ณ ทวีปเซินโจว ผิงโจว ยอดเขาสายหมอก
“ศิษย์รู้ว่าความปรารถนาของท่านอาจารย์ยังมิอาจสำเร็จลุล่วง และยังเป็ห่วงน้องเล็ก...”
“อย่างไรก็ตาม ท่านอาจารย์สามารถเดินทางไปยังดินแดนสุขาวดีได้อย่างวางใจ ศิษย์จะกอบกู้นิกายเทพกระบี่และนำตัวน้องเล็กกลับคืนมาโดยเร็ว”
เบื้องหน้าสุสานหลุมฝังศพ มีบุรุษหนุ่มสวมอาภรณ์ชุดคลุมสีขาวรัดรูป
บุรุษหนุ่มมีนามว่า หลินเฟิง มีอายุประมาณสิบแปดปีและเป็ผู้ที่เหลือรอด
โลกที่เขาอาศัยอยู่เวลานี้ยึดมั่นบนเส้นทางการต่อสู้และผู้ที่แข็งแกร่งจะได้รับความเคารพยำเกรง
ผู้แข็งแกร่งสามารถเคลื่อนขุนเขาและพลิกมหาสมุทรได้ และยิ่งทรงพลังมากขึ้นก็ถึงขั้นที่สามารถทลายท้องฟ้า
ผู้อ่อนแอมีชีวิตอยู่ราวกับมดปลวก ไม่มีสิทธิ์ส่งเสียง และสามารถตายได้ทุกที่ทุกเวลา
ในฐานะผู้เดินทาง โชคของหลินเฟิงอาจเรียกได้ว่าไม่ดีไม่ร้าย
สำหรับโชคไม่ดีที่ว่า หลังจากผ่านไปได้สามปี เขาก็ไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากระบบ ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเขา
โชคดีที่ว่าหลังจากเดินทางมา เขาก็ได้กลายเป็ศิษย์สายตรงของเ้านิกาย นิกายเทพกระบี่
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชื่อเสียงของนิกายเทพกระบี่แห่งนี้จะก้องกังวาน แต่มันก็ถดถอยลงไปมาก จนเป็เพียงนิกายเล็ก ๆ โดยสมบูรณ์
ทั้งนิกายประกอบด้วย หลินเฟิงและเ้านิกาย รวมทั้งศิษย์น้องเล็กที่ไม่เคยพบหน้า
ตอนนั้นอาจารย์ได้เดินทางไปยังทิศตะวันตก หลินเฟิงเป็เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในนิกายเทพกระบี่
ตำแหน่งเ้านิกายของนิกายเทพกระบี่จึงหล่นมาบนหัวของหลินเฟิงโดยปริยาย และในขณะเดียวกันเขาก็ได้กลายมาเป็ประมุขผู้นำอย่างแท้จริง
เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ ทั่วทั้งนิกาย ก็มองเห็นเพียงซากปรักหักพังและเศษซากที่พังทลายอยู่ทุกหนทุกแห่ง
แม้แต่ประตูก็ทรุดโทรมไปจากเดิม
สภาพในตอนนี้เห็นได้ชัดว่ามันได้กลายเป็นิกายรกร้างว่างเปล่าสุดจะหาใดเปรียบ ไหนเลยจะมีเศษเสี้ยวความเป็สำนักผู้ฝึกตน?
“อ่า ท่านอาจารย์ ท่านอยากให้ข้าเอ่ยกับท่านเช่นไร ครั้งนี้ท่านบอกว่าจะออกไปค้นหาสมบัติฟ้าดินมาให้ศิษย์ เพื่อใช้มันทะลวงไปยังขั้นกลางขอบเขตฝึกปราณ ศิษย์ซาบซึ้งใจยิ่งนัก”
“แต่เหตุใดท่านจึงได้ขัดแย้งกับสำนักดาบสัตโลหะเพราะสิ่งของนอกกายเหล่านี้ จนท่านต้องจบชีวิตลง…”
ใบหน้าของหลินเฟิงปรากฏรอยยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลออกมา "อาจารย์ ความแค้นในครั้งนี้ ศิษย์จะต้องชำระให้ท่านอย่างแน่นอน!"
“สำนักดาบสัตโลหะได้พรากชีวิตท่านไป และสักวันหนึ่งศิษย์จะสังหารพวกมันให้หมดสิ้น!”
เขาค่อย ๆ รวบหมัดกำแน่น ขณะที่ใบหน้าฉายความน่ากลัว
ตลอดระยะเวลา่ 3 ปีที่ผ่านมา ศิษย์และอาจารย์ได้พึ่งพาอาศัยกันและเกื้อกูลกันมาตลอด หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ให้สถานที่พักพิง หลินเฟิงก็คงเป็เพียงเถ้าธุลีหนึ่งกำมือ
ดังนั้น ภายในหัวใจของหลินเฟิง อาจารย์จึงนับเป็ญาติสนิทที่มีอยู่
และเมื่อญาติเพียงคนเดียวบนโลกถูกพรากไป หลินเฟิงมีหรือจะไม่โกรธแค้น
เขาจะขอจดจำความแค้นในวันนี้ และวันหนึ่งเขาจะสังหารศัตรูให้ราบคาบ!
ตอนนี้หลินเฟิงมีเป้าหมายสามอย่างที่สำคัญ
หนึ่ง: กอบกู้นิกายเทพกระบี่ และทำให้นิกายมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งทวีปเซินโจว!
สอง: บุกสำนักดาบสัตโลหะเพื่อล้างแค้นให้กับอาจารย์!
สาม: เมื่อพบเบาะแสร่องรอย เขาจะต้องตามหาน้องเล็กและปกป้องนางเป็อย่างดี!
ทว่าเวลานี้ หลินเฟิงยากที่จะบรรลุไปให้ถึงเป้าหมาย!
เขาเป็ผู้ฝึกตนเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในนิกายเทพกระบี่ ไร้ซึ่งความสัมพันธ์ ปราศจากทรัพยากรบ่มเพาะ และไม่มีความแข็งแกร่ง เขาจะใช้สิ่งใดเพื่อมาเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้กับนิกายเทพกระบี่?
ไหนเลยจะกล้าเอ่ยถึงความเจริญรุ่งเรือง? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่สร้างชื่อเสียงบนทวีปเซินโจว!
สำหรับการแก้แค้นยิ่งเป็ได้แค่คำพูดลมปาก!
ความแข็งแกร่งของหลินเฟิงถือเป็แค่มือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกตน ขอบเขตฝึกปราณ
เขาที่อยู่ในอี้เฉิงอาณาจักรเหยียนหวง ขอบเขตระดับการฝึกตนมีความแตกต่างในด้านความแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด ไล่จากต้นไปสูงแบ่งเป็ ขั้นต้นฝึกกายา ขั้นกลางฝึกปราณ ขั้นสูงฝึกจิต และขั้นสูงสุดรวมผสาน
ขั้นต้นฝึกกายาหลักแบ่งระดับออกเป็ ระดับหนึ่งฝึกกล้ามเนื้อ ระดับสองทลายกระดูก ระดับสามทะลวงจุด และระดับสี่สร้างแก่น
ขั้นกลางฝึกปราณแบ่งออกเป็ ระดับห้าผสานปราณ ระดับหกปราณผกผัน ระดับเจ็ดทะลวงปราณ และระดับแปดผันแปร
ขั้นสูงฝึกจิต หลินเฟิง เคยได้ยินจากเพียงจากคำเล่าขานเท่านั้น ผู้ที่มีความแข็งแกร่งสูงส่งเ่าั้สามารถเตะูเากระเด็นได้ทั้งลูก...
ตัวตนประหนึ่งเทพเซียน มีพลังต่อสู้เหนือล้ำ มีพลังวิเศษที่สะท้านฟ้าะเืดิน!
และสำนักสัตโลหะก็เป็สำนักที่ทรงพลังภายในรัศมี 10,000 ลี้ของอี้เฉิง มีศิษย์สาวกชั้นยอดจำนวนนับไม่ถ้วนในสำนัก ผู้แข็งแกร่งมีราวกับเมฆและยังมีผู้ฝึกตนขั้นกลางขอบเขตฝึกปราณผันแปรนั่งประจำการ
หลินเฟิงที่มีพลังบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตฝึกกายาระดับสร้างแก่น การจะแก้แค้นสำนักสัตโลหะก็เท่ากับการเอาไข่ไปกะเทาะหิน
และด้วยลักษณะของสำนักดาบสัตโลหะ คิดว่าอีกไม่นานพวกนั้นก็จะต้องส่งยอดฝีมือมายังนิกายเทพกระบี่เพื่อขุดรากถอนโคน!
พอคิดได้เช่นนี้ สมองของหลินเฟิงก็ขยายขึ้น...
ต่อให้เขาไม่้าล้างแค้น แต่ก็ต้องฟื้นฟูนิกายเทพกระบี่?
ไม่ เขาต้องคิดให้มากกว่านี้!
เขาอยากจะบุกไปยังสำนักดาบสัตโลหะฆ่าล้างศัตรู ทำให้พวกมันคุกเข่าลงแล้วเรียกเขาว่าบิดา สร้างชื่อให้กับนิกายเทพกระบี่จนแทบจะรอไม่ไหว
แต่เขาก็มีสติสัมปชัญญะดีพอ!
กระทั่งศิษย์หลินเฟิงก็ยังไม่สามารถยั่วยุได้ หากพวกมันบุกมาถึงประตู เขาก็อาจจะต้องจบชีวิตลง...
เวลานี้ควรจะทำอย่างไรต่อ?
หนี?
เขายังไม่คุ้นเคยกับชีวิตที่นี่ แล้วจะหนีไปไหน?แล้วหลังจากนี้ยังจะกอบกู้นิกายเทพกระบี่ได้อีกหรอ?
ทำไม่ได้?
แล้วเขาต้องรอให้สำนักดาบสัตโลหะมาฆ่าตัวเองงั้นรึ?
“ติ๊ง! กำหนดเป้าหมายตัวเ้านาย ระบบท้าทายลิขิต์ถูกเปิดใช้งาน!”
“การเปิดใช้งานระบบเสร็จสิ้น การผูกมัดสมบูรณ์!”
ระหว่างที่คิดไปคิดมา จู่ๆ ก็มีเสียงไร้อารมณ์ดังขึ้นในหัวเขา
หลังจากได้ยินเสียงนี้ หลินเฟิงก็ถึงกับตกตะลึงเป็เวลาสามวินาที จากนั้นดวงตาของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาในทันใด
ั้แ่ข้ามมายังทวีปเซินโจว เขาเฝ้ารอการมาถึงของระบบตลอดระยะเวลาสามปี
เรียกได้ว่านับดาวนับเดือนรอคอยเลยก็ว่าได้!
ขอบคุณ์ ในที่สุดมันก็มาสักที!
“ติ๊ง! ระบบพบว่าเ้านายคือลูกหลานของจักรพรรดิเหยียนหวง ที่ข้ามมิติมาแล้วทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ขยะก็ยังเทียบไม่ติด สุดแสนจะน่าเวทนาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ระบบโกรธมาก จึงตัดสินใจที่จะแสดงพลังของลูกหลานเหยียนหวง และเริ่มทำการอัปเกรดทุกสิ่งเกี่ยวกับเ้านายโดยอัตโนมัติ!”
"ติ๊ง! เริ่มต้นการอัปเกรดสภาพแวดล้อม เริ่มต้นทำการอัปเกรดทรัพยากร..."
“ขอแสดงความยินดีกับเ้านาย นิกายของท่านได้รับยอดเขาหลักยอดเขาเทียม์ เนินเขาสามสิบหกยอดเขาเทียนกัง และเจ็ดสิบสองยอดเขาตี้ซา!”
“ขอแสดงความยินดีกับเ้านาย นิกายของท่านได้รับอารามเสวียนหวง!”
“ขอแสดงความยินดีกับเ้านาย นิกายของท่านได้รับประตูด่านสรรพสิ่ง!”
“ขอแสดงความยินดีกับเ้านาย นิกายของท่านได้รับสะพาน์ทอดสายรุ้ง!”
“ขอแสดงความยินดีกับเ้านาย นิกายของท่านได้รับโรงหลอมยอดเขาปรุงโอสถ!”
“ขอแสดงความยินดีกับเ้านาย นิกายของท่านได้รับหอถ่ายทอด!”
“ขอแสดงความยินดีกับเ้านาย นิกายของท่านได้รับทุ่งหญ้าเซียน!”
“ขอแสดงความยินดีกับเ้านาย นิกายของท่านได้รับทุ่งสัตว์อสูร!”
"..."
ถ้อยคำหลากหลายประโยคที่ประดังเข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้หลินเฟิงใอย่างมาก!
นี่เกิดบ้าอะไรขึ้น?
ระบบ [ท้าทายลิขิต์] ?
สามารถทำการอัปเกรดโดยอัตโนมัติ? ซึ่งเกี่ยวกับเ้านายทุกอย่าง ?
แม่เ้า ระบบเป็ไปตามที่คาดหวังไว้ จะน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว!
ครื่น!
ท่ามกลางความใ สายลมและเมฆเริ่มพัดกวาด ผืนดิน ขุนเขาเกิดการสั่นะเื ปรากฏฟ้าแลบฟ้าร้อง...
ในชั่วพริบตา นิกายเทพกระบี่ทั้งนิกายก็ถูกแสงเก้าสีพร่างพรายรายล้อม
ฉากตรงหน้าราวกับเทพนิยาย!
ยอดเขาพุ่งขึ้นจากพื้นดิน อาคารตำหนักต่างๆ ได้ลอยลงมาจากฟากฟ้า และบรรยากาศก็ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายมงคล...
โดยเฉพาะยอดเขาเทียม์ ที่ดูราว์ชั้นเก้า ซึ่งเปรียบเสมือนศาสตราเทพที่จ้องมองสรรพสิ่งทั้งปวง จนทำให้ผู้พบเห็นอดไม่ได้ที่จะเคารพสักการะ
เหนือตำหนักยอดเขาหลักที่ปรากฏขึ้น ได้มีปราณหนาแน่นเคลื่อนปกคลุม ประหนึ่งพระราชวังของเทพเซียน
สถานที่ที่เชื่อมต่อกับยอดเขาหลักประกอบด้วยยอดเขาสูงตระหง่าน 108 แห่ง ซึ่งกระจายตามมุมตำแหน่งต่างๆ ประกอบด้วย 36ยอดเขาเทียนกัง และ72ยอดเขาตี้ซาซึ่งดูลึกลับเป็อย่างยิ่ง
โรงหลอม, ยอดเขาปรุงโอสถ, ทุ่งสัตว์อสูร, ทุ่งหญ้าเซียน และหอคอยบรรลุ ปรากฏขึ้นกระจัดกระจายไปทั่ว
ระหว่างทางยอดเขาหลักและยอดเขาข้างเคียง มีสะพานหยกสีขาวโค้ง ปลายทางอีกด้านหนึ่งเคลื่อนสู่เมฆ้า และปลายทางอีกด้านหนึ่งนำทางไปสู่ด้านล่างของเนินเขา เป็รูปลักษณ์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน!
ประตูสำนักที่พังยับเยินก็พลันดูใหม่เอี่ยมในยามนี้ เสาหยกสีขาวถูกตั้งไว้ทั้งสองด้านและที่ประตูมีอักษรหยกแกะสลักเอาไว้ดูสง่างามและน่าเกรงขาม
โดยเฉพาะแผ่นป้ายประตูที่มีอักษรสามตัว เป็คำว่าเซินเจี้ยนจง (นิกายเทพกระบี่) มันมีเจตจำนงแห่งกระบี่์สถิตอยู่ หากมีผู้ฝึกฝนกระบี่พบเห็น ก็จะจมอยู่ในห้วงแห่งสมาธิ เพื่อที่จะทำความเข้าใจมันหนึ่งหรือสองจุด
นิกายเทพกระบี่ทั้งหมดได้เกิดการเปลี่ยนแปลง และความทรุดโทรมแต่เดิมได้ถูกแทนที่โดยดินแดนสรวง์ ณ ปัจจุบัน
เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นอายรัศมีบางส่วนก็ปกคลุมตำหนักอาคารเล็กๆ เผยให้เห็นสีสันที่แท้จริงของพวกมัน...
ตำหนักอาคารทุกหลังถูกจารึกด้วยวิถีกฎเกณฑ์ เมื่อทำความเข้าใจได้หนึ่งหรือสองส่วน มันจะช่วยพัฒนาััการรับรู้ให้กับผู้ฝึกตนได้เป็อย่างมาก
ภายใต้เวลาไม่ถึงชั่วยาม นิกายเทพกระบี่ที่ทรุดโทรมและสูญสิ้นปราณิญญาก็ได้กลายเป็์สำหรับผู้ฝึกตน
แม้แต่ปรากฏการณ์นิมิตหมายก็เกิดขึ้นบนท้องฟ้า และปรากฏภาพของสัตว์เทพมงคลวูบวาบราวกับแสดงความยินดีร่วมกับนิกายเทพกระบี่
ไม่ใช่เื่เกินจริงหากจะกล่าวว่าในแง่ของขนาดและอาคารตำหนัก ณ ปัจจุบันของนิกายเทพกระบี่นั้นเทียบได้กับสำนักใหญ่ ๆ บางสำนัก
"หึหึ ระบบสมกับที่เป็ระบบ ช่างวิเศษยอดเยี่ยม"
เมื่อมองไปยังนิกายเทพกระบี่ที่อัปเกรดเสร็จสมบูรณ์ หลินเฟิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ด้วยระบบ [ท้าทายลิขิต์] ที่มี มันย่อมง่ายที่จะฟื้นฟูนิกาย และง่ายต่อการล้างแค้น
หึ สำนักดาบสัตโลหะ อีกไม่นานพวกมันจะต้องคุกเข่าเรียกนายน้อยว่าบิดา...
ในเวลานี้ แผนผังของนิกายเทพกระบี่ได้ปรากฏขึ้นในหัวของเขา และตำแหน่งของตำหนักต่างๆ ในนิกายเทพกระบี่ก็แสดงบนแผนที่ ราวกับภาพสามมิติ
สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือบรรดาอาคารเหล่านี้หลินเฟิงสามารถเคลื่อนย้ายปรับตำแหน่งได้ตามความคิดของเขา สิ่งที่น่าในอกเหนือจากนี้คือเขาสามารถปรับแต่งโครงสร้างรูปร่างบางอย่างได้ตามความ้าของเขา
“ติ๊ง! อาคารภายในนิกายที่เ้านายเป็เ้าของได้รับการอัปเกรดแล้ว”
“ติ๊ง! ระบบััได้ว่าปราณบนยอดเขาเ้านิกายของเ้านายใกล้จะหมดลง ระบบรู้สึกสังเวช จึงขอเสนอปราณัทอง”
“ติ๊ง! ระบบพบว่าประตูนิกายของเ้านายไม่ยิ่งใหญ่เพียงพอ และรู้สึกขายขี้หน้า จึงริเริ่มนำเสนอค่ายกลป้องกันนิกายและอนุสรณ์เทพพิทักษ์ประตู”
“ติ๊ง! ระบบััได้ว่าความแข็งแกร่งของเ้านายอยู่ที่ระดับสี่ขอบเขตฝึกกายา ซึ่งดูสวะมากเกินไปเนื่องด้วยตัวตนของลูกหลานเหยียนหวง จึงขอเสนอ [ร่างแห่งหายนะ] ต้นแบบสาวก [ร่างความพินาศ] ต้นแบบสาวก และเสนอพลังโจมตีเจี่ยตันจุดสูงสุดหนึ่งครั้ง เคล็ดฝึกตน [เคล็ดเทพเฉียนคุน] วิชาลับ์"