู้จักกับใครสักคน เธอเลยไม่ได้รู้สึกต่อต้านอะไร
“ดีแล้วล่ะ ดีแล้ว” ชุยซิ่วถิงพยักหน้าพลางหัวเราะ
คังอิงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดีแล้ว? การเป็นโสดมันดีแล้วหรือ? อืม จริงๆ ก็ดีจริงอย่างที่ว่านั่นแหละ เธอรู้สึกเป็นอิสระดี
ดังนั้น เธอจึงแย้มยิ้มพลางกล่าวว่า “ใช่ค่ะ ดีแล้วค่ะ”
คนทั้งสองพยักหน้าให้กัน แต่ว่าความหมายของคำว่า ‘ดี’ ของพวกเขานั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ชุยซิ่วถิงคิดว่า ดีแล้ว เสี่ยวคังยังไม่มีแฟน แบบนี้เธอก็จับคู่ให้เสี่ยวคังกับสือเจียงหย่วนได้
สือเจียงหย่วนเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องผู้หญิง บางทีอาจเป็นเพราะคบหากับคังอิงนานเกินไปจนไม่ได้เอ่ยปากสารภาพรัก อีกทั้งยังไม่รู้วิธีสารภาพรัก ไม่เช่นนั้น ท่าทีของคังอิงที่มีต่อเขาคงจะไม่เหมือนกับเพื่อนธรรมดาๆ หรอก
ไม่พูดถึงเรื่องอื่นๆ แค่รูปลักษณ์ภายนอก วาจา และความสามารถในการทำอาหารของคังอิงก็เอาชนะใจชุยซิ่วถิงได้แล้ว
ในความคิดของเธอ คังอิงตรงตามมาตรฐานภรรยาในอุดมคติของสือเจียงหย่วนทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่น มีความทะเยอทะยาน และยังทำอาหารเป็น เรียกได้ว่าเป็นทั้งแม่บ้านแม่เรือนและผู้หญิงที่เก่งคนหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงแบบนี้หาได้ยากยิ่งนัก
ชุยซิ่วถิงมั่นใจในสายตาของตนเอง โดยปกติแล้ว หากเธอถูกใจหญิงสาวคนไหน พี่สาวของเธอก็จะเห็นไม่ต่างกัน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ท่าทีของสือเจียงหย่วนกับคังอิงเท่านั้น
ชุยซิ่วถิงตัดสินใจแล้วว่าจะต้องสนิทสนมกับคังอิงมากขึ้นให้ได้
ก่อนที่ชุยซิ่วถิงจะจากไป คังอิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอเอ่ยกับชุยซิ่วถิงว่า “อ้อ ใช่แล้ว คุณน้าคะ ฉันขอรับช่วงต่อแปลงผักของคุณน้ามาปลูกผักเองแล้วนะคะ
ตอนนี้มีผักบุ้ง ยอดมันเทศ ต้นหอม แต่ว่าเพิ่งจะปลูกไป ตอนนี้ยังเก็บกินไม่ได้ รอคุณน้ากลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง ก็กินผักที่ฉันปลูกได้แล้ว ในครัวยังมีฟักทองกับถั่วแขกที่อาซ้อรองจางให้ไว้ คุณน้าทำอาหารเองได้เลยนะคะ”
“โอเค เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ น้าเข้าใจ ไม่ต้องเกรงใจหรอก” ชุยซิ่วถิงหัวเราะพลางกล่าว
คังอิงเดินออกจากบ้านแล้วขับรถจี๊ปของเธอจากไป
ชุยซิ่วถิงคิดไม่ถึงว่าคังอิงจะขับรถเป็น เธอจ้องมองรถของคังอิงที่ขับออกไปไกลด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็ตบต้นขา ในใจยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มีหวังแล้ว
ไม่ใช่ว่าสือเจียงหย่วนกำลังมองหาผู้หญิงที่จะร่วมฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปกับเขาหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้สึกว่าสือเจียงหย่วนต้องชอบคังอิงแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะยอมปล่อยให้คังอิงมาเช่าบ้านหลังนี้ได้อย่างไร?
ยิ่งชุยซิ่วถิงคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้มีหวังมาก เธอกินอาหารเช้าอย่างอารมณ์ดี แล้วก็เดินเล่นไปที่ลานบ้าน พอเห็นหนังสือพิมพ์กับนิตยสารมากมายกองอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ใต้ต้นหอมหมื่นลี้ ดวงตาของเธอพลันเป็นประกายขึ้นมา
สามีของเธอชอบอ่านหนังสือและดูข่าว ลูกๆ ทั้งสามคนก็ได้รับอิทธิพลมาจากพ่อ ต่างก็ชอบอ่านหนังสือและดูข่าวเช่นกัน ทำให้ชุยซิ่วถิงยิ่งรู้สึกประทับใจในตัวคังอิงมากขึ้น
เด็กที่ชอบอ่านหนังสือและดูข่าวย่อมไม่ใช่คนธรรมดา
เธอหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดู หนังสือพิมพ์ ‘ฉวี่เจียงรายวัน’ เป็นหนังสือพิมพ์ทั่วไป เอาไว้ดูข่าวสารต่างๆ ทั้งเรื่องใหญ่เรื่องเล็กในท้องถิ่น แต่ว่านิตยสารพวกนั้นดูแล้วค่อนข้างลึกซึ้ง ไม่ได้เป็นนิตยสารแนวตลาดๆ แบบที่นิยมกันในตอนนี้
ปกนิตยสารแนวตลาดๆ ในยุคสมัยนี้เรียกได้ว่าอนาจารมาก ส่วนใหญ่จะเป็นรูปผู้หญิงที่สวมชุดบิกินีปรากฏอยู่บนหน้าปก เนื้อหาด้านในก็เป็นเรื่องต้องห้าม
แต่นิตยสารที่วางอยู่บนโต๊ะของคังอิงนั้น ดูแล้วเรียบร้อย เป็นทางการ อีกทั้งชื่อก็ดูมีระดับมาก เช่น ‘Newsweek’ ‘China Youth Daily’ พอเปิดดูเนื้อหาด้านใน ก็เป็นเรื่องราวข่าวสารระดับประเทศ ข่าวสารเศรษฐกิจ คนที่ไม่มีความรู้คงอ่านไม่รู้เรื่อง
แต่มีนิตยสารเล่มหนึ่งชื่อว่า ‘Ruili’ ค่อนข้างถูกใจชุยซิ่วถิง เนื้อหาภายในเล่มเกี่ยวกับแบรนด์ดังระดับโลก เช่น เสื้อผ้าที่กำลังเป็นที่นิยม รูปแบบและสีสันของเสื้อผ้าและรองเท้า
ชุยซิ่วถิงอ่านนิตยสารเล่มนี้อย่างเพลิดเพลินจนไม่อยากจะวางมือ ไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว
คังอิงเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้ามิตรภาพก็พบว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นำมาจัดเรียงไว้บนชั้นวางเรียบร้อยแล้ว มีพนักงานทยอยมาทำความสะอาดห้าง ซึ่งทำให้เธอรู้สึกพอใจมาก
เธอมองดูนาฬิกา ตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงยี่สิบเท่านั้น พนักงานทุกคนมาทำงานตรงเวลา ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสั่งงาน ต่างก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง แสดงว่าพวกเขามีจิตสำนึกในการเป็นเจ้าของแล้ว
คังอิงตรงไปยังชั้นสี่ทันทีที่ เธอนั่งลงในห้องทำงาน กวนเสี่ยวก็ยกชากวนอินที่เพิ่งชงเสร็จมาวางบนโต๊ะทำงานของเธอ
กวนเสี่ยว เป็นหัวหน้าสำนักงานที่ทำงานได้ดีจริงๆ ตอนนี้เธอรู้นิสัยของคังอิงแทบจะหมดแล้ว เธอรู้ว่าคังอิงชอบดื่มน้ำชาอุ่นๆ
ถึงคังอิงจะชอบดื่มชา แต่ก็ไม่ชอบดื่มน้ำชาร้อนๆ เธอเคยได้ยินคังอิงพูดว่าการดื่มน้ำร้อนจัดส่งผลเสียต่อหลอดอาหาร ดังนั้น เธอจึงคอยใส่ใจเรื่องนี้ โดยปกติแล้ว ก่อนที่คังอิงจะมาทำงาน เธอจะเตรียมน้ำชาไว้ให้เรียบร้อย
พอคังอิงมาทำงาน น้ำชาก็มีอุณหภูมิที่พอดี ไม่ร้อนจนเกินไป
การที่คังอิงมีห้องทำงาน มีธุรกิจเป็นของตัวเอง และมีผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ ทำให้เธอกลับมามีความรู้สึกเป็นเจ้าของกิจการหญิงเหมือนในชาติที่แล้ว
สถานการณ์ในตอนนี้ดีกว่าที่เธอคิดเอาไว้ตอนที่เกิดใหม่ไม่รู้กี่ร้อยเท่า ตอนนั้นเธอยังคิดว่าจะเริ่มต้นธุรกิจด้วยการขายของข้างถนนอยู่เลย!
คังอิงสั่งงานต่างๆ กับกวนเสี่ยว เธอตั้งใจจะเพิ่มภาระงานให้กวนเสี่ยว เพื่อทดสอบว่ากวนเสี่ยวสามารถรับมือได้หรือเปล่า หากกวนเสี่ยวรับมือได้ เธอจะเลื่อนตำแหน่งให้กวนเสี่ยว เพื่อให้อีกฝ่ายกลายเป็นมือขวาที่ไว้ใจได้
แม้ว่ากวนเสี่ยวจะไม่รู้ว่าคังอิงมีแผนการเกี่ยวกับเรื่องงานให้เธอ แต่เมื่อได้รับมอบหมายงานมากมาย เธอก็ไม่ได้ลังเล แต่กลับลงมือทำงานทันที ทำให้คังอิงรู้สึกพอใจมาก
เวลาผ่านไป จู่ๆ กวนเสี่ยวก็เคาะประตูห้องทำงาน คังอิงถามขึ้นว่า “มีอะไรหรือ?”
กวนเสี่ยวมีท่าทีลำบากใจพลางกล่าวว่า “ประธานคัง มีคนมาหาคุณ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนของคุณค่ะ”
“โอเค ให้เขาเข้ามาสิ” คังอิงกล่าว
กวนเสี่ยวเปิดประตูอย่างลังเล
ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อแขนสั้นสีขาวกับกางเกงผ้าลินินสีขาวเดินเข้ามา
กวนเสี่ยวรู้สึกว่าผู้ชายที่สวมกางเกงสีขาวมักจะดูเจ้าชู้ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ชายคนนี้ยังมีท่าทางแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก นับตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ เขาก็เอาแต่มองไปรอบๆ ด้วยสายตาอิจฉาริษยา ทำให้กวนเสี่ยวรู้สึกไม่ชอบมาพากล
แต่ว่าเขาบอกว่าเป็นเพื่อนเก่าของคังอิง กวนเสี่ยวก็เลยไม่กล้าซักไซ้มากนัก ตอนนี้พอเห็นสีหน้าของคังอิงที่แสดงออกราวกับรู้จักผู้ชายคนนี้ กวนเสี่ยวจึงเดินออกไป แต่เธอก็ยังระแวดระวัง จึงไม่ได้ปิดประตู
ในฐานะที่เป็นหัวหน้าสำนักงาน เธอย่อมต้องรู้ขอบเขต ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสอง หากปิดประตู คนอื่นจะติดฉินนินทาได้ง่าย
ต่อให้ไม่มีอะไร แต่ถูกคนอื่นพูดถึงก็ไม่ดีแล้ว
คนที่เข้ามานั้นก็คือฟู่ซินหลาง ทันทีที่เขาเข้ามาในห้างสรรพสินค้าก็เอาแต่มองไปรอบๆ
เนื่องจากตอนนี้ห้างสรรพสินค้ายังไม่ได้เปิด การกระทำของเขาจึงดึงดูดสายตาของพนักงาน มีคนเอ่ยถามเขาว่า “คุณเป็นใครเหรอ? มาหาใครหรือเปล่า? ห้างสรรพสินค้าของพวกเรายังไม่ได้เปิดทำการ ถ้าคุณจะมาซื้อของ มาใหม่ในอีกสองสามวันก็แล้วกัน วันแรกที่เปิดห้างมีโปรโมชั่นลดราคาด้วยนะ”
พูดจบก็ยัดใบปลิวใส่มือเขา