17.00 น.ชายหนุ่มผิวขาวจัดสะพายกระเป๋าทำงานคู่ใจพร้อมกระเป๋าลากใบเล็กยืนรอข้างประตูผู้อาศัย พันดาวทำหน้าเซ็งจัดกำกุญแจแน่น ‘เมื่อไหร่จะครบสักทีชิ!’ ฝ่ายรอสังเกตเห็นแล้ว แสร้งทำทีเปิดประตูดันที่เปิดสองสามครั้ง
“ฉันยังไม่เปิด เดี๋ยวที่จับก็พังกันพอดี”น้ำเสียงห้วนจัด
“ก็กดรีโมทซะทีสิ” เพราะเขายืนหันหลังให้เธอจึงได้โอกาสลอบยิ้มพอใจ
เธอเปิดเข้าไปนั่งประจำที่ปล่อยให้เขาหิ้วกระเป๋าลากขึ้นวางเบาะด้านหลัง เธอเหยียบคันเร่งก่อกวนสายฟ้าเลิกคิ้ว ‘สงสัยจะเริ่มออกลาย’
“เร็วๆ หน่อยคุณ ฉันต้องกลับมาตรวจบัญชีอีก”
เขาเอามือจับบนประตูรถที่กางเอาไว้โน้มหน้าเข้าไปหาเธอ ก้าวขาขึ้นเพียงข้างเดียว
“คุณต้องอยู่กินข้าวเย็นที่นั่นก่อนอยู่แล้วธาราก็มานะวันนี้”
‘ยังยังคิดจะควบคุมฉันให้ได้อีก’ พันดาวเหยียบคันเร่งเบาๆ รถเริ่มไหลชายหนุ่มใรีบะโขึ้นรถ ปิดประตูว่องไว
“มันอันตรายนะนั่น” เขาหรี่ตาลงจดบัญชีเธอไว้ในใจ
“ใครใช้ให้คุณลีลานักล่ะ”เธอเหยียบคันเร่งออกตัวอย่างแรง จนหน้าเขาหงาย เห็นอาการนั้นแล้วหญิงสาวก็เม้มปากกลั้นขำจนตัวโยน
เมื่อเธอไม่พูด เขาก็ไม่ถามชายหนุ่มใช้วิธีเปิดเพลงลูกทุ่งเสียงดัง จนกระทั่งรถวิ่งออกจากเมืองไปถึงถนนสายรองไม่นานนักรถก็โยกตัวแปลกๆ พันดาวชะลอความเร็วลง
“รถเป็อะไร?”
“สงสัยยางรั่ว” คนขับรู้สึกถึงความผิดปกติ
เธอจอดรถเข้าข้างทางเขาเปิดประตูลงก่อนเธอ เดินสำรวจล้อรถทั้งสี่ แสงอาทิตย์กำลังจะลับยอดไม้อากาศรอบข้างเริ่มเย็น ความมืดคืบคลานเข้ามา ถนนสายนี้ไม่มีเสาไฟระหว่างทางทำให้จุดที่จอดรถมืดนัก สายฟ้าเปิดโหมดไฟฉายในสมาร์ตโฟนของตน
เธอกดกระจกไฟฟ้าชะโงกหน้าก้มมองล้อรถฝั่งตัวเอง
“ล้อข้างฉันแบนแต๊ดแต๋”
“ล้อหลังขวามีตะปูปักอยู่”สายฟ้าเดินจนรอบแล้วหยุดที่ข้างเธอ
“มีล้ออะไหล่ล้อเดียวเองนะ”
“เดี๋ยวผมเปลี่ยนล้อหน้าก่อนล่ะกันส่วนล้อหลังเราต้องรถผ่านมา คุณโทร.หาพฤกษ์ทีสิ บอกให้มันเอายางอะไหล่มาด้วยอุปกรณ์ในรถคุณมีอยู่ใช่ไหม?”
“มีเปิดดูข้างหลังเลย”
สายฟ้าเดินไปเปิดท้ายรถค้นหาถุงผ้าใส่อุปกรณ์ประจำรถ เลือกเอาแม่แรง ประแจสำหรับถอดยางอะไหล่และบล็อกถอดน็อตล้อออกมาจัดการกับล้อด้านหน้าพันดาวลงมายืนช่วยส่องไฟจากโทรศัพท์มือถือ อีกมือกำลังจะกดโทรศัพท์หาพฤกษ์แต่แล้วรถอีกคันก็ผ่านมา
รถเก๋งคันข้างหลังชะลอเข้าจอดต่อท้าย
“น้องดาวรถยางรั่วเหรอ?” แสงไฟจากไฟแยกระบอกใหญ่กวาดไปรอบๆ คนทั้งสอง
พันดาวหรี่ตาสู้แสงสักครู่จึงเห็นว่า คนที่มา คือ คนที่ไม่อยากเจอ
“พี่มิ่งมาทำไมแถวนี้?”เธอทักเสียงเรียบ
“พี่โทร.หาพฤกษ์แล้วว่าจะเข้าไปคุยธุระด้วยสักหน่อย”
“ล้อหน้าแบนเหรอแล้วล้ออื่นเป็อะไรไหม?”
“ล้อหลังโดนตะปูค่ะคงต้องใช้ยางอะไหล่อีกล้อ ว่าจะโทร.บอกพี่พฤกษ์ให้เอาออกมาให้พอดี”
“ไม่ต้องก็ได้นะในรถพี่มียางอะไหล่ ใช้กับรถน้องดาวได้พอดี”
พันดาวหันไปมองนึกแปลกใจที่วันนี้มิ่งเมืองขับรถเก๋งคันเล็กเหมือนของเธอ ทั้งๆที่ปกติเขามักจะขับรถยุโรป
“ไม่เป็ไรค่ะรอพี่พฤกษ์ก็ได้ คงไม่นาน”
“เอาเถอะเราไปที่เดียวกันอยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยถอดคืนพี่” ยิ้มละไมในหน้านั้น ชวนให้คิดว่าคนที่ยืนอยู่ต่อหน้านี้มีน้ำใจ แม้เธอจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าใด
สายฟ้าเปลี่ยนล้อรถด้านหน้าเสร็จพอดีเขาลุกขึ้นยืน
“ก็ดีเหมือนกันครับขอบคุณมาก เอาออกมาเลย”
มิ่งเมืองรีบเดินกลับไปเอาล้ออะไหล่มาส่งให้ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งจึงก้มลงจัดการกับล้อหลังอย่างรวดเร็ว
“เรียบร้อยแล้ว”เขาเก็บของใส่ท้ายรถ แล้วขึ้นไปนั่งข้างคนขับ พันดาวรีบตามไป ขับรถนำหน้าไป
ไม่นานนักก็ถึงไร่สุดเขตฟ้า พฤกษ์ตั้งโต๊ะรับประทานอาหารที่สนามหญ้ากว้าง พร้อมเตาย่างเนื้อด้านข้างมีถาดหมูและเนื้อที่หมักไว้จานเปลขนาดใหญ่ที่มีบาร์บีคิวเสียบไม้ไว้เรียบร้อย เครื่องดื่มเบาๆ สองสามอย่างวางเรียงไว้ให้เลือกดื่มตามใจชอบและถังน้ำแข็งขนาดย่อม
พฤกษ์กำลังเริ่มย่างหมูและเนื้อบางส่วนข้างหน้าเขามีเขียงพลาสติกเนื้อแข็ง และมีดแล่เนื้อ
“มาๆ นั่งรอกินหรือจะเลือกปิ้งย่างอะไร ตามใจนะ เดี๋ยวธาราเอาปลาหมึกกับกุ้งมาเพิ่มให้กินอะไรก็บริการตัวเอง”
สายฟ้าเดินมาใกล้โต๊ะแล้วเลี้ยวออกไปด้านข้างบ้าน
“ขอไปล้างหน้าล้างมือก่อนนะ เปลี่ยนล้อรถมา ทั้งเหนียวทั้งสกปรก”
เ้าภาพทำหน้าฉงน
“คืออย่างนี้ค่ะ.....”หน้าที่อธิบายต่อมาเป็ของพันดาว
แพทย์หญิงธาราหิ้วตะกร้าที่มีชามปลาหมึกและกุ้งออกมาจากประตูครัว
“ดาว มาๆกินกุ้งกับฉันดีกว่า” เธอปราดเข้าไปใกล้เตาวางตะกร้าลงแล้วรีบคีบเรียงกุ้งห้าหกตัวแล้วหันมาหยิบกระปุกใส่น้ำจิ้มซีฟู้ดออกมาเทใส่ถ้วยเล็กๆ สี่ถ้วยหยิบถ้วยหนึ่งออกมาริมโต๊ะใกล้เตา แล้วกวักมือเรียกพันดาวเข้ามาใกล้
“ฉันจองยี่สิบตัว”
“มาเฝ้าตรงนี้เราต้องได้กินร้อนๆ” ธารากวักมือให้เพื่อนขยับมาเฝ้าเตาส่วนตัวเองเดินไปตักน้ำแข็งแล้วเลือกน้ำอัดลมสีดำเทพร้อมเสิร์ฟสองแก้ว
“เอ๋า! ธาราเสิร์ฟพี่ด้วย ขอเบียร์วุ้นนะ”
“บริการตัวเองไง?เมื่อกี้พี่พูดเองนะ”
“มีน้องๆ”พฤกษ์เอานิ้วจิ้มหน้าอกตัวเองแรงๆ สองสามครั้ง “มันต้องพึ่งพาได้สิ”
“รอก่อนขอถ่ายรูปอัพแป๊บนึงนะ” แพทย์หญิงควักมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วเซลฟี่สามสี่รูปจนพอใจ แล้วจึงหันมาบริการพี่ชาย
มิ่งเมืองนั่งใกล้กับพฤกษ์ห่างจากสองสาวพอสมควร ทั้งสองพูดกันเบาๆ แต่ลมพัดมาเป็ระลอกอีกทั้งสองสาวที่เปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือฟัง จึงไม่ได้ยินว่าสองหนุ่มคุยเื่อะไร
สายฟ้าเดินออกมาจากห้องน้ำเลือกที่ขยับนั่งห่างออกไปจากมิ่งเมืองและพฤกษ์ ดูทีทั้งคู่น่าจะมีธุระคุยกันจริงๆกริยาท่าทางดูเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย
“เอาน่าผมให้คุณคิดอีกครั้ง” เสียงมิ่งเมืองเริ่มดังขึ้น
“คุณรอไปก่อนล่ะกัน”
“ใจเย็น”
แขกเอือมมือมาตบไหล่เ้าของบ้านเบาๆ “ดื่มก่อนๆจะได้ใจเย็นๆ” ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นชู พลางยื่นมาแตะแก้วพฤกษ์เบาๆ
พฤกษ์ยกแก้วขึ้นจิบด้วยสายตาที่ยังไม่ผ่อนคลายทุกคนแสร้งหันไปสนใจจานปิ้งย่างตรงหน้าตนเอง กลิ่นที่ยั่วยวนชวนให้ลืมเื่ที่ขุ่นมัวไปชั่วขณะ
จานเริ่มเลอะหลายจานอาหารพร่องไปกว่าครึ่ง ทุกคนเริ่มลดความเร็วในการรับประทานช้าลงธารากับพันดาวคุยกันหนุงหนิงไม่สนใจผู้ชายสามคนที่นั่งหันหน้าเข้าหากันแต่มีระยะห่างมากกว่าฝ่ายหญิงอยู่มาก
“ไฟไหม้! ไฟไหม้!”
ควันสีเทาคละคลุ้งที่ลอยอยู่ด้านหลังตัวบ้านเมื่อโดนลมที่พัดมากระหน่ำก็เริ่มทวีความหนาแน่นจนปิดฟ้าไปกว่าครึ่ง
พฤกษ์ผุดลุกอย่างรวดเร็วรีบวิ่งหอระฆังหน้าบ้านใหญ่ เขาดึงเชือกอย่างแรงสี่ห้าครั้ง
เหง่ง! เหง่ง! เหง่ง!
ระฆังขนาดใหญ่ดังกังวานทั่วบริเวณส่วนกลางไร่คนงานวิ่งออกจากบ้านพักด้านหลัง เตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงมาพร้อม
ไฟเริ่มโหมทั่วยุ้งฉางซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหลังใหญ่ไม่ไกลนัก
“สกัดไฟไว้อย่าให้ไหม้ถึงบ้าน” พฤกษ์ะโสั่งงานสุดเสียง
“คุณพฤกษ์ ไฟไหม้ป่าด้านโน้นด้วย”คนงานที่ปรี่เข้ามารายงาน น้ำเสียงสั่น พฤกษ์หันขวับมองตามนิ้วคนบอกไปป่าฝั่งตะวันตกซึ่งมีโรงเก็บไม้กำลังเกิดไฟไหม้โหมขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ฟ้าเอ็งเอาคนงานไปดับไฟฝั่งโน้นที”
“เออเดี๋ยวข้าจัดการเอง” สายฟ้าโบกมือเรียกคนงานอีกส่วนแยกไปดับเพลิงยังส่วนที่สอง
“ธาราตามไปดูพี่ฟ้าหน่อย ให้ระวังโรงเก็บไม้นะ”
พฤกษ์เพิ่งนึกขึ้นได้สายฟ้ายังไม่คุ้นเคยที่นี่นัก ยังไม่รู้ว่า มีโรงไม้อยู่ด้านหลังซึ่งเก็บไม้ไว้มูลค่ามหาศาล
“เดี๋ยวธาราไปกับดาวเองพี่พฤกษ์จัดการทางนี้เลยค่ะ” สองสาวรีบเรียกคนงานหญิงอีกกลุ่ม เร่งรุดตามไป
แนวไฟที่ไหม้รอบๆโรงไม้เป็ครึ่งวงกลม สายฟ้าสั่งคนงานกระจายกันดับเพลิง ธาราที่ตามมารีบบอกเื่โรงไม้ ทุกคนก็จึงเน้นการป้องกันไฟไม่ให้ลามไปถึงโรงไม้สัปดาห์ก่อนเพิ่งมีการตัดแต่งกิ่งไม้รอบๆ บริเวณทำให้มีกองกิ่งไม้แห้งอยู่เป็ระยะ จึงกลายเป็แหล่งเชื้อเพลิงอย่างดี
ธารากับพันดาวช่วยกำกับคนงานลำเลียงน้ำเข้ามาโชคดีมีลำธารเล็กๆ ที่ไหลระเรื่อยจากูเา แม้จะเหลือความสูงของน้ำเพียงใต้หัวเข่าแต่ก็ยังเป็ความหวังสำคัญในการดับไฟ ทุกคนช่วยกันอย่างขะมักเขม้น
พันดาวหิ้วถังน้ำทั้งสองมือเร่งส่งให้กับคนงานที่ยืนเรียงกันเป็แถวจนถึงแนวไฟ
“ด้านนี้ก็มีไฟไหม้!”
คนงานหญิงที่ยืนอยู่แถวริมสุดะโสุดเสียง ทันใด แนวไฟใหม่ก็เริ่มล้อมพวกเราเข้ามาอีกครึ่งวงกลมทุกคนแตกฮือออกจากแถว
“ทุกคนหลบเร็ว! ออกจากตรงนี้เดี๋ยวนี้!” ธาราะโลั่นยืนปักหลักโบกมือให้คนงานที่อยู่ชิดลำธารวิ่งออกจากวงล้อมของไฟ
