“คุณหนูรองเป็เพียงบุตรอนุ จะมีน้ำตาลก้อนเหลือเฟือได้อย่างไรเ้าค่ะ ไว้ครั้งหน้าข้าจะขอฮูหยินนางให้ก็แล้วกัน” นางมักจะถูกแม่นมจินเอ่ยเช่นนี้
จนนางคิดว่า นางถูกบิดาเพิกเฉยไม่ใส่ใจ ด้วยเพียงแค่ตัวนางเป็บุตรของอนุ
“เป็หน้าที่ของบ่าวที่ต้องดูแลคุณหนูให้ดี คราวหลังอย่าได้ขอบใจบ่าวอีกนะเ้าคะ” แม่นมชุยประคองซีเยว่ให้ลงนอน ก่อนจะห่มผ้าให้นางอย่างใส่ใจ
“แม่นม ท่านไปพักเถิด” ซีเยว่เอ่ยบอก เมื่อเห็นว่าแม่นมชุยกำลังปูผ้าที่ข้างเตียงของนาง เพื่อนอนเฝ้า
“บ่าวจะนอนเฝ้าคุณหนูเ้าค่ะ เผื่อตกดึกมีไข้สูง บ่าวจะได้รู้ได้ทันที”
“อืม...” ซีเยว่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลง
ตอนนี้ภายในเรือนของนางมีบ่าวเข้ามาทำงานอยู่ครบตามเดิมแล้ว แม่นมชุยก็จัดการได้อย่างดี พอได้คนครบก็ไปแจ้งเว่ยิให้รับทราบ โดยไม่ผ่านอู๋ซื่อเลย
ต่อให้อู๋ซื่อจะไม่พอใจ ก็ไม่อาจจะเอ่ยสิ่งใดได้ ในเมื่อเว่ยิเห็นดีเห็นงามด้วยกับเื่นี้
“ไม่รู้ว่าท่านพี่เกิดใส่ใจนังเด็กบ้านั้นขึ้นมาได้อย่างไร” นางเอ่ยออกมาอย่างมีโทสะ กับแม่นมจิน
“คงเห็นว่าคุณหนูรองนางไม่สบาย คงทำเพื่อเอาใจนาง แต่หากนางหายดีเมื่อใด นายท่านก็คงละเลยเช่นเดิมเ้าค่ะ” แม่นมจินเอ่ยเอาใจอู๋ซื่อ
“เหอะ ข้ากลัวว่าจะไม่เป็เช่นที่เ้าคิด ดูเหมือนนังซีเยว่ จะฉลาดขึ้นไม่น้อย” เื่นี้นางก็ยังไม่อาจหาเหตุผลมาหักล้างได้ ว่าเหตุใดซีเยว่ถึงได้เปลี่ยนไปมากเพียงชั่วข้ามคืน
เว่ยิอยู่ในห้องตำราจนดึกดื่น บ่าวคนสนิทก็นำเื่ราวที่รู้มา เข้ามารายงานเขา
“หึ ข้าปล่อยปละละเลยเรือนหลังไปไม่น้อยเลย” เขาเอ่ยพึมพำออกมา
ไม่คิดว่าอู๋ซื่อนางจะจัดการเรือนหลังได้อย่างไร้เมตตาเพียงนี้ อนุทั้งหลายถูกนางกดข่มจนไม่กล้าก่อเื่ เขาก็เห็นชอบด้วยกับเื่นี้
แต่ไม่คิดว่ากับบุตรคนอื่นนางก็ไม่ได้ให้ความเมตตา แจกจ่ายข้าวของอย่างเท่าเทียมเช่นที่ควรจะทำ ที่เคยได้ยินว่าซีเยว่นางมักจะเอาของ ของพี่น้องคนอื่นมาเป็ของนางก็ไม่ใช่เื่จริง
ในเมื่อของทั้งหมดที่นางได้รับเป็ของที่หลิวชิงใช้จนเบื่อแล้วทั้งสิ้น เขาปวดใจมากขึ้นไปอีก เมื่อซีเยว่นางไม่เคยเอ่ยแก้ต่างออกมาเลยสักครั้งเมื่อถูกเขาตำหนิ
นางจะจ้องมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่ยินยอม แต่ไม่เคยเอ่ยปฏิเสธ
“พรุ่งนี้เรียกบ่าวทั้งเรือนมาพบข้าให้หมด” เขาคงต้องจัดการสิ่งใดสักอย่างแล้ว
เว่ยิ สั่งให้พ่อบ้านเว่ยจัดการเื่นี้โดยเงียบที่สุด เขายังไม่้าให้นางอู๋ซื่อรู้เื่ที่ตนเรียกบ่าวมาพบในวันพรุ่งนี้
นางอู๋ซื่อก็คิดเพียงว่าวันนี้สามีของนางหากไม่อยู่จัดการงานที่ห้องตำรา ก็คงอยู่ที่เรือนของอนุคนใดสักคน นางมัวแต่เตรียมเสื้อผ้าเครื่องประดับให้หลิวชิง ที่ใกล้จะถึงวันนัดดูตัวของนางแล้ว
ซีเยว่นางหลับสนิทจนถึงวันใหม่ แม่นมชุยจัดการเช็ดตัวป้อนข้าวให้นางอย่างใส่ใจ
“เหตุใด ถึงเหลือเพียงแค่ท่านเล่า” ซีเยว่มองหาสาวใช้ ที่เมื่อวานนางยังเห็นเข้ามาช่วยแม่นมชุยหยิบจับทำงานอยู่หลายคน
“นายท่าน เรียกตัวบ่าวในเรือนทั้งหมดไปที่เรือนหลักเ้าค่ะ แต่บ่าวต้องอยู่ดูแลคุณหนูจึงได้รับการยกเว้นเ้าค่ะ”
“หื้ม...เรียกทำไม” นางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ หากเรียกเพียงแค่บ่าวในเรือนของนางเพื่อดูว่านางเลือกผู้ใดมารับใช้บ้าง ยังพอเข้าใจได้
แต่นี่ บิดาของนางเรียกบ่าวทั้งจวนให้ไปพบ นับว่าต้องมีเื่ใหญ่อย่างแน่ หรือว่า ตระกูลกู้มาแล้ว
“บ่าวก็มิรู้เ้าค่ะ คงต้องรอให้สาวใช้ที่เหลือกลับมาที่เรือนเสียก่อน”
“หรือว่าคนตระกูลกู้มาถึงแล้ว” นางเอ่ยถามออกมาอย่างสนใจ
“ตระกูลกู้ไหนเ้าคะ ในเมืองหลวงบ่าวไม่เคยได้ยินมาก่อน” แม่นมชุยมองซีเยว่อย่างแปลกใจ นางไปรู้จักคนตระกูลกู้ได้อย่างไร
“เอ่อ...ไม่มีอันใด สงสัยข้าจำผิด” นางโบกมือให้แม่นมชุย ก่อนจะดื่มยาที่นางยื่นมาให้ลงคอไป
รสชาติของยาที่ขม เมื่อได้รับน้ำตาลก้อนเข้ามาอมไว้ ความขมก็เปลี่ยนเป็ความหวานล้ำจนซีเยว่ ยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“หากคุณหนูชอบ ไว้บ่าวจะไปหามาเพิ่มให้เ้าค่ะ”
“ไม่ต้องแล้ว กินมากไม่ดี ไว้กินหลังกินยาก็พอ แม่นมท่านไปพักเถิด ข้าจะพักต่ออีกหน่อย” ใบหน้าที่อิดโรยของแม่นมชุยทำให้ซีเยว่นางเอ่ยไล่นางให้ไปพัก
“เ้าค่ะ” นางตอบรับทันที ด้วยเมื่อคืนไข้ของซีเยว่ขึ้นสูงอีกครั้ง นางจึงต้องคอยเช็ดตัวและดูแลจนไม่ได้พักผ่อน
ซีเยว่ลูบคลำที่ข้อมือของนางอย่างเหม่อลอย ก็นางลืมถามเื่วิธีที่จะเข้าไปในมิติห้างสรรพสินค้าของนางจากเทพชะตา
“อยากเข้าไปดูจังว่ามีอันใดบ้าง” นางถอนหายใจออกมา
แต่เมื่อพยายามเค้นความจำเดิมที่เคยอ่านมาจากนิยาย ก็พบว่านางต้องกำหนดจิต เพื่อเข้าไปด้านใน แต่ไม่รู้ว่าความจริงกับสิ่งที่อยู่ในนิยายจะเหมือนกันหรือไม่
“ลองสักหน่อยก็ไม่เสียหาย” นางว่าแล้วก็หลับตาลงทำสมาธิ ก่อนจะเอ่ยในใจว่า เข้ามิติ
ร่างกายของซีเยว่เหมือนว่าถูกดูดเข้าไปที่แห่งหนึ่ง เมื่อนางลืมตาขึ้นก็ต้องร้องออกมาเสียงดัง
“์ มีจริงรึเนี่ย” นางหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
ก่อนจะวิ่งเข้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่สูงหลายชั้นตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น ด้านในล้วนไม่ต่างจากในโลกก่อนที่นางจากมา ข้าวของทั้งหมดล้วนมีอยู่ภายในให้นางเลือกใช้อย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้าที่เข้ากับยุคโบราณ เครื่องเรือน ของกิน ของใช้ ผักผลไม้ก็ล้วนแต่ครบทุกชนิด
“ฮ่า ฮ่า อย่างน้อยก็เป็เื่ดีเื่หนึ่งที่ได้ย้อนกลับมา” นางหัวเราะราวกับคนเสียสติ เมื่อเห็นข้าวของที่เคยได้ใช้ในภพก่อน
ซีเยว่ที่วิ่งวุ่นสำรวจไปทั่วห้างสรรพสินค้า นางไม่รู้เลยว่าที่เรือนหลักเกิดเื่ราวใหญ่โตเข้าเสียแล้ว
เว่ยิเรียกบ่าวในจวนทั้งหมดมาพบั้แ่หลังรับมื้อเช้า นางอู๋ซื่อมารู้เื่ก็พร้อมกับทุกคน นางจึงไม่อาจจัดการเื่ใดได้
“ท่านพี่ เรียกบ่าวไพร่มามีอันใดรึเ้าคะ” นางแข็งใจเดินเข้าไปสอบถามสามีที่ทำหน้าขรึมอยู่ที่กลางลานเรือน
“ข้ามีเื่จะสอบถามเสียหน่อย สาวใช้ที่เคยทำงานในเรือนของอาเยว่ แยกตัวออกมา” เขาชี้มือไปที่ด้านข้างของเขา
แม่นมจินมองสบตาของอู๋ซื่อก่อนจะเดินไปยังทิศที่เว่ยิชี้เมื่อครู่
“เ้าเล่าเื่ราวในวันที่อาเยว่ออกไปนอกเรือนมาอย่างละเอียด หากข้าจับได้ว่ามีคนใดพูดปดแม้แต่ครึ่งคำ ข้าจะขายทิ้งไปเสีย” แววตาที่เอาจริงของเขา ทำให้สาวใช้ทั้งหกคนรวมถึงแม่นมจินเสียวสันหลังขึ้นมา
“คะ คุณหนูออกไปเที่ยวเล่นเช่นทุกทีเ้าค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยออกมา ด้วยนางถูกแม่นมจินสะกิดให้พูด และเมื่อเห็นสายตาของอู๋ซื่อที่จ้องมาทางนาง นางก็กลัวจนต้องพูดประโยคที่เคยคุยกันก่อนหน้านี้ออกมา
“เช่นนั้นรึ” เว่ยิเลิกคิ้วขึ้น “เ้าคิดว่าข้าโง่เขลาจนไม่รู้เื่ในเรือนหลังเสียแล้วกระมัง ลากนางออกไป เรียกนายหน้าค้าทาสมาซื้อตัวนางไปเสีย!!!” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วลานเรือน สาวใช้ได้แต่ล้มพับไปกับพื้น นางเอ่ยปากร้องขอความเมตตาจากอู๋ซื่อไม่ได้ขาด
แต่ก็ถูกลากตัวออกไปเสียก่อน สาวใช้ที่เหลือและแม่นมจิน เมื่อรู้ว่านายท่านเว่ยเอาจริง ก็ตัวสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
“ท่านพี่ ท่านต้องทำเช่นนี้เลยรึเ้าคะ” อู๋ซื่อร้องถามออกมา
“หึ ข้าละเลยอาเยว่ไปเสียนานฮูหยินเ้าคิดว่า...ข้าควรจัดการเื่นี้อย่างไรดี” เขาหันมาเอ่ยถามอู๋ซื่อ